สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๘ · ๓ ตุลาคม ๒๕๕๕

สงวน พงษ์มณี หารือเรื่องรัฐธรรมนูญที่มีการเปลี่ยนแปลง สิทธิประโยชน์ของกำลังพล และขอให้รัฐธรรมนูญไม่ให้ผลกระทบต่อผู้ที่มีส่วนร่วมในการรบ และหารือเรื่องสิทธิประโยชน์ของผู้รับเงินเดือนเพื่อให้ได้รับประโยชน์ที่เท่าเทียมกัน

นายสงวน พงษ์มณี ลำพูน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลำพูน ผมต้องขออนุญาตเรียนผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรี เพื่อสื่อสารถึงกองทัพและกระบวนการคิดที่จะให้สิทธิประโยชน์แก่กำลังพล คือผมเองเคยไปรบ ที่ประเทศเวียดนาม เป็นพลปืนเล็กหมายเลข ๒ ในหน่วยสเกาท์ (Scout) หน้า รบ ๒๕ วัน พัก ๕ วัน ต่อมาได้รับความกรุณาจากผู้บังคับบัญชามาอยู่ห้องยุทธการระยะหนึ่ง และเมื่อมีกำลังพลขาดกระผมได้ไปทำหน้าที่อยู่ที่ศูนย์ข่าวซึ่งเป็นตอนเลื่อนยศ ปลด ย้าย ของสาย ๑ จะเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ทั้งสิ้น ผมเข้าใจเรื่องนี้และผมเห็นว่า การออกพระราชบัญญัติฉบับนี้เห็นด้วย แต่ผมไม่เข้าใจในสาระสำคัญที่เขียนว่าจริง ๆ แล้ว ต้องการอย่างไร ท่านประธานครับ มีชุดความขัดแย้ง ๒-๓ ชุดความขัดแย้งซึ่งผมคิดว่า ต้องเรียนผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีหรือคณะทำงานของกระทรวงกลาโหมว่า ชุดความขัดแย้งที่สำคัญนี่คือสิทธิในการได้รับ ท่านประธานครับ ท่านรัฐมนตรีที่เคารพ ยุทธการล็อกแอน ในสมัยกองพลจงอางศึก ทหารไทย ๑ กองร้อยที่ล็อกแอน ต่อสู้กับ ฝ่ายตรงกันข้ามตั้งแต่ก่อนเที่ยงคืนจนกระทั่งถึงรุ่งสาง คนไม่ถึง ๑๐๐ คนแต่ทำลายฝ่ายตรงข้าม ได้ถึง ๒๑๒ คนครับ ท่านทราบไหมครับ โดยหลักการของกฎหมายฉบับนี้มีเพียงไม่ถึง ๑๐ คน ที่ได้เหรียญชัยสมรภูมิประดับเปลวระเบิด เพราะคนที่ได้คือตายและบาดเจ็บ แต่คนที่อยู่ยุทธการนั้นได้เท่ากับผมซึ่งเป็นกองพลเสือดำ หมายความว่าอย่างไรครับ ได้เหรียญชัยสมรภูมิ ระดับ ๒ ผมพูดประเด็นนี้ผมจะชี้ให้เห็นว่าเป็นไปได้ไหมครับ ใช้หลักการประเมินรับผิดชอบของผู้บังคับบัญชาเป็นยุทธการเลย หมายความว่าอย่างไรครับ หมายความว่ายุทธการล็อกแอนต้องได้ทุกคนครับ ทำไมคนที่ต่อสู้จนเอาชนะกลับเป็นผู้ผิด ไม่ได้รับเหรียญชัยสมรภูมิประดับเปลวระเบิด ผมพูดประเด็นนี้มันสู่ท่านวีรชนในใจผมคนหนึ่ง