สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๑ · ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๕

ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม หารือเรื่องปัญหาน้ำท่วมในภาคอีสานและเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและสร้างแหล่งน้ำ

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ท่านประธาน ที่เคารพครับ โดยข้อเท็จจริงก็ฟังเพื่อนสมาชิกทั้ง ๒ ซีกได้นำข้อเสนอติติงในเรื่องของน้ำ ในเรื่องของปัญหาอุทกภัย แล้วก็เผลอไปก็ด่ารัฐบาลบ้าง ก็โจมตีกันบ้างก็เป็นเรื่องปกติ ของเสน่ห์ของคำว่าประชาธิปไตย แต่ผมอยากเรียนอย่างนี้ครับท่านประธาน ผมเป็นผู้แทนมาจากที่ราบสูงของจังหวัดสุรินทร์ สมัยก่อนเขาบอกว่าไปสุรินทร์นั้นต้องกินน้ำตำ ไปบุรีรัมย์ต้องตำน้ำกิน มันหาน้ำที่จะดื่มที่จะกินนี้ยากจริง ๆ ก็เหมือนกับที่คนเฒ่าคนแก่ เขาว่าน้ำคือชีวิต ถ้าไม่มีน้ำชีวิตเราก็อยู่ไม่ได้ แม้กระทั่งว่าเบื้องต้นของการที่จะเกิด มีชีวิตขึ้นมาได้เราก็มีองค์ประกอบมาจากน้ำ ที่คนโบราณเขาบอกว่ามีธาตุอยู่ ๔ ธาตุ ก็คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าจริง ๆ แล้ว เมื่อสักครู่ก็ไม่ค่อย สบายใจนักที่เพื่อนผู้แทนราษฎรอีกซีกหนึ่งก็พยายามบอกว่ารัฐบาลนี้ดูแลไปทางภาคอื่น ไม่ได้ดูแลไปทางภาคใต้ก็ว่ากันไปครับเป็นวิถีทาง แต่ถึงอย่างไรก็แล้วแต่ภาคใต้ท่านก็ไม่ต้อง เป็นห่วง อย่างไรท่านก็ได้รับเลือกตั้งแน่นอน ผมมองว่ามันเป็นภาพรวมครับ ผมก็ไม่อยากที่จะ มาพูดว่าบ้านผมที่จังหวัดสุรินทร์ก็ไม่ได้รับการเหลียวแลเท่าที่ควรเพราะผมเข้าใจปัญหาว่า ๗๗ จังหวัดในประเทศนี้ แล้วก็หลายหมื่นกิโลเมตรของจำนวนบริเวณของประเทศมันย่อมที่จะ มีปัญหาเป็นเรื่องปกติ แม้กระทั่งว่าบ้านผมถ้าท่านประธานจำได้ เวลาผมหารือในตอนเช้า ผมจะพูดถึงปัญหาแหล่งน้ำเพราะผมคิดอย่างนี้ว่าคนอีสานบ้านผมนั้นเขาไม่ได้ขี้เกียจหรอก ท่านประธานก็แลเห็นเลยว่ากรุงเทพมหานครวันนี้ที่เจริญขึ้นมาได้ ส่วนใหญ่ก็มาจาก พี่น้องคนภาคอีสานที่มาประกอบอาชีพรับจ้าง มาประกอบอาชีพในการสร้างงาน ถามว่าทำไมเขาต้องมา เขาไม่อยากมาหรอกครับ แต่เขาไม่มีอาชีพอยู่ที่บ้าน เนื่องจาก ปัญหาอันดับแรกเลยพื้นที่ในภาคอีสานกว้างใหญ่ไพศาลแต่ไม่มีน้ำเพียงพอที่จะให้เขา ทำการเกษตรได้ วันนี้ถ้าหากว่าทางรัฐบาลหรือกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ๓-๔ กระทรวงหลัก กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ลองไปจัดการและดูแลในเรื่องแหล่งน้ำ เข้าจริง ๆ คิดถึงสมัยก่อน ท่านประจวบ ไชยสาส์น ขออภัยที่เอ่ยนามท่าน ไม่ได้เสียหาย ท่านเป็นนักการเมืองอาวุโสที่เคยอยู่มาทั้งพรรคประชาธิปัตย์ และเคยมาอยู่พรรคไทยรักไทย ของเรา แล้วมาเป็นพรรคเพื่อไทยในวันนี้ ท่านเคยคุยว่าทำอย่างไรถึงจะดึงแหล่งน้ำโขง ชี มูล ลงมาใช้ให้เป็นประโยชน์กับพี่น้องภาคอีสาน ถ้าวันนั้นทำอย่างนี้ได้ กรุงเทพมหานคร รถไม่ติดอย่างนี้หรอกครับ ผมเคยตำหนิสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ผมเคยดู สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติไม่ค่อยได้เขียนโครงสร้าง ไม่ค่อยได้เสนอ แผนงานในการสร้างงาน ในการสร้างแหล่งน้ำควบคู่กันไปในภาคอีสาน ผมถึงเคยบอก ผู้มีอำนาจที่เป็นรัฐมนตรีว่าท่านครับ วันนี้ท่านไม่ต้องไปขุดคลองใหม่หรอกครับ ยกเว้น คลองที่รัฐบาลจะขุดวันนี้เพื่อเตรียมป้องกันน้ำท่วม แต่ถ้าขุดคลองใหม่เพื่อการเกษตรแล้วไม่ต้อง แค่ไปลอกคลองต่าง ๆ ให้มันดีขึ้น เครือข่ายต่าง ๆของ ๒๕ ลุ่มน้ำของประเทศไทยทั้งหมดนั้น ให้มันดีขึ้น พวกฝาย พวกอ่าง พวกบ่อขนาดใหญ่ พวกสระขนาดใหญ่ให้มันดีขึ้นก็สามารถ เก็บกักรักษาน้ำไว้ใช้อุปโภคบริโภคได้อย่างดีแล้ว ผมเสียดายที่จังหวัดสุรินทร์บ้านผมครับ คิดว่าจังหวัดอื่นก็ไม่ต่างกัน เวลาน้ำท่วมครั้งหนึ่งน้ำก็หลากเข้ามาเต็ม แต่เวลาฝนแล้งนี่ เริ่มจะแล้งเข้าหนาวแล้ว เราไม่มีน้ำเก็บไว้ใช้เลย ผมถึงบอกว่าวันนี้รัฐบาลซึ่งผ่านมาแล้ว ผ่านมาอีก ผมก็ไม่ได้โทษรัฐบาลนี้ รัฐบาลที่แล้วผมก็ไม่ได้โทษ เพราะว่ามันกว้างใหญ่ ไพศาลจริง ๆ เพียงแต่ว่าเสนอไว้ว่าวันนี้ต้องมาช่วยกันทำอย่างจริงจังสักทีหนึ่งแล้วก็ไม่ต้อง ไปทำตรงนั้นนิดตรงนี้หน่อย ตรงนั้นนิดตรงนี้หน่อย เอาแหล่งเก่า ๆ เช่นจังหวัดสุรินทร์ เอาอ่างเก็บน้ำห้วยลำพอก เอาอ่างเก็บน้ำห้วยเสนง ๒ ที่ซึ่งเขาเรียกว่าเป็นหัวใจหรือแหล่งน้ำ ขนาดใหญ่ของจังหวัดสุรินทร์ ขุดลอก ดูดโคลนทุกปี จังหวัดสุรินทร์ก็ไม่มีปัญหา เรื่องแหล่งน้ำแล้ว เพราะแหล่งน้ำสาขานี่คลองซอยขนาดย่อยคลองที่มันไปสามารถมีทางน้ำไหลสะดวก ก็สามารถบริการไปถึงแล้ว ท่านประธานครับ ปัญหาของฝุ่นโคลนที่ลมพัดไปที่มันไป หมักหมม ๆ ถ้าหากว่าไม่ได้รับการดูแลภายใน ๑ ปี ๒ ปีเช่นอ่างเก็บน้ำลำพอกที่อำเภอศรีขรภูมิ ซึ่งเป็นเส้นเลือดหัวใจของคน ๓-๔ อำเภอครับ แต่ถ้าหากว่าตอนนี้ตื้นเขินหมดแล้ว เมื่อคราวรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ชูชีพ หาญสวัสดิ์ เมื่อปี ๒๕๔๕ ท่านได้ไปดูแลทำให้พี่น้องชาวไร่ชาวนาเกษตรกรวันนี้ได้อาศัยมา แต่ก็เริ่มที่จะตื้นเขิน หมดแล้วครับ เพราะฝุ่นโคลนเวลาน้ำหลากก็นำฝุ่นโคลนลงไปหรือฝุ่นโคลนที่พัดลอยลงไป อย่างนี้แหละครับ มันก็ทำให้มันตื้นเขินพอตื้นเขินแล้วไม่มีน้ำใช้ ผมก็เลยอยากฝาก กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ วันนี้ผมบอกกรมชลประทานที่จังหวัดสุรินทร์ บอกว่าคุณไม่ต้อง เสนอแหล่งน้ำใหม่มา บอกกรมพัฒนาที่ดินว่าคุณไม่ต้องเสนอสระใหม่มาไม่ต้องเสนอ พื้นที่ใหม่มา คุณแค่ไปบูรณะปรับปรุงพื้นที่เก่าแล้วก็ขอความร่วมมือจากองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นให้ทำรั้ว ให้ช่วยกันดูแลแล้วก็เอาต้นไม้ไปปลูก จริง ๆ นี่เราด่าแต่คนอื่น นักการเมืองก็ตัวดีครับท่านประธาน ขออนุญาตด่าพวกสักทีแล้วก็ด่าตัวเองด้วย เราได้แต่ตำหนิคนอื่นแต่ก็ไม่เชิญชวนคนอื่นเลย เพราะน้ำมันคู่กับต้นไม้ แล้วท่านประธาน ไปเห็นไหมครับบ้านนักการเมืองใหญ่ ๆ โต ๆ มีแต่ต้นไม้ขนาดใหญ่ทั้งนั้นที่เอาขุดกันมา แล้วมาสร้างบ้าน มาต่อเติมบ้านเรือนหลังใหญ่โตมโหฬาร นี่ก็แหล่งทำลายธรรมชาติ เวลาฝนมันแล้ง เวลาน้ำมันท่วมมันก็เกิดจากส่วนนี้เหมือนกัน วันนี้นักการเมืองทุกชั้น ทุกระดับต้องลงมาช่วยกัน นอกจากในเรื่องของการขุดลอก ในเรื่องของการป้องกัน ต้องมีด้วยเชิญชวนสิครับ ผมนี่ยังเป็นครูก็เชิญชวนนักเรียนปลูกต้นไม้ เชิญชวนนักเรียน ไปปลูกในวันสำคัญหรือไม่สำคัญว่าวันนี้ให้ช่วยกันปลูกต้นไม้ เพราะจะได้ช่วยกันดูแล วันนี้เรามาพูดกันแต่ปัญหาเรื่องแหล่งน้ำแต่เราไม่คุยกันเรื่องของปัญหาบริบทหรือของ ธรรมชาติ อยู่ไม่ได้หรอกครับ เพราะน้ำมันคู่กับการรักษา ถ้าเราไม่รักษาเชิงป่าไม้ เชิงสิ่งแวดล้อมที่ดี ๆ มันก็จะเจอสภาพอย่างนี้ไปตลอดครับ แล้วมันไม่มีวันหรอกครับ วันนี้ธรรมชาติกำลังจะเอาคืนเห็นไหมครับ อย่าว่าประเทศไทยที่น้ำท่วมปีที่แล้วที่เราได้ เอามาพูดกัน ประเทศสหรัฐอเมริกาเมื่อกี้ก็เอาไม่อยู่ เจอพายุกันจริง ๆ ประเทศญี่ปุ่น ก็เอาไม่อยู่ ที่ไหนก็เอาไม่อยู่ เพราะเราจะชนะธรรมชาติไม่ได้ น้ำท่วมข้างนอกเต็มบ้านเต็มเมือง ท่วมในสภานี้ครึ่งสภาก็ยังเอาไม่อยู่หรอกครับถ้าเราไม่มาช่วยกันทุกฝ่ายครับ แล้วโดยเฉพาะ พวกเราเป็นนักการเมืองด้วยกันวันนี้มันต้องช่วยกัน ต้องหาทางแก้ไข ต้องหาทางคิดในการ แก้ปัญหามันถึงจะรักษาธรรมชาติ แล้วน้ำมันจะแปลว่าคือชีวิตจริง ๆ ขอขอบพระคุณครับ ท่านประธาน