พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน หารือเรื่องยางพาราและผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย โดยเน้นย้ำว่ายางยังไม่ล้นตลาดโลก และประเทศไทยต้องพึ่งพาการส่งออก นอกจากนี้ยังเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการแก้ไขปัญหาในระยะสั้นและระยะยาว รวมถึงการเตรียมการของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาในด้านการผลิตและการส่งออกยางพารา
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ปัญหาเรื่องยางพาราตอนนี้กลายเป็นปัญหาของทุกภาค ๖๖ จังหวัด ท่านประธานครับ ทั้งโลกเราใช้ยาง ยางหมายความว่าทั้งยางธรรมชาติและยางสังเคราะห์ ในยางรถยนต์เส้นหนึ่งจะใช้ยางสังเคราะห์ทั้งหมดก็ไม่ได้ จะใช้ยางธรรมชาติทั้งหมดก็ไม่ได้ มันต้องผสมผสานตามสัดส่วน ตามสูตรลับของแต่ละบริษัท ท่านประธานครับ มันจึง ผสมผสานกันระหว่างยางสังเคราะห์กับยางธรรมชาติ ปีหนึ่งในโลกเรานี้ใช้อยู่ ๒๐.๖๔ ล้านตัน ถ้าเป็นยางสังเคราะห์ก็มาจากพวกปิโตรเลียม มาจากน้ํามัน เขาเรียกว่าเป็นบาย โพรดัคท์ (By product) แล้วก็เมื่อมารวมกับยางธรรมชาติมันก็จะอยู่ในความเหมาะสม ยางรถยนต์ มันก็ยืดหยุ่น ๆ ท่านประธานครับ ยางธรรมชาติโลกเราใช้อยู่ ๘.๖๓ ล้านตัน แต่ยางสังเคราะห์ใช้มากกว่าคือ ๑๒ ล้านตัน การใช้ยางขยายตัวปีละ ๒.๔ เปอร์เซ็นต์ทั้งโลก ดังนั้นโลกนี้การใช้ยางจะไม่ลดลง แต่จะเพิ่มขึ้นทุกปีครับท่านประธาน เดี๋ยวผมจะบอกว่า ที่ราคาตกต่ํามันเป็นเพราะอะไร ในประเทศของเราปลูกอยู่ ๑๒.๓๖ ล้านไร่ทั้งประเทศ แต่ยังมี พื้นที่ที่เหมาะสมที่จะปลูกยางพาราที่ยังเหลืออยู่อีก ๕,๐๐๐,๐๐๐ ไร่อยู่ในแถบภาคอีสาน และภาคเหนือ ส่วนภาคใต้นั้นเกือบจะเต็มหมดแล้ว ดังนั้นยางพาราจึงเกี่ยวข้องกับชีวิตคน ๑,๐๐๐,๐๐๐ ครอบครัว หรือ ๖,๐๐๐,๐๐๐ คน โลกนี้ต้องการใช้ยางพารา ๘.๗๔ ล้านตัน แต่โลกผลิตได้ ๘.๖๘ ล้านตัน โลกยังต้องการยางพาราเพิ่มอีก ๐.๐๖ ล้านตัน นี่คือความจริง ว่ายางยังไม่ล้นตลาดโลก ยางยังมีความต้องการในตลาดโลกอยู่ ผลผลิตของประเทศไทย ๓.๕ ล้านตันนั้นถือว่าเป็นอันดับ ๑ ของโลกมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๓๕ เป็นแชมป์มา ปี ๒๕๓๕ ปี ๒๕๔๕ ปี ๒๕๕๕ ๒๐ ปีครับที่ประเทศไทยเป็นประเทศที่ผลิตและส่งออกยางพารา เป็นอันดับ ๑ ของโลกมาโดยตลอด ท่านประธานครับ แต่ประเทศไทยต้องพึ่งพาการส่งออก ท่านประธานครับ เราไม่มีอุตสาหกรรมที่จะดูดซับเอาผลผลิตของเราเพื่อจะแปรรูป เป็นผลผลิตเลย เราส่งยางแท่งปีละ ๑.๑๑ ล้านตัน ยางแผ่น ๐.๙๒ ล้านตัน น้ํายาง ๐.๔๙ ล้านตัน แต่ใช้ในอุตสาหกรรมของประเทศ ๐.