กนก วงษ์ตระหง่าน เสนอให้ยกระดับโรงเรียนเหล่าทัพให้เป็นมหาวิทยาลัยโดยอ้างความพร้อมด้านวิชาการและสิ่งอำนวยความสะดวก พร้อมเรียกร้องให้รัฐมนตรีกลาโหมพิจารณาขยายหลักสูตรระดับปริญญาโท-เอก และเพิ่มจำนวนนักศึกษาเพื่อผลิตบัณฑิตคุณภาพสูงที่ขาดแคลนในสังคมไทย
ขอบคุณครับท่านประธานครับ ผม กนก วงษ์ตระหง่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์นะครับ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตที่จะอภิปรายในการแก้ร่างพระราชบัญญัติระเบียบ ข้าราชการทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... นะครับ
ในประการแรกครับท่านประธาน เรื่องที่สำคัญก็คือเรื่องของประเภทวิชาการ ในโรงเรียนของเหล่าทัพต่าง ๆ นะครับ ผมคิดว่าความคิดเห็นของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่พูดไปแล้วก็คงจะเห็นตรงกันว่าอาจารย์ของโรงเรียนเหล่าทัพไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนใดก็ตาม ที่จัดการศึกษาในระดับปริญญาตรีขึ้นไปที่มีตำแหน่งทางวิชาการซึ่งปัจจุบันนี้ก็มีอยู่แล้วนะครับ ก็ควรที่จะได้รับสิทธิประโยชน์ค่าตอบแทนจากตำแหน่งทางวิชาการเหมือนกับอาจารย์ ในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ นะครับ ผมคิดว่าตรงนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้วก็ควรที่จะทำ แต่ผมขออนุญาตที่จะตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมนิดหนึ่งนะครับว่า เกณฑ์การประเมิน กระบวนการ ประเมินและสิทธิประโยชน์นั้นควรจะได้มีการเทียบเคียงกับมหาวิทยาลัยต่าง ๆ เพื่อที่จะได้ เป็นมาตรฐานเดียวกัน เพราะไม่เช่นนั้นแล้วถ้ามีมาตรฐานที่ไม่เหมือนกันนะครับ ก็อาจจะกลายเป็นเรื่องที่เป็นปัญหาต่อไปในอนาคตนะครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่า ในเรื่องมาตรฐานทางวิชาการถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญของประเทศครับก็ควรที่จะได้ มีการกำหนดให้ชัดเจนนะครับ อันนั้นเป็นประเด็นที่สำคัญที่ผมเห็นด้วยกับการที่จะ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ แต่ผมก็ขออนุญาตตั้งเป็นข้อสังเกตเพื่อที่จะนำไปสู่การปฏิบัติ ในวิธีการปฏิบัติต่าง ๆ ของกระทรวงกลาโหมต่อไป
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมในประเด็นที่ ๒ ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้โดยตรง แต่มีเนื้อหาที่สัมพันธ์กัน ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมนะครับ ก็คือว่าโรงเรียนเหล่าทัพต่าง ๆ วันนี้นะครับมีความพร้อมในทางวิชาการค่อนข้างมาก แล้วก็มีการเปิดสอนในภาควิชาต่าง ๆ นะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีหรือทางด้านวิศวกรรมศาสตร์ ส่วนของโรงเรียนนายร้อยตำรวจก็มีวิชาทางด้าน สังคมศาสตร์และการบริหารอยู่ค่อนข้างจะมีมาตรฐานสูงด้วยซ้ำไป ผมคิดว่าบทบาทของ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าเหล่านี้น่าจะทำหน้าที่จัดการเรียนการสอนที่มากกว่านี้ได้ เพราะว่าบุคลากรของโรงเรียนเหล่าทัพเองนะครับ อุปกรณ์ต่าง ๆ ในโรงเรียนเหล่าทัพเอง ก็มีความพร้อมอยู่ค่อนข้างมาก เพราะฉะนั้นผมจึงอยากขออนุญาตฝากท่านประธานไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้โปรดกรุณาพิจารณาถึงเรื่องการยกระดับของ โรงเรียนเหล่าทัพให้เป็นมหาวิทยาลัยครับ ท่านประธานครับ เพราะว่าในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นในประเทศสหรัฐอเมริกาในประเทศต่าง ๆ ในยุโรป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในประเทศฝรั่งเศสก็มีมหาวิทยาลัยของเหล่าทัพทั้งสิ้นนะครับ ซึ่งก็เป็นการจัดการเรียนการสอน ไม่ใช่เฉพาะระดับปริญญาตรีเท่านั้น ก็ยังมีปริญญาโทและปริญญาเอกด้วย ผมเข้าใจครับ ท่านประธานว่าในรายละเอียดของโรงเรียนเหล่าทัพอาจจะมีประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม หลายอย่างที่อาจจะไม่เหมือนกับต่างประเทศ ผมคิดว่าหลักการก็คือว่าถ้าเราจะใช้ ความพร้อมของโรงเรียนเหล่าทัพของเรานะครับ แล้วก็ขยายจำนวนการรับนักศึกษา ซึ่งนักศึกษานั้นอาจจะไม่จำเป็นจะต้องเป็นทหารทั้งหมดก็ได้ เราจะมีหลักสูตรที่เป็นทหาร กับหลักสูตรที่เป็นพลเรือน และในทางกลับกันเราสามารถจะอาศัยความเข้มแข็งของโรงเรียนเหล่าทัพในเรื่องของ การฝึกวินัย ฝึกความรักชาติ ฝึกความเสียสละ ฝึกการทำงานเป็นหมู่คณะ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ล้วนแต่เป็นสิ่งที่ประเทศไทยของเราขาดแคลน และมหาวิทยาลัยวันนี้ของเราก็ดูจะหย่อนยาน ในเรื่องดังกล่าวด้วยซ้ำไป เพราะฉะนั้นจากความเข้มแข็งของโรงเรียนเหล่าทัพเหล่านี้ ผมอยากจะขออนุญาตเสนอท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมนะครับว่า ท่านได้กรุณาเถอะครับ พิจารณาเรื่องนี้อย่างจริงจังเพราะว่าตัวผมเองในสมัยที่ผมยัง รับราชการอยู่ที่ทบวงมหาวิทยาลัย ผมได้เคยไปปรึกษาหารือกับโรงเรียนนายร้อย จปร. ที่จังหวัดนครนายกในเรื่องนี้และผมได้เข้าไปดูฟาซิลิตี้ ( Facility) ต่าง ๆ ของโรงเรียนนายร้อย จปร. ได้ไปจัดการสัมมนาพูดคุยกับคณาจารย์ของโรงเรียนนายร้อย จปร. ผมขออนุญาตยืนยันกับท่านประธานเลยว่าผมยืนยันว่าโรงเรียนนายร้อย จปร. มีขีดความสามารถและมีมาตรฐานทางวิชาการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านช่างวิศวกรรมศาสตร์ ไม่แพ้มหาวิทยาลัยแต่อย่างใดนะครับ และตรงนี้เป็นสิ่งที่เราเสียโอกาสมาก และประเทศไทย ของเราก็ยังต้องการบุคลากรที่เป็นมันสมอง ที่เป็นทักษะอาชีพขั้นสูงในระดับปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอก เพื่อการพัฒนาประเทศของเราอีกขั้นหนึ่งต่อไป ผมก็อยากจะ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าถ้าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะกรุณารับพิจารณาเรื่องนี้ แล้วก็เริ่มต้นทำเรื่องนี้ ผมคิดว่าอย่างน้อยเราจะมีมหาวิทยาลัย อีก ๔ แห่ง ก็คือ มหาวิทยาลัยนายร้อย จปร. มหาวิทยาลัยการทัพเรือ มหาวิทยาลัยการทัพอากาศ และมหาวิทยาลัยตำรวจ ซึ่งผมเชื่อว่าถ้าแต่ละแห่งสามารถจะรับนักศึกษาในระดับปริญญาตรี ได้แห่งละอย่างน้อย ๒,๕๐๐ คนเพิ่มขึ้น ซึ่งขีดความสามารถก็ทำได้อยู่แล้วเราก็จะได้ บัณฑิตเพิ่มขึ้นอีกปีละ ๑๐,๐๐๐ คนครับท่านประธานครับ และในที่นี้ยังไม่รวมถึงปริญญาโท ปริญญาเอกอีกนะครับ และในเวลาเดียวกันร่างระเบียบ พ.ร.บ. ฉบับนี้ที่ให้ตำแหน่งทางวิชาการ เราก็จะมีศาสตราจารย์เพิ่มขึ้น มีรองศาสตราจารย์และผู้ช่วยศาสตราจารย์เพิ่มขึ้น ในมหาวิทยาลัยเหล่าทัพเหล่านี้ มันก็เป็นการสมเหตุสมผล เพราะฉะนั้นผมอยากจะ ขออนุญาตกราบเรียนกับท่านประธานว่าถ้าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ท่านจะเปิดความคิดให้กว้างขึ้น ซึ่งผมเชื่อว่าท่านอาจจะคิดอยู่แล้วก็ได้ ถ้าอย่างนั้น ก็เป็นสิ่งที่ดีถือว่าเป็นมาฆบูชาที่เราคิดตรงกัน ก็อยากจะขออนุญาตให้ท่านได้กรุณา รับเรื่องนี้ไปแล้วก็นำเสนอการยกสถานะของโรงเรียนเหล่าทัพดังกล่าวนี้ให้เป็นมหาวิทยาลัย เหล่าทัพด้วย แล้วก็จะเป็นประโยชน์กับประเทศชาติของเรา ขอบพระคุณครับ