บุญยอด อภิปรายร่าง พ.ร.บ. เวนคืนอสังหาริมทรัพย์

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๐ · ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๕

บุญยอด สุขถิ่นไทย อภิปรายหลักการร่าง พ.ร.บ. เวนคืนอสังหาริมทรัพย์ โดยเน้นย้ำว่ากฎหมายต้องสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญและต้องมีบทบัญญัติเรื่องการชดใช้ค่าทดแทนที่เป็นธรรมภายในเวลาอันควรแก่เจ้าของและผู้ทรงสิทธิ รวมถึงการกำหนดวัตถุประสงค์ ระยะเวลา และเงื่อนไขในการคืนทรัพย์สินให้ครบถ้วน

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้พิจารณาเรื่องของร่างพระราชบัญญัติ ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งทางคณะรัฐมนตรีได้นำเสนอต่อสภา ในวันนี้

ประเด็นแรกเลย ท่านประธานครับ ต้องเรียนว่าหลักการของกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งกำลังจะมีการเปลี่ยนแปลง จริง ๆ ผมคาดหวังว่าน่าจะได้พิจารณาจากรัฐธรรมนูญเป็นหลัก และทำให้หลักการนั้นครอบคลุมในทุกประเด็นของรัฐธรรมนูญ ผมชื่นชมยินดีว่ารัฐมนตรีนั้น ได้กรุณาเสนอเรื่องนี้เข้ามา แต่ถ้าหากว่าท่านประธานและท่านรัฐมนตรีจะได้ดู มาตรา ๔๒ ของ รัฐธรรมนูญซึ่งพูดถึงสิทธิในทรัพย์สิน ก็ได้พูดถึงว่าการที่จะไปเวนคืนต่าง ๆ ประเด็นตอนต้น ก็จะพูดถึงเรื่องการได้มาซึ่งทรัพยากรธรรมชาติ ป้องกันประเทศ สาธารณูปโภคอะไรต่าง ๆ ท่อนที่สำคัญที่ผมคิดว่าต้องมีการแก้ไขในกฎหมายนั้นก็คือว่าต้องชดใช้ค่าทดแทนที่เป็นธรรม ภายในเวลาอันควรแก่เจ้าของ มีไหมครับที่ท่านเสนอมา ผมเห็นว่าไม่มีนะครับ ไม่ครอบคลุม เรื่องนี้ ชดใช้ค่าทดแทนที่เป็นธรรมภายในเวลาอันควรให้แก่เจ้าของตลอดจนผู้ทรงสิทธิ การกำหนดค่าทดแทนตามวรรคหนึ่งต้องกำหนดให้เป็นธรรมโดยคำนึงถึงราคาที่ซื้อขายกัน ตามปกติในท้องตลาด มีบรรจุไว้ไหมครับ มีการแก้ไขเขียนไหมครับ การได้มา สภาพและ ที่ตั้งของอสังหาริมทรัพย์ รวมไปถึงความเสียหายของผู้ถูกเวนคืน และประโยชน์ที่รัฐและ ผู้ถูกเวนคืนได้รับจากการใช้สอยอสังหาริมทรัพย์ที่ถูกเวนคืน หลักการของท่าน จะอยู่ในวรรคถัดไปก็คือการกำหนดวัตถุประสงค์ของการเวนคืน กำหนดระยะเวลา อันนี้ ผมเห็นแล้วว่ามีในหลักการนี้ แล้วก็รวมถึงถ้าหากว่าไม่ได้ใช้อสังหาริมทรัพย์ที่เวนคืนมานั้น ภายในระยะเวลาที่กำหนดก็ต้องคืนให้กับเจ้าของเดิม ในวรรคถัดไปของมาตรานี้ก็คือ การคืนอสังหาริมทรัพย์ให้เจ้าของเดิมหรือทายาทตามวรรคสาม และการเรียกคืนค่าทดแทน ที่ชดใช้ไปให้เป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ ซึ่งท่านก็จะบัญญัติไว้ในมาตรา ๓๒/๔ แต่ผมขออภิปรายต่อในประเด็นนี้นะครับ

