สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๑ · ๖ กันยายน ๒๕๕๕

เจะอามิง โตะตาหยง หารือเรื่องรายงานประจาปี 2553 ของสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และแสดงความไม่เห็นด้วยต่อการสรุปและวิเคราะห์ของสภาในเรื่องความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องปัญหาการขาดแคลนบุคลากรในมหาวิทยาลัยชายแดนภาคใต้ และเรียกร้องให้รัฐบาลให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหานี้ รวมถึงหารือเรื่องความยุติธรรมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และเรียกร้องการแก้ไขปัญหาการจองจำที่ไม่เหมาะสม

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส

ขอบคุณครับท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขออนุญาตท่านประธานดูเรื่องรายงาน ประจ้าปี ๒๕๕๓ ของสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ท่านประธานครับ ที่จริงก็ดู ในหลายส่วนครับแต่สิ่งที่ผมอยากจะให้ความส้าคัญ ผมขออนุญาตท่านประธานพูดสะท้อน ไปถึงสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติในกรณีของความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ท่านได้สรุปไว้ในหนังสือเล่มนี้ เหตุผลที่ผมต้องพูดในเรื่องของจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมขออนุญาตเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่าในประเด็นอื่นท่านสมาชิกท่านอื่นก็มีเป้าหมาย ที่จะพูดอยู่แล้วครับ ผมขออนุญาตท่านประธานว่าสิ่งแรกที่ผมขออนุญาตพูดอย่างตรงไปตรงมา ว่าบางเรื่องที่ผมดูในเอกสารของสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ก่อนที่ผมจะพูด ลงลึกในเนื้อหาสาระและวิพากษ์วิจารณ์ ผมขออนุญาตว่าหน่วยงานที่รับผิดชอบยังไม่มี ความเข้าใจ โดยเฉพาะในการสรุปประเด็นที่ผมจับประเด็นเดียวครับท่านประธาน ท่านลองกลับไปดูในหน้า ๒๐๗ วรรคสอง บรรทัดที่ ๔ ท่านมีความผิดพลาดในกรณีผม ถึงคนที่อยู่ภาคใต้นี่ผมจะบอกว่าผิดพลาดอย่างร้ายแรงเลย ผมขออนุญาตท่านประธาน อ่านตรงข้อความบรรทัดที่ ๔ ที่ว่าประชาชนที่นับถือศาสนามุสลิมผมไม่ทราบว่ามีศาสนามุสลิม ที่ไหนครับ ศาสนามุสลิมไม่มีนะครับท่านประธาน ผมขออนุญาตให้ทางสภาได้มีการแก้ไข ประชาชนที่นับถือศาสนามุสลิม เป็นประชาชนผู้ที่นับถือศาสนาอิสลาม และขออนุญาต ท้าความเข้าใจกับผู้มาชี้แจงว่ามุสลิมคือประชากรในโลกนี้ที่นับถือศาสนาอิสลามเรียกว่ามุสลิม ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตว่าประเด็นปัญหาภาคใต้มีความละเอียดอ่อน นี่สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติที่ต้องสรุปรายงานเรื่องเหล่านี้ให้กับรัฐบาล ในขณะที่ค้า ๒ ค้า เรื่องศาสนาและค้าว่ามุสลิม ๒ ค้าเหล่านี้ท่านยังมีความเข้าใจผิด แล้วท่านจะไปสรุปเนื้อหาสาระที่มีความส้าคัญกับแนวทางในการแก้ไขปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ถูกต้องอย่างไร ผมขาดความมั่นใจต่อคณะที่ท้างานในชุดนี้เลยว่าท่านไม่มีความตั้งใจในการที่จะศึกษาหาข้อมูล กับแนวทางในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อเสนอต่อรัฐบาล ท่านอาจจะไม่มี ความรู้สึก แต่ผู้คนซึ่งเป็นมุสลิม ผู้คนที่นับถือศาสนาอิสลามเขามีความรู้สึก เขารู้ว่าท่านไม่เข้าใจ ประเด็นปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เราต้องยอมรับว่าส่วนหนึ่ง เกิดจากอัตลักษณ์ความเป็นอยู่ ความแตกต่างด้านศาสนา และปัญหาที่ส้าคัญที่สุด ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็คือว่าผมอ่านในเนื้อหาสาระที่ท่านจะสรุปให้กับรัฐบาล ต้นเหตุ หรือสาเหตุของปัญหามันเกิดจากอะไร รากเหง้าของปัญหาท่านไม่ได้สรุปให้กับรัฐบาลเลย ท่านพูดแต่ปัญหาที่เกิดขึ้นวันนี้ และแนวทางหลายเรื่องที่ท่านได้น้าเสนอต่อรัฐบาล ไม่ตรงกับความเป็นจริง ไม่ตรงกับรายละเอียด และไม่ตรงกับสิ่งที่ควรจะต้องแก้ไข ท่านไม่มีสรุป ท่านไม่ได้พูดถึงว่าแนวทางในการแก้ปัญหาและประเด็นปัญหาที่แท้จริง ของจังหวัดชายแดนภาคใต้มันเกิดจากอะไร ผมดูการรายงานต่อสภาผู้แทนราษฎรอย่าลวก ๆ เพราะประเด็นหนังสือเอกสารที่ท่านได้น้าเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรเหล่านี้ต้องกลับไปสู่ รัฐบาล ถ้าท่านรายงานต่อสภาผู้แทนราษฎรผิดพลาด เกิดรัฐบาลน้าเรื่องประเด็นเหล่านี้ ไปแก้ปัญหาขึ้นมาแล้วมีความผิดพลาด ผลกระทบลงที่ใคร มันจะลงกับพี่น้องประชาชน มันจะลงกับพื้นที่ และสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเป็นหัวใจส้าคัญ ในการบริหารประเทศ ในการวางแผน ในการจัดการกระบวนการในการแก้ไขปัญหา ของประเทศทั้งหมด ประเด็นน้อย ๆ เหล่านี้ท่านยังไม่มีความเข้าใจในเชิงรุก แล้วท่านจะ เข้าใจในภาพรวมกับแนวทางในการแก้ไขปัญหาได้อย่างไร ท่านประธานที่เคารพครับ ก็ขออนุญาตลงไปดูสิ่งที่ท่านได้น้ามารายงานต่อสภาผู้แทนราษฎรในเนื้อหาสาระ และข้อวิเคราะห์ที่ท่านได้น้าเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร ในประเด็นของเนื้อหาผมจะเริ่มต้น ให้เป็นหัวข้ออย่างที่ท่านได้เสนอต่อสภา ท่านได้มีการสรุปกระบวนการการสูญเสียชีวิต บาดเจ็บจ้านวนเท่าไร เชิงสถิติ ผมว่าแนวทางในการแก้ไขปัญหาถ้าเอาสถิติประเด็นการสูญเสีย การเสียชีวิตของประชาชนมาเป็นฐานของการแก้ไขปัญหามันจะท้าให้การแก้ปัญหาจบยาก การตั้งสมมุติฐาน การตั้งเนื้อหาสาระในการที่จะไปแก้ไขปัญหา ท่านประธานที่เคารพ พอผมเข้าไปดูในเนื้อหาและแก่นแท้ในวรรคหนึ่ง หน้า ๒๐๒ นี่ ท่านไม่ได้พูดถึงว่า ผู้คนที่สูญเสียชีวิตมากที่สุดในกระบวนการที่ท่านยกยอดมาสถิติน่าจะเป็นปี ๒๕๕๓ จากปี ๒๕๔๗ ถึงปี ๒๕๕๓ ผมถามท่านหน่อยในฐานะที่ท่านนั่งอยู่ตรงนี้ท่านรู้ไหม ใครสูญเสียมากที่สุด ความสูญเสียที่เกิดขึ้นตรงนี้ท้าไมท่านไม่สรุปให้กับรัฐบาล ท่านอย่าเอา ตัวเลขมาเพียงเป็นตัวเลขให้ปรากฏ ความสูญเสียที่แท้จริงคือใคร ใครสูญเสียมากที่สุด เพื่อไม่ให้เสียเวลาผมตอบให้ท่านเลยก็ได้ ผมตามเรื่องข้อมูลจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ มาตลอด ความสูญเสียที่มากที่สุดคือพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็นคนไทยพุทธหรือไทยมุสลิม ท้าไมท่านไม่สรุป กระบวนการที่ผมจะต้องให้ท่านสรุปตรงนี้เพราะอะไรครับ เพราะเวลาระดับนโยบายเขาจะ ลงไปแก้ไขปัญหาเขาจะได้ดูว่าความสูญเสีย การเสียชีวิตของผู้คนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ มันไม่ใช่กลุ่มก่อการ หรือต้ารวจ ทหารที่สูญเสียชีวิตมากนัก มันเกิดผลกระทบให้กับ พี่น้องประชาชน ถามว่าสิ่งเหล่านี้ถ้าท่านไม่สรุปอย่างนี้เวลารัฐบาลจะไปแก้ปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้ท่านจะแก้อย่างไร ท่านไม่มีพูดถึงเลยครับ ผมนั่งอ่านต่อไป ลองไปดู ๓.