สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๓ · ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๕

พรเพ็ญ บุญศิริวัฒนกุล หารือเรื่องปัญหาบุคลากรสาธารณสุข และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะการขาดแคลนบุคลากรทางด้านสาธารณสุข และเรียกร้องให้ดำเนินการบรรจุพยาบาลเป็นข้าราชการอย่างเร่งด่วน

นางพรเพ็ญ บุญศิริวัฒนกุล ชัยภูมิ

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางพรเพ็ญ บุญศิริวัฒนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นดิฉันต้องขอขอบคุณอดีตท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ที่ได้น้านโยบายโครงการ ๓๐ บาทรักษาทุกโรคมาใช้กับประชาชน ท้าให้ประชาชนได้รับการรักษา การพยาบาล ได้อย่างดีเยี่ยม ทั่วถึง ถ้วนหน้า ยังมาซึ่งความสุขแล้วก็ความสบายใจกันทั่ว ๆ ไป แล้วก็ต้อง ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีคุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว ที่เป็นห่วงเป็นใยในปัญหาบุคลากร สาธารณสุข เพราะเรื่องนี้มีผลต่อประชาชนของพวกเราเต็ม ๆ คือถ้านักรบมีขวัญ และมีก้าลังใจ มีความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ ผลที่ได้รับก็คือความที่เราจะต้องชนะ บุคลากรทางด้านสาธารณสุขเขาก็เปรียบเสมือนนักรบ คือต้องรบกับเชื้อโรค มีผลคือถ้าเผื่อ เชื้อโรคนั้นชนะเขาก็มีผลท้าให้เขาเสียชีวิตได้ ไม่ใช่เสียเฉพาะเขา ผู้ป่วยก็จะได้รับผลนั้นด้วย จริงอยู่อันความกรุณาปรานีจะมีใครบังคับก็หาไม่ หลั่งมาเองเหมือนฝนอันชื่นใจ จากฟากฟ้า สุราลัยสู่แดนดิน ถ้าเราเจอปัญหากดดัน ความไม่เป็นธรรมต่าง ๆ เกิดขึ้น ฝนฟ้ามันก็คง จะไม่ตกต้องตามฤดูกาล เพราะฉะนั้นในเมื่อเจอความไม่เป็นธรรมเราก็ขอให้ช่วยกัน เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นถ้าเป็นสิ่งที่ดีมันก็คือผลประโยชน์ที่จะได้กับประชาชน ท่านประธานคะ การขยายเพิ่มงานขึ้น แต่ไม่ได้เพิ่มบุคลากรนั้น ท้าให้อาชีพแพทย์ อาชีพพยาบาล อาชีพ สาธารณสุขจะต้องท้างานหนักมากขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะอาชีพพยาบาลซึ่งดิฉัน ก็เคยเป็นมาก่อน เป็นอาชีพที่ล้าบากหนักหน่วงอย่างแสนสาหัส แถมยังเป็นอาชีพ ที่ต้องเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายอยู่ตลอดเวลา เราต้องอยู่กับผู้ป่วย ตั้งแต่เขาเกิดจนกระทั่งเขาตาย แล้วเราก็ต้องอยู่ข้างเขาตลอดเวลา เราต้องเจอเชื้อโรคต่าง ๆ เจอสารพัด ไม่ต้องส้าส่อน ทางเพศเราก็สามารถเป็นเอดส์ (AIDS) ตายถ้าเผื่อเราเป็นพยาบาลหรือคนที่จะต้องดูแล คนไข้ที่เป็นโรคต่าง ๆ ไม่ใช่เฉพาะโรคเอดส์ สารพัดโรคที่เราจะได้รับได้ง่าย ๆ หลายครั้งที่พยาบาลต้องท้างานแทนแพทย์ หรือไม่ท้าแทน แม้กระทั่งคนงานเพื่อให้เกิดความสุขสบายกับผู้ป่วย เพื่อให้เขามีสุขภาพพลานามัยที่ดี ให้เขามีความสุข ให้เขาหายจากการเจ็บไข้ได้ป่วย พยาบาลยอมท้าทุกอย่างเพื่อให้ยังมา ซึ่งความสุขของผู้ป่วย ท่านประธานคะ เวลาร่างกายมันเจ็บป่วยมันก็มีผลถึงจิตใจค่ะ พอจิตใจป่วยอารมณ์ที่ไม่ดีมันก็จะออกมา พยาบาลก็ต้องเป็นที่รองรับอารมณ์ด้วย เราจะต้องรองรับจากผู้ป่วย ญาติผู้ป่วย ผู้ร่วมงาน สารพัดที่จะมากดดัน การกระทบกระทั่ง ต่าง ๆ มันก็จะเกิดขึ้นง่าย แต่พยาบาลถูกปลูกฝังมาให้เรามีความเมตตา กรุณา ปรานี เราก็ก้มหน้าก้มตาท้างานของเราไปเรื่อย ๆ แต่ทีนี้ถ้าเผื่อหันดูเพื่อน เอ๊ะ อาชีพแบบเดียวกัน งานก็ไม่ได้หนักหนาสาหัสเหมือนเราแต่ท้าไมได้รับสวัสดิการที่ดีกว่า