ประเด็นแรกของหลักการก่อนว่าทำไมท่านรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรี ไม่ครอบคลุมหลักการทั้งหมดตามรัฐธรรมนูญให้มันชัดเจนไป จะได้เป็นการทำกฎหมาย เพียงครั้งเดียวแล้วสามารถที่จะครอบคลุมได้ทั้งหมด ตอบโจทย์ได้ทั้งหมดทุกเรื่อง ในเรื่องของ ความเป็นธรรมมันปรากฏเห็นอย่างชัดเจน ผมอยู่ในกรุงเทพมหานครได้รับเรื่องร้องเรียนจาก ประชาชนหลายต่อหลายที่ เวลาที่มีรถไฟฟ้าไปตัดผ่านแล้วต้องเวนคืนตึก เขาก็อ้างรัฐธรรมนูญครับ คนต่างจังหวัดมีที่นาว่างเปล่า มีที่สวน ไร่ นา ที่มีสวน มีพืช มีไร่ มีสัตว์เลี้ยงทั้งหลายก็จะได้รับการเวนคืนไม่เท่ากันถูกไหมครับ มีบ้าน ไม่มีบ้าน ได้รับการเวนคืน ไม่เท่ากัน แต่คนกรุงเทพมหานครนี่ครับกลับกลายเป็นว่าท่านไม่ยอมตั้งคณะกรรมการ ที่เป็นธรรมไปดูข้อเท็จจริง แต่ท่านให้ใช้วิธีการเหมาเอา ห้องหนึ่ง ตึกหนึ่งจะว่างเปล่า ไม่ว่างเปล่าให้ราคาเดียวกันครับ ในวิป (Whip) ฝ่ายค้านผมก็เรียนถามทางข้าราชการ ที่มาชี้แจง อธิบายว่าตึกตึกหนึ่งให้ราคา ๑๒,๕๐๐ บาทต่อเดือนเท่านั้นเองครับ ตึกตึกหนึ่ง อาจจะเป็นตึกว่างเปล่าที่เขตบางซื่อมีตัวอย่างเลยนะครับ ตึกตึกหนึ่งเป็นร้านขายยา ตึกอีกตึกหนึ่งเป็นร้านขายทองครับ ตึกอีกตึกหนึ่งเป็นโรงเรียนครับ ตึกอีกตึกหนึ่งซ่อมรถ กิจการแตกต่างกันอย่างชัดเจน รายได้ของเขาจึงแตกต่างกัน การลงทุนของเขาแตกต่างกัน แต่จะให้เขายอมรับได้อย่างไรครับว่านี่คือการชดเชยอย่างเป็นธรรมที่ให้กับคนที่ต้องถูกเวนคืน ถูกไหมครับ ดังนั้นผมจึงเรียกร้องต่อทางคณะรัฐมนตรีว่าควรจะต้องเขียนถึงหลักการของ การให้ความเป็นธรรมเช่นการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสักชุดหนึ่งอาจจะต้องมีส่วนของ ประชาชนที่เกี่ยวข้องมีตัวแทนของเขาเข้าไปร่วมเป็นกรรมการด้วย ไม่ใช่ให้เพียงแค่ บริษัทเอกชน ซึ่งได้รับมอบหมายจากหน่วยงานรัฐเข้าไปประเมินราคา เขาก็ประเมินแบบ แฟลต เรต (Flat rate) เท่ากันหมดจะได้ง่าย แต่มันอธิบายไม่ได้ว่าพวกเขาได้รับการชดเชย อย่างเป็นธรรมหรือไม่

