สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๔ · ๑๙ กันยายน ๒๕๕๕

อลงกรณ์ พลบุตร หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 และเสนอการแก้ไขมาตรา 33 เพื่อเพิ่มความเป็นธรรมให้กับสมาชิกสหกรณ์ และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการแก้ไขปัญหาการบริหารสหกรณ์ที่จำกัดเทอมการดำรงตำแหน่ง

นายอลงกรณ์ พลบุตร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กระผม เป็นผู้ที่เสนอแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติสหกรณ์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่ทางวิปฝ่ายค้าน ได้ขอความกรุณาที่จะเลื่อนระเบียบวาระการประชุม ความจริงอยากจะเรียนขอความกรุณา ท่านประธานอธิบายสั้น ๆ นิดเดียวครับ ในสาระสำคัญและความสำคัญว่าทำไมร่างกฎหมาย ดังกล่าวนั้นจึงมีความสำคัญ แล้วก็หวังอย่างยิ่งว่าเพื่อนสมาชิกในึีกรัฐบาลจะให้การสนับสนุน กระบวนการสหกรณ์ของเรา กราบเรียนท่านประธานว่าผมและเพื่อนสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ๒๑ ท่าน ได้เสนอร่างกฎหมายดังกล่าวตั้งแต่เดือนสิงหาคมปีที่แล้ว บัดนี้เวลาล่วงเลยมา เป็นเวลา ๑ ปี กับ ๕๐ วัน ทั้งที่อยู่ในระเบียบวาระการประชุมลำดับต้น ลำดับที่ ๑ ของการพิจารณา แต่ก็ถูกเลื่อนแล้วเลื่อนอีก ข้ามไปข้ามมา เสมือนหนึ่งว่าเราไม่ได้ตระหนัก ถึงความสำคัญของกระบวนการสหกรณ์ วันนี้มีสมาชิกสหกรณ์กว่า ๑๐ ล้านคน ๗,๐๐๐ กว่าแห่ง มีธุรกรรมการเงินกว่า ๑.๔ ล้านล้านบาท คิดแล้วก็ ๖๐ เปอร์เึ็นต์ของงบประมาณแผ่นดิน ทีเดียว ปัญหาที่จำเป็นต้องแก้ไขเพราะว่าพระราชบัญญัติสหกรณ์ ปี ๒๕๔๒ มีภาพบางประการนั้น ไม่สอดคล้องต่อการพัฒนาสหกรณ์เพื่อให้เกิดความเข้มแข็ง ผมเองนอกจากเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแล้วก็ยังเป็นที่ปรึกษาของสมาคมสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย และที่ปรึกษาของชุมนุมสหกรณ์เครดิตยูเนียนแห่งประเทศไทย จำกัด มาเป็นเวลานับสิบปี จึงได้ให้การสนับสนุนส่งเสริมสหกรณ์มาโดยลำดับครับ และที่ต้องเรียนท่านประธานก็คือว่า สหกรณ์นั้นถือได้ว่ามีความสำคัญที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญทีเดียว ดังนั้นปัญหาที่เกิดขึ้น ใน ๒ ประเด็นเท่านั้นที่มีการแก้ไข ไม่ใช่ปัญหาใหญ่โตอะไร อาจจะเป็นปัญหาของรัฐบาล หรือไม่อย่างที่วิปฝ่ายรัฐบาลพูดออกมา แต่ผมเรียนว่าไม่ใช่ปัญหาของกระบวนการสหกรณ์ ปัญหาอยู่ที่รัฐบาลจะสนับสนุนกระบวนการสหกรณ์หรือไม่ หรือ ส.ส. ของพวกเรานั้น จะเห็นอกเห็นใจในการแก้ไขปัญหาอย่างไร หรือไม่ ๒ ประเด็นดังกล่าวก็คือ

๑. การขอให้มีการแก้ไขในมาตรา ๓๓ ในเรื่องของสมาชิกสมทบ ท่านประธานคงทราบดีนะครับว่าสหกรณ์ของเรานั้นพัฒนามาเป็นเวลายาวนานเป็นร้อยปี แล้วมีเพียง ๖ ชนิด ชนิดที่ ๗ คือสหกรณ์เครดิตยูเนียนเพิ่งเข้ามา และสหกรณ์เครดิตยูเนียนนั้น ถือว่าเป็นการรวมกลุ่มของการออมทรัพย์ที่เข้มแข็งที่สุดโดยที่ไม่ต้องพึ่งพาเงินรัฐเลยครับ แล้ววันหนึ่งเมื่อเข้ามาสู่กฎหมายสหกรณ์ปรากฏว่าในกฎหมาย ปี ๒๕๔๒ กำหนดไว้ในเรื่องของ คุณสมบัติของสมาชิกึ่งไม่สามารถทำให้เด็กและเยาวชนึ่งเป็นสมาชิกของชุมนุมสหกรณ์ เครดิตยูเนียนแห่งประเทศไทย จำกัด หรือสหกรณ์เครดิตยูเนียนในประเทศไทยสามารถ เป็นสมาชิกได้ ทั้งที่เขาก็เก็บออมโดยผ่านกระบวนการสหกรณ์ในรูปของชุมนุมสหกรณ์ เครดิตยูเนียนแห่งประเทศไทย จำกัด มาเป็นเวลานาน ตรงนี้ก็เห็นว่าทางแก้ทางออก ที่ทางสมาคมสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทยแล้วก็ชุมนุมสหกรณ์เครดิตยูเนียน แห่งประเทศไทย จำกัด เสนอผ่านเข้ามาก็คือว่าก็ให้กำหนดให้มีสมาชิกสมทบ โดยที่สมาชิกสมทบตรงนี้ก็ผ่อนปรนในเรื่องของเกณฑ์อายุ และสมาชิกสมทบไม่ได้มีสิทธิที่จะ ไปลงคะแนนเสียงในลักษณะของการบริหารใด ๆ ของสหกรณ์ ถ้าเราแก้ไขตรงนี้ก็จะทำให้ บรรดาลูกหลานเยาวชนสหกรณ์ทั้งหลายที่เขาออมทรัพย์จนมีนิสัยวินัยการเงินการคลัง ของเขา เป็นตัวอย่างที่ดีของครอบครัวจะไม่ถูกกีดกัน แล้วก็เป็นเรื่องตลกมากทีเดียว ที่ฝากเงินออมมาตลอดตั้งแต่อายุ ๓-๔ ขวบ ๕ ขวบ ๑๐ ขวบ เสร็จแล้วพอชุมนุมสหกรณ์ เครดิตยูเนียนแห่งประเทศไทย จำกัด เข้ามา กฎหมายสหกรณ์ไม่ให้เขาเป็นสมาชิก แล้วเราจะกีดกันเขาต่อไปหรือครับ ผมก็อยากฝากถามไปถึงวิปรัฐบาลนะครับ

