สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๑ · ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๕

สมคิด บาลไธสง หารือเรื่องปัญหาน้ำท่วมในประเทศ โดยเน้นย้ำว่าปัญหาน้ำท่วมไม่ได้เกิดจากปัญหาปลายเหตุ แต่เป็นปัญหาต้นเหตุ คือไม่มีป่าไม้ซึมซับน้ำ ซึ่งจะแก้ไขไม่ได้ภายใน 100 ปี และเสนอแนวทางแก้ไขโดยการสร้างยุทธศาสตร์เกี่ยวกับป่าไม้ เพื่อลดความเสี่ยงน้ำท่วม และเสนอให้รัฐบาลสนับสนุนชาวบ้านในการปลูกป่าไม้ และให้เงินชดเชยที่ไม่ตัดไม้

นายสมคิด บาลไธสง หนองคาย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม สมคิด บาลไธสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดหนองคาย ขอแสดงความคิดเห็นในเรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาแก้ไขปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก ของหลาย ๆ ท่านที่ส่งญัตติเข้ามา ผมก็เห็นด้วยในการที่รัฐบาลได้พยายามที่จะหาแนวทาง ในการแก้ไขปัญหา ซึ่งมีคณะกรรมการระดับชาติ แต่ผมอ่านดูรายงานแล้วผมไม่เห็นเลยว่า การป้องกันเบื้องต้นหรือการป้องกันระยะยาว เราไม่ได้เห็นเลย ผมพูดมาตลอด ปัญหา น้ำท่วมก็คือปัญหาไม่มีต้นไม้ ผมไม่เห็นรายงานไหนมีบอกว่าจะทำการปลูกป่า การตั้งใจ ปลูกป่ากันจริง ๆ เรามาแก้แต่ปลายเหตุ ตอนที่น้ำท่วมนี่จะแก้อย่างไร ไม่ตั้งธงไว้เลยว่า ๑๐ ปี ๒๐ ปีข้างหน้าเราจะมีป่าเพิ่มขึ้นเท่าไร ไม่มีนะครับ อันนี้ผมบอกว่า ๑๐๐ ปีก็แก้ไม่ได้ น้ำท่วมถ้าเราไม่มีป่าไม้ที่จะซึมซับน้ำไว้ เพราะน้ำหลายท่านก็บอก ท่านนครก็บอก ขออนุญาตที่เอ่ยนาม น้ำมันไหลจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ ภูเขาอยู่ทางภาคเหนือ ต้นน้ำต่าง ๆ ไม่มีป่าเลย ผมก็อยากร้องเรียนเรียกร้องไปยังผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้ก ตั้งแต่ก่อนมันมีป่าเราก็ไม่ค่อยมาเห็นเกิดภัยพิบัติน้ำท่วมขนาดใหญ่ขนาดน

