สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๘ · ๓ ตุลาคม ๒๕๕๕

อลงกรณ์ พลบุตร หารือเรื่องการแก้ไขมาตราว่าด้วยวาระการดำรงตำแหน่งของ คณะกรรมการอำนวยการสหกรณ์ พร้อมการแก้ไขปัญหาการบริหารขององค์กรสหกรณ์ โดยเฉพาะการแก้ไขมาตรา ๒ ใน พ.ร.บ. สหกรณ์ ซึ่งเป็นปัญหาทางเทคนิค

นายอลงกรณ์ พลบุตร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขอบคุณ ทางวิปรัฐบาลที่ได้กรุณารับฟังแล้วก็ไปดำเนินการในการประชุมแล้วก็พิจารณาในเรื่องนี้ แต่ว่าเสียดายที่ข้อมูลท่านไม่ครบครับ ท่านไม่ได้ให้โอกาสทางสันนิบาตสหกรณ์ หรือผู้แทนสหกรณ์เข้าไปชี้แจง ดังนั้นประเด็นที่ท่านชี้แจงมาจึงไม่ตรงกับตัวร่างกฎหมาย ผมก็ถือว่าเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็ทำหน้าที่แทนพวกเราในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ สหกรณ์ด้วย หลังจากที่หารือคราวที่แล้วผมก็ได้พบกับผู้อำนวยการสันนิบาตสหกรณ์ แห่งประเทศไทยแล้วก็ประธานสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย ก็ได้รับหนังสือซึ่งความจริง เขาเคยยื่น เขาได้ฟังการหารือในสภา ก็ดีใจว่าทางวิปรัฐบาลได้รับเรื่องนี้แล้ว ก็อยากที่จะให้ มีการเลื่อนเมื่อถึงวาระโอกาสอันใกล้ แต่ปรากฏว่าก็ไม่ใช่เช่นนั้น ไม่มีการเชิญเขาไปเพื่อจะ ชี้แจงประเด็น ประเด็นอยู่ ๒ ประเด็นเท่านั้นครับ เผอิญทางคุณหมอชลน่าน ขออภัยที่เอ่ยนาม ท่านยอมรับว่าไม่ได้มีตัวแทนสหกรณ์มา เพราะฉะนั้นบางประเด็นอาจจะขาดตกไป ที่ขาดตกไปนี้ สำคัญมากครับ ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขมาตราว่าด้วยวาระการดำรงตำแหน่งของ คณะกรรมการอำนวยการสหกรณ์นั้น ไม่ใช่เป็นการที่แก้กฎหมายแล้วให้ทุกสหกรณ์ได้รับผล ในเรื่องของการไม่จำกัดวาระการดำรงตำแหน่ง ในตัวร่างกฎหมายที่เสนอมาคือให้สหกรณ์ ที่เห็นว่ามีความจำเป็น ไม่ต้องจำกัดอายุวาระการดำรงตำแหน่งที่เป็นเพียง ๒ เทอม เพราะว่าข้อจำกัดของสหกรณ์มีจำนวนมากที่สหกรณ์อาจจะไม่พร้อมในแง่ของบุคลากร ในระดับของแกนนำหรือว่าระดับผู้นำ ตรงนี้ก็ทำให้ต้องสับเปลี่ยนไปแล้วก็ทำให้เกิดปัญหา ในเชิงของการบริหาร เขาขอแก้ไขมาแบบยืดหยุ่นมากเลยครับ ตามสภาพความเป็นจริงเลย แล้วก็นายทะเบียนสหกรณ์ก็คืออธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ก็ตราระเบียบออกมาแล้วก็ให้ สหกรณ์ใดที่เห็นว่ามีปัญหาก็ขอให้เป็นการยกเว้นเฉพาะสหกรณ์นั้น ๆ อันนี้ยืดหยุ่นมาก ในเชิงการบริหารครับ พวกสหกรณ์นี้รู้ดีครับว่าการที่จะออกข้อกำหนดดังกล่าวมันครอบคลุม ทั่วไปคงไม่ได้ ก็เอาเฉพาะในส่วนที่สามารถที่จะยืดหยุ่นได้