๑ ปัญหาด้านการเมืองการปกครองและนโยบาย ท่านประธานที่เคารพครับ ก็อีกละครับ ไปดูในปัญหาด้านการเมือง การปกครองและนโยบาย ด้านการปกครองท่านยกอยู่เรื่องเดียวครับ เรื่องร่างพระราชบัญญัติการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. .... ที่จริงเรื่องกฎหมายนี้ ได้ออกไปสู่สาธารณะแล้วโดยผ่านจากสภาผู้แทนราษฎร วันนี้มีการบังคับใช้แล้ว การรายงานมาสู่สภาเราก็ต้องยอมรับว่ากระบวนการทั้งหลายที่ท่านจะต้องรับผิดชอบ ต้องรายงานต่อสภาผู้แทนราษฎรนั้นใช้ระยะเวลา แต่ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมติดอยู่ ในหัวใจที่อยากจะถามไปถึงผู้ที่มีส่วนรับผิดชอบที่นั่งอยู่ที่นี่นะครับ การก้าหนด ในเชิงยุทธศาสตร์ และท่านไปเน้นตรงไหนครับ เน้นตรงยุทธวิธี ต้องมีการจ้ากัดเขตพื้นที่ ท่านประธานครับ ถ้าผมเป็นคนที่อยู่ในพื้นที่ผมจะรู้เลยครับ ถ้าใช้ยุทธวิธีในการควบคุม พื้นที่นั้นหมายถึงว่าการส่งสัญญาณให้รัฐบาลใช้ก้าลังทหารน้าหน้าการเมืองใช่หรือไม่ ท่านประธานที่เคารพครับ ประเด็นที่ผมต้องพูดและสื่อสารไปให้ท่านที่มีความรับผิดชอบ ได้กรุณาตอบในสภาผู้แทนราษฎรหน่อยว่าท่านมีความมั่นใจอย่างไรว่าถ้ามีการใช้ยุทธวิธี เป็นการบังคับใช้จะสามารถควบคุมสถานการณ์และเหตุการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ แต่ในกรอบความคิดของผมซึ่งเป็น ส.ส. ในพื้นที่ผมบอกว่าตราบใดที่มีการใช้ยุทธวิธีน้าหน้านั้น ส่งสัญญาณจะให้เกิดความสูญเสีย เป็นการส่งสัญญาณกับการใช้ก้าลังโดยใช้กฎหมาย ประกอบก็คือเป็นการประกาศ พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินไปบังคับใช้ กับพี่น้องประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ ในกรณีการบังคับใช้ประกาศ พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตรงนี้ท่านจะต้อง ไปศึกษาเพื่อให้ค้าตอบกับรัฐบาล กับแนวทางในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ถามว่าตั้งแต่เกิดสถานการณ์และเหตุการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้มีการใช้ พ.ร.ก. ตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ เป็นต้นมาถึงวันนี้ ๑๐ ปี ถามว่าสถานการณ์มันดีไหม ข้อดี ข้อเสีย ของการใช้ พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ท่านจะต้องไปศึกษาหาข้อสรุป ให้กับรัฐบาล ผมเรียนท่านประธานถึงผู้มาชี้แจงว่าในกรณีการใช้ พ.ร.ก. การบริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉินในจังหวัดชายแดนภาคใต้มันมีอยู่ ๒ ส่วน ส่วนหนึ่งในหน่วยงาน ของกลไกของรัฐซึ่งไปปฏิบัติในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เขาบอกว่าเขาจ้าเป็นที่จะต้องมี ถ้าไม่มี พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินนั้นจะท้าให้การขับเคลื่อน ในการควบคุมยาก แต่ถ้าไปฟังในส่วนของพี่น้องประชาชนเขาบอกว่าเรื่อง พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินนี่ละเป็นตัวข้อบังคับที่ได้ให้มีผลกระทบกับ พี่น้องประชาชนในพื้นที่ส่วนหนึ่ง จนได้รับการคัดค้านจากสภาทนายความและจาก พี่น้องประชาชน ผมเรียนท่านประธานถึงผู้มาชี้แจงว่าในกรณีการใช้ พ.ร.ก. การบริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉินในจังหวัดชายแดนภาคใต้ท่านได้เคยมีการศึกษาไหมว่าพี่น้องประชาชน ที่ถูกจับและด้าเนินคดีจากการใช้ พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน มีการตรวจค้น มีการจับกุม ครั้งแรกจับเชิญตัวมา ๓๐ วันก็ปล่อยตัวกลับ ครั้งที่ ๒ ก็เชิญอีก ครั้งที่ ๓ ก็เชิญอีก ครั้งที่ ๔ คนที่ถูกเชิญครั้งที่ ๔ พอไปครั้งที่ ๔ ไม่อยู่บ้านแล้วครับ หนีแล้วครับ เพราะว่าเขาไม่มั่นใจว่ากลไกของรัฐในพื้นที่จะให้ความเป็นธรรมกับเขาได้ ท้าไมสิ่งเหล่านี้ท่านไม่ไปศึกษาเพื่อเป็นข้อเสนอแนะให้กับรัฐบาล ท่านพูดเพียงลอย ๆ ท่านบอกว่าต้องมีการใช้ในด้านยุทธวิธีในการปราบปราม จ้าเป็นที่จะต้องมีเรื่องกฎหมาย เหล่านี้ไปบังคับใช้ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่ผม อยากจะฝากท่านประธานถึงผู้มาชี้แจงว่าในกรณีการใช้ พ.ร.