เจริญ จรรย์โกมล หารือเรื่องราคายางพารา และเสนอแนะวิธีการแก้ไขปัญหานี้ รวมถึงการเก็บสต็อกยาง การส่งออกยางพารา และการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการเก็บสต็อกยาง และเสนอญัตติให้คุณหมอบัญญัติอภิปราย
ก็ไม่เป็นไร แง่มุมมันต่างกัน ด้วยความหวังดีกันทั้ง ๒ ฝ่าย ท่านสมาชิกครับ เมื่อเลื่อน ระเบียบวาระขึ้นมาแล้ว ก็ได้มีท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านบัญญัติ เจตนจันทร์ ได้เสนอญัตติทํานองเดียวกัน เรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาและหามาตรการแก้ไขปัญหาราคายางพาราตกต่ํา ผมว่าเป็นเรื่องทํานอง เดียวกันขอรวมพิจารณานะครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มีท่านใดขัดข้องก็ถือว่าเอา ๒ เรื่องนี้มารวมพิจารณา
ทีนี้ขั้นตอนต่อไปเชิญเจ้าของญัตติเสนอนะครับ ท่านสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เชิญครับ เดี๋ยวนะครับท่านสมบูรณ์ สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับคณะอธิการบดีมหาวิทยาลัยหัวเฉียว และคณะจากประเทศจีนที่มาเยี่ยมชมสภา ขณะนี้กําลังพิจารณาปัญหาราคายางพาราตกต่ํา เชิญท่านสมบูรณ์ครับ ขออนุญาตกราบเรียนว่ามีหลายเรื่องหลายมาตรการที่เราสามารถเอาไปช่วยในการทําให้ ราคายางพาราสูงขึ้น ท่านครับ มันเกี่ยวข้องกับปัจจัยอะไรบ้าง ๑. ก็คือเรื่องของปริมาณ ประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกขณะนี้นะครับ จากเดิมจังหวัดที่สามารถปลูกยางพาราได้ โดยส่วนใหญ่จะเป็นจังหวัดที่อยู่ติดกับทะเลครับ เพราะฉะนั้นพื้นที่ภาคใต้จึงเป็นพื้นที่ ที่เหมาะสม พื้นที่ภาคตะวันออกจึงเป็นพื้นที่ที่เหมาะสม แต่ปัจจุบันท่านประธานก็คงทราบ แม้จังหวัดของท่านประธานเองก็มีคนปลูกยางพารากันเยอะ ปัจจุบันมีการสํารวจว่ามียางพารากัน ถึง ๑๘ ล้านไร่เศษในเมืองไทย เป็นพื้นที่ภาคใต้เสีย ๑๑ ล้านไร่เศษ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ๓.๓ ล้านไร่ ภาคตะวันออก ๒,๐๐๐,๐๐๐ ไร่ ภาคเหนือประมาณ ๘.๕ แสนไร่ ทั่วประเทศละครับ ท่านประธาน จะเห็นว่านี่คือพื้นที่ปลูกยางพาราทั่วทั้งประเทศ แน่นอนครับเมื่อพื้นที่ปลูกมากขึ้น ทําให้ปริมาณผลผลิตก็มากขึ้นตามลําดับเช่นเดียวกัน ส่วนสําคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือความรู้ ทางด้านการวิจัยของกรมวิชาการการยางครับท่านประธาน ทําให้ผลผลิตของการผลิต ยางพาราขณะนี้มีปริมาณสูงขึ้นจากเดิมอัตราเฉลี่ยไร่ละประมาณ ๑๕๐ กิโลกรัมต่อปี เมื่อปี ๒๕๕๑ เกษตรกรมีผลผลิตถึง ๒๗๘ กิโลกรัมต่อปี และโดยเฉพาะเป้าในปีนี้ ของกรมวิชาการการยางก็คือ ๓๐๖ กิโลกรัมต่อปีครับท่านประธาน แน่นอนครับพอผลผลิต มันมีมากพื้นที่ปลูกก็มาก ปริมาณของมันก็เยอะ พอปริมาณของมันเยอะถ้าเกิดกรณี ความต้องการน้อยราคายางก็จะลดลงถูกไหมครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นในการที่ จะแก้ปัญหาราคายางพาราผมเลยบอกว่าไม่เพียงแค่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ที่ดูแลเรื่องการผลิตเท่านั้น มันมีอีกเยอะครับ วันนี้รัฐบาลมอบให้รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นคนดูแลเรื่องปัญหาราคายางพารา ดูแลด้านเดียว อย่างไรครับ เช่นวันนี้ให้มีการเก็บสต็อกยาง ท่านประธานครับ เมื่อปริมาณยางมันออกสู่ ท้องตลาดมาก ท่านประธานคงทราบนะครับประเทศไทยผลิตยางพาราปีประมาณ ๓,๕๐๐ ล้านกิโลกรัมต่อปี ส่งออกไปเฉลี่ยประมาณ ๓,๐๐๐ ล้านกิโลกรัมต่อปีก็แล้วกันครับ ท่านประธาน ๓,๐๐๐,๐๐๐ ตัน หรือ ๓,๐๐๐ ล้านกิโลกรัม เมื่อปริมาณส่งออกมันมากนี่ ทําให้ราคามันก็น้อยทั้ง ๆ ที่ตลาดโลกมีความต้องการถึง ๙,๐๐๐,๐๐๐ ตันนะครับ ประเทศไทยส่งออกเพียงแค่ ๓,๐๐๐,๐๐๐ ตัน น่าจะทําให้มีราคาสูงขึ้น แต่เนื่องจาก การบริหารงานไม่เป็นระบบ ไม่บูรณาการกัน ทําให้ราคายางมันลง แต่พูดว่ารัฐบาล กําลังดําเนินนโยบายสิ่งแรกก็คือการเก็บสต็อกยาง เก็บสต็อกยางก็คือนโยบายที่ทุกรัฐบาล พยายามที่จะแก้ปัญหาด้วยวิธีนี้ พี่น้องประชาชนโดยส่วนใหญ่พอไปตัดยาง ไปกรีดยาง เสร็จแล้วก็จะเอาน้ํายางสดไปขาย แน่นอนครับการขายน้ํายางสดก็เหมือนกับผีไปป่าช้าครับ ท่านประธาน ไปถึงพ่อค้ากําหนดราคาเองว่าวันนี้กิโลกรัมละ ๖๐ บาทนะ วันนี้กิโลกรัมละ ๗๐ บาทนะ ถ้าไม่ขายก็กลายเป็นขี้ยางครับบ้านผมเรียกเป็นยางก้อน เป็นยางที่ราคาก็น้อยลงไปอีกก็ต้องขาย เขาก็เลยบอกว่าอย่างนั้นเปลี่ยนมาทําเป็นยางแผ่น ท่านประธานอาจจะไม่เคยเห็นนะครับ ผมนี่เล็ก ๆ จะต้องขึ้นไปเอายางเข้าแม่พิมพ์ เสร็จแล้วต้องเอาน้ํายาฆ่ายางไปผสมแล้วก็นวดแล้วก็เข้าเครื่องจักรรีดออกมาเป็นแผ่น เพื่อเอาไปตากไว้รอราคาอย่างดี ในรัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ให้เงินโครงการดังกล่าวไปประมาณ ๘,๐๐๐ ล้านบาท ผลปรากฏใช้ไม่กี่ร้อยล้านบาทราคายางกลับสูงขึ้น แต่รัฐบาลนี้แปลกให้ไป ๑๕,๐๐๐ ล้านบาทแล้ว ผลปรากฏว่านโยบายในการเก็บสต็อกยางไม่เกิดประโยชน์ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร ท่านประธานครับ วันนี้เหตุผลที่เขาต้องการให้รัฐบาลมาฟังเพราะว่าเรื่องนี้ครับ ข่าวว่า ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ที่ลงไปสู่เกษตรกรไม่ถึงมือเกษตรกรจริง ๆ คล้าย ๆ กับโครงการรับจํานําแล้วครับ ท่านประธาน มันกลายเป็นว่าถึงมือเกษตรกรเพียงแค่ ๓๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ เรื่องยางพารา ก็เหมือนกันไปขายรัฐบาลซื้อในราคา ๑๐๐ บาทกับ ๑๐๔ บาทแต่ชาวบ้านขายได้จริงตอนนี้ ก็คือประมาณ ๗๐ บาท ส่วนต่างตรงนี้แหละท่านประธานน่าจะตาม โดยเฉพาะท่านประธาน เคยเป็นประธานคณะกรรมาธิการดูแลเรื่องงบประมาณน่าจะตามตรงนี้ครับ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท มีข่าวว่ามีการทุจริตเกิดขึ้น วิธีที่จะทําให้ราคายางสูงขึ้นอีกอย่างก็คือลดพื้นที่ปลูกครับ ประเทศไทยเลยมีกองทุนสงเคราะห์การทําสวนยางครับ เราคิดว่าถ้าเกิดยางที่มันแก่แล้ว ให้ผลผลิตน้อยเราก็โค่นเสีย อายุ ๒๕ ปีเป็นต้นไปให้ปริมาณน้ํายางน้อยก็โค่น ในระหว่างที่โค่น แน่นอนครับ ๖-๗ ปีจะไม่มียาง พี่น้องประชาชนไม่รู้เอาอะไรกิน กลุ่มนี้ครับ สกย. ซึ่งเก็บเงิน จากการส่งออกเรียกว่าเงินเซส (CESS) เอามาไว้เป็นเงินสงเคราะห์การทําสวนยางซึ่งได้ ๑๖,๐๐๐ บาทต่อไร่ เขาก็โค่นกันปีละ ๒๐๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ ไร่เป็นเงินของกองทุน สงเคราะห์การทําสวนยางซึ่งปีนี้มีเงินเหลือเยอะ ก็เป็นนโยบายหนึ่งที่ทางรัฐบาลก็พยายาม ที่จะให้พี่น้องประชาชนทั้งประเทศตอนนี้โค่นสัก ๖๐๐,๐๐๐ ไร่ ท่านประธานถามว่าถ้าโค่น ๖๐๐,๐๐๐ ไร่เป็นอย่างไรครับปริมาณยางลดลงแน่นอน แต่ว่าท่านประธานลืมไปอย่างหนึ่ง ก็คือมันไม่ได้ปลูกแค่เมืองไทย ท่านประธานจะไปบอกเกษตรกรว่าโค่นเสียสัก ๖๐๐,๐๐๐ ไร่ แต่ประเทศจีน ประเทศเวียดนาม ประเทศกัมพูชา ประเทศอินโดนีเซีย ประเทศมาเลเซีย เขาไม่ได้โค่นด้วย ตรงนี้แหละครับการแก้ปัญหาราคายางพาราจึงไม่ใช่อยู่แค่รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มันอยู่ที่กระทรวงการต่างประเทศด้วย มันอยู่ที่กระทรวงพาณิชย์ด้วย ว่าท่านจะจับมืออย่างไรกับประเทศอินโดนีเซีย ประเทศมาเลเซียว่าเราตกลงใจกันว่าเราจะโค่น ยางพารา เราจะจํากัดพื้นที่ปลูกยาง แล้วท่านประธานคิดไหมวันนี้ราคายางสมมุติว่าอยู่เป็น ๑๐๐ บาทแล้วให้บ้านท่านประธานโค่นท่านประธานโค่นไหม ท่านประธานก็ไม่โค่น แต่ถ้าเกิด