ประเด็นที่ ๒ อันนี้สำคัญมากเพราะว่าเป็นประเด็นที่เราต้องตัดสินใจ ถ้าเราคิดว่าคนกว่า ๑๐ ล้านคนที่เป็นสมาชิกสหกรณ์ไม่สำคัญก็ไม่ต้องฟังผมก็ได้ แต่ท่านประธานและสมาชิกของเราเห็นว่าสหกรณ์สำคัญ รวมทั้งประธานวิปรัฐบาลด้วย และฝากไปถึงนายกรัฐมนตรีด้วยว่าท่านไม่เห็นความสำคัญของสหกรณ์ ๑๐ กว่าล้านคน ท่านก็ไม่ต้องสนใจร่างกฎหมายผมหรอกครับ ไม่ต้องสนใจร่างกฎหมายของเรา แต่ผมจะบอกว่า ประเด็นที่ ๒ สำคัญก็คือว่าการบริหารสหกรณ์ ท่านประธานคงทราบว่ากรรมการดำเนินการ ของสหกรณ์จะเลือกจากสมาชิก และเมื่อเศรษฐกิจของเราพัฒนาเติบโตขึ้นมา สหกรณ์ เติบใหญ่ขึ้นมา เรามีข้อจำกัด ข้อจำกัดก็คือคนที่จะมาบริหารสหกรณ์ในนามของกรรมการ ดำเนินการสหกรณ์ เพราะว่าต้องยอมรับว่าสมาชิกส่วนใหญ่ก็อยู่ตามท้องไร่ท้องนานี่ ก็ขาดความรู้ความเข้าใจในเรื่องการบริหารธุรกิจ เพราะฉะนั้นคนที่มีโอกาสบริหารสมัยที่ ๑ สมัยที่ ๒ พอมีประสบการณ์แล้วแต่ขัดด้วยกฎหมายเดิม จำกัดเทอมของการดำรงตำแหน่ง ก็ขอแก้ไขเหมือนอย่างที่เรามีการแก้ไขท้องถิ่น เหตุผลเดียวกันว่าทำไมเราจึงมีการแก้ไขท้องถิ่น ผู้บริหารไม่ต้องมีกำหนดระยะเวลาจำกัดเทอมของการดำรงตำแหน่ง เช่นเดียวกันสหกรณ์ ึ่งถือว่าเป็นกระดูกสันหลังทางเศรษฐกิจของประเทศและเป็นเศรษฐกิจพอเพียง ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงอุปถัมภ์มาโดยตลอด วันนี้มีปัญหาเรื่องการบริหาร ท่านประธานอยู่ใกล้กับโคราช เมืองพิมายนะครับ สหกรณ์การเกษตรพิมาย จำกัด ึ่งเคยเป็นอันดับ ๑ ของประเทศ ได้รางวัลเหรียญทองอันดับ ๑ ของประเทศ หลังจากที่มี การแตกแขนงธุรกิจออกไป ๔ ปีเท่านั้นแทบจะล้มละลาย นี่คือปัญหาคอขวดการบริหาร ของสหกรณ์ วันนี้เราเห็นปัญหาและกระบวนการสหกรณ์เสนอมาผ่านกระบวนการ มาสู่ฝ่ายนิติบัญญัติ ไฉนเลยทางรัฐบาลจึงไม่ยอมพิจารณา แล้วผมก็อดทนรอดูว่ารัฐบาลนี้จะเห็นแก่สหกรณ์ หรือไม่ โดนข้ามหัวข้ามหูมา ๑ ปี กับ ๕๐ วันแล้ว แล้วจะเอาอย่างไร ท่านอุดมเดช จังหวัดท่านก็มีสหกรณ์ ต่อไปสหกรณ์ก็ไม่ลงคะแนนให้ท่านครับ ๑๐ กว่าล้านคน แล้วท่าน ก็มองข้ามมาโดยตลอดนี่ถูกข้าม นี่แค่ขอเลื่อนมาต่อท้ายยังไม่ให้อีก บอกรัฐบาลมีปัญหา ยังคิดเรื่องนี้ไม่ตก แล้วท่านไปคิดเรื่องอะไรอยู่ล่ะ