สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๕

นิวัฒน์ธํารง บุญทรงไพศาล หารือเรื่องคอร์รัปชันในประเทศไทย โดยชี้ว่าประเทศไทยมีคะแนน 3.2-3.8 ในการประเมินคอร์รัปชัน 10 ปีที่ผ่านมา และไม่ได้เลวร้ายลง นอกจากนี้ยังเรียกร้องการความช่วยเหลือจากทุกภาคส่วนในการลดการทุจริตและเพิ่มความโปร่งใสในการลงทุนและการค้า โดยมีเจตนารมณ์ตั้งแต่ต้น และได้แถลงไว้เป็นนโยบาย แต่ไม่ยอมยกเว้นกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง และขอให้สมาชิกสภาไปยื่นเรื่องต่อหน่วยงานที่ตนเองไว้วางใจ

นายนิวัฒน์ธํารง บุญทรงไพศาล รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี

กราบเรียนท่านประธานครับ เรื่องเอาจริงกับกลุ่มคนนี่นะครับผมได้กล่าวไปตั้งแต่ต้น แล้วก็เป็นวัตถุประสงค์ เป็นเจตนารมณ์ของรัฐบาลตั้งแต่ต้นว่าทุกหมู่เหล่า นักการเมือง ข้าราชการ ทุกคนที่ทําเกี่ยวกับเรื่องทุจริตนะครับ เพราะฉะนั้นท่านไปจับประเด็นการพูด ครั้งใดครั้งหนึ่งมาหรืออะไรต่ออะไรอย่างนี้อาจจะไม่ได้พูดครอบคลุมถึง แต่ว่าต้องดูความตั้งใจ และเจตนารมณ์ของรัฐบาลที่ประกาศไว้ตั้งแต่ต้น แล้วจริง ๆ เรื่องนี้ก็ได้แถลงไว้ เป็นนโยบาย ได้แถลงไว้ที่นี่เมื่อวันที่ ๒๓ สิงหาคม ปี ๒๕๕๔ ทุกท่านก็เข้าใจอยู่แล้วนะครับ เพราะฉะนั้นต้องเรียนว่ามิได้ยกเว้นบุคคลใดบุคคลหนึ่งหรือว่าอาชีพใดอาชีพหนึ่ง นักการเมืองอยู่ในนี้ด้วยครับ แล้วถ้าท่านเห็นว่าทางรัฐบาลไม่เอาจริงเอาจังถ้าท่านไปได้ เบาะแสนี่นะครับ ขอกราบเรียนท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับว่าท่านสามารถที่จะยื่นเรื่อง ให้กับหน่วยงานที่ท่านไว้วางใจได้ จริง ๆ หน่วยงานทั้งหลายมีตั้งหลายหน่วยงานเกี่ยวกับ เรื่องทุจริต ก็มีทั้ง ป.ป.ท. ป.ป.ช. และหน่วยงานอื่น ๆ ท่านไว้ใจหน่วยงานไหนท่านก็ไปยื่นเรื่อง กับหน่วยงานนั้น ๆ ได้ แล้วก็ทางราชการ ทางท่านนายกรัฐมนตรีก็ดี ทางข้าราชการ ก็ต้องปฏิบัติครับ ถ้าไม่ปฏิบัติก็โดนมาตรา ๑๕๗ ถูกต้องไหมครับ เพราะฉะนั้นไม่มีการยกเว้น กลุ่มใด แล้วมันก็ยกเว้นไม่ได้ครับ ถ้าท่านได้เบาะแสมาและยื่นเรื่องไปแล้วต้องปฏิบัติ ต้องทําต่อให้จบ เพราะฉะนั้นต้องเรียนอย่างนั้นนะครับ

