สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๑ · ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๕

อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี พูดถึงปัญหาการจ่ายเงินเยียวยาให้กับประชาชนที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมในกรุงเทพมหานคร โดยเสนอแนะวิธีการแก้ไข และเรียกร้องการสนับสนุนจากรัฐบาลให้เบิกเงิน ๑,๑๔๒ ล้านบาทเพื่อช่วยเหลือประชาชน

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมพูดในส่วนที่ผมได้มีโอกาสเกี่ยวข้องและได้ประสบมาแล้วกันนะครับ ในเรื่องของ เงินเยียวยาน้ำท่วมในเขตกรุงเทพมหานคร เบื้องต้นผมเองก็มีความคิดอยู่ว่าการจ่ายเงินล่าช้า การจ่ายเงินไม่เป็นไปตามที่ความเสียหายจริงมันเกิดขึ้นจากใคร เวลาดูจากปลายทางก็คือ ส่วนของกรุงเทพมหานคร ดูประหนึ่งว่ากรุงเทพมหานครนั้นเป็นผู้ทำงานล่าช้า เป็นผู้จ่ายเงิน ไม่ตรงตามที่ประชาชนต้องการ แต่พอเอาเข้าจริงต้องบอกว่างานการจ่ายเงินน้ำท่วม มันเป็นการบูรณาการทั้งฝ่ายรัฐบาลด้วย โดยเฉพาะกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ร่วมกับกรุงเทพมหานคร มันหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยที่จะบอกว่าทุกคนต้องมีส่วนร่วม ในความรับผิดชอบ มันโทษใครไม่ได้ครับ และผมจะบอกว่าจากประสบการณ์ที่เจอ ปัญหา มันมีแบบนี้ เราทราบกันว่าตอนที่เยียวยาน้ำท่วมเป็นภาษาง่าย ๆ นะครับ มีเงินก้อนแรกคือ ๕,๐๐๐ บาท อันนี้เยียวยาสำหรับในกรณีที่ฉุกเฉินคือเขาออกจากบ้านไม่ได้ก็ให้ ๕,๐๐๐ บาทไป แต่ในกรณีหลังคือกรณีเรื่องของการซ่อมแซมความเสียหายให้อยู่ในวงเงิน ๒๐,๐๐๐ บาท ตัวนี้มีปัญหามากครับ ผมไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับเกณฑ์ที่ทาง กระทรวงมหาดไทยได้ให้กับกรุงเทพมหานคร รวมถึงให้กับทั่วทั้งประเทศไทย เวลาท่านบอกให้ พี่น้องประชาชนไปแจ้งความเสียหาย ท่านก็บอกเขาว่าจะจ่ายตามจริงนะ ตามที่เสียหายนะ ปรากฏว่าเขาก็ไปแจ้งครับ แล้วตอนเขาไปแจ้งก็ไม่ได้บอกเขาว่าแต่ละตัวกำหนดวงเงิน ขั้นต่ำไว้เท่าไร ท่านประธานทราบไหมครับ เรื่องหนึ่งเป็นเรื่องที่แปลกประหลาดที่สุดครับ เวลาพี่น้องประชาชนไปลงทะเบียน เขาก็ลงทะเบียนหมดแหละครับ เขาบอกประตูของเขา เสียหาย กำแพงบ้านเขามีคราบน้ำ เฟอร์นิเจอร์เสียหมด ที่นอนพังหมด เขาก็พยายามอธิบาย ด้วยตัวหนังสือแบบนี้ครับ แล้วถ่ายรูปประกอบตามที่ราชการต้องการทั้งหมด แต่ตอนไป ขึ้นเงิน กฎของกระทรวงมหาดไทยเองมีรายการเป็นลิสต์ (List) เลยว่าแต่ละตัวเบิกได้ ในวงเงินไม่เกินเท่าไร ผมยกตัวอย่างสักบางรายการให้ท่านเห็นภาพครับ ในกรณีของประตูบ้าน ท่านประธานเชื่อไหมว่าในรายการ ประตูไม้อัดราคาหนึ่ง ถ้าผมจำไม่ผิดราคาเกือบ ๗,๐๐๐ บาท สำหรับประตูไม้อัด ประตูไม้เนื้อแข็งก็ลงมาหน่อยครับ ๔,๐๐๐ บาท ถ้าเป็นประตูไม้อัด เหลือ ๑,๐๐๐ กว่าบาท ประมาณ ๑,๗๐๐ บาท ลองเปรียบเทียบสิครับ เกณฑ์ที่ท่าน บอกว่าเวลาชาวบ้านเขาไปลงทะเบียน ก็เขาลงทะเบียนแค่ประตู แต่ในใบรายการ ที่กระทรวงมหาดไทยกำหนด มันต้องบอกให้เป็นประตูไม้สัก ประตูไม้อัด ประตูไม้เนื้อแข็ง ก็ถ้าบอกว่าเป็นประตูไม้สักได้ ๗,๐๐๐ บาท ถ้าบอกว่าเป็นประตูไม้อัดได้ ๑,๗๐๐ บาท คนละเรื่องเลยครับ เรื่องอย่างนี้ทำไมไม่บอกเขาก่อนตอนต้น มาบอกตอนปลายครับ แล้วยังมีไปบอกเขาอีกว่าต้องเสียหายตามจริง แล้วเขาบอกเฟอร์นิเจอร์เขาเสียหายครับ ปรากฏเขาบอกว่าเฟอร์นิเจอร์ไม่ถูกคำนวณ อย่างนี้ครับเลยเป็นปัญหาอย่างวงกว้างว่า ที่รัฐบาลพยายามจะบอกว่าจ่ายตามความเสียหายตามจริง มันตามจริงที่ไหนล่ะ ก็ท่านมีการกำหนดวงเงินไว้แต่ละตัว แต่ละสินค้าที่ไม่เท่าเทียมกัน นี่คือเป็นปัญหาที่เจออยู่ ในขณะนี้ และผมไม่อยากเห็นแบบนี้เกิดขึ้นในอนาคตครับ ผมว่าถ้าต้องเกิดแบบนี้อีก ไปตั้งมั่นใน ๒ หลักด้วยกันครับ เรื่องแรก ถ้าจะเหมาจ่ายก็เหมาจ่ายไปเลยครับ เช่น จะเหมาจ่าย ๑๐,๐๐๐ บาทหรือ ๒๐,๐๐๐ บาท บอกแล้วจ่ายให้เท่ากันหมด แบบนี้ง่ายดีเป็นวิธีที่ ๑ เลือกเอาครับ วิธีที่ ๒ ไม่ต้องไปกำหนดรายการสินค้าว่าแต่ละตัว ห้ามเกินกี่บาทครับ เช่นถ้าเขาบอกว่าเขาเสียหายเป็นประตูมา เขาถ่ายรูปให้ท่านเรียบร้อยว่า เป็นประตูเรียบร้อย แล้วเขาไปซื้อประตูใหม่มาใส่ เท่าไรก็เท่านั้นตามบิล (Bill) ครับ แต่กำหนดวงเงินว่าไม่เกิน ๒๐,๐๐๐ บาท ต้องแก้กันแบบนี้ครับ อย่าแก้กันแบบโยนไปโยนมา ในช่วงน้ำท่วมที่ผ่านมาเห็นภาพแล้วไม่สบายใจเลยครับ ทั้ง ปภ. และ กทม. เมื่อเกณฑ์ มันมีปัญหา รัฐบาลต้องเอาไปแก้ เพราะไม่อย่างนั้นมันจะกลายเป็นความไม่จริงใจ ในการเข้าไปแก้ไขปัญหาครับ แล้วไม่ว่ากันนะครับ นาทีนี้เก็บไว้เป็นประสบการณ์เที่ยวหน้าต้องทำให้ดี เลือกเอาครับ เหมาจ่ายหรือเป็นกรณีที่ผมบอกไปกรณีสุดท้าย กำหนดวงเงินเสียหายจริง ๒๐,๐๐๐ บาท แล้วไม่ต้องไปกำหนดว่าประตูราคาเท่าไร ถ้าประชาชนเอาบิลมายืนยันอันนั้นก็เป็นบิล ที่แท้จริงท่านจ่ายตามนั้น นั่นคือเรื่องแรก

เรื่องที่ ๒ ครับ ขอความเห็นใจไปยังรัฐบาลครับ ในขณะนี้ความเสียหาย ในเขตกรุงเทพมหานคร แน่นอนรอบแรกตามบันทึกที่ท่านส่งผมเห็นนะครับ ท่านบอกว่า เสียหายหมายถึงรอบที่มีการขอเงิน ๒๐,๐๐๐ บาทนะครับ ๑๔๓,๑๙๓ ครัวเรือน ในส่วนนี้ มันมีความเสียหายนอกเหนือจากนี้อีก ซึ่งเขาเรียกว่าความเสียหายรอบหลัง ที่จ่ายเงิน รอบแรกก็ว่ากันไปนะครับ รอบหลังนี้ยังคาอยู่อีกเป็นจำนวนเงินถึง ๑,๑๔๒ ล้านบาท จำนวนครัวเรือนก็คือ ๑๓๐,๐๐๐ ครัวเรือนไม่อยู่ในรายงานฉบับนี้ของท่านครับ แต่ข้อเท็จจริงคือตอนนี้มีคนไปลงทะเบียนที่กรุงเทพมหานครได้รับความเสียหาย เรียบร้อยแล้ว เอกสารครบถ้วน ๑๓๐,๐๐๐ ครัวเรือน แล้วเงินอยู่ที่ ๑,๑๔๒ ล้านบาท รัฐบาลยังไม่ได้ให้ ขีดเส้นใต้รัฐบาลยังไม่ได้ให้ วันนี้ในส่วนของสภากรุงเทพมหานคร ท่านผู้ว่าราชการก็ประสานในสภากรุงเทพมหานครจะเอางบประมาณจากกรุงเทพมหานคร จ่ายไปก่อนครับ คือการจัดเก็บมันมีเงินจัดเก็บรายได้จากรัฐบาลกลางผ่านสภาของพวกเรา คือสภาใหญ่แห่งนี้ก็เป็นงบส่วนกลาง แต่กรุงเทพมหานครเขาเป็นหน่วยงานจัดเก็บได้เอง เขาก็มีงบของเขาอีกต่างหาก วันนี้เขาต้องเข้าสภาเขาครับ เพราะว่ารัฐบาลไม่ให้เงินเขา ๑,๑๔๒ ล้านบาท ในส่วนของเงินเยียวยารอบ ๒ ทำไมมันถึงช้าล่ะครับ มันช้าเพราะเงิน มันยังไม่ออก ก็ท่านไม่ให้เงินสักที วันนี้เขาแก้ไขปัญหาโดยใช้เงินสภากรุงเทพมหานคร จะออกไปก่อนแต่ขอนะครับ ไหน ๆ ว่ารัฐบาลนั้นมีความจริงใจที่จะช่วยทั้งประเทศ แล้วขอให้จริงใจให้ตลอด ช่วยกรุณานำเงิน ๑,๑๔๒ ล้านบาทในส่วนนี้เบิกมาด้วย ผมฝากท่านรัฐมนตรีครับ และท่านก็เคยเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังด้วย ช่วยประสานงานเรื่องนี้ให้ด้วย แล้วผมเชื่อว่าเงินเยียวยาจะถึงมือพี่น้องประชาชนเร็วขึ้น ถ้ารัฐบาลและกรุงเทพมหานครบูรณาการงานแบบนี้มันเกิดขึ้นได้ แต่ถ้าเราเกี่ยงกัน แล้วโทษกันไปโทษกันมางานไม่เกิดจริง ๆ ขอบพระคุณครับ