ก. การบริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉินในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ขออนุญาต เวลาท่านจะมาเสนอ ต่อสภาผู้แทนราษฎรในสมัยหน้าให้ท่านไปศึกษาว่าผลกระทบจากการใช้ พ.ร.ก. ในส่วน ของพี่น้องประชาชนคืออะไร และแนวทางในการบังคับใช้ พ.ร.ก. การบริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉินในจังหวัดชายแดนภาคใต้ รัฐบาลหรือกลไกของรัฐซึ่งอยู่ใน พื้นที่ส่วนหน้าควรที่จะท้าลักษณะอย่างไร ในส่วนของราชการซึ่งเป็นกลไกของรัฐที่บังคับใช้ กฎหมายควรที่จะต้องบังคับใช้กฎหมายลักษณะอย่างไรกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ท่านไม่ได้คิดเลยหรือครับ ท่านคิดเพียงง่าย ๆ นี่ครับ จับข้อความหนึ่งก็มายัดใส่ ในข้อความตรงนี้เพื่อจะน้าเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรแล้วผ่านไปเฉย ๆ อย่างนั้นหรือครับ ท่านเป็นหัวใจนะครับ ท่านเป็นหัวใจของประเทศนะครับ แล้วปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ มันไม่ใช่เป็นปัญหาเฉพาะของคนจังหวัดชายแดนภาคใต้ มันเป็นปัญหาของคนทั้งประเทศ เป็นความมั่นคงของชาติ ท้าไมไม่ไปศึกษาล่ะครับ มันยากนักหนาหรือ มันยากนักหรือ ที่จะไปศึกษา สิ่งเหล่านี้ผมอยากจะฝากไปถึงสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ การน้าเสนอในวาระต่อไปท่านต้องไปศึกษาให้ละเอียดเรื่องจังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านประธานที่เคารพครับ กลับมาดูในหัวข้อด้านจิตวิทยาและมวลชน มันไม่มีข้อสรุปที่ดี ที่แนวทางที่รัฐบาลไม่ว่าใครจะมาเป็นรัฐบาลจะน้าเรื่องจิตวิทยาและมวลชนของท่านไปแก้ไข ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้เลย ท่านไม่ได้พูดถึงเลยว่าแนวทางในด้านจิตวิทยา ในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างไร ท่านพูดถึงลักษณะกว้าง ๆ ลักษณะในเชิงรุก ในทางการเมือง โดยการใช้พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร การยกเลิก พ.ร.ก. บางอ้าเภอจากรัฐบาลสมัยท่านอภิสิทธิ์ได้ท้าไว้ นั่นเขาท้าไว้แล้วอย่างไร สิ่งที่สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติต้องคิดว่าแนวทางต่อไปข้างหน้ารัฐบาล ต้องท้าอะไรบ้างที่รัฐบาลท้าไปแล้วดีแล้วท่านก็บอกว่าน่าจะเป็นข้อต่อยอดที่รัฐบาลใหม่มา ก็ต้องท้าต่อ แต่สิ่งที่ท่านจะต้องเสนอแนะในแง่ของจิตวิทยาและมวลชนท่านมีข้อเสนอแนะ อะไรที่ดีมากกว่านี้ไหมครับ เท่ากับท่านไปเอาเรื่องเก่ามาใส่ในเนื้อหาสาระตรงนี้เพื่อเป็น ผลงาน เป็นเอกสารเล่ม เพื่อเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร ผมดูหลายเรื่องที่อยู่ตรงนี้ครับ ท่านประธาน หลายเรื่องอย่างกรณีของศาสนาคือผมติดใจจริง ๆ อย่างนี้ผมพูดได้เลย เหมือนกับการท้าปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งเราในสภาผู้แทนราษฎรถือว่าเป็นเรื่อง ใหญ่โตมาก ความละเอียดอ่อนของท่านไม่มี การน้าเสนอลักษณะอย่างนี้ ต่อสภาผู้แทนราษฎรเท่ากับปิดตาสภาผู้แทนราษฎรนะครับ ท่านต้องไปปรับปรุงนะครับ อย่าคิดว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขาจะไม่ดูนะครับ วันนี้ความส้าคัญของจังหวัดชายแดนภาคใต้ เราก็ต้องยอมรับว่าสิ่งที่ส้าคัญที่สุดก็คืออยากจะฝากท่าน แนวทางในการแก้ไขปัญหา ของสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติต้องมีให้กับรัฐบาล ต้องน้าเสนอต่อ สภาผู้แทนราษฎรท้าลักษณะในการรายงานต่อสภาผู้แทนราษฎร แนวทางในการแก้ไขปัญหา ในระยะสั้น ระยะเร่งด่วน ระยะกลาง และระยะยาว อย่างไร วันนี้ไม่มีอะไรเลยครับ วันนี้สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติกับแนวทาง ในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ วันนี้ถ้าผมอ่านในเอกสารตามสถานการณ์ และเหตุการณ์ และเอาเรื่องเก่ามาเล่า ส่วนใหญ่จะเป็นอย่างนี้ครับท่านประธาน ถ้าเป็น ลักษณะอย่างนี้ นี่ผมดูเฉพาะหมวดเดียวนะครับ หมวดปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ แล้วกรอบในการแก้ไขปัญหา สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ขนาดสภาที่ปรึกษา เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติมีกรอบความคิดเพียงเท่านี้แล้วจะไปก้าหนดนโยบาย ในการแก้ไขปัญหาให้รัฐบาลได้อย่างไร ขออนุญาตท่านประธานไปดูปัญหา ที่พูดถึง ปัญหาด้านความมั่นคง การทหาร ข่าวกรอง ต่างประเทศ และการยุติธรรม ที่ท่านได้เสนอ ในเอกสารนี้ ปัญหาที่ท่านพูดถึงคือปัญหาที่แท้จริงของขบวนการผู้ประสงค์ร้าย ต่อประเทศชาติ ท่านต้องเขียนให้ชัดนะครับ ผู้ประสงค์ร้ายเหล่านี้คือใคร เนื้อหาสาระ ของผู้ประสงค์ร้ายซึ่งวันนี้มีอ้านาจสามารถต่อกรกับรัฐบาลคือใคร มีกี่องค์กร มีกี่กลไกที่มี ปัญหากับรัฐ เหตุผลเพราะอะไร ท่านไม่มีเลยครับ ท่านพูดถึงว่าเงื่อนไขสิ่งส้าคัญที่สุด คือการปลุกระดมเพื่อแย่งชิงมวลชน แล้วใครล่ะเป็นผู้ชิงมวลชนจากรัฐบาลไปจากกลไก ของรัฐ เขียนลักษณะอย่างนี้ฝ่ายนโยบายจะรู้หรือครับ ท่านบอกสิครับว่ามันมีอะไร ในเนื้อหาสาระที่รัฐถูกแย่งมวลชนไปจากมือ เกิดจากกลุ่มไหน กี่กลุ่ม และแนวทางในการที่รัฐ จะต้องวางนโยบายกับเรื่องเหล่านี้อย่างไร ท่านไม่ได้คิดหรือครับ ท่านประธานกลับไปดู ในเรื่องด้านการทหาร ด้านการทหารก็เหมือนกันครับส่วนใหญ่จะพูดถึงในเรื่องการพัฒนา จะให้ทหารไปพัฒนาคงไม่ถูกต้องหรอกครับ กระบวนการของทหารถ้ากรอบความคิดของผม อยู่พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องควบคุมพื้นที่ซึ่งมีเหตุการณ์ สถานการณ์ความรุนแรง ที่เกิดขึ้น ท้าอย่างไรแนวทางที่ท่านคิด แนวทางที่ท่านได้ไปศึกษามาให้ฝ่ายกองก้าลัง เขาควบคุมพื้นที่ ท้าอย่างไรที่ให้ควบคุมพื้นที่โดยไม่กระทบกับวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ ของพี่น้องประชาชน ไม่กระทบกับอัตลักษณ์และวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ท้าไมท่านไม่คิดเรื่องนี้ล่ะครับ ท่านเขียนในกรณีจังหวัดชายแดน ภาคใต้ แนวทางในการแก้ไขปัญหาแบบคลุมเครือครับ ใครมาเป็นรัฐบาลเวลาอ่านเอกสาร ของท่านไม่สามารถที่จะจับประเด็นได้เลยว่าควรจะท้าอะไรก่อน อะไรระยะกลาง และระยะยาว คืออะไร สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาตินี้ ท่านประธานครับ กลับไปดูข้อ ๓.๒.๒ ปัญหาด้านการข่าว ปัญหาด้านการข่าวกรอง สิ่งที่ผมได้รับรู้ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปัญหาการข่าวเป็นส่วนหนึ่งในการที่จะหาแนวทางและกรอบในการแก้ไขปัญหาในเชิงรุก ในด้านมวลชนก็ดี ในการควบคุมสถานการณ์และเหตุการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็ดี ขาดการบูรณาการ ท่านได้ไปศึกษาเรื่องนี้ไหมครับ ท้าไมท่านไม่ไปศึกษาเรื่องอะไร ให้ละเอียดอ่อนเพื่อน้าเสนอต่อรัฐบาล ท้าอย่างไรที่จะให้การข่าวในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ต้องบูรณาการด้านการข่าวให้ ผมเรียนท่านประธานถึงผู้มาชี้แจงว่าแม้กระทั่งในกรณีการเอาธงไปปักทั้งหมด ๑๐๒ จุด เมื่ออาทิตย์ที่แล้วในจังหวัดชายแดนภาคใต้ นี่คือส่วนหนึ่งของกรอบปัญหาด้านการข่าว ผมถือว่าล้มเหลว กรรมการการเคลื่อนไหวที่จะมีการเคลื่อนไหวหลาย ๆ จุดอย่างนี้การข่าว ไม่รู้เลยหรือ นี่ผมชี้เรื่องที่เกิดขึ้นใหม่ ๆ เพื่อท่านจะได้มีรายละเอียดว่ากรอบความคิดเหล่านี้ ท่านไปศึกษาได้ไหมแล้วน้าเสนอในแง่ของด้านการข่าว ด้านการทหาร ด้านการข่าวกรอง ต้องมีความแม่นย้า อันดับแรกก็คือการควบคุมสถานการณ์และเหตุการณ์ก็คือด้านการข่าว จะต้องมีความแม่นย้า วันนี้ผมถือว่าด้านการข่าวนี่ยังไม่แม่น แล้วท่านเองซึ่งมี ความรับผิดชอบในการที่จะไปศึกษาปัญหาเหล่านี้ท่านก็ไม่ศึกษา ไม่มีข้อเสนอแนะ ให้กับรัฐบาล เอาหนังสือทั้งเล่มมาตั้ง คนมาอ่านก็ยังไม่รู้เลยว่าท่านน้าเสนอ ต่อสภาผู้แทนราษฎร จากสภาผู้แทนราษฎรออกไปแล้วนี่เวลารัฐบาลจะน้าเรื่องเอกสารเหล่านี้ ไปก้าหนดทิศทางกับแนวทางในการแก้ไขปัญหานี่หาจุดไม่ออกอีกแล้ว ท่านประธานที่เคารพครับ แม้กระทั่งการต่างประเทศก็ได้มีการพูดถึง สิ่งที่ผมเห็นด้วยกับท่านในประเด็นนี้ก็คือว่า ท่านได้เขียนถึงว่าผู้บริหารระดับสูงจะต้องหลีกเลี่ยงการแสดงทัศนะใด ๆ ที่จะส่งผลบั่นทอน ต่อความพยายามร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการร่วมมือส่งเสริมความมั่นคง ในบริเวณจังหวัดชายแดนภาคใต้ร่วมกัน อันนี้ผมเห็นด้วย เพราะว่าหลายครั้ง ผมจะยกตัวอย่างให้ท่านประธานได้ชัดเจนอย่างหนึ่ง ประเด็นของการให้ข่าว การให้ ทัศนะต่าง ๆ ต่อสาธารณะมันเป็นประเด็น หลายเรื่องที่ไม่ควรที่จะต้องไปนั่งพูด กับสื่อสาธารณะซึ่งเป็นความลับทางราชการนี่ บางเรื่องก็น้าไปพูด ไปแก้ไขปัญหา ไปพูดกัน ในสื่อสาธารณะ แม้กระทั่งในการที่จะไปแก้ไข เมื่อเร็ว ๆ นี้มีการพูดถึงว่าการก่อเหตุ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ อันนี้ระดับนโยบายไม่ใช่ท่านนะครับ ผมถึงบอกว่าผมเห็นด้วย กับท่านก็คือว่าการแสดงสาธารณะก่อนหน้านี้ระดับรัฐมนตรีนะครับ ไปบอกว่าปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้มีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มตาลีบันและมีส่วนเกี่ยวข้องกับประเทศเพื่อนบ้าน ท่านต้องคอมเมนท์ (Comment) เลยนะครับเรื่องนี้ว่าด้านการต่างประเทศ พึงมีความระมัดระวัง ไม่อย่างนั้นการพูดในลักษณะที่รัฐมนตรีพูดอย่างที่ผมได้ยกตัวอย่าง ให้กับสภาผู้แทนราษฎรเมื่อสักครู่นี้มันจะมีผลว่าอาจจะมีการยกฐานะสถานการณ์ และเหตุการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้สู่สากลได้นะครับ อันนี้เห็นด้วยกับท่านนะครับ หลายข้อเมื่อกี้นี้บอกว่าท่านต้องไปปรับปรุงเยอะ ทัศนะตรงนี้ดีอันนี้เราก็ต้องยอมรับว่า ท่านท้าได้ดี แต่สิ่งที่ผมต้องฝากไปถึงรัฐบาลว่าการแสดงทัศนะเรื่องปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พึงมีความระมัดระวัง และผมยังยืนยันว่าปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังเป็นเรื่อง ภายในประเทศ แต่ผมก็แปลกใจครับท่านประธานว่าท้าไมรัฐบาลชุดนี้ โดยเฉพาะรัฐมนตรี พยายามที่จะพูดปัญหาภายในประเทศเรานี่โยงให้เป็นเรื่องต่างประเทศ ผมเป็นห่วงครับ ท่านประธาน สิ่งที่ผมต้องพูดอย่างนี้เพราะอะไร มันมีครั้งหนึ่งในสมัยที่แล้วนี้ผมเป็นประธาน คณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ ก็ได้มีการวิพากษ์วิจารณ์ส่วนหนึ่งวันนั้นว่ามีส่วน เกี่ยวข้องกับต่างประเทศ ผมได้ติดตามนะครับ เมื่อปีที่แล้วนี้ผมได้ติดตามอย่างชัดเจน ผมได้สอบถามฝ่ายกองก้าลังและใครต่อใครซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบในด้านความมั่นคงว่า มีกลุ่มก่อการต่างประเทศร่วมกับกลุ่มก่อเหตุในจังหวัดชายแดนภาคใต้ไหม ผมเรียนท่านประธานอย่างตรงไปตรงมาครับ ผมได้รับค้าตอบในขั้นกรรมาธิการ ของสภาผู้แทนราษฎรว่าไม่มี สิ่งที่ผมจะพูดตรงนี้ก็คือว่าประเด็นส้าคัญคือบางเรื่องมันเกิดจาก