ศุภชัย หารือเรื่องการแก้ไขมาตรา 45 ในร่างพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการส่วนท้องถิ่น โดยขอแก้ไขมาตรานี้ให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน และเสนอให้คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเพื่อกลั่นกรองให้เป็นกฎหมายที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ศุภชัย ศรีหล้า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานเพื่อให้ความเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งเสนอโดยรัฐบาล ท่านประธานที่เคารพครับ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เป็นร่างพระราชบัญญัติที่ข้าราชการส่วนท้องถิ่นรอคอย ขออนุญาต เรียนกับท่านประธานว่าข้าราชการส่วนท้องถิ่นรอคอย รอคอยด้วยเหตุว่ามีกฎหมาย ที่มีลักษณะคล้ายกัน ซึ่งเราจำเป็นจะต้องแก้ไข นั่นคือพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญ ข้าราชการส่วนท้องถิ่น พุทธศักราช ๒๕๐๐ ซึ่งพระราชบัญญัติดังกล่าวนี้มีอายุการใช้งาน มากว่า ๕๕ ปี ท่านประธานที่เคารพครับ ในขณะที่มีอายุการใช้งานมากว่า ๕๕ ปี มาตราที่เราหยิบยกขึ้นมา พูดคุยกันในสภาแห่งนี้เพื่อปรับปรุง เพื่อแก้ไข ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ นั่นคือมาตรา ๔๕ ผมขออนุญาตท่านประธานอ่านข้อความเพื่อให้ท่านประธานได้แลเห็นว่าเรามีความจำเป็น จะต้องแก้ไขอย่างไร อย่างที่ได้กราบเรียนท่านประธานว่ามีความจำเป็นจะต้องแก้ไขเพื่อให้ สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมซึ่งมีการปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ และ ๕๕ ปี ที่ผ่านมาข้อความเหล่านี้อาจจะเหมาะสมนะครับ ในพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญ ข้าราชการส่วนท้องถิ่น พุทธศักราช ๒๕๐๐ มาตรา ๔๕ เขียนไว้บอกว่า บำนาญพิเศษรายใด มีจำนวนยอดรวมไม่ถึงเดือนละสามร้อยบาท บรรดาผู้มีสิทธิจะได้รับจะยื่นคำขอเปลี่ยนเป็น รับบำเหน็จพิเศษแทนได้เป็นจำนวนเท่ากับบำนาญพิเศษหกสิบเดือน แต่ต้องไม่น้อยกว่า สามพันบาท ท่านประธานที่เคารพ ข้อความนี้จะเห็นได้ว่าจำนวนเงินน้อยนิดเมื่อเทียบกับ สิ่งที่ปรากฏในสถานการณ์ปัจจุบัน ข้าวของในวันนี้แพงขึ้น ค่าครองชีพของพี่น้องประชาชน แพงขึ้น ในขณะที่ค่าครองชีพแพงขึ้นหลักประกันในเรื่องของบำเหน็จบำนาญของคนที่ทำงาน เพื่อบ้านเมืองนั่นคือข้าราชการส่วนท้องถิ่นมีความจำเป็น ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งที่เราจำเป็น จะต้องแก้ไขมาตรานี้ โดยที่ข้อความที่แก้ไขขึ้นมาใหม่เป็นข้อความที่บอกว่า บรรดาบำนาญพิเศษ เหตุทุพพลภาพที่ได้รับรวมกับบำนาญปกติถ้ามีจำนวนเงินรวมกันไม่ถึงเดือนละ หนึ่งหมื่นห้าพันบาท ให้ได้รับบำเหน็จพิเศษเพิ่มขึ้นอีกจนครบหนึ่งหมื่นห้าพันบาท และบรรดา ผู้มีสิทธิจะได้รับจะยื่นขอเปลี่ยนเป็นการรับบำเหน็จพิเศษแทนได้เป็นจำนวนเงินเท่ากับ บำนาญพิเศษหกสิบเดือน นั่นคือสาระสำคัญที่เรากำลังจะปรับปรุงแก้ไขอยู่ในขณะนี้ และขอเรียนย้ำกับท่านประธานว่าจำนวนเงิน ๑๖,๐๐๐ บาทเป็นจำนวนที่มีความเหมาะสม