าหนดยุทธศาสตร์เกี่ยวกับป่าไม้ อันดับแรกที่จะแก้ปัญหาน้ำท่วมเดี๋ยวนี้บ้านเมืองไปสร้างอยู่ในทุ่งนา ที่ดินก็ต่ำอยู่แล้ว มันก็ไปทำคูกั้นน้ำธรรมชาติดี ๆ นี่นะครับ หมู่บ้านจัดสรรต่าง ๆ เราก็เห็นอยู่แล้ว ขนาดเป็น ทุ่งอยู่สมัยที่ยังไม่มีบ้านเมืองคนเข้าไปอยู่น้ำมันก็ยังท่วมอยู่ แต่ปัจจุบันนี้มันเต็มไปหมดแล้ว ทางน้ำต่าง ๆ ที่ว่าจะทำฟลัดเวย์อะไร ทำไปมันก็แก้ไขไม่ได้เพราะว่าน้ำมันมาจากที่สูง เพราะฉะนั้นวิธีการดีที่สุดก็คือทำยุทธศาสตร์เกี่ยวกับเรื่องป่าไม้ ฟังมาตั้งแต่เป็นเด็ก เดี๋ยวนี้ป่าไม้ก็ลดลง ลดลง ลดลง ไม่มียุทธศาสตร์ป่าไม้ที่จริงจัง ป่าไม้ที่ปลูกขึ้นหรือเอกชน เขาทำไปผมเห็นว่าเหมือนทำไปไม่จริงจัง ทำไปแล้วก็ปล่อยไป เป็นป่าแล้วก็หายไป ๆ เป็นป่าขึ้นมาก็เป็นเรื่องป่าเศรษฐกิจมากกว่า พอไม้โตก็ตัดไม้ไปแล้วก็หมดไปนะครับ ผมอยากให้รัฐบาลเราหรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องหรือหน่วยงานใดก็ตามที่มีความสัมพันธ์กับ ต่างประเทศเราจะทำอย่างไรจะหาเงินส่วนนี้มา กู้ก็กู้ กู้มาเพื่ออะไร มาสร้างป่าจริง ๆ หรือว่า ให้ชาวบ้านเป็นคนสร้างก็แล้วแต่นโยบายรัฐบาลจะทำออกมาอย่างไร หรือหน่วยงานเอกชน ต่าง ๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างนี้ครับ อย่างเช่นกรณีเขาเรียกว่าเครดิต คาร์บอน (Credit Carbon) พวกนี้ครับ น่าจะจริงจังให้เกิดป่าขึ้นมาจริง ๆ เมื่อได้ป่าไม้ก็จะช่วยในการลด ความร้อนไปได้เรื่องเครดิต คาร์บอนไปในตัว แล้วเราก็จะได้ป่าไม้ที่สมบูรณ์ขึ้นมา ผมเคยเสนอความคิดมาตั้งแต่ ๒-๓ ปีแล้วนะครับ เรื่องป่าถ้าเราไม่อยากปลูก ถ้าเรามี เงินบำรุงให้ชาวบ้านใครมีป่าเรามาตกลงดีกว่าเรามาจ่ายเงินอย่างนี้ จ่ายเงินค่าน้ำท่วมทุกปี ผมว่า ๑๐๐ ปีก็ต้องจ่ายอยู่อย่างนี้ แต่ถ้าสมมุติว่าอยู่ทางภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคใต้ก็ตาม ใครมีป่า มีที่ดินหัวไร่ปลายนาอย่างนี้เราจะคิดเขาไร่ละเท่าไรที่คุณมีป่า เราจะไม่ได้ปลูกเลย เขาจะปลูกป่าเพื่อจะรับเงินชดเชยจากรัฐบาล จะดีกว่าที่เราจะมาให้ค่าน้ำท่วมเป็นปี ๆ ซึ่งแก้ไขไม่เสร็จ แต่ถ้าเรามีป่าของเอกชนของชาวบ้านก็ตามชาวบ้านก็จะได้เงินแล้วเราก็จะ เป็นส่วนหนึ่งที่จะเข้าโครงการเรื่องเครดิต คาร์บอน เราก็ไปประสานงานกับต่างประเทศ เพื่อจะได้เงินส่วนนี้มาสนับสนุนให้ชาวบ้านให้ได้มีเงิน เขาก็จะไม่ทำลายป่า หรือว่าเราจะใช้ เป็นตามขนาดของป่า ของป่าขนาดนี้จะคิดไร่ละเท่าไร ป่าขนาดนี้คิดไร่ละเท่าไร ถ้ามีมาก เราอาจจะให้เปอร์เซ็นต์สูงขึ้นไปในการทดแทน ผู้มีป่าหัวไร่ปลายนา หรือต้นไม้ยืนต้น ที่มีอยู่ตามไร่นา หรือจะคิดเขาต้นละเท่าไร คิดรอบวงต้นนี้ขนาดนี้ให้เท่าไร ต้นละ ๑.๕๐ บาท ๒ บาท ๕ บาท ๑๐ บาท ๑๐๐ บาทแล้วแต่ ขนาดต้นตาลมีอยู่ตามทุ่งนาเขาไม่ตัดจะให้เขา ต้นละเท่าไร มันจะไม่มีการตัดต้นไม้ ทุกคนจะปลูกต้นไม้แข่งกัน ดีกว่าที่มาจ่ายเงิน อยู่ปลายเหตุ กรณีจ่ายเงินค่าชดเชยน้ำท่วมก็เหมือนกันเถียงกันอยู่นี่ ผมบอกว่ากู้เงินมา ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทก็กู้มา แต่ใครเสียหายเท่าไรคุณมากู้รัฐบาล ไม่ใช่ให้ฟรี ให้ฟรีคือ การเยียวยาเฉพาะหน้าที่มันท่วมอยู่ แต่ส่วนที่เอามาแก้ไขปรับปรุงอะไรไม่ใช่ไปจ่ายเงินฟรี จ่ายเงินฟรีเราก็เป็นหนี้ทั้งประเทศ ทั้งโลก ไม่หาย ๑๐๐ ปีก็ ๑๐๐ ปี ผมดูไปเลยในชีวิตผม จะเห็นไหม แต่ถ้าเรามีการให้กู้ยืมโดยไม่คิดดอกเบี้ยรัฐบาลยังได้เงินคืน มันจะ ๑๐ ปีได้คืนก็ดีกว่า ที่จ่ายไปเฉย ๆ เพราะฉะนั้นทุกคนจะเรียกร้องตามความเสียหายของตัวเอง ไม่ได้เรียกร้อง คนหนึ่งท่วมแค่ตาตุ่มก็อยากได้ ๒๐,๐๐๐ บาท คนถึงเอวก็ ๒๐,๐๐๐ บาท คนท่วมหัว ก็ ๒๐,๐๐๐ บาท ก็เรียกร้องกันอย่างนี้ไม่มีสิ้นสุด แต่ถ้าเสียหายจริงก็ให้เขากู้ยืมไป โดยไม่มีดอกเบี้ยผมว่าน่าจะดีโดยเข้าระบบ ทางเอกชนทางประชาชนผู้เป็นชาวไร่ชาวนา ก็เข้าระบบของ ธ.ก.ส. ไปกู้ยืมไปโดยกู้ยืมไม่มีดอกเบี้ย ผมไม่อยากให้จ่ายเงินเฉย ๆ จ่ายเงินเฉย ๆ ประเทศชาติจะเอาเงินมาจากไหนทุกปี ๆ แต่ถ้าจ่ายโดยการยืมโดยไม่มี ดอกเบี้ยยังได้เงินคืนมาทุกปี อันนี้ผมก็ขอแสดงความคิดเห็นเพียงเท่านี้ ขอบคุณมากครับ