สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๘ · ๓ ตุลาคม ๒๕๕๕

ไพจิต ศรีวรขาน พูดเรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน และขอให้เพิ่มสำนักงานที่ดินสาขาและลดค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนให้เหมาะสม

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ต่อการสนับสนุน การแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดินในคราวนี้ถือว่าเป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อวิถีชีวิต ของพี่น้องประชาชนอย่างยิ่ง ประเด็นเรื่องของการที่จะอำนวยประโยชน์หรือความสะดวก ในการที่จะจดทะเบียนทั้งขายฝาก ทั้งไถ่ถอนจากจำนอง ซึ่งเป็นภาระที่เกี่ยวข้องกับคนที่ขัดสน ท่านประธานครับ พี่น้องประชาชนจำเป็นต้องขายฝาก เอาเอกสารสิทธิ เอาโฉนด เอา น.ส. ๓ ไปขายเพื่อเป็นการที่จะให้ได้มาซึ่งทุนทรัพย์ในการยังชีพ เพราะฉะนั้นพอที่จะมี การไถ่ถอนจากจำนองในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของมรดกต่าง ๆ ก็เป็นภาระที่สังคมไทย จะต้องถ่ายโอนเรื่องเหล่านี้จากพ่อไปหาลูก จากเจ้าของมรดกไปสู่ผู้รับมรดก ท่านประธานครับ คำว่าทบวงการเมืองมันไม่สามารถที่จะอำนวยความสะดวก กฎหมายฉบับนี้ก็ขยายความขึ้น ให้หมายถึง ราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค หรือราชการส่วนท้องถิ่น ก็แปลว่า สามารถที่จะดำเนินการได้ อำนวยประโยชน์ไปสู่ประชาชนได้มากขึ้นสะดวกขึ้น อันนี้ต้องชื่นชม ในความตั้งใจของราชการที่ต้องการจะอำนวยประโยชน์สิ่งเหล่านี้ ท่านประธานครับ ผมมีชีวิต อยู่กับพี่น้องประชาชนเหมือนกับท่านประธาน เวลาจะไปทำนิติกรรมจำนอง ไถ่ถอนจากจำนอง ขายฝาก ล้วนแต่เป็นกิจกรรมที่จะต้องทำบนที่ทำการส่วนราชการทั้งนั้น ไปทำที่อื่นก็ไม่ได้ ต้องไปสำนักงานที่ดิน ต้องไปสำนักงานที่ดิน ถ้าจังหวัดหนึ่งมีสำนักงานที่ดินเดียวจังหวัดเล็กนี่ จังหวัดใหญ่ก็มีสาขานะครับท่านรัฐมนตรี สำนักงานที่ดินสาขาอำนวยประโยชน์ในการทำหน้าที่ ในการทำนิติกรรมที่ดินอย่างยิ่ง ผมเคยได้รับเขตเลือกตั้งที่อยู่ห่างไกลกันมากจากอำเภอหนึ่งไปอำเภอหนึ่ง สำนักงานที่ดินสาขา จะรวบรวมเป็นสถานที่ที่จะทำนิติกรรมในการจดจำนองโฉนด เปลี่ยน แบ่งแยก อะไรทั้งหลาย แบ่งมรดก มันเป็นธรรมเนียมของคนอีสานพอจะต้องแบ่งให้ลูกให้หลานกี่คน ก็พาแห่กันไปหมดครับ ถ้าอยู่ไกลต้องนอนรอนะครับ ต้องนอนรอ เพราะฉะนั้น ผมเข้าใจว่าเฉพาะที่จะต้องมีสำนักงานที่ดินสาขาในการไถ่ถอนอำนวยประโยชน์เหล่านี้ ท่านรัฐมนตรีครับ ช่วยดูเป็นกรณีให้อำนวยประโยชน์ให้ถึงให้ทั่วในพื้นที่ อย่าให้ต้อง ๒-๓ อำเภอไปคอย ต้องขึ้นอยู่กับปริมาณที่ดินที่จะต้องทำการแบ่งแยก เหล่านี้ล้วนแต่เป็น ภาระที่จะต้องทำให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ประเด็นเจ้าพนักงานที่จะต้องทำ เกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ก็ต้องเป็นราชการ พอปฏิรูประบบราชการก็กระชับกำลังผู้คนของ กรมที่ดินลงนี่นะครับ ลดลง แต่การอำนวยประโยชน์ประชาชนกลับมีความจำเป็นที่ต้องแบ่ง ที่ต้องโอนมรดกกันมากขึ้น นี่มันสวนทางกันครับ เพราะฉะนั้นเมื่อช่องทางที่เห็น ในการปฏิรูประบบราชการแล้วถ้าของกรมที่ดินไม่สามารถที่จะไปจ้างลูกจ้างซึ่งไม่เป็น เจ้าพนักงานมาดำเนินการในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสิ่งเหล่านี้ก็เป็นข้อขัดข้องอีกเช่นเดียวกัน ผมอยากให้นอกจากที่จะแก้ระเบียบ กฎหมายเหล่านี้แล้ว ก็ควรที่จะอำนวยการดูกำลังผู้คน ให้กับเจ้าพนักงานที่จะรับใช้พี่น้องประชาชน ไม่อย่างนั้นถ้าให้การบริการชักช้า ก็จะมีการเรียกเก็บ ใครอยากได้เร็วก็จ่ายสตางค์อย่างนี้ครับ เป็นประโยชน์ เป็นสิ่งที่มัน เกิดขึ้น เป็นกิจวัตรที่ผกผันอยู่กับวิถีชีวิตของนักการเมืองที่เราต้องการอำนวยความสะดวก ให้กับพี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ ค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนมรดกมันก็เป็น ความเดือดร้อนอย่างยิ่ง เพราะค่าธรรมเนียมความจริงก็คือทรัพย์สินตัวเดิมนั่นแหละ แต่ว่าเจ้าของมรดกก็มีความประสงค์ที่จะแบ่งให้ แต่ต้องไปตีราคาว่าราคาที่ดินมันเท่าไร แปลงละเท่าไร ราคาซื้อขายก็เหมือนกับว่าจะต้องเก็บโดยนัยอัตราส่วนเหล่านั้นเป็นหลัก ผมไม่ทราบว่าเรื่องเหล่านี้ถ้าลำพังที่จะต้องหารายได้ในการได้รับค่าธรรมเนียม การจดทะเบียน ไถ่ถอนจำนอง ในเรื่องถ่ายโอนมรดกก็จะทำให้เกิดข้อเดือดร้อน แปลว่าทั้งหมดทั้งมวลขอให้ถือว่าเอกสารสิทธิพิชิตความยากจน การมีชื่อเป็นเจ้าของไถ่โอน คราวนี้จะโอนได้ถึงอสังหาริมทรัพย์ติดกับที่ดินซึ่งแต่ก่อนไม่มี หมายถึงบ้านที่อยู่อาศัยก็จะ ได้รับการขายฝาก การไถ่ถอนจากจำนอง ทั้งหมดนี้ก็จะเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นภารกิจเหล่านี้คือภารกิจที่กระผมมีความชื่นชมว่าเมื่อรัฐบาลเสนอกฎหมาย ทำนองแบบนี้ถ้าท่านได้ใส่ในอีก ๒-๓ ประเด็นที่ผมบอก ๑. สำนักงานที่ดินสาขา ที่ขาดกี่แห่งท่านขอมา ถ้าไม่มีเงินสภาก็พิจารณาอยู่แล้ว ควรจะอำนวยเรื่องเหล่านี้เสีย ค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียน ไถ่ถอนจากจำนองอะไรทั้งหมดเป็นภาระให้มันเหมาะสม ตามควร อย่าไปคิดเรื่องที่ดินแบบพาณิชย์ ขายต้องเสียภาษีเท่านี้ ภาษีเงินได้ ไล่ให้เพียงพอ ก็จะบรรเทาภาระความเดือดร้อนของประชาชน ก็เห็นว่าควรที่จะให้ความเห็นชอบ ตามเจตนารมณ์ ต้องชื่นชมท่านรักษาการ มท. ๑ ที่ได้เป็นผู้เสนอกฎหมายฉบับนี้ ด้วยตัวของท่านเอง แล้วก็เป็นธรรมเนียมนักการเมืองที่ไปเป็นประธานคณะกรรมาธิการ ดำเนินการประชุมเองกับพวกเรา นี่เป็นความชื่นชมที่ผมถือว่าเป็นความงดงาม ของสภาผู้แทนราษฎร ขอบพระคุณครับท่านประธาน