ถ้าเอ่ยชื่อท่านคงรู้จัก ท่านอิทธิ สิมารักษ์ ท่านคงรู้จักดีครับ ต้องขออนุญาตเอ่ยชื่อท่าน เพราะท่านเป็นวีรชนที่เสียชีวิตไปแล้วด้วย ยุทธการที่ไปแย่งศพของ เสธ. ทวี กองทัพภาคที่ ๒ เราต่อสู้กันเอาเป็นเอาตายมากเลยครับ ในที่สุดนายทหารไม่ได้อะไรเลย พลทหารได้รับบาดเจ็บ ๒ ท่าน ๓ ท่าน และคนตาย ๑ ท่านก็ได้ไป ตอนนั้นผมอยู่ยุทธการครับท่านประธาน ทำอย่างไรครับ ได้บอดี้ เคานท์ (Body count) หรือได้ศพมา ๒-๓ ศพ รายงานครึ่งเดียว ท่านประธาน ลองดูว่าจะได้ไหม รายงานครึ่งเดียว พรุ่งนี้รายงานอีกบอกว่ามีคนบาดเจ็บ เท่านี้คน บาดเจ็บเนื่องจากกล้ามเนื้อท้องฉีกขาด ได้ทุกคนท่านประธาน ท่านเห็นไหมครับ ซื่อตรงไม่ได้ หลอกลวงได้ ผมกับท่านคุยกันบอกสงวนมันเป็นอย่างนี้ได้อย่างไร นี่คือคำพูด ของท่านวันนั้น ท่านเป็นนักรบที่ยิ่งใหญ่มากในสายตาของผม ท่านครับ มีอีกครั้งหนึ่งครับ คนผิดพลาดได้เหรียญชัยสมรภูมิประดับเปลวระเบิดหมดเลย แต่คนที่ยึดกุมยุทธวิธีนี่ รอดชีวิตมาอย่างปลอดภัยไม่มีใครได้เหรียญชัยระดับ ๑ เลย วันนี้หลักการนี้เหมือนกันครับ ผู้เสียชีวิตได้ชั้นที่ ๑ ครับ บาดเจ็บได้ชั้นที่ ๑ แต่ผู้ที่ไม่เสียชีวิตรอดมาอย่างเก่งกล้าได้ชั้น ๒ ผู้บังคับบัญชาได้ชั้น ๒ ประเภท ๑ ผู้รบได้ชั้น ๒ ประเภท ๒ เห็นไหมครับนี่คือกฎหมายฉบับนี้ ใครเป็นกรรมาธิการดูด้วยครับ ผมดูแล้วให้ไปให้มาแล้วถามว่าสังคมได้อะไร นักรบได้อะไร ชื่อของเหรียญชัยสมรภูมิประดับเปลวระเบิดนี่คือการรบ ชื่อของเหรียญพิทักษ์เสรีชนนี่ หมายความว่าตอนนั้นคอมมิวนิสต์เป็นเผด็จการ คนที่รบกับเผด็จการเป็นพิทักษ์เสรีชน นี่ผมพูดเรื่องชื่อเท่านั้นเองครับ แต่นี่ผมพูดในหลักการคือหลักการที่เขียนไว้ ๓ อย่าง ปรับเปลี่ยนได้ไหม ใช้การประเมินเป็นยุทธการไป ผมพูดเรื่องภาคใต้ครับท่านประธาน วันนี้ข้าราชการในจังหวัดภาคใต้ทั้งหมดตำรวจ ทหาร ครู ฝ่ายปกครองถ้าจะปฏิบัติ เหมือนกับการได้รับเบี้ยกันดารสมัยในอดีตต้องได้ทุกคนนะครับท่าน ถ้าปฏิบัติครบ ๑ ปี ต้องได้ทุกคน ถ้าเป็นอย่างนี้คือขวัญกำลังใจ นี่คือสิทธิในการได้ครับท่านประธาน ได้แล้ว มีแล้ว ได้รับแล้วนี่สิทธิประโยชน์ต่อมามีอะไร ไม่ทราบว่าเขียนไว้ตรงไหน หรือจะใช้ระเบียบ สำนักนายกรัฐมนตรีด้วยหรือเปล่าผมไม่ทราบ ได้ พ.ส.ร. ด้วยหรือเปล่าครับท่านประธาน ถ้าได้ พ.ส.