รับผลประโยชน์ตอบแทน ที่ดีกว่า ความถดถอยมันก็เกิดขึ้นค่ะ มันเกิดขึ้น แล้วก็พอความถดถอยเกิดขึ้น พลังใจในการท้างานมันก็ต้องลดลงเพราะเขาก็คือปุถุชนธรรมดา คือเรื่องมีตั้งแต่ปี ๒๕๔๓ หลังเกิดสถานการณ์วิกฤติทางด้านเศรษฐกิจไอเอ็มเอฟ (IMF) กระทรวงสาธารณสุข ก็ได้มีการยกเลิกการบรรจุนักเรียนพยาบาลทุกสายงาน ยกเว้นสายงานแพทย์ ทันตแพทย์ พยาบาลที่เรียนจบตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ จึงไม่ได้เป็นข้าราชการ เป็นที่เสียหายนะคะ เพราะถ้าไม่ได้เป็นข้าราชการก็ไม่สามารถที่จะเรียนต่อได้ ขาดการพัฒนา ทางด้านความรู้ความสามารถ แทนที่เราจะได้พยาบาลที่มีความรู้เฉพาะโรค เฉพาะทาง คือไม่ใช่มีหน้าที่มาแค่เช็ดตัวหรือท้าความสะอาดเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้กับเขาเท่านั้นนะคะ เราจะต้องให้ความรู้ ให้การแนะน้า เพื่อให้ผู้ป่วยปฏิบัติตนให้ถูกต้อง ให้ดี เพื่อที่เขาจะได้ หายต่อโรคภัยนั้นได้เร็ว ๆ ไม่ได้รับการพัฒนาทางด้านความรู้ความสามารถ แล้วที่ส้าคัญ ถ้าเผื่อเราไม่ได้เป็นข้าราชการโอกาสที่จะเป็นผู้บริหารก็ไม่มี ก็ไม่ได้ ผลเสียหายแทนที่จะ เกิดกับพยาบาลลามไปถึงประชาชนนะคะ แทนที่จะได้รับการพยาบาลที่ดีที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ ก็เป็นแค่ขั้นพื้นฐานเท่านั้นเอง พอเรียนจบไม่ได้เป็นข้าราชการก็ไปเป็นลูกจ้างตามโรงพยาบาล ที่สามารถจ้างเขาได้ แล้วก็เป็นจ้านวนที่ไม่เกินกรอบที่โรงพยาบาลนั้นมีอยู่ มีทุนเริ่มต้น ส่วนใหญ่นักเรียนทุนก็มาจากภาคกลาง แต่พอเรียนจบส่งไปอยู่ภาคอีสานมันก็เกิดอาการ ที่มันข้ามฝักข้ามฝ่ายเขาก็ไม่สะดวกสบายเท่าที่ควร พอถึงปี ๒๕๔๘ ไม่มีการให้ทุนเรียนเลย เรียนจบเลือกไปท้างานตามใจชอบ ร้อยละ ๗๐ ไปอยู่กับเอกชน มีบางส่วนที่โรงพยาบาล จ้าเป็นที่ต้องจ้างด้วยเงินบ้ารุงของโรงพยาบาลก็ต้องให้ทุนนักเรียนพยาบาลเพื่อให้มีจ้านวน บุคลากรเพียงพอที่จะให้การบริการกับประชาชน ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับศักยภาพของแต่ละ โรงพยาบาลนั้น ๆ พอถึงปี ๒๕๔๙ เป็นต้นมา พยาบาลจึงกลายเป็นลูกจ้างชั่วคราว การบรรจุขึ้นกับว่าแต่ละจังหวัดจะมีศักยภาพในการบริหาร มีขึ้นเงินเดือนแข่งขันกัน จูงใจกันที่จะให้พยาบาลมาอยู่กับตน เป็นผลให้พยาบาลส่วนใหญ่ก็จะมาอยู่โรงพยาบาลใหญ่ ๆ ไม่มีใครที่จะอยากล้าบากมากมายไปอยู่โรงพยาบาลเล็กนะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โรงพยาบาลระดับต้าบล อย่างเช่นต้าบลของบ้านดิฉันแทบจะต้องกราบต้องไหว้อ้อนวอน ให้มีพยาบาลมาอยู่ ท่านคะ บางสิ่งบางอย่างเราไม่จ้าเป็นที่จะต้องไปถึงโรงพยาบาลใหญ่ อย่างเช่นเป็นโรคเบาหวานมีการตรวจเบาหวาน ตรวจเบาหวานนี่ต้องงดข้าว งดน้ามานะคะ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต้าบลไม่มีพยาบาลท้าให้ต้องไปโรงพยาบาลอ้าเภอไกลออกไป อดข้าว อดน้าเป็นวัน นี่คือผลเสียหายที่เกิดขึ้นกับประชาชน ไหนจะป่วย ไหนจะต้องอดข้าว อดน้ากันเป็นวันนะคะ แล้วยิ่งส้าคัญนะคะความไม่เป็นธรรมเรื่องการขึ้นเงินเดือนก็ไปผูกมัด อยู่กับองค์กรอื่น คือดิฉันว่าไม่สมควรที่จะให้ ก.พ. มาดูแลเรื่องขั้นเงินเดือน เดี๋ยวอันนี้ จะเป็นค้าถามข้อที่ ๒ นะคะ ตอนนี้ก็ขอถามค้าถามข้อที่ ๑ เลยนะคะ

ค้าถามข้อที่ ๑ ขอเรียนถามผ่านท่านประธานไปนะคะ แนวทางในการแก้ปัญหา ขาดแคลนบุคลากรทางด้านสาธารณสุข การบรรจุให้พยาบาลเป็นข้าราชการจะบรรจุให้ จ้านวนเท่าไร เมื่อไร ต้องขอเร็วหน่อยนะคะเพราะว่าเป็นความล้าบากที่สะสมกันมานานแล้วค่ะ