เชิดชัย ตันติศิรินทร์ เสนอร่าง พ.ร.บ. การจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ โดยขอแก้ไขเพิ่มเติมวุฒิและคุณสมบัติของครูพิเศษ และเสนอให้เพิ่มเลขานุการให้เป็นกรรมการ และหารือเรื่องการเชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเข้าร่วมประชุม
ขอบคุณครับ กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย สำหรับร่าง พ.ร.บ. การจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... นี้ ผมเห็นด้วย ท่านประธานครับ พ.ร.บ. เหล่านี้บ่งบอกถึงความเป็นอารยะของประเทศ เพราะว่าปกติคนพิการถูกทอดทิ้ง จัดเสียไม่ได้ แต่ พ.ร.บ. นี้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๙ คือต้องให้สิทธิความเสมอภาคทัดเทียมบุคคลอื่นที่รัฐต้องมีการจัดการให้ ท่านประธานครับ เท่าที่ผมดูในหนังสือเราเริ่มมีการจัดการตั้งแต่ปี ๒๔๘๒ มาเรื่อย ๆ ตาบอด หูหนวก พิการทั้งร่างกายและปัญญาอ่อน ท่านประธานครับ นโยบายของรัฐบาลนี้ก็เห็นด้วย เพราะว่า ที่ท่านกนกเสนอเข้ามา ๑ ปี วันที่ ๑๔ ท่านศาสตราจารย์ดอกเตอร์สุชาติผ่านทาง ครม. เสนอวันที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๕๕ พอดีเลย เห็นด้วยนะครับ ท่านประธานครับ ถ้าท่านไปดู รายละเอียด รัฐบาลนี้หรือว่ารัฐบาลที่ผ่านมารับผิดชอบไปเยอะเหมือนกัน มีคนพิการตั้ง ๓๐๐,๐๐๐ กว่าคนที่เรียนอยู่ในชั้นต่าง ๆ แล้วก็เรียนทุกระดับตั้งแต่พื้นฐานไปถึง ระดับอุดมศึกษา ที่ผมพูดอย่างนี้เพราะอะไร จะได้ไปเกี่ยวข้องกับอาจารย์พิเศษ ทั้งหมดมี ๓๓๔,๒๘๑ คน เป็น สพฐ. เสีย ๓๑๐,๐๐๐ กว่าคน สอศ. อาชีวะอีก ๑,๒๐๐ คน สกอ. อุดมศึกษาอีก ๓,๘๐๐ คน แล้วก็สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน สช. ๔,๗๐๐ คน แล้วก็ยังมี กศน. อีก ๑๓,๖๐๐ คน อันนี้ข้อมูลเมื่อวันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๕๕ มันจะไปเกี่ยวข้องอย่างไรครับท่านประธาน ครูเป็นคนสอนเขาต้องมีคุณภาพ ทีนี้ในมาตรา ๓ ที่เสนอมาเป็นครูพิเศษ คำว่า ครูพิเศษ ก็คือต้องดีไฟน์ (Define) ว่า เป็นครูประจำหรือเปล่า หรือเป็นครูที่จ้างมาเป็นพิเศษ มันก็คล้าย ๆ หมอนะครับ ถ้าจ้าง เป็นพิเศษนี่ท่านก็สามารถจะจ้างครูพิเศษที่มีความชำนาญเฉพาะ แต่ไม่จำเป็นต้องได้วุฒิ อะไรก็ได้ เหมือนที่ท่านสมคิดยกตัวอย่างนักมวยยอดเยี่ยม อันนั้นเป็นครูพิเศษธรรมดาได้ อาจจะเป็นครูพิเศษชั่วคราวหรือแล้วแต่ต้องดีไฟน์ให้ดี ทีนี้สำหรับครูพิเศษที่ผมดู ในร่าง พ.ร.บ. นี้ความจริงก็คล้าย ๆ กับหมอนะครับ ถ้าเป็นครูที่สอนประจำต้องเป็นเฉพาะทาง แล้วก็แล้วแต่ระดับ เพราะฉะนั้นคณะกรรมการส่งเสริมการจัดการศึกษาต้องไปดูให้ดีว่า ถ้าเป็นระดับล่างควรจะระดับไหน ระดับมหาวิทยาลัยควรจะระดับไหน จะได้สอนเขาได้ เพราะว่าสอนต่อเพื่อให้เขาไปสอนต่ออีก แต่ถ้าเป็นครูพิเศษลักษณะที่จะไปเพิ่มความรู้ ความสามารถให้นักเรียนก็ว่ากันไปน่าจะมีคำนิยามให้มันชัดเจน แล้วก็กระผมเห็นว่า คำที่เสนอมามันเยิ่นเย้อ คือคณะกรรมการกำหนดก็พอแล้วละครับ แต่ในการกำหนด ต้องเอาวุฒิกับสกิล (Skill) ก็คือการปฏิบัติ ก็เหมือนผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ต้องมีการอบรม เป็นระยะ ก็แล้วแต่ว่าอาจจะเป็น ๓ ปี ๔ ปี หรือ ๖ ปี แล้วแต่สาขา ทีนี้ในมาตรา ๔ ึ่งท่านให้เปลี่ยนไป ผมดูองค์ประกอบของคณะกรรมการที่จัดการการศึกษาสำหรับคนพิการ อันเดิมมี ๒๕ ท่าน เป็นเลขคี่กำลังดีนะครับ เพราะว่าประธานจะได้ไม่ต้องไปลง ๒ ที แต่ในมาตราที่ท่านแก้ไปนี้ไปเพิ่มวรรคสี่ ให้มี ๑๔ คน มันกลายเป็นเลขคู่ ๒๖ คน ก็จะเกิด ปัญหาก็คือถ้ามีการลงมติจะเป็นอย่างไรครับ อันนี้ครับ แล้วผมก็เห็นด้วยกับท่าน ส.ส. สมคิด ขออนุญาตที่เอ่ยนาม แต่ผมไม่เห็นด้วยกับรองประธานหรอกครับ อยากให้อยู่ในกรรมการ โดยตำแหน่ง จำนวน ๑๐ คน ถ้าท่านจะเพิ่มให้เพิ่มเป็น ๑๑ คน ให้มีอธิบดีที่เกี่ยวกับอาชีพ ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์นี่แหละใส่เข้าไป เพราะจะได้ ช่วยกันหาเรื่องอาชีพหลังจากจบไปแนะนำเขาได้ ท่านประธานครับ อย่างอื่น ๆ ที่อยากให้ ชัดเจนก็คือผู้อำนวยการสำนักบริหารการศึกษาพิเศษเป็นเลขานุการ อันนี้จะเป็นกรรมการไหม ต้องเขียนให้มันชัด เพราะว่าท่านไปตั้งอีกคนหนึ่งเป็นผู้ช่วยเลขานุการ ึ่งในความเป็นจริงแล้ว ๒ ท่านนี้ก็ไม่น่าจะเป็นกรรมการของคณะกรรมการส่งเสริมการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ ท่านประธานครับ สิ่งเหล่านี้เป็นความจำเป็นที่ผมเห็นว่าควรจะดูให้เรียบร้อยให้ละเอียด เพราะว่าทางวุฒิสภาเขาอาจจะดูเรื่องพวกนี้ละเอียดมากขึ้น เพราะฉะนั้นโดยบทสรุป ผมก็ขอเสนอคำแนะนำไปยังคณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะพิจารณาในเรื่องพวกนี้ให้ไตร่ตรอง รายละเอียดให้มันชัดเจนครับ ขอบคุณครับ
นายเจริญ จรรย์โกมล (รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง) เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