ในประเด็นที่ผมเห็นว่าอาจจะต้องมีการพิจารณา ประเด็นมาตรา ๓๒/๔ คือเมื่อคนต้องการจะได้ที่ดินคืนหลังจากที่หมดเวลาแล้วเขาอยากจะได้คืน ท่านก็บอกว่า จะต้องชดใช้เงินคืนรัฐตามจำนวนที่เคยได้ไป ผมถามคำถามกับท่านว่าถ้าเป็นเราถูกเวนคืน ไปเมื่อ ๑๐ ปีที่แล้วได้มา ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๑๐ ปีนี้อยากได้ตรงนั้นคืน จ่าย ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาทคืน จะเอาหรือครับ ใช่ครับราคาที่ดินอาจเปลี่ยนไป เราอาจจะดูว่าเราได้ส่วนต่างอยู่บ้าง แต่ถ้าผมคิดว่าให้เป็นธรรมนะครับไม่ถอยกลับไปที่ ๐ เลยล่ะครับ รัฐบาลเวนคืนไปแล้วไม่ได้ใช้ ถึงแม้จะจ่ายเงินค่าเวนคืนให้ผม ผมคิดว่าเมื่อถึงเวลาถ้าท่านไม่ใช้ท่านคืนผมสิครับ รัฐบาลก็ถือว่าต้องระมัดระวังในการที่จะทำแบบแผน ทำโครงการต่าง ๆ แล้วกำหนด ขอบเขตของการเวนคืนได้ชัดเจนยิ่งขึ้น กฎหมายไม่ได้บอกนะครับว่าจะต้องชดใช้คืนเท่าไร หมายถึงว่าตัวพวกผมนี่ประชาชนซึ่งจะต้องไปเอาคืนควรจะชดใช้เงินคืนรัฐเท่าไร ผมคิดว่า เริ่มต้นจาก ๐ กันก่อนดีไหมครับ ๐ บาท จนถึงอาจจะ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ผมว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ก็อาจจะมาพูดคุยกันอย่างมีเหตุผลมากขึ้นว่าถ้าเราจะต้องไปเอาที่ดินของเราคืน เอาบ้านเราคืน จากตรงนั้นนี่ซึ่งตรงนั้นเปลี่ยนแปลงเป็นอะไรแล้วก็ไม่ทราบ แต่เราต้องคืนเงินด้วยนี่ผมคิดว่า คงไม่มีประชาชนคนไหนหรอกครับที่อยากจะปฏิบัติตามนั้น นอกจากนั้นครับท่านประธาน ผมยังขอฝากไปยังทางรัฐบาล ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยนะครับ ต้องให้ข้อมูลที่ชัดเจน ประชาชนไม่เคยรู้ว่าจะอุทธรณ์ได้ตรงไหน ถ้าไม่เห็นด้วยกับตรงนี้จะทำอะไรต่าง ๆ ต่อได้บ้าง จึงเป็นกรณีของการโต้แย้ง โต้เถียงกันอยู่ตลอดเวลา ร้านขายยาร้านหนึ่งที่จังหวัดนนทบุรี โดน รฟม. บุกเข้ารื้อตอนหกโมงเช้าครับท่านประธาน ทางร้านขายยาอ้างว่าเขาไม่ได้รับ จดหมายเลยที่จะต้องให้เขารื้อย้ายเมื่อไร หลังจากนั้นก็โต้แย้งกัน สุดท้าย รฟม. ส่งเจ้าหน้าที่ และรวมทั้งตำรวจเข้าบุกรื้นค้นไล่ทุบตั้งแต่หกโมงเช้า ยึดทรัพย์สมบัติของเขาตั้งแต่ กล้องโทรทัศน์วงจรปิดก็ยึดของเขาไป ยาซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เป็นสินค้าที่ต้องขายอยู่ในนั้นบอกว่า จะเอาไปใส่กล่องไว้ที่สำนักงานอยากได้คืนก็ไปขอคืนเอา ยามันมีอายุนะครับ มันต้องมี การจัดเก็บที่ถูกต้อง อย่างนี้เป็นต้น รวมไปถึงทรัพย์สินส่วนตัวเช่นพระเครื่อง เขาก็บอกว่า เขาก็เสียหายแล้วก็หายไปจำนวนหนึ่ง เจ้าหน้าที่ รฟม. ไม่สามารถให้คำตอบเขาได้ว่าอะไร คือความเป็นธรรมที่จะให้กับผู้ที่ถูกรื้อถอนหรือว่าจะต้องออกไปตามที่กฎหมายเวนคืนกำหนด ผมคิดว่าเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้เป็นเรื่องที่อยู่ในใจของประชาชนทุกคนที่ถูกกระทำอย่างนี้ ขอร้องขอวิงวอนว่าท่านรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องช่วยกันแก้ปัญหานี้ครับ ถ้าแก้ปัญหาอยู่ในกฎหมายฉบับนี้ได้ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้ก็ขอให้กระทำเลยนะครับ ผมขออนุญาตที่จะต้องขอฝากในเรื่องนี้อย่างชัดเจนว่าถ้าหากว่าท่านไม่เปลี่ยนหลักการ ไม่เพิ่มหลักการให้ตามรัฐธรรมนูญนั้นมันจะกลายเป็นว่ากรรมาธิการจะไม่สามารถพิจารณา นอกเหนือจากหลักการที่กำหนดไปเริ่มต้นได้ และกฎหมายฉบับนี้จาก ครม. เพียงฉบับเดียว ที่เข้าสู่สภาในวันนี้ ดังนั้นจึงต้องร้องขอจากทางรัฐมนตรีว่าถ้าท่านเห็นใจประชาชนที่ต้องถูกเวนคืน และต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญนั้นท่านต้องเพิ่มหลักการต่าง ๆ ทั้งเรื่องของการชดเชย ที่เป็นธรรมตามเวลาที่กำหนดที่เกิดขึ้นด้วย ขอบพระคุณครับ