ฮอชาลี ม่าเหร็ม พูดถึงปัญหาการผลิตและขายยางพารา โดยเรียกร้องให้รัฐบาลจัดการกับปัญหานี้อย่างมีประสิทธิภาพและไม่ให้ประเทศจีนได้ควบคุมตลาดยางพารา
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายฮอชาลี ม่าเหร็ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสตูล พรรคประชาธิปัตย์ ในญัตติเรื่องของยางพารา ในวันนี้กระผมต้องขอขอบคุณท่านประธานที่ได้เอาญัตติที่มีความสําคัญอย่างยิ่งยวด ซึ่งเป็นญัตติ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องปากท้องของพี่น้องประชาชนได้มาถกกัน ทั้งในมุมที่เสนอแนะ ในมุมที่ ไม่เห็นด้วยต่อนโยบายการทํางานของรัฐบาล แล้วก็ในมุมที่เราต้องการที่จะหาทางออก ให้กับพี่น้องประชาชนคนไทยทั่วทั้งประเทศ เพราะว่ายางพารานั้นเป็นพืชเศรษฐกิจที่ขยายวง ขยายพื้นที่ ขยายไปในทุกจังหวัดทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ แล้วก็ในบรรดาประเทศที่ปลูกยางพารา จะเป็นประเทศมาเลเซีย ประเทศอินโดนีเซีย หรือบางประเทศเล็ก ๆ ประเทศศรีลังกา เราก็ยังคงเป็นที่ ๑ เรายังคงมีอํานาจต่อรองในตลาดโลกในเรื่องของราคายางพารา เราสามารถที่จะบอกหรือส่งสัญญาณไปยังผู้ซื้อใหญ่ที่สุดในโลกก็คือประเทศจีน หรือประเทศญี่ปุ่น หรือตลาดพรีเมียม (Premium) ในยุโรปว่าเราจะมีสต็อกอยู่ในประเทศกี่แสนตัน แล้วเรามี แนวโน้มที่จะส่งขายในราคาเท่าไร เป็นสิ่งที่อยู่ในวิสัยที่ประเทศที่มีอํานาจการต่อรอง ทางด้านพืชที่มีความสําคัญตรงนี้กับผู้ซื้อระดับโลก ท่านประธานที่เคารพครับ ในท่ามกลาง ภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวนไปทั่วโลก ตัวเลขของการส่งออกติดลบ ตัวเลขของการส่งออกสินค้า เกือบทุกประเภทติดลบ แต่ว่ายังมีอุตสาหกรรมหนึ่งซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับ ยางพาราที่ยังคงติดบวกและผลิตส่งออร์เดอร์ (Order) ไปยังผู้ที่สั่งซื้อจากต่างประเทศให้ไม่ทัน นั่นก็คืออุตสาหกรรมการผลิตแล้วก็จําหน่ายรถยนต์ ซึ่งการจําหน่ายรถยนต์นั้นเราไม่ต้องดู ต่างประเทศ ดูในประเทศไทย นโยบายที่ท่านได้วางเอาไว้ นโยบายในการที่จะช่วยเหลือผู้ที่มี รถคันแรกนั้นยังคงจะต้องเลื่อนไป เพราะว่าบริษัทที่ผลิตรถนั้นไม่สามารถที่จะผลิต ทันส่งมอบได้ตามกําหนด เพราะเขาต้องมีออร์เดอร์ในต่างประเทศอยู่ เพราะฉะนั้นการส่งรถ ไปต่างประเทศนั้นไม่ใช่ส่งไปเฉพาะแชสซีท่านประธานครับ มันก็มียางรถยนต์ติดไปด้วย ซึ่งยางรถยนต์นั้นก็มาจากผลผลิตของน้ํายางพาราจากพี่น้องประชาชนทั่วทุกภูมิภาค ของประเทศ แต่สิ่งที่ผมอยากจะพูดจาอย่างมีเหตุมีผลในสภาผู้แทนราษฎรอันทรงเกียรติแห่งนี้ นั่นก็คือการที่เราเป็นประเทศที่มีอํานาจต่อรองในเรื่องของยางพารา แล้วก็ท่าทีที่เรามี กับผู้ซื้อก็คือประเทศจีนซึ่งเป็นผู้ซื้อรายใหญ่ แล้วก็มีงบประมาณในการซื้อเป็นจํานวนมาก และเป็นผู้ที่มีความสําคัญในการสั่งซื้อ ท่าทีของเราถ้าหากว่าเราได้ปฏิบัติเหมือนกับ โอเปกเหมือนกับประเทศซาอุดีอาระเบีย หรืออย่างประเทศเวเนซุเอลาที่เขาส่งสัญญาณ ไปยังทั่วโลกบอกว่า ณ ช่วงนี้เขาจะลดกําลังการผลิตน้ํามันลงนี่ทั่วโลกตกใจเลยครับ ท่านประธาน ทุกคนขยับทั้งหมดแล้วก็ปรับในเรื่องของราคาน้ํามันในแต่ละประเทศทันที เพราะ ๒ ประเทศนี้พูด แต่ของเราซึ่งเป็นมหาอํานาจในเรื่องของยางพารา เครื่องบินของ ประเทศสหรัฐอเมริกาไม่สามารถขึ้นได้ถ้าหากว่าไม่มียางพาราจากประเทศไทย แต่นโยบาย ของรัฐบาลที่ท่านเข้ามาในช่วงผมจําไม่ผิดประมาณสัก ๓ เดือน ช่วงนั้นราคายางพารา ก็ยืนอยู่ประมาณ ๑๑๐ บาท ๑๑๑ บาท ๑๑๒ บาท หรือ ๑๒๐ บาท แต่ท่านได้รัฐมนตรีตัวแทนของประเทศที่เป็นมหาอํานาจในเรื่องของยางพาราไปทําเอ็มโอยู กับประเทศจีน ไปทําเอ็มโอยูกับประเทศจีนขอขายในราคา ๑๐๕ บาท ทั้ง ๆ ที่เรามีอํานาจ ต่อรองที่จะขายในราคาเท่าไรก็ได้ นั่นคือความผิดพลาดในเรื่องนโยบายของรัฐบาล ถ้าหากวันนั้นเราไม่ไปทําเอ็มโอยูในราคา ๑๐๕ บาท มันก็จะไม่มีการส่งผลทางจิตวิทยา ในราคาตลาดค้ายางพารา เรื่องนี้ผมเองก็ถามในที่ประชุมของคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่าง พ.ร.บ. การยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... ซึ่งเราประชุมกันทุกวันพฤหัสบดี ช่วงเวลาบ่ายโมง ทางท่านรัฐมนตรีก็บอกว่าเอ็มโอยูไม่มีผลในทางกฎหมาย ใช่ครับ ไม่มีผล ในทางกฎหมายแต่ว่ามีผลทางด้านจิตวิทยาเพราะระดับเสนาบดีระดับรัฐมนตรีแล้วก็พา นักวิชาการ พาพ่อค้ายางพาราไปนั่งทําเอ็มโอยูเซ็นร่วมกันกับประเทศจีนซึ่งเป็นผู้ค้ารายใหญ่นั้น ถือว่าเราเสียหายในเชิงของการเจรจาระหว่างประเทศ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ช่วงนั้นท่านอาจจะยังไม่เข้ามาแต่คงจะรับทราบ นี่คือความเสียหายที่เราไปกําหนดราคา ๑๐๕ บาท เพราะฉะนั้นเมื่อพ่อค้ากับรัฐมนตรีไปกําหนดราคาที่จะทําเอ็มโอยูกับประเทศจีน ๑๐๕ บาท แล้วชาวบ้านจะเหลืออะไรล่ะครับ มหาอํานาจทางด้านเศรษฐกิจในเรื่องของ ยางพารา เราก็วนเวียนอยู่ในราคา ๗๐-๘๐ บาทอยู่มาจนถึงปัจจุบันนี้ นั่นคือสิ่งที่ผม ต้องบอกว่าต้องโทษกันนะครับแต่ไม่ได้โทษรัฐมนตรีณัฐวุฒิเพราะท่านเพิ่งเข้ามาท่านก็ออกตัวว่า