ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ หารือแผนพัฒนารถไฟไทย 2 ระบบ คือ ทางคู่เดิมและรถไฟความเร็วสูง เพื่อเชื่อมโยงภาคอีสานใต้สู่หนองคาย-จีน และเสนอให้ใช้ระบบฟีดเดอร์ขนส่งผู้โดยสารเข้าสู่เส้นทางหลัก พร้อมทั้งหารือการพัฒนาสนามบินสุรินทร์เพื่อเชื่อมโยงโลจิสติกส์และภูมิภาค โดยสั่งการให้ศึกษาโครงสร้างพื้นฐานรองรับการเดินทางข้ามพรมแดน และระบุปัญหาเรื่องไฟน้าร่อง
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ กระผม ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ต้องขอกราบเรียนอย่างนี้ครับว่าเรื่องรถไฟ เป็นเรื่องส้าคัญ ที่ผ่านมาประเทศไทยเราพึ่งถนนมาก ถนนนี่เป็นการขนส่งที่แพงที่สุด ปัจจุบันสินค้าเรา ๘๖ เปอร์เซ็นต์ขนโดยถนน ๒ เปอร์เซ็นต์ขนโดยรถไฟ อย่างนี้ถามว่านโยบาย รัฐบาลเรื่องรถไฟเป็นอย่างไร ก็จะตอบค้าถามของท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรตินะครับว่า จริง ๆ แล้วนี่รถไฟของเราในอนาคตจะมี ๒ ระบบ คือ รถไฟระบบเดิมที่ใช้รางมิเตอร์ เกจ (Meter gauge) ปัจจุบันมีอยู่ประมาณ ๔,๓๐๐ กิโลเมตรทั่วประเทศ ซึ่งไปทางภาคอีสานใต้ด้วยครับ ที่แยกออกมาทางโคราช อันนี้ก็จะมีอยู่ท้าให้เป็นระบบทางคู่ทั้งประเทศปัจจุบันประมาณ ๔,๓๐๐ กิโลเมตร ท้าเป็นทางคู่อีก ๓,๐๐๐ กิโลเมตรอันนั้นคือระบบซึ่งพอพัฒนาแล้วรถไฟ สามารถวิ่งได้ถึงความเร็วอย่างน้อย ๑๒๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง ก็ถือว่าเร็วกว่าปัจจุบันมาก อันนั้นคือระบบเดิมที่เราพัฒนาให้ดีขึ้น เน้นขนผู้โดยสารที่ไม่ต้องการความเร็วมาก เป็นคอมมิวเตอร์ เทรน (Commuter train) เป็นเฟรท (Freight) เป็นสินค้าหนัก ข้าว น้าตาล ยางพารา ขนทางเส้นทางเดิมใช้รางขนาด ๑ เมตร มีเครือข่ายแล้ว ๔,๓๐๐ กิโลเมตร ทั่วประเทศไม่ต้องลงทุนใหม่ ลงทุนเพิ่มเติมปรับปรุงประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท พัฒนาให้เป็นทางคู่เสีย ส่วนอีกระบบหนึ่งซึ่งเป็นระบบที่ผมคิดว่าเป็นอนาคตประเทศก็คือ ระบบรถไฟฟ้าความเร็วสูง อันนี้เราจะวิ่ง ๔ แนว ปัจจุบัน ๔ แนวก่อนก็คือกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ กรุงเทพฯ-หนองคาย กรุงเทพฯ-ปาดังเบซาร์ กรุงเทพฯ-ระยอง รถไฟจะวิ่งด้วยความเร็ว อย่างน้อย ๒๕๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง ความกว้างของราง ๑.๔๓๕ เมตร ส่วนใหญ่จะวิ่งขนานกับแนวเส้นทางเดิม เพราะฉะนั้นรถไฟเดิมก็จะท้าเป็นระบบที่เป็นระบบ ฟีดเดอร์ (Feeder) คือน้าผู้โดยสารเข้าสู่ระบบรถไฟฟ้าความเร็วสูงเพราะรถไฟฟ้าความเร็วสูง สถานีมันจะน้อยหน่อย เพราะมันวิ่งเร็วมันจอดทุกสถานีไม่ได้ อย่างกรุงเทพฯ-หนองคาย จะมี ๑๑ สถานี ก็ประมาณ ๗๐ กิโลเมตรต่อสถานี แต่รถไฟระบบเดิมราง ๑ เมตร ก็จะวิ่งถี่หน่อย ก็จะน้าผู้โดยสารจากสถานีย่อย ๆ ตามอ้าเภอ ตามต้าบลมาลงที่สถานีใหญ่ เพื่อขึ้นสู่รถไฟความเร็วสูงไปสู่เมืองหลัก ๆ ทีนี้ถามว่าระบบรถไฟของทางอีสานใต้เป็นอย่างไร ทางภาคอีสานรถไฟออกจากกรุงเทพมหานคร เรามี ๒ เส้น กรุงเทพมหานครไปทาง จังหวัดหนองคายประมาณ ๖๐๐ กิโลเมตร และกรุงเทพฯ-อุบลราชธานี มันจะไปแยก ที่ขึ้นมาร่วมสายเหนือ สายอีสาน มาด้วยกัน แล้วพอถึงบ้านภาชีแยกขวา แล้วพอถึงโคราช ชุมทางบ้านจิระ แยกขึ้นจังหวัดหนองคายแล้วก็แยกไปทางจังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานีก็มาทางจังหวัดสุรินทร์ จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดอุบลราชธานี ปัจจุบันเส้นทางรถไฟความเร็วสูงก็จะไปที่จังหวัดหนองคายเป็นหลักเส้นแรกก่อน เพราะว่าเราต้องการเชื่อมไปที่ประเทศจีน ไปถึงคุนหมิง ไปถึงระบบรถไฟความเร็วสูง ของประเทศจีน ถ้าเราเชื่อมโยงได้ประชากรจีน ๑,๐๐๐ กว่าล้านคน สามารถเข้าสู่ระบบ รถไฟความเร็วสูงของประเทศไทยลงมาสู่ประเทศไทย ลงมาทางภาคอีสาน ลงมาถึง กรุงเทพมหานครก็มีความต้องการจ้านวนมาก ส่วนถามว่าแล้วอีสานใต้จะไปอย่างไร อีสานใต้จะพัฒนาในขั้นแรกเป็นระบบทางคู่ แต่เดิมเป็นทางเดี่ยว สภาพรางไม่ดี ปรับปรุงทางคู่ให้แข็งแรงขึ้นแล้วมาต่อที่โคราชที่ชุมทางจิระ เพราะฉะนั้นจากชุมทางจิระ ไปถึงจังหวัดอุบลราชธานี ๓๐๐ กิโลเมตร ถ้าเราวิ่ง ๑๒๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใช้เวลา ๒ ชั่วโมงกว่าวิ่งตลอดเส้นทางได้ เพราะฉะนั้นจากอีสานใต้เราวิ่งรถไฟทางคู่ มาที่โคราชต่อรถไฟความเร็วสูงจะขึ้นไปจังหวัดหนองคายลงมาโคราชไปจังหวัดเชียงใหม่ ไปจังหวัดระยองได้ เพราะฉะนั้นก็เป็น ๒ ระบบที่คู่ขนานกัน ในอนาคตพอมีความต้องการ มากขึ้น เมืองเจริญขึ้น เราก็อาจจะขยายเส้นทางความเร็วสูงลงสู่อีสานใต้ด้วย เพราะฉะนั้น ผมว่าภาพรวมเราใช้ ๒ ระบบเกื้อหนุนซึ่งกันและกันเป็นระบบที่เรียกว่าเป็นฟีดเดอร์ รถไฟทางเดิมฟีดเดอร์เข้าสู่รถไฟความเร็วสูง และคิดว่ารถไฟความเร็วสูงตามนโยบายรัฐบาล ก็จะเริ่มประมูลได้ในปีหน้า ปัจจุบันก็มีหลายประเทศที่สนใจแล้วก็พยายามแข่งขันกัน ผมก็คิดว่าเราน่าจะได้ของที่ดีมีคุณภาพในราคาที่เหมาะสม
ส่วนประเด็นสนามบินสุรินทร์ ผมเพิ่งได้รับข้อมูลมาแล้วก็ได้สั่งการ ให้เจ้าหน้าที่ไปท้าการศึกษาแล้วครับ เพราะว่าจริง ๆ แล้วถ้าดูโลจิสติกส์ เราไม่ได้ดูเฉพาะประชาชนจังหวัดสุรินทร์นะครับ เราดูประชาชนของประเทศกัมพูชา ไม่ต้องมีสนามบินของตัวเองครับ นั่งรถเข้ามาขึ้นสนามบินสุรินทร์ ขึ้นสนามบินสตึก ที่จังหวัดบุรีรัมย์ แล้วก็เข้ากรุงเทพมหานครต่อไปนครลอนดอนต่อไปทั่วโลก อาศัยโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทย พอเออีซีมันไม่มีพรมแดนแล้ว คนข้ามกัน อย่างไม่มีพรมแดน เพราะฉะนั้นโครงสร้างพื้นฐานเขามาใช้กับของเรา ปัจจุบันผมว่า พี่น้องประเทศกัมพูชา ประเทศ สปป. ลาว ก็ข้ามมาซื้อของ ข้ามมาจับจ่ายใช้โครงสร้างพื้นฐาน ของเรา สนามบินก็เป็นเป้าหมายหนึ่งครับ ต่อไปสนามบินเราพัฒนาเป็นโหนด (Node) พี่น้องเพื่อนบ้านเราก็มาใช้สนามบินเราเพิ่มก้าลังการใช้ มีสายการบินมาใช้มากขึ้น เชื่อมโยงกับภูมิภาคได้ ผมคิดว่าสนามบินสุรินทร์จะรับไปเลยครับ ปัจจุบันยังมีปัญหา เรื่องไฟน้าร่องเรื่องความยาว เรื่องการบริหารจัดการ แต่ว่าได้รับข้อมูลมาแล้ว แล้วก็สั่งการเจ้าหน้าที่ด้าเนินการแล้วครับ ขอบพระคุณครับ
นายเจริญ จรรย์โกมล (รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง)
๑.๒ กระทู้ถามทั่วไป
๑.๒.๑ กระทู้ถาม ที่ ๒๘๗ เรื่อง เอกลักษณ์ วัฒนธรรม ประเพณีของ คนในชาติ (นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีประจ้าส้านัก นายกรัฐมนตรีเป็นผู้ตอบนะครับ ท่านวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล
เชิญท่านจิรายุ ห่วงทรัพย์ ถามครับ