๒. ก็คือในเรื่องของสมาชิกสมทบ เรื่องสมาชิกสมทบนี้เป็นปัญหาทางเทคนิค จริง ๆ ครับท่านประธาน แล้วเป็นเรื่องที่ไปให้เห็นถึงการไม่ส่งเสริมในเรื่องของการออม โดยเฉพาะมีสหกรณ์อยู่ ๒ ประเภทหลัก ๆ นะครับ คือสหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน ซึ่งเขามีสมาชิกสมทบ โดยเฉพาะภายใต้ พ.ร.บ. สหกรณ์ปัจจุบันนั้นเมื่อสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน ผมยกเป็นตัวอย่างนะครับ เขาได้เข้ามาอยู่เป็นสหกรณ์ประเภทใหม่ เดิมเขาไม่ได้อยู่ใน พ.ร.บ. สหกรณ์นะครับ เป็นสหกรณ์เครดิตยูเนียน แต่ว่าพอเข้ามาเป็นสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน ปรากฏว่าแทนที่จะทำให้เติบโตก้าวหน้ากลับถดถอยครับ แล้วเงินออมทั้งหมดส่วนใหญ่ ก็มาจากทั้งที่เป็นสมาชิก ซึ่งคุณสมบัติไม่เข้าเกณฑ์การเป็นสมาชิกของสหกรณ์ครับ รวมไปถึง นิติบุคคล เช่นกองทุนสำรองเลี้ยงชีพและอื่น ๆ นี่ เราถือว่ากลไกเหล่านี้เป็นการส่งเสริม ระบบเงินออม ประเทศญี่ปุ่นนี่ฟื้นจากสงครามโลกได้เพราะการออมของประเทศครับ ไม่ต้องไปกู้ และเมื่อเขาดำเนินการโดยไม่ได้พึ่งพาเงินแม้แต่บาทเดียวจากรัฐบาล หรือทางราชการ แต่พอเขาเข้ามาสู่ระบบกลไกของกฎหมายสหกรณ์นี่กลับมีปัญหา และทำให้สมาชิกซึ่งเคยเป็นสมาชิกอยู่นี่ต้องพ้นจากสมาชิก โดยเฉพาะเด็กเยาวชน ตรงนี้ครับที่ผมบอกว่ามันเป็นแค่ ๒ มาตรา แล้วก็รอมาปีกว่าแล้ว แล้วถ้าจะใช้วิธีการว่า ต้องรอเพื่อให้ตัวร่างกฎหมาย ท่านประธานก็มีประสบการณ์สูงนะครับ อีกกี่ปีครับ อันนี้เป็นปัญหา เชิงการแก้ไขปัญหาการบริหารขององค์กรสหกรณ์ ซึ่งผมเชื่อว่าเราทุกคนให้การสนับสนุน แต่วันนี้เขาขอมา ๒ ส่วนนี้เท่านั้นเอง แล้วผมก็เป็นที่ปรึกษาสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย มาหลายปีครับท่านประธาน ก็รับเหมือนกับบุรุษไปรษณีย์ส่วนหนึ่งที่จะมาให้ท่านประธาน ได้ให้ความกรุณา ก็ขอให้ทางวิปรัฐบาลได้ไหมครับว่าสัปดาห์หน้านี่เชิญทางผู้อำนวยการ สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทยและประธานสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย มาให้ข้อเท็จจริงว่าความต้องการเป็นอย่างไร เนื้อหาสาระของตัวกฎหมายเป็นอย่างไร ซึ่งท่านประธานก็กรุณาบรรจุไว้แต่มันอยู่ในเรื่องค้างพิจารณามาปีกว่าแล้ว คือตั้งแต่ ๓๑ สิงหาคม ปี ๒๕๕๔ ก็เลยขอความกรุณาท่านประธานหารือไปทางวิปรัฐบาลครับ