สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๔ · ๑๙ กันยายน ๒๕๕๕

ไพจิต ศรีวรขาน เสนอการสร้างกองทุนเพื่อช่วยเหลืออดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มีปัญหาสุขภาพและความลำบาก พร้อมแจ้งยอดเงินบริจาคและค่าใช้จ่ายในการสงเคราะห์สมาชิกที่ถึงแก่กรรม เจ็บป่วย หรือทุพพลภาพ และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในการบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือครอบครัวของอดีตสมาชิกเหล่านี้

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ผมต้องกราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพว่าพระราชบัญญัติในการทำหน้าที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อพี่น้องที่ทำหน้าที่เสียสละทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน กระผมและเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพรรคเพื่อไทย ึ่งทุกท่านได้เสนอ ร่างพระราชบัญญัตินี้ตั้งแต่วันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๕๔ เมื่อเข้ามาทำหน้าที่ เป็นผู้แทนราษฎรต้น ๆ เป็นเวลา ๑ ปีพอดี ก็ได้รับการบรรจุด้วยความเห็นชอบ เนื่องจาก เป็นพระราชบัญญัติการเงินที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะต้องให้ความเห็นชอบ แล้วด้วยความกรุณาให้การประสานงานจากท่านคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร ของฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านได้บรรจุแล้วขอเลื่อนขึ้นมาเป็นกรณีพิเศษ ท่านประธานครับ สมาชิกรัฐสภา โดยหลักการก็คือจากการทำหน้าที่ทั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภา ในยามที่บ้านเมืองเป็นปกติและในยามที่มีการปฏิวัติรัฐประหารก็จะมี สมาชิกรัฐสภาที่มาจากการแต่งตั้งต่างทำหน้าที่ในการจรรโลงระบอบประชาธิปไตยตามภาระ เป็นสมัย ๆ มา เสร็จแล้วเปรียบประดุจกับว่าเมื่อได้ทำหน้าที่แล้วท่านเหล่านี้ก็จะผลัดเปลี่ยน หมุนเวียนกันไป ทุกครั้งที่มีการเลือกตั้งจะมีสมาชิกใหม่เข้ามาประมาณ ๓๐ เปอร์เึ็นต์ นั่นก็แปลว่าท่านเดิมจะต้องไม่ได้เข้ามาสภา แล้วก็จะกลายเป็นอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อดีตสมาชิกรัฐสภา ท่านเหล่านี้โดยลำพังแล้วก็จะมีความลำบากยากแค้นแตกต่างกัน ท่านประธานครับ พี่น้องสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ทำการจัดตั้งกองทุนเพื่อช่วยเหลือ เยียวยากับอดีตสมาชิกรัฐสภาเหล่านี้ในการดูแลตอนที่เจ็บไข้ได้ป่วย ครั้งแรก ๆ ก็เงินน้อย ด้วยการบริจาคจากท่านสมาชิกท่านละ ๕๐๐ บาทต่อเดือน ก็จะช่วยกันได้ปีหนึ่งไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาทต่อท่านอดีตสมาชิก ๑ คน พอมีกองทุนมากขึ้น ๆ ก็ขยับขึ้นมา เพื่อช่วยเหลือให้ท่านสมาชิกที่เจ็บป่วยได้รับการรักษาพยาบาลเป็น ๒๐,๐๐๐ บาทต่อปีต่อคน จำนวน ๑,๗๐๓ ท่าน เป็นเงิน ๑๔ ล้านบาทเศษ ที่กองทุนที่ได้จากการบริจาคของท่านสมาชิก ที่ได้ช่วยเหลือท่านละไม่เกิน ๒๐,๐๐๐ บาท ถ้าเกินก็ถือว่าเบิกไม่ได้ เบิกโดยมีสำนักงาน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเป็นหน่วยดำเนินการให้ ท่านประธานครับ ยามที่ถึงแก่กรรม กองทุนเหล่านี้ก็จะคอยช่วยเป็นค่าทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ แรก ๆ ก็เป็นท่านละ ๕๐,๐๐๐ บาท ระยะหลังก็ปรับยอดให้เป็นท่านละ ๖๐,๐๐๐ บาท ความจริงกระผมได้พยายามติดตาม ในเรื่องดังกล่าวเพื่ออยากให้มีการสงเคราะห์ช่วยเหลือให้มากขึ้น ก็ไม่สามารถช่วยเหลือ ได้มากกว่านี้ แล้วทุกครั้งที่มีอดีตท่านสมาชิกถึงแก่กรรมก็จะมีพวงหรีดในนามของสภา ได้รับความกรุณาจากท่านประธาน ท่านรองประธาน หรือผู้ที่ทำหน้าที่แทนไปมอบ เป็นเกียรติกับพี่น้องครอบครัว ท่านประธานครับ เงินจำนวนทั้งหมดถ้าลำพังทางเดียวก็จะ ช่วยได้เพียงเท่านี้ กรณีที่มีท่านสมาชิกทุพพลภาพก็เป็นความประสงค์ที่ต้องการให้กองทุน เหล่านี้ได้ช่วยเหลือ เริ่มมีผู้ที่ได้รับการช่วยเหลือในการทุพพลภาพ ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ๑๗ ท่านนะครับ แล้วก็ปัจจุบันนี้เหลือ ๑๕ ท่าน ึ่งจะมีระเบียบว่าด้วยการช่วยเหลือแต่ละกรณี ๆ โดยมีคณะกรรมการบริหารกองทุน สถานะที่ต้องการออกพระราชบัญญัติฉบับนี้ ก็เพื่อสามารถที่จะระดมเงินประเดิมกองทุนเหล่านี้เพื่อได้ช่วยเหลือท่านอดีตสมาชิกเหล่านี้ มากขึ้น ช่วยได้มากขึ้น สมกับภาระหน้าที่ที่ได้ทำกับบ้านกับเมือง

ท่านประธานครับ จากเงินบริจาคช่วยกันเสียสละของท่านสมาชิกรัฐสภา มาจนถึง ณ วันนี้จะมีเงินเหลืออยู่ ๒๑,๙๒๙,๘๔๐ บาท จากการบริจาครายเดือน ของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะได้เดือนละ ๒๓๘,๕๐๐ บาท จากท่านวุฒิสมาชิก ก็ท่านละ ๕๐๐ บาทเช่นเดียวกัน ๑๔๙ ท่าน ก็จะได้ ๗๔,๕๐๐ บาท มีท่านรัฐมนตรี ๓ ท่าน ที่ยังร่วมบริจาคให้เฉพาะเดือนสิงหาคมอีก ๒,๕๐๐ บาท รวม ๑ เดือน ก็จะมีรายได้ ๓๑๕,๕๐๐ บาท

ท่านประธานครับ แต่จะมีค่าใช้จ่ายในการสงเคราะห์ ๓ หลักการที่กระผม ได้กราบเรียนก็จะมีค่าใช้จ่ายสูงสุดประมาณ ๕,๗๕๔,๘๓๓ บาท ในปี ๒๕๕๔ ก็แปลว่าทั้งหมด ที่รายงานท่านประธานและท่านสมาชิกด้วยความเคารพนะครับ เผอิญในปี ๒๕๕๔ ต้องกราบเรียนว่าท่านนายกสโมสรรัฐสภา ท่านพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล ได้ขอบริจาค จากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลมาเพิ่มให้ ๑๐ ล้านบาท ก็ทำให้กองทุนึ่งทำท่าหดลง ๆ เนื่องจากเราได้จ่ายสงเคราะห์ช่วยเหลือท่านสมาชิกที่ถึงแก่กรรม เจ็บป่วย แล้วก็ทุพพลภาพ มากขึ้น ๆ ก็จะทำให้เงินกองทุนสั้นลง ๆ