ส่วนอีกเรื่องหนึ่ง เรื่องเกี่ยวกับ ป.ป.ช. ชี้มูลอะไรต่ออะไรอย่างนี้นะครับ ผมว่าจริง ๆ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ ถ้าเรามองทุกคนนะครับ ไม่ได้มองท่านยงยุทธคนเดียว ก็มีคนที่ถูก ป.ป.ช. ชี้มูลหลายคนและยังดํารงตําแหน่งอยู่ ในห้องนี้ก็มีนะครับ เพราะฉะนั้น ผมว่าเราต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกภาคส่วน และอยากจะเรียนว่าเรื่องภาพลักษณ์ ของประเทศเป็นเรื่องสําคัญครับ เรานี่คุยกันเรื่องทุจริตคอร์รัปชันทําเป็นเรื่องราวใหญ่โต ซึ่งผมว่าเราต้องดูตรงนี้ด้วยครับว่าสิ่งที่เราพูดนี้มีข้อเท็จจริงมากน้อยเพียงใด ได้ดูแล้ว ครบถ้วนหรือไม่ ได้ดูตลอดแนว ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ๓ ปี ๕ ปี ๑๐ ปีหรือไม่ แล้วดูว่า มันเลวลงจริงไหม เพราะว่าการที่เรามาพูดเรื่องนี้มาก ๆ โดยที่อาจจะไม่ใช่เป็นข้อเท็จจริง ที่ชัดเจนมันเสียถึงภาพลักษณ์ของประเทศด้วย ต่างประเทศที่จะมาลงทุนหรือทํามาค้าขาย กับประเทศไทยเราก็อาจจะหยุดชะงักด้วยข้อมูลที่เราให้ ผมอยากจะกราบเรียนในที่ประชุม ดังนี้นะครับว่าจริง ๆ เรามีสถิติข้อมูลครับ ทําโดยต่างประเทศด้วยซ้ํานะครับ ที่เขาทํากัน ออกมาว่าจริง ๆ แล้วประเทศไทยวันนี้ อันนี้มาจากข้อมูลของทรานสแพเรนซี อินเตอร์เนชันแนล (Transparency International) เป็นหน่วยงานอิสระของต่างประเทศ สํานักงานใหญ่อยู่ที่ประเทศเยอรมนี มีสมาชิกถึง ๑๒๐ ประเทศทั่วโลก มีสถิติเลยครับ ประเทศไทยเรื่องคอร์รัปชันเปรียบเทียบกับต่างประเทศนี่ ๑๐ ปีย้อนหลังเลยครับ ปรากฏว่า ประเทศไทยอยู่อันดับนี้ประมาณ ๗๐-๘๐ มา ๑๐ ปีแล้วครับ แล้วก็คะแนนอยู่ในระดับ ๓.๒ จนถึง ๓.๘ ก็มี ถ้าท่านสนใจเอกสารนี้เดี๋ยวผมฝากไว้ที่ท่านประธานนะครับ ในช่วง ๑๐ ปีนี้ คะแนนที่สูงที่สุดมีอยู่ ๓.๖ ๓.๘ และ ๓.๖ อยู่อันดับ ๖๐ กว่า ในช่วงปี ๒๕๔๗ ปี ๒๕๔๘ และปี ๒๕๔๙ ช่วงนั้นเป็นช่วงนายกรัฐมนตรีทักษิณ แต่ว่านอกจากนั้นจนมาถึง ปีก่อนหน้าโน้นปี ๒๕๕๒ คะแนน ๓.๔ อันดับที่ ๘๔ ปี ๒๕๕๓ ลําดับที่ ๗๘ คะแนน ๓.๕ ปี ๒๕๕๔ ซึ่งออกรายงานเมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี ๒๕๕๔ เราอยู่ที่อันดับ ๘๐ จากคะแนน ๓.๔ คะแนนเต็ม ๑๐ นะครับ ประเทศไทยอยู่ประมาณนี้มา ๑๐ ปีแล้วครับ อยู่อันดับประมาณนี้ มาประมาณ ๑๐ ปีแล้ว เพราะฉะนั้นไม่ได้เลวร้ายลง ข้อมูลปี ๒๕๕๔ จริง ๆ แล้วก็มี ๒ รัฐบาล

ต่อไปมีอีกข้อมูลหนึ่งที่ผมนํามาด้วย เป็นอีกข้อมูลหนึ่งที่สํานักงานอยู่ที่ ฮ่องกงครับ รายงานชื่อเพิร์ก (PERC) โพลิติคอล แอนด์ อีคะนอมิค ริสค์ คอนซัลแทนซี (Political and Economic Risk Consultancy) บอกว่าอย่างนี้ครับ ในอาเซียน (ASEAN) เรานี่เขาทํามา ๑๖ ประเทศรวมอาเซียนอยู่ด้วย ประเทศไทยเราอยู่อันดับ ๓ หลังจาก ประเทศสิงค์โปร์ ประเทศมาเลเซีย และประเทศไทย คะแนนเรื่องทุจริตดีขึ้นนะครับ เรื่องความโปร่งใสดีขึ้น อันนี้เขาใช้คะแนนต่างกันนะครับ ทุจริตของประเทศไทยลําดับของเพิร์ก เขาให้คะแนนการทุจริตไปอยู่ที่ ๗.๖ ๗.๓ ๗.๕ ในปี ๒๕๕๒ ปี ๒๕๕๓ ปี ๒๕๕๔ ปี ๒๕๕๒ ๗.๖ ปี ๒๕๕๓ ๗.๓ ปี ๒๕๕๔ ๗.๕ ปีนี้ครับ ปี ๒๕๕๕ เขาให้ ๖.๕๗ คอร์รัปชันน้อยลง อันนี้ของเพิร์ก ผมเลยกราบเรียนอย่างนี้ครับว่ายังมีข้อมูลสถิติอีกเยอะเลย ประเทศไทยก็ทํา ผมว่าสิ่งที่สําคัญของเราตรงนี้คือว่าเราดูข้อมูลทั้งหมดแล้วเราให้ใจเป็นธรรม เรามองภาพลักษณ์ชื่อเสียงของประเทศชาติ ผมเชื่อว่าถ้าเราช่วยกันนะครับ แน่นอนที่สุด เรื่องทุจริตคอร์รัปชันเป็นวาระแห่งชาติ ทุกภาคส่วนควรจะร่วมกัน ทุกภาคส่วน ทั้งนักการเมือง ทั้งข้าราชการ ทั้งนักธุรกิจ พี่น้องประชาชนรวมทั้งสื่อมวลชนช่วยกัน ทําให้ประเทศไทยดียิ่งขึ้นครับ ถ้าเราช่วยกันทําให้ความโปร่งใสมีมากขึ้น เรื่องการลงทุนการค้า ทั้งหลายกับประเทศไทยตอนนี้เราต้องแข่งนะครับ ไม่ใช่แข่งเฉพาะในอาเซียน แข่งกับโลกด้วย เพราะฉะนั้นสิ่งนี้เป็นสิ่งที่สําคัญ ผมจึงขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับว่าสิ่งเหล่านี้ เป็นสิ่งซึ่งเราควรที่จะพิจารณาดําเนินการต่อไปในอนาคต ขอบพระคุณครับ