พรทิพย์ โรจน์ธ้ารงค์ หารือเรื่องการติดตามประเมินผลข้อเสนอแนะของสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และรายงานผลการดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการปฏิบัติตามอนุสัญญา ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และการปกป้องทรัพยากรของประเทศ พร้อมเสนอแนะแนวทางแก้ไข และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในหลายด้าน เช่น การเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน การต่อต้านทุจริต การสร้างความเข้มแข็งของผู้ประกอบการ การใช้งบประมาณขององค์กรอิสระ การศึกษากับเยาวชน และพลังงาน
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ดิฉัน นางพรทิพย์ โรจน์ธ้ารงค์ รองเลขาธิการสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและ สังคมแห่งชาติ รักษาราชการแทนเลขาธิการ ขอกราบขอบพระคุณที่ทุกท่านกรุณาได้ให้ความเห็น ข้อเสนอแนะ ให้ข้อมูล ให้ค้าแนะน้า รวมทั้งทักท้วงและซักถามในประเด็นต่าง ๆ เกี่ยวกับ ค้าปรึกษาและข้อเสนอแนะของสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ซึ่งรวมทั้งกรุณา ให้ความส้าคัญ ให้ความชื่นชม อันนี้ก็กราบขอบพระคุณ ก่อนอื่นดิฉันขออนุญาตกราบเรียน ชี้แจงในภาพรวมนะคะ ภาพรวมคิดว่าค้าถามจากทุก ๆ ท่านจะมีส่วนเกี่ยวข้อง ในการติดตามประเมินผลในค้าปรึกษาและข้อเสนอแนะของสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติที่มีต่อคณะรัฐมนตรี เรื่องนี้กราบเรียนว่าส้านักงานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติได้มีระบบการติดตามประเมินผลในขณะนี้ดังนี้นะคะ ก็คือเมื่อน้าเสนอ ท่านนายกรัฐมนตรี ก็จะมีการมอบหมายหน่วยงานหลักและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดประชุมร่วมกับผู้แทนสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติในประเด็นต่าง ๆ ในข้อเสนอแนะซึ่งอาจจะละเอียดกว่าที่น้าเสนอในรายงานของรายงานประจ้าปีนะคะ หน่วยงานหลักก็จะเชิญประชุมและท้าเป็นมติที่ประชุมว่าประเด็นใดมีหน่วยงานใดเห็นด้วย ไม่เห็นด้วยบ้าง อันนี้ก็จะเป็นรายละเอียดเพื่อน้าเสนอคณะรัฐมนตรีให้รับทราบ และมีการเผยแพร่ ทางเว็บไซต์ของส้านักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีต่อไป ซึ่งการน้าไปปฏิบัติก็ขึ้นอยู่กับ หน่วยงานนั้น ๆ จะเห็นสมควรว่าเมื่อเห็นด้วยแล้วจะน้าไปปฏิบัติให้เป็นรูปธรรมเมื่อใด และอย่างไรนะคะ จากการสรุปการประเมินผลที่กล่าวนี้ก็ท้าให้เห็นว่าในประเด็นต่าง ๆ ที่สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเสนอหน่วยงานจะเห็นด้วยประมาณ ๘๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ค่ะ ก็มีส่วนที่ไม่เห็นด้วยก็อาจจะเป็นประเด็นข้อจ้ากัดทางข้อกฎหมาย หรือว่าต่าง ๆ ตรงนี้ก็จะเรียนในส่วนของในข้อประเด็นซักถามหรือข้อฝากของแต่ละท่านนะคะ
ส้าหรับท่านนริศ ข้านุรักษ์ ถ้าเอ่ยนามผิดพลาดขออภัยค่ะ ท่านก็ให้ ความชื่นชมและสนใจเรื่องการสร้างความพร้อมของประเทศไทยในการปฏิบัติตามอนุสัญญา ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่ทางสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติต้องการให้ทั้งหน่วยงานและภาคประชาชนได้ตระหนักถึงการที่ไปเข้าร่วม อนุสัญญา เราต้องมีข้อเงื่อนไขอย่างไร และอยากจะให้ประชาชนมีความตระหนักถึง ในการปกป้องทรัพยากรของประเทศค่ะ ซึ่งในภาพรวมนี้ก็จะเป็นการสร้างความรู้จัก กับสนธิสัญญาต่าง ๆ เป็นการเผยแพร่ข้อมูล และในส่วนที่ท่านขอฝากไปเพิ่มเติม ในเรื่องไม้ซุงและช้างก็จะน้าไปเรียนต่อสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติต่อไปค่ะ
ในส่วนของท่านอนุรักษ์ บุญศล เรื่องว่าตอนนี้วัยรุ่นของไทยเรามีปัญหา เรื่องท้องไม่พร้อม การท้าแท้ง เรื่องนี้ทางสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้จัดท้า ข้อเสนอแนะเรื่องท้องไม่พร้อม แท้งไม่ปลอดภัย โดยคณะท้างานยุติธรรม สิทธิมนุษยชน และธรรมาภิบาล เสนอคณะรัฐมนตรีไปเมื่อวันที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๕๕ ที่ผ่านมาก็เป็นเรื่อง ที่คงจะตรงกับความเห็นของท่านนะคะ
ในข้อค้าถามของท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย เรื่องผลกระทบของวิกฤติ ความขัดแย้ง ปี ๒๕๕๓ เรื่องนี้ก็ได้น้าเสนอไป ๑ เรื่องนะคะ ส่วนที่ว่าติดตามหรือไม่นั้น ก็ทราบว่าในการติดตามอาจยังท้าไม่ชัดเจน แต่จะมีข้อเสนอแนะที่เกี่ยวข้องกับประเด็นนั้น ก็คือจะมีเรื่องของการเสนอทางด้านอุตสาหกรรมขนาดย่อมและทางด้านบริการท่องเที่ยว อีก ๒-๓ เรื่องค่ะ ส่วนเรื่องโฉนดชุมชนเรื่องนี้เสนอแล้วก็เกิดสัมฤทธิผล และท่านประสงค์ จะให้ศึกษาต่อไปก็จะน้าเสนอต่อสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติค่ะ แล้วส้าหรับเรื่องที่ท่านถามว่าท้าอย่างไรสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จะท้าหน้าที่อย่างเจตนารมณ์นะคะ อันนี้ก็คงจะเป็นเรื่องระบบติดตามการประเมินผล ที่กราบเรียนสักครู่แล้วก็คือตอนนี้การประเมินผลของเราอาจจะยังไม่เห็นถึงผลสัมฤทธิ์ ถึงผลกระทบต่าง ๆ ขณะนี้ส้านักงานก็ได้ด้าเนินการศึกษาในตัวชี้วัดต่าง ๆ แล้วก็รูปแบบ ที่จะศึกษาแล้วก็ประเมินผลไปถึงผลสัมฤทธิ์แล้วก็ในส่วนของผลกระทบต่าง ๆ ซึ่งคงเป็นงาน ที่ต้องมีความกว้างขวางอย่างมากก็จะต้องพัฒนาต่อไป
ส้าหรับของท่านวรชัย เหมะ ที่เรียนว่าองค์กรของเราเป็นที่ปรึกษา ความเป็นกลาง ก็ต้องเรียนว่าวิสัยทัศน์ขององค์กรของสภาที่ปรึกษาคือองค์กรแห่งปัญญา ให้ค้าปรึกษา สะท้อนปัญหาจากประชาสู่รัฐ หลักการท้างานของสภาที่ปรึกษาทั้ง ๓ ชุด เริ่มตั้งแต่ชุดที่ ๑ ที่ท่านอานันท์ ปันยารชุน เป็นประธาน ชุดที่ ๒ ท่านโคทม อารียา เป็นประธาน และชุดที่ ๓ ท่านโอภาส เตพละกุล เป็นประธานก็ได้ยึดหลักการเป็นกลาง โดยมีหลักการท้างานก็คืออิสระ เที่ยงธรรมและเป็นที่ยอมรับ อันนี้ก็ต้องเรียนท่านว่า ตามความรู้สึกของตัวเองก็คงเป็นกลางแต่หากว่าการน้าเสนอของสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติอาจจะเป็นมุมมองที่อาจจะไม่ครบถ้วนทั้งหมดก็อาจเป็นไปได้นะคะ แต่อย่างไรก็ตามองค์กรสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติประกอบด้วยสมาชิก ๙๙ ท่านจากทุกภาคส่วนเป็นผู้แทนทั้งภาคเศรษฐกิจ ภาคสังคม ประชาสังคม องค์กรเอกชน แล้วก็ผู้ทรงคุณวุฒิเป็นตัวแทนมาจากทั่วประเทศก็คิดว่าตรงนี้ก็มีความเป็นกลาง แล้วก็มีหน้าที่ให้ค้าปรึกษาและข้อเสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีในประเด็นปัญหาเศรษฐกิจ และสังคม ซึ่งเป็นข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจของรัฐบาล คณะรัฐมนตรี ก็เป็นสิ่งที่น้าไป พิจารณาไม่ได้เป็นเรื่องของการบังคับทางกฎหมาย อันนี้ก็ขอบพระคุณที่ทักท้วงก็จะน้า เรื่องนี้ไปน้าเรียนสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติด้วย
ส้าหรับท่านถาวร เสนเนียม และท่านเจะอามิง โตะตาหยง ก็คงเป็น เรื่องของภาคใต้ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนแล้วก็เรื่องของการติดตามประเมินผล ที่ท่านอยากจะให้เพิ่มเติมขึ้น ส่วนประเด็นที่ท่านทักท้วงก็จะน้าไปเรียนทางสภาที่ปรึกษา เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติให้ทราบค่ะ