ท่านประธานครับ เรามีจำนวนสมาชิกที่เป็นอดีต ส.ส. อดีต ส.ว. อดีตสมาชิกจากการแต่งตั้งทั้งสิ้นที่ลงทะเบียนอยู่ขณะนี้คือ ๕,๒๖๙ ท่าน แล้วตั้งแต่ มีกองทุนที่ได้จากทางเดียวจากการบริจาคจากงานสันนิบาตสโมสรรัฐสภา ครั้งที่ ๑ สมัยที่ ฯพณฯ วันมูหะมัดนอร์ มะทา เป็นประธานรัฐสภา แล้วก็ได้รับการบริจาคเพิ่มเติมมา จะมีสมาชิกที่ได้รับค่ารักษาพยาบาล ๑๔ ล้านบาทเศษ ถึงแก่กรรม ๑๗,๔๐๐,๐๐๐ บาท ทั้งหมด ๓๒๗ ท่าน ที่ถึงแก่กรรมที่ได้ไปช่วยงานทำบุญด้วย ๓๗๒ ท่าน ระยะหลังมีการนำ พวงหรีดไปเคารพศพในนามของสภาจำนวนทั้งสิ้น ๓๑ ท่าน ึ่งต้องกราบขอบพระคุณ ท่านประธาน ท่านรองประธานทั้ง ๒ สภาที่ได้เป็นภาระไปทำหน้าที่แทนพวกเรา เพราะฉะนั้น โดยหลักการเหล่านี้กระผมใคร่กราบเรียนว่ามีความจำเป็นที่ต้องมีกองทุนที่มีศักยภาพ ในการที่จะช่วยเหลือพี่น้องอดีตสมาชิกรัฐสภาได้มากขึ้น นอกจากการรักษาพยาบาล การทุพพลภาพ รวมถึงการศึกษาบุตรของอดีตท่านสมาชิกเหล่านี้ที่ยังหนุ่ม ๆ อยู่ก็จะมีบุตร ที่ยังเรียนไม่จบปริญญาก็ชอบที่จะได้รับการจุนเจือช่วยเหลือเยียวยาได้บ้าง ตลอดจนถึง สวัสดิการอื่น ๆ สวัสดิการอื่น ๆ นี่จะอยู่ในดุลยพินิจของคณะกรรมการบริหารกองทุน ึ่งคณะกรรมการบริหารกองทุนก็จะมีท่านประธานกองทุนก็คือประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านรองประธานกองทุนก็คือท่านประธานวุฒิสภา และมีคณะกรรมการที่มาจาก การแต่งตั้งจากตัวแทนของ ส.ส. จำนวน ๕ คน จาก ส.ว. จำนวน ๓ คน มีผู้แทน ของอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๑ คน มีผู้แทนอดีตสมาชิกวุฒิสภาอีก ๑ คน มีเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรเป็นเลขานุการคณะกรรมการบริหารกองทุน มีเลขาธิการวุฒิสภา เป็นผู้ช่วยเลขานุการกองทุน ท่านประธานครับ มีระเบียบวิธีการบริหารโดยการประชุม โดยใช้ ข้อบังคับที่เขียนไว้โดยหลักสากล ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าการดำเนินการ ช่วยเหลือท่านเหล่านี้จะทำให้การใช้ชีวิตในยามที่ไม่ได้เป็นผู้แทนราษฎรได้รับเกียรติ ได้รับความเชื่อถือจากสังคมมีกำลังจิตมีกำลังใจได้มากขึ้น ผมจะยกตัวอย่างมีอยู่เรื่องหนึ่ง ที่ได้กราบเรียนท่านประธานไว้ กรณีท่านสถาพร มณีรัตน์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลำพูน พรรคเพื่อไทยถึงแก่กรรมด้วยโรคที่ต้องรักษากันจนสุดชีวิตแต่ก็ไม่สามารถ ที่จะอยู่ได้ ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าด้วยความสำนึกว่าการถึงแก่กรรม ของท่านสมาชิกึึ่งกลายเป็นอดีตแล้วก็เป็นภาระของพวกเราึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นอกจากที่เราจะขอให้แต่ละท่านช่วยกันบริจาคให้กับกองทุนท่านละ ๕๐๐ บาทนี่ ก็ขอความกรุณาให้บริจาคช่วยครอบครัวของท่านสถาพรเป็นกรณีพิเศษ ตัวอย่างที่หากเกิดขึ้น อีกท่านละ ๑,๐๐๐ บาท ึ่งคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานวิป ฝ่ายรัฐบาล ท่านประธานวิปฝ่ายค้าน ก็ให้ความกรุณาด้วยดีได้รับความอนุเคราะห์เกื้อกูล จากท่านด้วยความสำนึกว่าเรามีหน้าที่ต้องให้กำลังใจกับครอบครัวของอดีตสมาชิกเหล่านี้ ก็ต้องกราบขอบพระคุณว่าสำนักการคลังและงบประมาณก็ได้ดำเนินการให้แล้วนะครับ ก็ต้องถือโอกาสนี้กราบขอบคุณแทนครอบครัวของท่านสถาพร ท่านประธานครับ ผมมีรายละเอียดที่อยากกราบเรียนเพิ่มเติมว่ามีอดีตสมาชิก ๒ รายที่ผมถือมาเป็นตัวอย่าง คุณประจัญ กล้าผจญ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา รับราชการเป็นครู ๒๓ ปี แล้วมาสมัครผู้แทนราษฎรในนามพรรคชาติไทย ได้เป็น ส.