ร. การดำรงอยู่ของ พ.ส.ร. เป็นอย่างไร วันนี้ พ.ส.ร. ในกองทัพคือเงินเพิ่มพิเศษ สำหรับการสู้รบ ท่านประธานครับ อย่างพลทหารได้ ๕ ขั้นก็ได้ ๑๒๕ บาทรุ่นนั้น แต่ผมไม่ได้ตำหนิ ขั้นที่ต่างกันหรือจำนวนเงินต่างกัน แต่ผมตำหนิกระบวนการทั้งหมดไม่ได้ประสงค์ ให้กับผู้ไปทำกิจกรรมนั้นในการตอบแทนเป็นเงินทอง ท่านประสงค์ให้เฉพาะผู้รับราชการ ท่านประธานที่เคารพ มีนายทหาร ๒ ท่าน ท่านหนึ่งกินบำนาญ พ.ส.ร. ได้ ๑,๘๐๐ บาท รวมแล้วหลาย ๆ แห่ง ได้ทุกเดือนจนเสียชีวิต ท่านหนึ่งได้บำเหน็จ พ.ส.ร. คำนวณบำเหน็จ ก็ไม่ได้ครับท่านประธาน วันที่เขาได้เงินเดือนสุดท้าย พ.ส.ร. ๑,๘๐๐ บาทหายไปจากแผ่นดินเลย ก็หมายความว่าไม่ได้คุ้มครองหรือว่าไม่ได้ให้สิทธิกับกำลังพลที่แท้จริง ให้เฉพาะกำลังพล ที่รับราชการเท่านั้นครับ นี่คือหลักการที่ใช้อยู่ แล้วเหรียญเหล่านี้สิทธิในการช่วยเหลือ เขียนไว้ชัดเจน แต่ถ้าไปโรงพยาบาลนะครับ ผมนี่พยายามจะไปใช้สิทธินี้ตลอดเวลา ผมเรียนถามท่านผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีนะครับ บัตรทหารผ่านศึกซึ่งเป็นเกลียวสว่านหมุนเข้านี่ เกือบจะหมดแล้วนะเหมือนบัตรอนาถาครับ ไปโรงพยาบาลทุกโรงพยาบาลเป็นอย่างนี้หมดเลย นอกจากเดินเข้าไปในโรงพยาบาลทหารผ่านศึกถึงได้รับเกียรติ ทั่วประเทศมีโรงเดียว ผมอยากจะต่อสู้ให้กับคนที่เสียสละตามคำสั่งของอุดมการณ์แห่งรัฐ ไม่ว่ารุ่นไหนยุคไหนครับ เพราะตามคำสั่งของรัฐมันมีเวลาเป็นตัวกำกับ รัฐสั่งใครไปทำอะไรนี่ต้องทำตามนั้นครับ คนเหล่านั้นต้องได้รับสิทธิอันพึงมีพึงได้จากการได้เหรียญเหล่านี้ ไม่อย่างนั้นเหรียญเหล่านี้ จะกลายเป็นเหรียญทองสำหรับการวิ่งระยะสั้น ผมเป็นนักวิ่ง ๔ คูณ ๑๐๐ เมตร ได้หลายเหรียญครับก็คือเหรียญทองเหรียญหนึ่งจนลืมแล้วนี่ได้มาจากไหนนี่ เพราะอะไรครับ มันไม่ได้มีประโยชน์กับเขาเลย แล้วที่ตลกไปกว่านั้นครับ ในช่วงไปรบเอาเป็นเอาตาย ครอบครัวได้สมุดคู่มือประจำครอบครัวทหารด้วย ลูกชาย ลูกสาวได้สมุดคู่มือ ประจำครอบครัวทหารด้วย แต่พอเขาอายุ ๒๐ ปี สมุดคู่มือประจำครอบครัวทหาร ก็ไม่คุ้มครองเขา ก็หมายความว่าเขาเป็นลูกพ่อที่เป็นนักรบ เป็นวีรชนแค่ ๒๐ ปีเท่านั้นเอง นี่คือความเห็นของคนที่เจ็บปวดอยู่ในการสู้รบแล้วกลับมานั่งอยู่กับพลทหารด้วยกันที่บอกว่า