ในส่วนของท่านวัชระ เพชรทอง เรื่องธนาคารที่ดินอันนี้ก็เป็นเรื่อง ที่สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติสนใจมาโดยตลอดก็จะน้าเรียน เรื่องต่าง ๆ ที่ท่านขอฝากไว้ เรื่องชุมนุมประท้วง พุทธศาสนา เรื่องพุทธศาสนากับภาวะวิกฤติของชาติ เรื่องนี้น้าไปสู่การปฏิบัติก็คือทางกระทรวงวัฒนธรรมได้ไปจัดท้าแผนจริยธรรมแห่งชาติค่ะ ส้าหรับรายงานที่ให้ส่งห้องสมุดประชาชน โรงเรียน มหาวิทยาลัย อันนี้ก็มีส่ง ตามมหาวิทยาลัย แล้วก็ไปเพิ่มเติมตามที่ท่านแนะน้าที่ห้องสมุดประชาชนค่ะ
ในส่วนของท่านสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ที่เสนอให้สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติท้าเรื่องยางพารา ขณะนี้ในปี ๒๕๕๕ ก็มีการเสนอแก้ไขปัญหายางพารา หลายเรื่อง แล้วก็ยาเสพติดก็ได้ท้าแล้ว ส่วนเรื่องสะพานข้ามแม่น้าปะเหลียนนี้เป็นข้อมูล ต้องขออนุญาตไปค้นคว้าก่อน เป็นข้อมูลที่นานแล้ว
ส้าหรับท่านนายแพทย์เชิดชัย เรื่องว่าคุ้มหรือไม่กับต้นทุนในการจัดท้า ข้อเสนอแนะ ถ้าโดยเฉลี่ยแล้วประมาณ ๑๒ ล้านบาท ก็ต้องเรียนว่าสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติโดยเจตนารมณ์ก็คือเป็นตัวแทนทางด้านองค์กรทางเศรษฐกิจ สังคม ที่มาน้าเสนอ ผู้ที่ได้รับผลกระทบทั้งด้านผลกระทบและความต้องการจากภาคประชาชน ตรงนี้ในการจัดท้า ข้อเสนอแนะ แม้ว่าสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ๙๙ ท่านจะเป็นตัวแทน องค์กรเครือข่ายหลากหลายจากทั่วประเทศแล้ว ทางสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเอง เพื่อความมั่นใจในการเสนอข้อมูลได้จัดท้าเวทีสาธารณะจะสอบถามไปในพื้นที่ที่มีประเด็น หรืออาจท้าทั่วประเทศถ้าเป็นประเด็นในภาพรวม อาทิเช่นเรื่องการเตรียมความพร้อม ของประเทศไทยเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เป็นหัวข้อสัมมนาทางวิชาการ ประจ้าปี ๒๕๕๔ ซึ่งสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้ก้าหนดจัดสัมมนา ๔ ภูมิภาคแล้วก็มีในกรุงเทพมหานครด้วย ก็จะเห็นว่าในการท้าข้อเสนอแนะของสภาที่ปรึกษา เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเน้นการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน ก็จ้าเป็นจะต้อง มีการจัดเวทีสาธารณะซึ่งก็มีค่าใช้จ่าย รวมทั้งสมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ มาจากหลากหลายทั่วประเทศก็จะมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางและการประชุม อันนี้ก็คิดว่า เป็นเรื่องที่จ้าเป็นต้องท้า จึงเรียนมานะคะ
ส่วนอื่น ๆ ที่ท่านฝากไว้ ทั้งเรื่องการท้ายุทธศาสตร์ต่อต้านทุจริต เรื่องนโยบายทางด้านการสร้างความเข้มแข็งของผู้ประกอบการ การใช้งบประมาณ ขององค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ การศึกษากับเยาวชน การพลังงานต่าง ๆ ก็จะขอน้าเรียน สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติต่อไปค่ะ
ในส่วนของท่านกษิตที่ท่านให้ค้าแนะน้าและความเห็นไว้เรื่องวิธีการท้างาน ของสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเรื่องปราสาทพระวิหารหรือว่าภาคใต้ ก็จะน้าเรียนสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเป็นความเห็นต่อไป
ก็ขอขอบพระคุณทุกท่านที่กรุณาให้ค้าแนะน้า ข้อสังเกต ค้าทักท้วง รวมทั้ง ได้ชื่นชมนะคะ ขอบพระคุณค่ะ