สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๔ · ๑๙ กันยายน ๒๕๕๕

ขัตติยา สวัสดิผล หารือเรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ โดยขอให้เพิ่มความเข้าใจและความเชื่อมั่นของผู้ปกครองคนพิการให้เชื่อมั่นในตัวบุตรหลานของตนและร่วมมือพัฒนา เธอยังแสดงความเห็นอย่างยิ่งยืนยันเกี่ยวกับนายวิสุทธิ์ ไชยณรุณด้วย

นางสาวขัตติยา สวัสดิผล บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉัน ขัตติยา สวัสดิผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ดิฉันขอใช้เวลา ไม่นานในการสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่จะมีการแก้ไขเพิ่มเติมในบทนิยามของมาตรา ๓ คือความหมายของคำว่า ครูการศึกษาพิเศษ ที่จากเดิมนั้นกำหนดว่าครูการศึกษาพิเศษนั้นคือครูที่มีวุฒิทางการศึกษา พิเศษสูงกว่าระดับปริญญาตรีขึ้นไป แต่เราจะทำการแก้ไขเพิ่มเติมว่าครูการศึกษาพิเศษนั้น คือครูที่มีวุฒิทางการศึกษาพิเศษสูงกว่าระดับปริญญาตรี หรือครูที่มีวุฒิทางการศึกษาพิเศษ ในระดับปริญญาตรีแต่ผ่านการประเมินทักษะทางการสอนคนพิการตามที่คณะกรรมการ การจัดการศึกษาสำหรับคนพิการเป็นคนกำหนด ท่านประธานคะ ที่ผ่านมาดิฉันเห็นว่า เรายังให้ความสำคัญกับในเรื่องการศึกษาแก่คนพิการไม่เพียงพอ เนื่องจากครอบครัว บางครอบครัวยังละเลยที่จะพัฒนาบุตรหลานของตนที่เป็นคนพิการหรือเด็กพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นในทางสมองหรือว่าทางร่างกายก็ตาม ดิฉันเห็นว่าเพียงแค่มีบุคคลที่สนใจจะเป็น ครูทางการศึกษาพิเศษนั้น และมีความเชื่อว่าคนพิการหรือเด็กพิเศษเหล่านี้จะพัฒนาตนเอง ไปได้ แค่นี้ดิฉันก็คิดว่าเราควรที่จะทำการสนับสนุนแล้วค่ะ ึ่งถ้ามัวแต่รอให้คนเหล่านั้น จบการศึกษาในระดับที่สูงกว่าปริญญาตรี ึ่งเขาอาจจะไม่มีเงินทุนเพียงพอที่จะศึกษา ในระดับที่สูงกว่านั้น ก็กลายเป็นว่าเราจะต้องเสียบุคลากรดี ๆ ที่มีความตั้งใจที่จะให้ความรู้ แก่คนพิการไป ทั้ง ๆ ที่เขามีใจรัก มีความสามารถ มีความรู้เฉพาะทางในเบื้องต้น เราก็ควร จะให้การรับรองเขาตามกฎหมายแล้วค่ะ อย่างที่ทราบว่าในสังคมไทยในขณะนี้ผู้ที่เลือก จะมาเป็นครูทางการศึกษาพิเศษนั้นลำพังแค่ความรู้ความสามารถอย่างเดียวคงไม่พอค่ะ ดิฉันเชื่อว่าเขาจะต้องมีความเมตตา ความรัก ความเอาใจใส่ และเชื่อว่าคนพิการเหล่านั้น หรือเด็กพิเศษเหล่านั้นจะสามารถพัฒนาตนเอง พัฒนาสมอง พัฒนาร่างกาย เพื่อที่จะอยู่ร่วมกัน ในสังคมกับคนทั่วไปได้ ึ่งทุก ๆ อย่างดิฉันคิดว่าการพัฒนาเหล่านี้แน่นอนว่าผู้ปกครองของ เด็กพิเศษหรือเด็กพิการนี่จะต้องมีความคาดหวัง ฉะนั้นแล้วคุณครูทางการศึกษาพิเศษเหล่านี้ การดำเนินการหรือการปฏิบัติการของเขาก็จะต้องอยู่บนความคาดหวังของผู้ปกครอง ดังนั้น เราไม่จำเป็นเลยที่จะต้องไปตั้งกฎเกณฑ์ว่าครูทางการศึกษาพิเศษนั้นจะต้องจบการศึกษา ที่สูงกว่าปริญญาตรี ึ่งถ้าจบการศึกษาในระดับปริญญาตรีแล้ว แต่ผ่านการประเมินทักษะ ตามที่คณะกรรมการกำหนด ดิฉันคิดว่าเท่านั้นก็คงจะเป็นการเพียงพอแล้ว เพราะการให้ การศึกษาแก่คนพิการลำพังแค่การศึกษาอย่างเดียวมันไม่ได้ ทุกอย่างมันจะต้องรวมไปถึง การฟื้นฟูสมรรถภาพของคนพิการด้วย รวมถึงการสอนให้เขาใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันในสังคม มีครูสอนเด็กพิเศษหรือว่าเด็กพิการหลายท่านเคยมาบ่นกับดิฉันแล้วก็จากที่ดิฉันได้ทำการค้นคว้า ข้อมูลก็พบว่าคนที่เรียนวิชาเอกทางด้านการศึกษาพิเศษมากว่า ๕ ปีมีวุฒิก็เหมือน ไม่มีวุฒิเพราะเขาจะต้องไปเรียนต่ออีก ๑-๒ ปี เพื่อให้ได้วุฒิทางการศึกษาพิเศษมา แต่มองอีกด้านหนึ่งคนที่เรียนเอกด้านอื่นมาแต่กลับไปเรียนทางการศึกษาพิเศษเพิ่มอีกสักปี ถึง ๒ ปีเขากลับได้วุฒิและมีวุฒิทางการศึกษาพิเศษที่สามารถจะมาสอนคนพิการ หรือเด็กพิเศษเหล่านั้นได้ ึ่งปัญหานี้ทำให้เราเสียบุคลากรที่มีใจรัก มีความเมตตา ความอดทนไปอย่างมาก และหลาย ๆ ท่านก็เบนเข็มไปเรียนทางด้านอื่นแทนที่จะมาเรียน ทางด้านทางการศึกษาพิเศษแทน แต่ทั้งนี้การพัฒนาคนพิการคือการพัฒนา ทางคุณครูผู้สอนอย่างเดียวคงไม่พอแน่นอน เราจะต้องพิจารณาถึงปัญหาและอุปสรรค ที่เกิดขึ้น ณ ปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ที่มักจะปฏิเสธการรับคนพิการหรือเด็กพิเศษ เข้าไปในโรงเรียน เพราะคิดว่าคนเหล่านั้นจะไม่สามารถพัฒนาตนเองได้ไม่ว่าจะทางร่างกาย หรือทางสมอง รวมถึงจำนวนสถานการศึกษา ณ ปัจจุบันอาจจะไม่เพียงพอต่อจำนวนคนพิการ ในปัจจุบันและคุณภาพการศึกษาอาจจะไม่ดีพอ อาจจะไม่ได้คุณภาพ ึ่งสิ่งนี้แน่นอนว่า เราจะต้องมีการพัฒนาต่อไปเรื่อย ๆ ค่ะ และที่สำคัญที่สุดนะคะดิฉันอยากรณรงค์ให้ผู้ปกครอง ของคนพิการหรือเด็กพิเศษเชื่อมั่นในตัวบุตรหลานของตนและร่วมมือร่วมใจกันพัฒนา ไม่ว่าจะเป็นทางสมองหรือทางร่างกายหรือทางการอยู่ร่วมกันในสังคมและเชื่อมั่นว่า เด็ก ๆ เหล่านั้นจะสามารถพัฒนาตนเองได้ ึ่งถ้าเกิดเราแก้ปัญหาตรงนี้ได้ด้วย รวมถึงมีบุคลากรที่ดี นั่นคือครูทางการศึกษาพิเศษที่ดีมีคุณภาพ ดิฉันคิดว่าคนพิการบ้านเรา ก็คงจะมีคุณภาพมากขึ้นไปกว่านี้ ดิฉันจึงขอสนับสนุนการแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติ การจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ฉบับนี้ค่ะ ขอบคุณค่ะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ (รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง) ท่านสมบูรณ์ครับ