สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๑ · ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๕

เทพไท เสนพงศ์ เสนอญัตติที่จะแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในภาคใต้ โดยเฉพาะจังหวัดนครศรีธรรมราช และเรียกร้องให้รัฐบาลให้ความสำคัญและลงทุนในการป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่นั้น

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ต้องกราบเรียนกับท่านประธานว่าจริง ๆ ผมก็จะสละสิทธิในการที่จะอภิปราย เพราะว่า เมื่อเช้าได้ไปฝังรากฟันเทียมมาก็ยังมีอาการเจ็บปวดอยู่นิดหน่อย เจ็บแผลอยู่นิดหน่อยครับ แต่ว่าเมื่อดูญัตติการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและมาตรการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย ๘ ญัตติแล้วก็อดที่จะขึ้นมาอภิปรายไม่ได้ครับท่านประธาน ก็ต้องเรียนกับท่านประธาน จริง ๆ ว่าผมเห็นรายละเอียดของญัตติที่รัฐบาลได้ชี้แจงมาด้วยความไม่สบายใจเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำสรุปประเด็นตามญัตติหรือคำอธิบายของญัตตินี่ในหลายประเด็นที่ผมเห็น ผมเปิดดูโดยเฉพาะอย่างยิ่งแผนโครงการพัฒนาลุ่มน้ำทั่วประเทศ ผมดูทั้งหมดครับท่านประธาน เฉพาะพื้นที่ภาคใต้มีแผนงานเดียวก็คือโครงการพัฒนา ลุ่มน้ำตาปี-พุมดวง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ในขณะที่ภาคใต้มีลุ่มน้ำจำนวนมาก ไล่ตั้งแต่ จังหวัดชุมพร ลุ่มน้ำชุมพร ลุ่มน้ำหลังสวน ลุ่มน้ำสวี ไปถึงลุ่มน้ำสุไหงโก-ลก ในพื้นที่ จังหวัดนครศรีธรรมราชของกระผมเองต้องเรียนกับท่านประธานว่ามีลุ่มน้ำจำนวนมาก แต่ว่ารัฐบาลไม่ได้ให้ความสนใจ ไม่ให้ความสำคัญ รัฐบาลไปให้ความสำคัญกับลุ่มน้ำ ในภูมิภาคอื่น ๆ ซึ่งตรงนี้เองครับท่านประธาน ถ้าหากว่าพี่น้องชาวใต้ได้เห็นได้รับรู้ ก็รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจเป็นอย่างยิ่งที่รัฐบาลเสมือนกับการเลือกปฏิบัติ ซึ่งเราไม่สามารถที่จะ ลบล้างความรู้สึกในอดีตที่มีการพูดว่าถ้าหากว่าจังหวัดใดเลือกพรรครัฐบาลเข้าไปบริหาร ประเทศก็จะพัฒนาพื้นที่ในจังหวัดนั้นก่อน ซึ่งทั้งหมดอธิบายแล้วมันก็ตอกย้ำ ให้เห็นว่ามันเป็นอย่างนั้นจริง ๆ ถ้าท่านประธานลองพลิกดูสิในเอกสารทั้งหมดนี่ ท่านประธานก็จะเห็นว่าส่วนใหญ่เป็นแผนงานพัฒนาในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง ทั้งสิ้น ความรู้สึกก็เหมือนกับว่าพี่น้องภาคใต้นี่ถูกทอดทิ้ง ทั้ง ๆ ที่ความรู้สึกก็คือว่าภาคใต้ ก็คือส่วนหนึ่งของประเทศไทย ถึงแม้ว่าจะไม่เลือก ส.ส. สังกัดพรรครัฐบาลก็ตาม แต่ว่าเขา ก็เสียภาษีให้กับรัฐบาล ให้กับประเทศชาติ และถ้าดูอัตราการเสียภาษี พี่น้องภาคใต้ ก็เสียภาษีในระดับที่สูง ๆ ด้วยซ้ำไป แต่ว่ามีการเลือกปฏิบัติอย่างนี้ผมจำเป็นที่จะท้วงติง แทนพี่น้องชาวใต้ ต้องเรียนกับท่านประธานว่าพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมมันไม่ได้เลือกว่า พื้นที่ไหนที่จะถูกน้ำท่วมมากกว่ากัน พื้นที่ภาคใต้ก็เช่นเดียวกันท่านประธานก็คงรู้ดี เพราะท่านประธานเองก็เคยอยู่ที่ภาคใต้อย่างน้อยก็เป็นศิษย์เก่าวิทยาลัยเกษตรกรรม นครศรีธรรมราช (ไสใหญ่) อยู่หลายปี และท่านประธานก็จะเห็นว่าภูมิประเทศของภาคใต้ แม้ว่าเวลาฝนตกหนักน้ำก็จะท่วมทันทีแล้วก็จะไหลลงสู่ทะเล อาจจะรวดเร็วกว่าในพื้นที่อื่น ๆ เพราะพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขา แต่ความเสียหายมันเกิดกระทบต่อพี่น้องชาวใต้ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ ต้องเรียนกับท่านประธานว่าโครงการที่ผมอยากจะพูด ที่มีการร้องเรียนและมีการร้องขอ ทำเรื่องมารัฐบาลเป็นเวลาหลายครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความหวังตอนที่ท่านนายกรัฐมนตรีไป ครม. สัญจรที่ภาคใต้ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี และที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เทศบาลนครนครศรีธรรมราชได้ขออนุมัติงบประมาณจาก กบอ. ประมาณ ๗๐๐ ล้านบาทเพื่อทำแผนป้องกันน้ำท่วมเทศบาลนครนครศรีธรรมราช แต่ว่าผลที่ได้รับไม่ได้รับการอนุมัติเลยแม้แต่สตางค์แดงเดียว จนคนนครศรีธรรมราชพูดแบบ น้อยเนื้อต่ำใจว่าไม่คุ้มกับที่นายกรัฐมนตรีไปเหยียบฐานพระธาตุ โครงการขอไป ๗๐๐-๘๐๐ ล้านบาท ขอไป ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท อนุมัติมา ๑๐๐ กว่าล้านบาท โครงการของ เทศบาลนครนครศรีธรรมราชป้องกันน้ำท่วมขอมา ๗๐๐ ล้านบาท เพื่อทำพนังกั้นน้ำในลำคลอง ในเขตเทศบาล จำนวน ๕ คลอง ตั้งแต่ตำบลคูพาย ตำบลสวนหลวง คลองหน้าเมือง คลองท่าโพธิ์ คลองท่าซัก ไม่ได้รับเลยครับท่านประธานทั้ง ๆ ที่ต้องเรียนกับท่านประธานว่า ถ้ารัฐบาลลงทุน ๗๐๐ ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับความสูญเสียเมื่อเกิดน้ำท่วมเมื่อปีกลาย ซึ่งน้ำท่วมประมาณ ๑ สัปดาห์ ความเสียหายทางเศรษฐกิจนับเป็นพันล้านบาท และถ้าหากว่าเกิดมรสุมและเกิดน้ำท่วมทุกปี ความเสียหายทางเศรษฐกิจก็จะเสียหายปีละ ๑,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานลองคำนวณดูนะครับว่าถ้าหากว่ามีอุทกภัยในช่วงระยะเวลา ๓ ปีติดต่อกัน จะสูญเสียมูลค่าทางเศรษฐกิจจำนวนเท่าไร ถ้ารัฐบาลลงทุนแค่ ๗๐๐ ล้านบาท ผมเชื่อว่า เป็นการป้องกันน้ำท่วมแบบยั่งยืน และเป็นการคุ้มค่าที่จะทำให้เศรษฐกิจในพื้นที่ จังหวัดนครศรีธรรมราชสามารถที่จะพัฒนายั่งยืนได้ ซึ่งเชื่อว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามากที่สุดครับ แต่ต้องเรียนว่ารัฐบาลก็ไม่ได้สนใจ ผมต้องถามท่านประธานไปยังคณะรัฐมนตรีครับว่า จำนวนเงินกู้ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทที่กู้ไปบอกว่าจะป้องกันน้ำท่วมต้องถามท่านประธานว่า ป้องกันเฉพาะภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคอีสานโดยไม่สนใจพื้นที่ภาคใต้เลยอย่างนั้นหรือ ท่านประธานครับ ไม่อยากจะให้เขานินทาว่าเงิน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทที่กู้มาแล้วก็ทำ แผนพัฒนาป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่อื่น ๆ ยกเว้นภาคใต้ แล้วก็มีการกินหัวคิวกัน ๑๕ เปอร์เซ็นต์ล่วงหน้า ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๑๕ เปอร์เซ็นต์ก็ ๔๕,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าเทียบกับเงินที่ยึดไป ๔๖,๐๐๐ ล้านบาทก็พอ ๆ กัน ถ้าได้ ๔๕,๐๐๐ ล้านบาทไปแล้ว ผมเชื่อว่า ๔๖,๐๐๐ ล้านบาทก็ไม่จำเป็นที่จะต้องทวงคืน นี่คือผมอยากจะสะท้อนความรู้สึก น้อยเนื้อต่ำใจของพี่น้องชาวใต้ที่รัฐบาลได้เลือกปฏิบัติ ถ้าหากว่ารัฐบาลมีความจริงใจ และเห็นว่าพี่น้องชาวใต้ก็คือส่วนหนึ่งของประเทศไทย ท่านประธานต้องกราบเรียนกับ รัฐบาลนะครับว่าต้องปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งงบประมาณในการป้องกัน น้ำท่วมต้องให้ความสำคัญแล้วก็จัดงบประมาณไปยังพื้นที่ภาคใต้ด้วยครับท่านประธาน ผมก็ฝากท่านประธานเพียงแค่นี้ครับ ขอบพระคุณครับ