สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓ · ๙ สิงหาคม ๒๕๕๕

ศักดา คงเพชร เสนอข้อเสนอเกี่ยวกับการซื้อครุภัณฑ์สิ่งแวดล้อมของสถาบันอาชีวศึกษา และหารือเรื่องการดำเนินการทางวินัยต่อผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต โดยส่งมอบรายการสืบสวนให้คณะกรรมการสอบสวนวินัยดำเนินการ

นายศักดา คงเพชร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายศักดา คงเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ก่อนอื่นก็คงจะต้อง ขอขอบคุณท่าน ส.ส. สุนทรี ชัยวิรัตนะ ที่มีความเป็นห่วงเป็นใยแล้วก็ได้ใส่ใจติดตาม เรื่องของกรรมาธิการแล้วก็ทางข่าวสารที่ท่านได้สอบถามถึงปัญหาที่เกิดขึ้นของสถาบันอาชีวศึกษา ที่ผ่านมานั้นในการใช้งบประมาณของเอสพี ๒ (SP2) ปี ๒๕๕๓ ปี ๒๕๕๔ แล้วก็งบประมาณ ปกติด้วย ซึ่งก็เกิดปัญหามากมายนะครับ ผมในฐานะที่ได้กํากับดูแลสํานักงานคณะกรรมการ การอาชีวศึกษานั้นก็ได้ติดตามตรวจสอบทุกเรื่อง แต่ว่ายอดเงินและโครงการของเอสพี ๒ นั้น เงินที่ใช้ไปก็ ๕,๓๐๐ ล้านบาท แล้วก็งบปกติอีกบางส่วนนะครับ ซึ่งจํานวนโครงการนั้น ก็เป็นโครงการจํานวนมากที่ลงพื้นที่ต่าง ๆ ของสํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ซึ่งมีทั้งหมด ๔๐๐ กว่าแห่งนะครับ แล้วก็ได้ตั้งกรรมการในช่วงที่ผมรักษาการ ตําแหน่งรัฐมนตรีว่าการนะครับ ได้ตั้งคณะกรรมการไป ๔ ชุด เพื่อที่จะไปติดตามตรวจสอบ กรรมการนั้นก็มาจากทั้งในสํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาแล้วก็บุคคลภายนอก ที่มีความสันทัดแต่ละเรื่องนะครับ สผ ๓/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) อัมภิกา ๔๔/๑ กรรมการตั้งไว้ไปสืบสวนหาข้อเท็จจริง จํานวน ๔ ชุด ที่ท่าน ส.ส. สุนทรีได้เป็นห่วงเป็นใย ใน ๒-๓ ประเด็นหลัก ๆ นั้น ก็ขอกราบเรียนชี้แจงว่าในชุดที่ไปสอบสวนอย่างเรื่อง ครุภัณฑ์สิ่งแวดล้อมที่ไปสอบสวนแล้วก็มีข้อสรุปส่งไปให้ทางท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการแล้วก็ท่านนายกรัฐมนตรี คณะกรรมการที่ไปสอบสวนนี่นะครับ ในการซื้อครุภัณฑ์เลขที่ ๖๔/๒๕๕๔ อันนี้ยกตัวอย่างนะครับเพราะว่ามันมีผลสอบสวน หลายเรื่องมาก ลงวันที่ ๕ มกราคม ๒๕๕๔ ซึ่งเป็นการซื้อครุภัณฑ์เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งลงนามโดย นางสาวศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ ขณะนั้นดํารงตําแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการ การอาชีวศึกษา จากผลสรุปของคณะกรรมการที่ได้ไปตรวจสอบแล้วก็จะมีลายลักษณ์อักษร จากวิทยาลัยต่าง ๆ ให้เขียนรายงานขึ้นมา ผลสรุปคณะกรรมการได้สรุปว่าจากผลสอบ ข้อเท็จจริงของคณะกรรมการชุดที่ ๒ ชุดที่ ๓ ชุดที่ ๔ แล้วนั้นกรณีผู้ร้องเรียนจัดหาครุภัณฑ์ อาชีวศึกษาของสํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาภายใต้โครงการแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจ ระยะที่ ๒ หรือว่าไทยเข้มแข็งนั้น คณะกรรมการสืบสวนแต่ละชุดมีความเห็น ไปในทํานองเดียวกันว่าการดําเนินการจัดซื้อครุภัณฑ์ดังกล่าววิทยาลัยไม่ได้มีคําขอ ไม่มีส่วนร่วม ในการกําหนดรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของครุภัณฑ์ ไม่มีส่วนร่วมในการจัดซื้อจัดจ้าง ไม่มีส่วนร่วมในการตรวจรับครุภัณฑ์ แล้วนอกจากนั้นยังมีความเห็นพ้องกันว่าการดําเนินการ ในเรื่องดังกล่าวมีพฤติการณ์ส่อไปในทางทุจริตต่อหน้าที่ราชการ คณะกรรมการชุดที่ ๑ จึงมีความเห็นว่าการดําเนินการในเรื่องจัดซื้อครุภัณฑ์อาชีวศึกษาภายใต้แผนฟื้นฟูเศรษฐกิจ ระยะที่ ๒ (ไทยเข้มแข็ง) ดังกล่าวข้างต้นมีมูลเป็นการทุจริตและประพฤติมิชอบ ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ทําให้ราชการเสียหายอย่างร้ายแรง จึงใคร่ขอเสนอ เพื่อโปรดพิจารณาดังนี้