ประเด็นที่ ๒ ที่ผมอยากกราบเรียนท่านประธานคือเรื่องของการแก้ไข ในมาตรา ๕ ซึ่งยกเลิกมาตรา ๕๑ ท่านประธานที่เคารพ ในมาตรานี้มีความจำเป็นจะต้อง กราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังรัฐบาล และขอตั้งเป็นข้อสังเกตเพื่อให้คณะกรรมาธิการวิสามัญ ที่จะได้หยิบยกเอาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ไปพูดคุยกันเพื่อกลั่นกรองให้เป็นกฎหมาย ที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ท่านประธานที่เคารพครับ ในพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ส่วนท้องถิ่น พุทธศักราช ๒๕๐๐ เขียนไว้ในมาตรา ๕๑ ว่า ผู้ใดรับบำนาญปกติหรือ บำนาญตกทอดอยู่ ถ้า
(๑) กระทำความผิดถึงต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษาโทษจำคุก เว้นแต่ ความผิดในลักษณะฐานลหุโทษ หรือความผิดอันได้กระทำโดยประมาท หรือ
(๒) เป็นบุคคลล้มละลายทุจริตตามกฎหมายว่าด้วยล้มละลาย
ท่านประธานที่เคารพครับ ในร่างพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่เรากำลังจะแก้ไขให้ยกเลิกความในมาตรานี้ ถ้ายกเลิก ความในมาตรานี้ข้อกังวลใจของกระผมคือข้อกังวลใจใน (๒) นั่นเท่ากับว่าบุคคลที่กระทำความผิด เหตุล้มละลายทุจริต ย้ำกับท่านประธานครับคือเหตุทุจริต นั่นแปลว่าข้าราชการส่วนท้องถิ่น ที่กระทำการทุจริตยังคงได้รับบำเหน็จบำนาญอยู่ ตรงนี้เป็นข้อกังวลใจของกระผม ท่านนายกรัฐมนตรีเองวันนี้มีความพยายามที่จะทำให้เมืองไทยสีขาว ทำให้การเมืองสีขาว ทำให้บ้านเมืองเราปราศจากการทุจริตคอร์รัปชัน (Corruption) แต่ถ้าเรายกเลิกวงเล็บนี้ นั่นเท่ากับว่าเรากำลังส่งเสริมหรือยังคงให้มีการทุจริตคอร์รัปชันใช่หรือไม่ ประเด็นนี้ เป็นประเด็นที่ผมกังวลใจ และที่สำคัญที่สุดข้อเรียกรับผลประโยชน์ซึ่งวันนี้ปรากฏเป็นข่าว อยู่ทั่วทั้งประเทศ บางคนพูดถึงแม้กระทั่งว่าบางคนในรัฐบาลได้รับผลประโยชน์จาก นโยบายบางนโยบายมากถึง ๓๕ เปอร์เซ็นต์ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ตั้งฉายารัฐบาลไปต่าง ๆ นานา ท่านประธานที่เคารพ ข้อกังวลใจของกระผมในประเด็นนี้ จึงอยากกราบเรียนท่านประธานว่า ในการใส่ข้อความนี้ไปโดยที่มุ่งที่จะทำให้มาตรา ๕ เป็นมาตราที่ตัดหรือยกเลิก ความในมาตรา ๕๑ เดิมในพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการส่วนท้องถิ่น พุทธศักราช ๒๕๐๐ โดยที่ตัด (๒) ออกไปผมกังวลใจ นั่นจึงจะเท่ากับว่าเป็นการส่งเสริมให้มีการทุจริตคอร์รัปชันอย่างที่ผมกราบเรียน จึงขออนุญาตให้ความเห็นผ่านท่านประธานไปยังท่านกรรมาธิการซึ่งต่อไปจะเข้ามาดูแล กฎหมายฉบับนี้ อย่าสนับสนุนการทุจริตคอร์รัปชันอีกต่อไปเลยครับ