ส. ๒ สมัย ๗ ปี ขณะนี้ คุณประจัญ กล้าผจญ นี่ดำรงชีวิตด้วยอาศัยเบี้ยยังชีพของคนชราเดือนละ ๕๐๐ บาท มีชีวิตอยู่ที่น่าสงสารสภาพบ้านเป็นเพิงสังกะสี หลังคารั่ว กางมุ้งเก่า ๆ มีจักรยาน ๑ คัน ใช้ชีวิตอยู่แบบนี้ ขนาดคนที่เป็นคนจนผู้ยิ่งใหญ่ที่ได้รับเกียรติสูงสุดจากชาวจังหวัดนครราชสีมา บริจาคทุกอย่างแม้แต่บ้านตัวเอง วันนี้ต้องอยู่แบบที่กระผมกราบเรียนท่าน คุณบุญเติม จันทะวัฒน์ ขี่จักรยานยนต์ตัดหน้ารถทัวร์ถูกชนดับ นี่อดีต ส.ส. จังหวัดร้อยเอ็ด เมื่อปี ๒๕๔๔ ถึงปี ๒๕๔๘ คุณบุญเติมพบสภาพตอนเสียชีวิตนี่นุ่งกางเกงขาสั้นขี่จักรยานยนต์ ฮอนด้าเวฟ แล้วถูกรถทัวร์ชนล้มคว่ำสภาพพังยับเยินเสียชีวิต แล้วก็เห็นชีวิตที่เป็น ทำนองแบบนี้อยู่เยอะแยะครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นถ้าสภาจะได้กรุณาเยียวยาแก้ปัญหา ให้กับท่านเหล่านี้ก็จะเป็นพระคุณ สมาชิกรัฐสภาที่ถึงแก่กรรมที่ได้รับการสงเคราะห์จากเงิน ที่ช่วยกันบริจาคกันคนละ ๕๐๐ บาท ๓๒๖ ท่านแล้วนะครับ ท่านประธานมาถึง ณ วันนี้ ผมเอาตัวอย่างชื่อหลัง ๆ ที่ผมพอรู้จัก คุณภิมุข อังกินันทน์ ส.ส. จังหวัดเพชรบุรี คุณเชวง วงศ์ใหญ่ อดีต ส.ส. จังหวัดเชียงราย คุณทองใบ ทองเปาด์ อดีต ส.ว. จังหวัดมหาสารคาม คุณบัวพรม ธีรกัลยาณพันธุ์ จังหวัดชัยภูมิ คุณถวิล จันทร์ประสงค์ จังหวัดนนทบุรี คุณสืบแสง พรหมบุญ ส.ส. กรุงเทพฯ คุณสมาน ภุมมะกาญจนะ จังหวัดปราจีนบุรี คุณสถาพร มณีรัตน์ จังหวัดลำพูน และสุดท้ายท่านชาญชัย ปทุมารักษ์ อยู่ระหว่างการเบิกจ่ายเงินกองทุนเพื่อช่วยเหลืออยู่ ท่านประธานครับ ชีวิตท่านเหล่านี้ มีความหมายสำหรับระบอบประชาธิปไตย กระผมได้กราบเรียนเพื่อขอความกรุณาให้สภา ได้รับหลักการเพื่อที่จะนำพระราชบัญญัติฉบับนี้ไปเป็นเครื่องมือในการที่จะเยียวยาช่วยเหลือ บุคคลที่ได้ทำคุณกับระบอบประชาธิปไตยของเรา ึ่งหากสามารถที่จะได้รับความกรุณา จากสภาแล้วก็จะช่วยทำให้การทำหน้าที่ทั้งหมดึ่งสมาชิกรัฐสภาที่นั่งสลอนอยู่ที่แห่งนี้ ก็จะได้รับดอกบุญอานิสงส์ทั้งหมดนะครับ ึ่งก็เป็นจุดจบของนักการเมืองที่เราจะต้องเชิดชู และยกย่องในสถาบันทางการเมือง จึงถือโอกาสนี้ได้กราบเรียนเพื่อได้โปรดพิจารณา หวังว่า สภาจะได้รับหลักการแล้วตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อให้เสนอต่อสภาทั้งสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา ก็กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ ขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล (รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง) เชิญคุณหมอปรีชา มุสิกพงศ์ ครับ