ผมเพิ่งเข้ามาหลังจากที่เขาไปทําเอ็มโอยูกันแล้วแต่ก็ต้องโทษผู้นําของรัฐบาล ซึ่งเป็นประธาน คณะกรรมการนโยบายยางพาราแห่งชาติว่านี่คือสิ่งที่เรามีความผิดพลาดในการที่จะส่ง คนของเราลดอํานาจต่อรองในการค้าขายตรงนี้ไป ท่านประธานสภาที่เคารพครับ หลังจากนั้น เมื่อราคายางพาราตกต่ํานั้นรัฐบาลก็ได้มีการอนุมัติโดยมติ ครม. ในการที่จะให้มี การแทรกแซงยางพาราเพื่อที่จะเจตนา ผมไม่ทราบเจตนาทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จะตอบสภาได้หรือไม่ว่าเจตนาที่ท่านแทรกแซง ๑๕,๐๐๐ ล้านบาทเพื่อที่จะพยุงราคา ให้ชาวบ้านพอยืนอยู่ได้ในราคา ๑๐๔ บาท หรือต้องการที่จะดึงสต็อกของยางพาราให้เรามีดีมานด์ ให้เรามีซัพพลายของเราเต็มอยู่ในสต็อกตรงนี้ว่าเจตนารมณ์ของท่านต้องการทําเพื่ออะไร ถ้าต้องการทําเพื่อสร้างสต็อกก็ว่ากันไปอย่างหนึ่ง แต่ในเมื่อท่านปล่อยเงินไปทั่วทั้งประเทศ มันก็จะได้เฉพาะคนแค่ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ซึ่งเป็นสมาชิกของกองทุนแค่นั้นเอง สิ่งที่พวกเรา ๕๐ คน ไปกันในวันนี้ที่ทําเนียบรัฐบาลนะครับ ไปกันเฉพาะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องการที่จะสื่อ ให้ท่านนายกรัฐมนตรีเห็นว่านโยบายที่ท่านรับจํานําราคาข้าวนี่ท่านให้กับข้าวทุกเมล็ด แต่ยางพารานั้นได้เพียงแค่คน ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ประชาชนส่วนใหญ่ซึ่งกรีดยางพาราจะเป็น ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคใต้ ล้วนแล้วแต่ไม่ได้รับผลอานิสงส์จากตรงนี้เลย จะมีพ่อค้ายาง ซึ่งเขาเคยซื้อยางในราคา ๖๐-๗๐ บาท แล้วก็มากว้านซื้อยางพาราจากชาวบ้านในราคา ซึ่งบีบให้ต่ําลงไปอีกและไปขายสวมรอยในราคา ๑๐๔ บาท ๑๕,๐๐๐ ล้านบาทนี้หมดไป ก็เพิ่มมาอีกจนกว่าสต็อกที่พ่อค้าซื้อเอาไว้จะหมดไป นั่นคือสิ่งที่คนที่ได้รับประโยชน์ก็คือ คนที่ซื้อยางเอาไว้แล้ว แต่ชาวบ้านเสียเปรียบและเป็นการทํางานแบบมี ๒ มาตรฐาน เป็นการทํางานที่มี ๒ มาตรฐาน มาตรฐานแรก ๑๐๔ บาทได้กับคนที่เป็นสมาชิกและพ่อค้า ซึ่งเขามียางต้องการที่จะระบายยาง แต่ชาวบ้านที่กรีดยางเช้าเย็น เช้าค่ํา ไม่มีโอกาส ที่จะได้รับอานิสงส์ตรงนี้เลย นั่นคือสิ่งที่ญัตตินี้ตั้งขึ้นมาเพื่อให้รัฐบาลได้กลับไปคิดว่าเราจะปรับ เราจะหาวิธีการที่มันดีกว่านี้หรือไม่ ที่จะให้มันได้รับความทั่วถึงในเรื่องของราคายางพารา จริงอยู่ยางกับข้าวอาจจะไม่เหมือนกันเพราะข้าวเก็บเกี่ยวทีเดียวจบ แต่ยางนั้นกรีดได้ วันละไม่กี่แกลลอน