รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท แสดงความเห็นชอบเกี่ยวกับการแก้ไขกฎหมายสัตว์ โดยเน้นย้ำว่าควรทำอย่างมีประสิทธิภาพและไม่ควรยัดเยียดมาตรา 18 ให้มากเกินไป นอกจากนี้ยังหารือเรื่องสถานสงเคราะห์สัตว์และเรียกร้องให้การกระทำที่มีกฎหมายกำหนดให้สามารถกระทำได้เป็นการเฉพาะ มีรายละเอียดครบถ้วนและเป็นข้อสังเกตที่จะช่วยให้การปฏิบัติหน้าที่เป็นไปตามที่กำหนด
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ท่านประธาน ดิฉันก็เห็นด้วย เพียงแต่ว่าดิฉันเป็นคนไม่เลี้ยงสัตว์ทุกชนิด เพราะดิฉันไม่มั่นใจ ว่าดิฉันจะจัดสวัสดิภาพให้กับสัตว์ที่ตัวเองเลี้ยงได้ดีแค่ไหน ก็เลยเป็นคนไม่เลี้ยงสัตว์เลย แต่ว่าก็เห็นด้วยเพราะว่าเห็นข่าวคราวจากที่ว่านี่ละค่ะบางทีแล้วมันก็โหดร้าย มันทารุณ แล้วก็ในขณะที่สัตว์ก็เป็นสิ่งที่มีชีวิต ดิฉันก็จะต่อยอดจากหลายท่านที่อภิปรายไปแล้วว่า ดิฉันเห็นด้วยกับเรื่องของคณะกรรมการที่จะตั้งขึ้นมา กรุณาตั้งเฉพาะที่จำเป็นแล้วที่เกี่ยวข้อง เท่านั้น อย่าไปตั้งสะเปะสะปะ ดิฉันไม่เข้าใจว่าผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยตั้งมาทำไม ตั้งเพื่อให้ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยไปเที่ยวบอกใครต่อใครว่าประเทศไทย มีกฎหมายนี้ออกมาแล้วหรือ หรืออย่างเราบอกว่าสัตว์นี่ก็ยกเว้นสัตว์น้ำตามกฎหมายประมง สัตว์อื่นแล้วก็สัตว์ป่า แล้วก็จะเอาอธิบดีกรมประมง และอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชเข้ามาทำไม ในเมื่อกฎหมายเหล่านั้น สัตว์เหล่านั้นไม่เกี่ยวข้องอยู่ในกฎหมายนี้แล้ว ที่จริงถ้าดูนี่ดิฉันว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์น่าจะต้องไปทำกฎหมาย ประมวลกฎหมายสัตว์ เพราะว่ามันเยอะมากเลย วันนี้เราพูดแต่เรื่องกฎหมายสัตว์ทั้งสิ้นเลย แล้วดิฉันก็เชื่อว่า มาตรา ๑๘ ที่เรามีข้อยกเว้นเราก็ยกเว้นตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับข้อยกเว้นนั่นแหละ เช่นการฆ่าสัตว์ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการฆ่าสัตว์เพื่อการจำหน่ายเนื้อสัตว์ ซึ่งเราจะพูดถัดจากกฎหมายฉบับนี้ แล้วก็จะมีอย่างหลายท่านพูดถึงการทรมานสัตว์ ที่เอาสัตว์นี่ไปขาย เอาสุนัขไปขายมันก็มีกฎหมายอื่น ดิฉันยังนั่งคุยกันอยู่ตรงนี้ ถามว่า ถ้าพูดถึงกฎหมายฉบับนี้ การที่เอาสัตว์ไปขายถ้าเขาทำกรงอย่างดี ให้อาหารอย่างดี แล้วเอาไปขาย อย่างนี้ถือว่าเป็นสวัสดิภาพดีไหม แต่มันผิดกฎหมายที่ห้ามขายใช่ไหมคะ หรือช้างอย่างนี้ที่ท่านอภิชาตก็บอกว่าถ้าบังคับให้มันทำงานหาเงินให้มันก็จะมีกฎหมาย ช้างป่าอีกต่างหากซึ่งมันไม่อยู่ในนี้ ทีนี้ถ้าสมมุติว่าเราไม่มีรายละเอียดเลยในมาตรา ๑๘ ไล่มาตรา ๕ ไปก่อนว่าคณะกรรมการควรจะมีเฉพาะที่จำเป็นเท่านั้น แล้วดิฉันคิดว่า กรรมการโดยตำแหน่งไม่ต้องมากหรอกค่ะ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ คือผู้ทรงคุณวุฒิ เกี่ยวกับเรื่องสัตว์จริง ๆ กรรมการโดยตำแหน่งคนอื่นนี่ อธิบดีกรมการศาสนาอย่างนี้ ดิฉันไม่เข้าใจมีไว้ทำไม เพราะในขณะที่นักบวชทั้งหลายก็ฉันเนื้อสัตว์อยู่ทั้งนั้น ซึ่งท่านอาจจะไม่มีความรู้เรื่องสัตว์เลยก็ได้ ดิฉันยังคิดว่าผู้ทรงคุณวุฒิที่เราพูดถึง ไม่ว่าจะ คณบดีคณะสัตวแพทยศาสตร์ ผู้แทนสมาคมหรือมูลนิธิที่ดูแลเรื่องสัตว์นี่ กลุ่มคนเหล่านี้ มีจิตใจที่จะดูแลสัตว์อย่างแท้จริง ดิฉันยังคิดว่ากลุ่มคนเหล่านี้จะต้องเอาเข้ามา อย่างน้อยที่สุด ต้องไม่น้อยกว่าคณะกรรมการที่มาโดยตำแหน่ง หรือมากกว่าก็ยังได้เลย เพราะว่าอาจจะ มากกว่าก็ได้เพราะว่าดิฉันดูความเข้าใจของดิฉันเอง
หมวด ๓ สถานสงเคราะห์สัตว์ เราพูดถึงแต่ว่าองค์กรจัดสวัสดิภาพสัตว์ นี่เป็นคณะบุคคลหรือนิติบุคคล ซึ่งมีวัตถุประสงค์ดำเนินกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการป้องกัน การทารุณกรรมสัตว์และการจัดสวัสดิภาพสัตว์ ไม่มีวัตถุประสงค์แสวงหากำไร นั่นแปลว่า เป็นนิติบุคคล เป็นองค์กรเอกชน แล้วกลุ่มคนเหล่านี้ก็จะจัดตั้งสถานสงเคราะห์สัตว์ขึ้นมาได้ แล้วของรัฐไม่กำหนดหรือว่าจะต้องมีด้วย หรือมีเฉพาะของเอกชนเท่านั้น แล้วกรมปศุสัตว์ หรือหน่วยงานอื่นไปสนับสนุนใน (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) เท่านั้นหรือ แล้วของรัฐ หรือรัฐไม่ต้อง รับผิดชอบเลย ออกกฎหมายมาใครอยากทำก็ทำ เพราะฉะนั้นถ้าอย่างนั้นกรรมการ ที่มาจากผู้ทรงคุณวุฒินี่ควรจะมีมากกว่า แล้วพอมาถึงหมวด ๔ ป้องกันการทารุณกรรมสัตว์ ดิฉันคิดว่ามาตรา ๑๗ ตัดทิ้งไปเลย เขียนไว้ทำไมล่ะคะ ห้ามมิให้ผู้ใดกระทำการ อันเป็นการทารุณกรรมสัตว์โดยไม่มีเหตุอันสมควร มันมีเหตุอันสมควรด้วยหรือคะ เพราะมาตรา ๑๘ ท่านก็บอกแล้ว เหตุอันสมควรคือมาตรา ๑๘ ก็ไม่ถือว่าเป็นการทารุณกรรมสัตว์ ถ้า ๑๑ ข้อ แล้วก็ยังนั่งคุยกันเลย เมื่อกี้ที่นั่งคุยกับท่าน ส.ส. ผู้ใหญ่ ๒-๓ ท่าน ก็ยังพูดกันเล่น ๆ ท่านถามว่าถ้าเอาหมามาฆ่านี่ผิดไหม (๑) ดิฉันบอกถ้าเขาฆ่าเพื่อกินก็น่าจะได้ ดิฉันก็เคยกินค่ะ เนื้อหมา ก็ต้องถามว่า แต่ว่าถ้าอย่างท่านกรณ์ท่านเป็นห่วง มันก็คงไม่ใช่ว่าคนที่จะกินหมานี่ เอาหมาที่ตัวเองเลี้ยงมากิน ก็คงไปซื้อที่อื่นหาที่อื่นมา ก็ฝากท่านคณะกรรมาธิการด้วยค่ะ เพราะที่จริงแล้วมันก็มีพื้นที่มีคนที่กินหมาอยู่ นอกจากหมา กินสัตว์อะไรเยอะแยะไปหมดเลย จะห้ามเขาไหมคะ แล้วเขาก็กินมาชั่วนาตาปีแล้ว