วันนั้นเราคือวีรชนที่เดินเข้ามาในเมืองไม่เพียงแต่เสียงปรบมือ หนังสือพิมพ์ทุกฉบับ ชื่นชมยินดีในยุทธการนั้นเหลือเกิน แต่วันนี้ไม่เพียงแต่ไม่มีใครรู้จัก สิ่งที่เราได้มาจากราชการ ไม่ได้มีประโยชน์อะไรกับเขาเลย ผมพูดเรื่องนี้อยากจะให้มีการแปรญัตติ ๒ เรื่องใหญ่ ๆ ท่านประธานครับ เรื่องหนึ่งคือต้องมีการพิจารณาเป็นยุทธการไปถ้าจะได้ชั้น ๑ นอกจากผู้เสียชีวิตแล้วคนอื่นในยุทธการนั้นสมควรได้ด้วย อย่างยุทธการล็อกแอนนี่ชัดเจน หรือเรายกกำลังไป ๑ หมวดไปถูกล้อมแล้วต่อสู้จนชนะครั้งนั้นมาเขาควรได้ทั้งหมวดนะครับ ถ้าทั้งกองร้อยก็ต้องทั้งกองร้อยนะครับ ไม่ได้เสียหายอะไรเลย ให้รางวัลกับคนที่ต่อสู้ หลายท่านที่เสียสละชีวิตไปนี่ผมไม่ได้โทษนะครับ แต่ว่าหลายท่านเกิดจากการไม่ยึดกุม ทางยุทธวิธี คนที่ยึดกุมยุทธวิธีกลับไม่ได้ค่าตอบแทน อันนี้อยากให้แปรญัตติ เขียนรายละเอียดเรื่องนี้เข้าไป ใครที่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐฝ่ายทหารที่เข้าไปนี่ดูเรื่องนี้ ให้ละเอียดด้วย

เรื่องที่ ๒ สิทธิประโยชน์ที่เป็น พ.ส.ร. ต้องเขียนใหม่ครับท่านประธาน ต้องให้ติดตัวครับ เขาจะต้องสิ้นสุดการรับประโยชน์ตรงนี้เมื่อเขาเสียชีวิตแล้วเท่านั้น ไม่ใช่เมื่อเขาไม่ได้รับเงินเดือนก็จบกัน ทำไมผมพูดเรื่องนี้ เหมือนกับว่าคนในกองทัพ ไม่ได้สนใจคนในกองทัพด้วยกันเอง ผมคิดว่าอย่างนี้นะครับ เจ้าหน้าที่สายหนึ่งส่วนมาก จะมาจากหลากหลายแล้วก็ไม่ค่อยได้ติดตามเหล่านี้เป็นต้น แต่ถ้าคนเป็นรุ่นเดียวกัน รบรุ่นเดียวกัน โรงเรียนเดียวกัน สถาบันเดียวกัน พูดเรื่องนี้มันได้อารมณ์ความรู้สึก มันเจ็บปวด มันเป็นห่วง มันอยากจะให้เกิดขึ้นกับคนที่รับประโยชน์เรื่องนี้จริง ๆ ผมฝากไปยัง คณะกรรมาธิการในประเด็นเหล่านี้เรื่องสิทธิประโยชน์กับเรื่องการได้มาของแต่ละเรื่อง แต่ละเหรียญนี่ครับ อยากให้มีการกำกับด้วยยุทธการหรือคำสั่ง อย่างเช่นคนที่ภาคใต้นี่เขาไป ๑ ปีเขาได้วันทวีคูณ ๑ ปี ถ้าใครได้เหรียญนี้ก็ต้องได้ทุกคนครับ มันต้องได้ทุกคน ได้สะสม และได้ผลประโยชน์ที่เป็นจริงครับ การต่อสู้เพื่อเอาชนะกับปัญหาของชาตินี่คนทำงานจึงจะมี กำลังใจ คนทำงานจึงจะเป็นคนมีเกียรติ กฎหมายฉบับนี้ต้องให้เกียรติกับผู้ปฏิบัติ ผมย้ำตรงนี้นะครับ ต้องให้เกียรติกับผู้ปฏิบัติโดยสำทับกับกาลเวลาของแต่ละช่วงแต่ละคำสั่ง ขอบคุณครับ