ตกลงกันทั้งประเทศว่าวันนี้ประเทศไทยควรจะลดการผลิตยางพาราโดยการโค่นยางพาราเก่า ทิ้งลงไปนี่ถ้าเป็นข้อตกลงเราก็ทําได้ แต่วันนี้ถ้าทําแต่ท่านท่านก็โดนด่าอย่างเดียว การขายตัดราคา เมื่อตอนสมัยรัฐบาลท่านชวน หลีกภัย ราคายางเคยขึ้นเกิน ๒ เหรียญสหรัฐอเมริกาครับ สมัยนั้นรถกระบะออกกันเต็มเลย ราคายางจริง ๆ ในประเทศไทยขึ้นสูงจริง ๆ ในชีวิตผม ตั้งแต่เป็นเด็กมาจนโตขนาดนี้ สมัยรัฐบาลท่านชวน หลีกภัย อยู่ครั้งหนึ่ง ในสมัยท่านทักษิณ อยู่ครั้งหนึ่ง แล้วก็ขึ้นสูงสุดก็คือสมัยท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ สมัยนั้นผมทราบว่า ท่านรัฐมนตรีอาคมดูแลเรื่องยางพาราต้องเดินทางไปประเทศอินโดนีเซีย ต้องไปประเทศมาเลเซีย ไปทําข้อตกลงกัน ถึงแม้เราผลิตยางอันดับสูงของประเทศของโลกแต่เราก็ต้องร่วมมือกัน ควบคุมเรื่องพื้นที่ปลูกแล้วเรื่องราคาเราอย่าตัดราคากัน ไม่ใช่ประเทศจีนขอซื้อมาที่ประเทศไทย ผลปรากฏว่าประเทศอินโดนีเซียบอกว่าซื้อที่เราไหมเราลดราคาให้ แน่นอนครับมันก็เจ๊งกัน ทั้งประเทศ เจ๊งกันทั้งโลก สุดท้ายก็คือเรื่องการเพิ่มการใช้ในประเทศ ท่านประธาน ต้องยอมรับว่ายางพารา ๓.๕ ล้านตันต่อปีใช้ในประเทศน้อยมากประมาณแค่ ๕๐๐,๐๐๐ ตัน วันนี้โชคดีครับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมอยู่พอดี เขามีการวิจัยว่าถ้าเกิดเอาน้ํายาง ไปผสมกับยางมะตอยจะทําให้ถนนนิ่มขึ้น การเสียดสีระหว่างล้อรถยนต์กับพื้นถนนจะทําให้ การเสียดสีน้อยลง ตรงนี้ละครับรัฐมนตรีไปกําหนดเลยว่าการลาดยางทั่วประเทศไทย ในงบประมาณปี ๒๕๕๖ ที่จะถึงนี้ให้มีการผสมยางพาราลงไปด้วย แน่นอนครับทําให้มูลค่า ของยางพาราสูงขึ้น แต่ถามว่าท่านจะทําไหม ท่านอาจจะรับฟังไว้ตรงนี้ แต่ว่าพอไปทําจริง ๆ อาจจะทําไม่ได้ มีการวิจัยมูลค่ายางพาราเพิ่มขึ้นเยอะครับ บางคนเอายางพารามาทําครีมหน้าเด้ง ไปทําถุงมือ ไปทําถุงยาง เยอะแยะครับ ทําอย่างไรที่เราจะกระตุ้นการใช้ภายในประเทศ แน่นอนครับ ทําให้ราคายางพาราสูงขึ้นแน่นอน เพราะฉะนั้นผมเลยเรียนท่านประธานว่าวันนี้การนําเสนอ ญัตติมาตรการการแก้ไขปัญหาราคายางพาราจึงไม่เพียงแค่ใช้รัฐมนตรีคนเดียวแก้ปัญหาได้ ไม่สามารถใช้รองนายกรัฐมนตรีคนเดียวแก้ปัญหาได้ และโดยเฉพาะท่านรองนายกรัฐมนตรี ที่ดูแลเป็นประธานคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ ท่านกิตติรัตน์ ณ ระนอง เหมือนที่ ท่านอาคมพูดถึงครับ ท่านเป็นหลานของพระยารัษฎานุประดิษฐมหิศรภักดี (คอซิมบี้ ณ ระนอง) เจ้าเมืองตรังบ้านผม คนนํายางพาราเข้ามา เพราะฉะนั้นท่านไม่มีบทบาทเลยครับ ท่านไม่เคยลงมาดูเรื่องราคายางพาราเลย สมัยท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านมอบหมายให้ ท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ ซึ่งท่านเข้าใจเรื่องนี้ ท่านเป็นประธานคณะกรรมการ ท่านสามารถ เรียกทุกกระทรวงมาได้ที่มันเกี่ยวข้องกับปัจจัยการผลิต ปัจจัยการขาย เหมือนที่ผมอภิปราย ให้ท่านประธานฟังนี่ครับ เรียกทุกหน่วยงานมา แต่ให้รัฐมนตรีเต้นเรียกไม่มีใครมา จะให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมมานั่งฟังรัฐมนตรีเต้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมบอก กูไม่ฟัง ขออภัยนะครับ จะให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์มานั่งฟังรัฐมนตรีเต้น ไม่ฟัง แต่ถ้านายกรัฐมนตรีเรียก รองนายกรัฐมนตรีเรียก แน่นอนครับวันนี้เรื่องการหาตลาด เราไม่เพียงแค่อยู่ที่ประเทศจีน ไม่เพียงแค่อยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น ไม่เพียงแค่อยู่ที่ยุโรปแล้ว เราต้องไปประเทศสหรัฐอเมริกา เราต้องไปประเทศแอฟริกา เราต้องไปประเทศอินเดีย ซึ่งมีประชากรมาก เทคโนโลยีเขาเริ่มสูงขึ้นเขาใช้ยางพารามากขึ้น ส่งรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ไปสิ นายกรัฐมนตรีสั่งได้ไหมครับ นายกรัฐมนตรีสั่งได้ แต่นายเต้น สั่งได้ไหม นายเต้นสั่งไม่ได้ นายเต้นเลยต้องไปเผาป่าอยู่ ตรงนี้คือความผิดของทางรัฐบาล เราเลยบอกว่าถ้าเราตั้งคณะกรรมาธิการเราจะได้เชิญคนที่มีความรู้ความชํานาญในแต่ละเรื่อง มาแก้ปัญหา ผมฝากถึงท่าน ส.ส. ฝ่ายรัฐบาลนะครับ วันนี้ถ้าคิดว่ายังละเลย คิดว่าไม่เป็นไร มันเป็นปัญหาโดยส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่ของคนภาคใต้ ท่านคิดผิดนะครับ นี่เป็นปัญหา ของประเทศว่ายางพารามันอยู่ทั่วทั้งประเทศ ถึงแม้ว่าจะเป็นของภาคใต้ก็แล้วแต่นะครับ ขอให้ท่านคิดถึงว่านี่คือคนไทยทั้งประเทศ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ลงมาช่วยพี่น้องยางพารานะครับ ผมขอความกรุณาจากทางรัฐบาลได้ช่วยแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนครับ ขอบคุณครับ ท่านประธาน
ต่อไปเจ้าของญัตติที่ ๒ นะครับ เชิญคุณหมอบัญญัติ ท่านสมาชิกท่านใดมีความประสงค์ จะขออภิปรายช่วยกรุณาแจ้งชื่อด้วยนะครับ เพราะจะได้ขานชื่อก่อน ท่านจะได้เตรียมตัว ได้ถูกนะครับ เชิญคุณหมอบัญญัติครับ