คนที่ไม่รู้เรื่องดันอยากจะวิพากษ์วิจารณ์สนุกปากเลยท้าให้เป็นประเด็นแล้วเป็นประเด็น ที่ล่อแหลมต่อประเทศชาติและบ้านเมือง วันนี้ก็เอาอีกแล้วครับ นอกจากกลุ่มตาลีบัน ไปพูดถึงเรื่องอะไรอีกในจังหวัดชายแดนภาคใต้ว่าได้รับการสนับสนุนจากโลกอาหรับว่า กลุ่มก่อการได้รับการสนับสนุนเงินทุนจากโลกอาหรับ ท่านประธานต้องพึงระมัดระวัง เท่าที่ผมได้สอบถามทั้งนั้นแหละครับในขั้นกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ แม้กระทั่ง แหล่งเงินทุนที่ผมได้สอบถามในขั้นกรรมาธิการ ผมมีข้อมูลให้สั้น ๆ แก่ท่านว่ามันเป็น การออกเงินซะกาต ความหมายของซะกาตหมายถึงผู้มีอันจะกิน ผู้ที่มีเงินหรือทรัพย์สินมาก ในด้านหลักการด้านศาสนามีการบังคับเลยเป็นกฎของศาสนาต้องออกทานให้กับ ผู้ที่ยากจนกว่า เงินเหล่านี้ไปสู่ในการพัฒนาด้านการศึกษาด้านอะไรก็แล้วแต่ให้กับมุสลิม ทั่วโลก แล้ววันหนึ่งเขามาบริจาคในจังหวัดชายแดนภาคใต้แล้วไปผ่านโรงเรียน หรือสถานศึกษาเพื่อให้การสนับสนุนด้านการศึกษา ผมได้เคยสอบถามในขั้นกรรมาธิการว่า ผู้ที่ให้เงินเหล่านี้เขาไม่ได้ให้เงินเพื่อมุ่งหวังในการที่จะเป็นการกระทบความมั่งคง ภายในประเทศเราครับ วันนี้ใครครับ เลขาธิการ ปปง. ไปโยงเอาเรื่องโน้นเลยครับ นี่ฝากท่านประธาน ฝากผู้ที่มาชี้แจงว่าไปศึกษาเรื่องนี้หน่อย ถ้าไม่มีเอกสารที่ชัดเจน หน่วยงานที่รับผิดชอบอยากจะ เขาบอกว่าท้างานเพื่อเอาหน้า อยากจะได้ใจนาย พูดโกหกไว้ก่อน แล้วบ้านเมืองจะล่มสลายอย่างไรไม่รู้ ไม่รับผิดชอบ นี่เลขาธิการ ปปง. พูดนะครับ ผมถามว่า ประเด็นที่ผมเป็นห่วงฝากท่านประธานไปถึงผู้มาชี้แจงว่าท่านต้องไปท้าเอกสารเหล่านี้ให้ชัดเจน ว่าประเทศโลกมุสลิมที่เขาให้เงินมาสนับสนุนในการช่วยเหลือในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เขามุ่งหมายในเรื่องอะไร แล้วผมยังท้าเลยครับ ท้าเลขาธิการ ปปง. ตรงนี้เลยว่า ถ้าท่านมีเอกสารหลักฐานนี่ท่านต้องยึดทรัพย์เลย ท่านไม่ต้องไปพูดครับ ท่านไม่ต้องไปพูด ต่อสาธารณะเพื่อให้เกิดเป็นประเด็น สุดท้ายสุดเป็นอย่างไรครับ สุดท้ายสุดปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ได้รับการแก้ไข คนก็ล้มตาย ท่านก็นั่งปาว ๆ ใส่สูทผูกเนคไท (Necktie) อยู่ในห้องแอร์ (Air) พูดไปแล้วผลกระทบกับใครล่ะครับ กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ท่านประธานที่เคารพครับ นี่คือในประเด็นของต่างประเทศก็ฝากท่านไปดูว่าความสัมพันธ์ ระหว่างประเทศไทยกับต่างประเทศมันเป็นอย่างไรและแนวทางในการวางกรอบให้กับ รัฐบาลกับแนวทางในการแก้ไข การเดินทาง การแก้ไข การสนับสนุน การต่างประเทศ ระหว่างประเทศเรากับประเทศโลกมุสลิมควรที่จะท้าอย่างไร ท่านควรที่จะต้องมีเรื่องเหล่านี้ ไว้ด้วย

ท่านประธานที่เคารพครับ ปัญหาด้านการศึกษา ผมขออนุญาตพูดอีก ปัญหาด้านการศึกษาวันนี้ผมก็อยากจะฝากเพราะว่ามันมีผลกระทบด้านเศรษฐกิจและสังคม อย่างแน่นอนต่อไปในอนาคต เมื่อต้นเดือนที่แล้วท่านอภิสิทธิ์ไปดูสถานการณ์และเหตุการณ์ จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ทหารถูกยิงเสียชีวิตที่อ้าเภอมายอ จังหวัดปัตตานี และไปดูที่โรงเรียนบ้านกูวิง แล้วไปประชุมที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ที่จังหวัดปัตตานี มันมีข้อมูลอยู่ชิ้นหนึ่ง อยากจะฝากท่านประธานถึงสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและ สังคมแห่งชาติว่าให้ท่านไปศึกษาหน่อยครับ ข้อมูลเป็นอย่างนี้ ข้อมูลด้านการศึกษานี่วันนี้อาจารย์ทั้งมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี วันนี้อาจารย์ที่อยู่ในจังหวัดนราธิวาส