๑. ให้ดําเนินการทางวินัยกับบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ก็จะเป็นคณะกรรมการ กําหนดครุภัณฑ์ ผู้อนุมัติให้ใช้ครุภัณฑ์ ลักษณะครุภัณฑ์ คณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้าง คณะกรรมการตรวจรับครุภัณฑ์และผู้อนุมัติเบิกจ่ายเงิน ทั้งนี้ไม่เป็นเหตุให้ผู้กระทําความผิด หลุดพ้นจากความรับผิดชอบในทางแพ่งตามกฎหมายและระเบียบของทางราชการที่เกี่ยวข้อง หรือความรับผิดทางอาญาด้วย

๒. คณะกรรมการมีข้อสรุปส่งมอบรายการสืบสวนข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าว ให้คณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง เพราะผมได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัย สผ ๓/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) อัมภิกา ๔๔/๒ อย่างร้ายแรงตามคําสั่งกระทรวงศึกษาธิการ ที่ สร ๔๓๔/๒๕๕๕ ลงวันที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๕๕ เพื่อดําเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

ในส่วนของที่เกิดขึ้นที่จังหวัดชัยภูมินั้นก็ได้อาศัยอํานาจตามคําสั่ง กระทรวงศึกษาธิการ ที่ สร ๕๓๑/๒๕๕๕ ช่วงที่ผมรักษาการนั้น ลงวันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๕๕ ให้ลงไปตรวจสอบสืบสวนหาข้อเท็จจริงที่วิทยาลัยสารพัดช่างชัยภูมิ ซึ่งได้ ทําการสืบพยานบุคคล จํานวน ๔ ท่านอยู่ในวิทยาลัยก็จะมีรองผู้อํานวยการ ๒ ท่าน ครูอัตราจ้าง ๑ ท่าน และหัวหน้างานพัสดุ จากการสืบสวนบุคคลดังกล่าวและพยานเอกสาร หลักฐานที่เกี่ยวข้องสรุปได้ดังนี้ ๑. รายการครุภัณฑ์ที่ได้รับ ๒ ปีงบประมาณจํานวนทั้งสิ้น ๑๐ รายการ จํานวนเงินงบประมาณทั้งสิ้นประมาณ ๓๘,๒๕๐,๐๐๐ บาท ๒. ครุภัณฑ์ ๑๐ รายการไม่ได้ใช้ในกิจการการเรียนการสอนเลยเนื่องจากไม่มีนักศึกษาในสาขาเทคโนโลยี สิ่งทอและเคมีสิ่งทอ มีเปิดสาขาใกล้เคียงในระบบเทียบโอนประสบการณ์คือสาขาอุตสาหกรรม เสื้อผ้าสําเร็จรูปกับโรงงาน สผ ๓/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) กุลนที ๔๕/๑ ซึ่งมีจํานวนนักศึกษา ๑๙ คน คือไม่มีการเปิดเรียนลักษณะที่เทคโนโลยีสิ่งทอหรือเคมีสิ่งทอ แต่ว่าทําเอ็มโอยู (MOU) กับโรงงาน ทวิภาคีกับโรงงานที่มีการตัดเย็บเสื้อผ้า ซึ่งคณะกรรมการในข้อที่ ๓ ก็ได้แจ้งมาว่าครุภัณฑ์ทั้ง ๑๐ รายการ วิทยาลัยจัดซื้อเอง ๖ รายการ และสํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาจัดซื้อส่งไปให้ ๔ รายการ จากการให้ถ้อยคํา ของผู้ที่เกี่ยวข้องพบว่าส่วนกลางเป็นผู้ดําเนินการร่างทีโออาร์ (TOR) กรรมการเพียงแต่ ไปเซ็นชื่อเท่านั้น จากการตรวจเอกสารพบว่าสํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ได้ส่งครุภัณฑ์ชุดดังกล่าวไปยังวิทยาลัยอีก ๓ แห่ง คือ วิทยาลัยการอาชีพขอนแก่น วิทยาลัยเทคนิคปักธงชัย วิทยาลัยเทคนิคโพธาราม และข้อที่ ๔ ครุภัณฑ์ปีงบประมาณ ๒๕๕๓ ทางสถานศึกษาไม่ได้ทําคําขอครุภัณฑ์ แต่ทางส่วนกลางดําเนินการจัดลงไป ซึ่งคณะกรรมการ ก็ได้สรุปมาอีกในข้อที่ ๕ ว่าครุภัณฑ์ปีงบประมาณ ๒๕๕๔ ทางสถานศึกษาไม่ได้ทําคําขอ และไม่ทราบล่วงหน้า ไม่ได้ผ่านกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของทางวิทยาลัย โดยทางสํานักงาน คณะกรรมการการอาชีวศึกษาให้ผู้ขายส่งให้กับวิทยาลัย แล้วก็มีการตรวจรับเพียงบางชิ้น ไม่มีการสาธิตการใช้เครื่องมือและไม่มีการอบรม และครุภัณฑ์งบประมาณในข้อที่ ๖ ปี ๒๕๕๓ และปี ๒๕๕๔ มีรายการครุภัณฑ์ที่ซ้ําซ้อนกัน คือ เครื่องวัดเทียบสีด้วยคอมพิวเตอร์ ซึ่งมากเกินความจําเป็น และครุภัณฑ์ในข้อที่ ๗ เขาก็ไม่ได้ทําคําขอ และปัจจุบันทางวิทยาลัย ก็ได้จ้างครูอัตราจ้างมาดูแล จํานวน ๑ คน เพื่อไม่ให้ครุภัณฑ์สิ่งทอที่ได้ไปเสียหาย และในการนี้คณะกรรมการสืบหาข้อเท็จจริงมีความเห็นว่าการจัดหาครุภัณฑ์ทั้งหมดดังกล่าว ไม่คุ้มค่ากับงบประมาณที่ได้ใช้จ่ายไป อีกทั้งไม่สอดคล้องกับการเรียนการสอน จึงเห็นควร ตั้งคณะกรรมการเพื่อสอบสวนต่อไป นี่ที่เกี่ยวกับครุภัณฑ์ที่วิทยาลัยสารพัดช่างชัยภูมิ ส่วนครุภัณฑ์อื่น ๆ นั้นคณะกรรมการทั้ง ๔ ชุดก็ลงไปตรวจสอบและมีข้อมูลเพิ่มเติม อีกมากมาย อย่างเช่นที่สืบสวนข้อเท็จจริงแล้วมีผลออกมาบางส่วนนั้น ก็คงจะขอเรียน ผ่านท่านประธานไปถึงท่าน ส.ส. สุนทรีที่อยู่คณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปราม การทุจริตประพฤติมิชอบด้วยนะครับ อย่างเช่น มีผลรายงานมาเมื่อวันที่ ๖ สิงหาคม เรื่องเกี่ยวกับตรวจสอบโครงการฝึกอบรมภายใต้โครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยเข้มแข็ง ระยะที่ ๒ ผลการฝึกอบรมทักษะงานเชื่อมโลหะแบบติ๊ก (TIG) ตามแบบมาตรฐานสากลนั้น คณะกรรมการไปสืบข้อเท็จจริงซึ่งเงินงบประมาณทั้งหมด ๑๐ ล้านบาท ค่าอบรม ๓ วัน สผ ๓/๒๕๕๕ (ส. ทั่วไป) กุลนที ๔๕/๒ ในการเชื่อมอ๊อกตกหัวละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งคณะกรรมการได้สรุปเบื้องต้นว่าค่าใช้จ่ายต่าง ๆ รวมกําไรไม่น่าจะเกิน ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท แล้วก็ใช้จ่ายงบประมาณทําให้เสียหายอย่างมาก ตัวนี้ก็จะสรุปแต่ละชุด ๆ ได้ส่งให้ทางท่านรัฐมนตรีว่าการและท่านนายกรัฐมนตรี เพื่อดําเนินการทั้งทางแพ่ง ทางอาญา และวินัยกับผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป เพราะความเสียหาย ที่เกิดขึ้นกับสํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาที่ผ่านมานั้นผมก็ไม่สามารถที่จะประเมิน ความเสียหายได้ แต่เด็กได้เสียโอกาสในการศึกษาไปจํานวนมากมาย ในฐานะที่กํากับดูแล ก็คงจะต้องดําเนินการสืบสวนและสอบสวนหาผู้กระทําผิดที่ต้องรับผิดชอบทั้งในส่วนราชการ และส่วนทางการเมืองด้วย ก็ขอเรียนตอบข้อที่ ๑