๙ ล้านตัน ก็คือ ๙๐๐,๐๐๐ ตันทุกปี ท่านประธานครับ ถ้าไม่มีวิกฤติการเงิน ไม่มีวิกฤติทางเศรษฐกิจของยุโรปและอเมริกา การส่งออกยางพารา ของประเทศไทยก็จะไม่มีปัญหา แต่วันนี้วิกฤติเศรษฐกิจยังไม่มีท่าทีว่าจะฟื้น ยังดิ่งเหวลงไปเรื่อย ๆ ปีหน้าจะแย่กว่านี้ ดังนั้นในระยะสั้นนี้ยางประเทศไทยราคาตก แต่ระยะยาวก็ยังตกอยู่ ดังนั้นเราจําเป็นจะต้องหาทางแก้ไขทั้งระยะสั้น ระยะยาว ผมคิดว่าปัญหาในวันนี้ไม่จําเป็น จะต้องตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพราะว่าวันนี้เรามีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ การยางแห่งประเทศไทยอยู่ทุกอาทิตย์ ทุกอาทิตย์ก่อนที่จะเข้าระเบียบวาระการประชุม ส.ส. ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลจะเอาเรื่องปัญหายางพารา เรื่องราคามาพูดคุยก่อนเข้า ระเบียบวาระการประชุมพิจารณาเรื่องร่างพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย เวทีที่ ๒ คือคณะกรรมาธิการส่งเสริมราคาผลิตผลเกษตรกรรม อันนี้ก็สามารถนําปัญหามาพูดคุยกันได้ เวทีที่ ๓ คือคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ก็เอาปัญหาเรื่องยางพาราตกต่ําเข้ามา พิจารณาพูดคุยได้ทุกอาทิตย์ครับท่านประธาน คณะกรรมาธิการการพาณิชย์ก็สามารถที่จะ เอาเรื่องปัญหาราคายางตกต่ํามาแก้ไขปัญหาในคณะกรรมาธิการได้ ดังนั้นไม่ต้องตั้ง คณะกรรมาธิการ ท่านรัฐมนตรีณัฐวุฒิท่านก็ได้เตรียมการที่จะแก้ไขปัญหาในขั้นที่ ๒ ก็เตรียมไว้อีก ๑๕,๐๐๐ ล้านบาทที่จะให้คณะรัฐมนตรีอนุมัติเพื่อที่จะซื้อนําตลาดเพื่อจะ แทรกแซงราคายางไม่ให้ตกต่ํา ท่านประธานครับ วันนี้เรากลับมาสู่การทําสต็อกยาง จําเป็นจะต้องทําสต็อกยาง จําเป็นจะต้องเก็บยางพาราไว้ในสต็อก ถามว่าดีไหม ดีครับ ท่านประธานครับ ประเทศมหาอํานาจในโลกนี้ไม่ว่าประเทศสหรัฐอเมริกา ไม่ว่าประเทศจีน ไม่ว่าประเทศญี่ปุ่น เขาสต็อกยางพาราไว้ในสต็อกของประเทศเขาเป็นยุทธปัจจัยครับ เป็นความมั่นคงทางทหาร ซึ่งหลายท่านอาจจะไม่ทราบว่ายางพาราเป็นยุทธปัจจัยในการรบ ถ้าไม่มียางพาราเกี่ยวข้องกับอาวุธยุทโธปกรณ์มันจะทําให้อาวุธต่าง ๆ ไม่สมบูรณ์ ท่านประธานครับ ปัญหาอีกอย่างหนึ่งที่ท่านกรรมาธิการหรือว่าท่าน ส.ส. หลายท่านได้พูดไว้ เรื่องของการซื้อขายล่วงหน้าสินค้าเกษตรก็คือยางพารานี้แหละครับ ไม่ว่าไซคอม โตคอม หรือเซี่ยงไฮ้ ตลาดเหล่านี้มีการซื้อขายล่วงหน้า คนไทย บริษัทไทย เป็นบริษัทส่งออกยางพารา เจ๊งกันหมดครับ วันนี้ถามว่าบริษัทส่งออกยางพาราของประเทศไทย บริษัทไหนเป็นบริษัท ที่ร่ํารวยที่สุดในประเทศไทย ไม่มีครับ มีแต่จะล่มจม ล่มสลาย เป็นหนี้ระหว่างประเทศ มากขึ้น ๆ เจ๊งครับ เพราะช่วงนี้ยางราคาตกต่ํา เอฟโอบี ๘๐ บาท เขาจําเป็นต้องขายล่วงหน้า เพราะบริษัทซื้อขายล่วงหน้าเขาต้องขายครับ ๘๐ บาท ขายล่วงหน้า ๑๐๐ บาท ก็ขายไม่ได้ครับ ก็จําเป็นต้องขาย ๘๒ บาท ๘๕ บาท แต่เวลายางขึ้นมา ๑๐๐ กว่าบาท ส่งยางไม่ได้ครับ ต้องถูกฟ้องร้องล้มละลาย ประเทศไทยถึงไม่มีบริษัทยักษ์ใหญ่ที่มั่นคง แข็งแรง อันนี้คือปัญหาของประเทศไทย แม้แต่ตลาดซื้อขายล่วงหน้าของประเทศไทย ก็ไม่สามารถที่จะเติบโตเท่ากับประเทศสิงคโปร์ เท่ากับประเทศญี่ปุ่น เท่ากับประเทศจีนได้ ดังนั้นประเทศที่นําเข้ายางเป็นอันดับ ๑ ของโลก ณ บัดนี้ก็คือประเทศจีน ประเทศจีน เป็นแหล่งอุตสาหกรรมที่ป้อนตลาดโลก แต่ตลาดโลกวันนี้มีปัญหา ตลาดโลกขายไม่ออก ขายรถไม่ได้ ประเทศสหรัฐอเมริกาก็ไม่ให้ประเทศญี่ปุ่นขายรถเข้าประเทศ มันเป็นปัญหาทั่วโลก ดังนั้นจําเป็นจะต้องซื้อเก็บในสต็อกครับ ท่านณัฐวุฒิทําถูกทางแล้ว แต่ว่า ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท บวกอีก ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท เป็น ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ยังไม่เท่างบประมาณที่แก้ปัญหา ชายแดนภาคใต้เลยครับ ปีนี้ความมั่นคงเอาไป ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท แต่แก้ปัญหายางพาราตกต่ํา ให้กับ ๖๖ จังหวัดแค่ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ยางพาราเป็นพืชเกษตร ที่ทําเงินให้กับประเทศร่วม ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ทั้งธุรกิจ ทั้งส่งออก เราเป็นอันดับ ๑ ของโลก ดังนั้นไม่เพียงพอต่อการแก้ปัญหาครับ ประเทศไทยจําเป็นจะต้องสร้างอิมเมจ คือสร้างภาพว่า ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ขออนุมัติคณะรัฐมนตรี ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อซื้อยางเก็บสต็อก อย่างนี้เดือดดาลไปทั่วโลก ทั่วโลกจะต้องเขาเรียกว่ากลัว แล้วก็ต้องเตรียมตัวว่าประเทศไทย จะซื้อยางเข้าสต็อกทั้งหมด ทําให้ยางจะต้องขึ้นแน่นอน ต้องคิดใหญ่ ๆ ครับ ฉะนั้นก็ฝากท่านณัฐวุฒิ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาทไม่พอต้องเพิ่มขึ้นอีกครับ ท่านประธานครับ เรื่องการโค่นต้นยาง ไม่ต้องโค่นครับ ที่ผมพูดมาว่าในตลาดโลกยังต้องการยางพาราอีกมากมาย แต่เป็นระยะสั้น ที่เศรษฐกิจโลกมันตกต่ํา ถ้าเราเก็บสต็อกไว้ ถ้าเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวเราก็จะขายได้กําไรครับ ฝากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ครับ เพิ่มเงินซื้อไปเถอะครับ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วทั่วโลกตกตะลึงว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์มีวิสัยทัศน์ที่จะเก็บยางไว้ ในสต็อก เป็นมหาอํานาจด้านยางพาราของโลกต่อไปครับ ขอบคุณท่านประธานครับ