หรือว่าถือว่าคนเป็นยักษ์ ถ้าเราไม่ใช่ยักษ์ เราก็ต้องห้ามกันหน่อย ห้ามกินโน่นห้ามกินนี่หรืออย่างไร หรืออย่าง (๕) ดิฉันเห็นด้วยนะคะ การฆ่าสัตว์ตามพิธีกรรมหรือความเชื่อทางศาสนา เราไม่สนใจเรื่องวิธีการฆ่าเลยใช่ไหม จะฆ่าโดยวิธีการที่ทารุณกรรมอย่างไร แค่ไหน ก็ไม่เป็นไรใช่หรือไม่ แล้วการที่สัตว์ต่อสู้กัน ตามประเพณีท้องถิ่น จะให้ต่อสู้ธรรมดาหรือมีการพนัน ถ้ามีการพนันมันก็ต้องสู้กันให้ตายไป ข้างหนึ่ง แต่ถ้าเป็นการต่อสู้ตามประเพณีท้องถิ่น ตอนสมัยที่ดิฉันเป็นเด็กดิฉันก็จะอุ้มไก่ไปตี แล้วก็จะเลี้ยงปลากัดนี่แหละค่ะ แต่ว่ากัดกันอย่างสนุกสนาน แล้วกลัวปลาตัวเองจะเจ็บ กลัวไก่ตัวเองจะเจ็บ ดูท่าทีสู้ไม่ได้เราก็ต้องรีบเอากลับไปเลี้ยงไปดูแล เพราะฉะนั้นมันอาจจะต้องดู ฝากท่านหน่อยก็แล้วกัน มันคงมีรายละเอียดมากกว่าที่จะเขียนสั้น ๆ แต่ละประโยคอย่างนี้ (๑๐) ก็เหมือนกัน การกระทำอื่นใดที่มีกฎหมายกำหนดให้สามารถกระทำได้เป็นการเฉพาะ มันมีกฎหมายอะไรบ้างที่ทำได้เป็นการเฉพาะ ถ้าท่านไม่ค้นมาแล้วก็ระบุออกมา คนที่ดูแล กฎหมายฉบับนี้เขาก็จะไม่เข้าใจ แล้วก็จะสับสน แล้วก็จะทำให้การปฏิบัติหน้าที่เป็นไปไม่ได้ แล้วก็ไม่เป็นไปตามที่กำหนดถ้าท่านพูดลอย ๆ อย่างนี้ กฎหมายกำหนดให้สามารถกระทำได้ เป็นการเฉพาะ การกระทำอื่นใดที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดโดยความเห็นชอบ ของคณะกรรมการ มันคงต้องมีอะไรคร่าว ๆ เอาไว้ให้มองเห็นเป็นทิศทางเป็นกรอบเข้าไปด้วย ก็ฝากเรียนท่านว่าหมวด ๕ การจัดสวัสดิภาพสัตว์ มาตรา ๒๐ ห้ามมิให้เจ้าของสัตว์ปล่อย ละทิ้ง หรือกระทำการใด ๆ ให้สัตว์พ้นจากการดูแลของตนโดยไม่มีเหตุอันสมควร อะไรคือ การไม่มีเหตุอันสมควร เลี้ยงมาแล้วไม่มีปัญญาที่จะเลี้ยงต่อ ท่านต้องมีมาตรการอื่น ไม่ใช่บอกว่าถ้ามีเหตุอันสมควรก็ปล่อยทิ้งได้ ท่านต้องบอกว่าถ้าไม่มีเหตุอันสมควร วรรคต่อมาบอกไม่รวมถึงการโอนกรรมสิทธิ์ หรือสิทธิครอบครองให้ผู้ประสงค์จะนำไปดูแลแทน ท่านต้องมีมาตรการอะไรอย่างนี้ค่ะ แล้วจะทำอย่างไร จะใช้เหตุผลอันสมควรเพื่อที่จะละทิ้ง ปล่อยทิ้งน่าจะไม่ได้ เพราะหลายท่านได้ยกตัวอย่างมามากแล้ว หรือมาตรา ๒๒ (๕) นำสัตว์ ที่ถูกทารุณกรรมไปตรวจรักษาหรือช่วยเหลือสัตว์ที่ตกอยู่ในภยันตราย ในกรณีที่ปรากฏว่า สัตว์นั้นไม่มีเจ้าของ อันนี้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ ในกรณีที่ปรากฏว่าสัตว์นั้นไม่มีเจ้าของ แล้วถ้าสัตว์ที่มีเจ้าของท่านก็ต้องบอกว่าจะต้องจัดการอะไร อย่างไร ฉะนั้นก็ต้องเรียนท่านว่า ดิฉันก็เห็นด้วย แต่ฝากเอาไว้ ทั้งหลายทั้งปวงเป็นข้อสังเกต แล้วก็เป็นข้อคิดให้กับท่านที่จะ เป็นกรรมาธิการ ขอบพระคุณค่ะ