ไม่กี่ถัง ซึ่งรัฐบาลจะต้องหาวิธีการในการที่จะสร้างความทั่วถึง สิ่งที่ผมต้องการที่จะสื่อให้ทางประธานสภาแล้วก็ไปยังรัฐมนตรีผู้ที่รับผิดชอบตรงนี้คือว่า ทําอย่างไรให้มีความเท่าเทียมกันระหว่างคน ๒ กลุ่ม ๗๐ เปอร์เซ็นต์ไม่ได้ประโยชน์ ส่วนคนอีก ๓๐ เปอร์เซ็นต์ได้ประโยชน์นี่คือสิ่งที่อยากขอฝาก เพราะฉะนั้นอยากจะให้รัฐบาลได้ใช้ภูมิปัญญาในการแก้ไข จริงอยู่วิกฤติของยุโรปซึ่งเกิดขึ้น ณ ช่วงนี้ท่านก็ใช้เป็นข้อหนึ่งในการที่จะอธิบายเหตุผล แต่จริง ๆ แล้วพวกผมซึ่งเป็น กรรมาธิการก็เดินทางไป หลาย ๆ ท่านก็ไปที่ยุโรป สิ่งที่เราสนใจประเทศในยุโรปก็คือว่า วิกฤติจริงหรือไม่ คณะของผมคณะกรรมาธิการการต่างประเทศไปที่กรุงบรัสเซลไปพบกับ นักวิชาการของไทย ซึ่งมอนิเตอร์ (Monitor) ในเรื่องของเศรษฐกิจ เขาบอกว่าตลาดพรีเมียม ยังใช้ได้อยู่ ยังไปได้อยู่ เพียงแต่ว่ามีแค่ประเทศโปรตุเกส ประเทศสเปน ประเทศกรีซ ไม่กี่ประเทศแค่นั้นเอง กําลังซื้อยังคงมีอยู่ ไม่ส่งผลกระทบอะไรมาก เพราะฉะนั้นอยากที่จะให้ การทํางานของรัฐบาลนั้นมีการบูรณาการกัน โดยท่านนายกรัฐมนตรีเป็นผู้นําในการบูรณาการ ผมเองเป็นคนเสนอในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ. การยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... บอกว่าผู้ที่จะมารักษาการรับผิดชอบในร่าง พ.ร.บ. ซึ่งเรากําลังพิจารณาอยู่ ณ ขณะนี้จะให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์รับผิดชอบไม่ได้ ต้องให้ นายกรัฐมนตรี ที่ประชุมส่วนใหญ่ก็เห็นด้วย ต้องมีการบูรณาการกันทุกกระทรวง มีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้นํา มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มีกระทรวงอุตสาหกรรม ทุกอย่างแล้วเราก็สามารถที่จะ ผมเชื่อมหาอํานาจทางด้านเศรษฐกิจเรื่องยางอยู่ที่เรา ถ้าเราทํากันจริง ๆ จัง ๆ แล้วก็ใช้ภูมิปัญญา แล้วก็ใช้เหตุใช้ผล ผมเชื่อเหลือเกินว่าคงจะไม่เกิน วิสัยของท่านในการที่จะแก้ไขปัญหาในเรื่องของยางพารา พรรคประชาธิปัตย์ของเรายินดี ที่จะให้ข้อมูล ผมเชื่อว่าท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ แล้วก็หลายท่านซึ่งมีประสบการณ์ ในการทํางานในเรื่องนี้ยินดีที่จะให้ประสบการณ์ ให้คําแนะนํา สิ่งที่สําคัญที่สุดก็คือว่า ทั้งฝ่ายพ่อค้าและรัฐบาลจะต้องร่วมมือกันไปในทิศทางเดียวกัน และสามารถจะทําให้ ยางพารานั้นอัพ (Up) ราคาหรือว่าเพิ่มราคาขึ้นมาอยู่ในระดับราคาที่พี่น้องประชาชน รับได้ต่อไป ขอบคุณครับท่านประธานครับ