และอยู่จังหวัดปัตตานีนี้ขอย้ายตัวเองออกจากสถาบันด้านการศึกษาที่นั่นไปที่อื่น แล้วท้าให้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี และมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ขาดบุคลากร ไม่มีผู้คนที่จะไปสอน เปิดคณะแล้วไม่มีอาจารย์เพียงพอกับกระบวนการ การเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยในพื้นที่ ถ้าหากมีการปล่อยอย่างนี้จะท้าให้อะไรครับ ท้าให้ ๒ มหาวิทยาลัยในจังหวัดชายแดนภาคใต้จะไม่มีบุคลากรแล้ว มันจะท้าให้นักศึกษา ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ก็ดี ในมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานีก็ดี คุณภาพการศึกษาจะด้อยลง ท่านต้องไปศึกษาดูสิครับว่า ผลจากเรื่องที่ผมได้น้าเรียนต่อท่านประธานผ่านไปถึงผู้มาชี้แจงว่ากระบวนการการคิดเหล่านี้ ท่านลองไปคิดดูครับ แนวทางในการแก้ไขในระดับนโยบายเพื่อที่จะเสนอต่อรัฐบาลได้ เรื่องมหาวิทยาลัยนี่ผมอยากจะให้เป็นเรื่องเร่งด่วน ให้ท่านไปศึกษาอย่างเร่งด่วน ให้กับรัฐบาล เพราะมันมีผลกระทบในขณะนี้อย่างรุนแรง ให้เปิดต้าแหน่งใหม่ได้ไหม ท่านลองไปศึกษาดูสิครับ เปิดต้าแหน่งรับอาจารย์ใหม่ และคนที่ย้ายไปให้ย้ายไป ทั้งต้าแหน่งนะครับ ประเด็นปัญหาที่ผมทราบในขณะนี้ก็คือเจ้าตัวเดินทางไปท้างานที่อื่น แต่ต้าแหน่งยังอยู่ที่มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี และยังอยู่ที่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เหล่านี้มีการพูดถึงในสมัยท่านอภิสิทธิ์ เมื่อเดือนที่แล้ว ไปที่จังหวัดปัตตานีมีการพูดถึงในที่ประชุม ผมเลยน้าเรียนต่อท่านประธานผ่านไปถึง สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติว่าประเด็นเหล่านี้เป็นเรื่องเร่งด่วนที่อยากจะ ขออนุญาตท่านได้กรุณาไปศึกษาเรื่องบุคลากรในมหาวิทยาลัย นี่คือ ๒ มหาวิทยาลัย แม้กระทั่งมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลาท่านก็ต้องไปศึกษาดูนะครับเพราะประเด็นเดียวกัน ประเด็นก็คือว่าอาจารย์ซึ่งเป็นบุคคลข้างนอกไปสอนหนังสือที่นั่นเกิดความหวั่นวิตก หวั่นไหวต่อสถานการณ์และเหตุการณ์ กลัวความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของตัวเอง ไม่มีเลยต้องย้ายตัวเองออกจากพื้นที่ ท่านไปคิดในกรอบการแก้ไขเรื่องเหล่านี้อย่างไร ท่านจะให้กรอบความคิดแนวทางในการศึกษาต่อรัฐบาล เรื่องเหล่านี้สมควรที่จะเป็น เรื่องเร่งด่วนหรือไม่ อย่างไร ท่านไม่ต้องไปรอว่าอีก ๒ ปีท่านจะต้องมารายงานนะครับ มันไม่ทันกาลนะครับ

ท่านประธานที่เคารพครับ แม้กระทั่งด้านเศรษฐกิจ ด้านการเมือง การปกครอง ผมคงไม่ลงลึก แต่ผมอยากจะพูดอีกประเด็นเดียวครับท่านประธาน เห็นท่านประธานขยับอยู่หลายครั้ง ประเด็นปัญหาความยุติธรรมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านไปศึกษา มีความแออัด ใช่ เรือนจ้าจังหวัดนราธิวาสนี่อยู่ใจกลางเมืองเลยนะครับ อยู่ตรงสี่แยกตัวเมืองเลย ท่านเข้าใจถูกท่านไปดูเรื่องนี้ และท่านต้องมีข้อเสนอแนะ ให้ชัดเจนครับ ควรที่จะต้องออกจากตัวเมือง กลางเมืองเลยครับ แต่เท่าที่ทราบสมัยรัฐบาล ท่านอภิสิทธิ์ได้มอบงบประมาณให้แล้วให้มีการย้ายเรือนจ้าออกจากตัวเมืองแล้ว แต่สิ่งที่ท่าน ต้องท้าก็คือว่าเรื่องผู้คนซึ่งถูกจองจ้าในเรือนจ้าเหล่านี้ซึ่งเป็นมุสลิมผู้นับถือศาสนาอิสลาม สามารถปฏิบัติศาสนกิจด้านศาสนาได้หรือไม่ อย่างไร ถ้าไม่มีแล้วมันจะมีผลกระทบอย่างไร ถ้าไม่มีแล้วแนวทางที่ท่านจะต้องเสนอต่อรัฐบาล กับแนวทางเรื่องเหล่านี้อย่างไร ท่านลองไปคิดดูสิครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ด้านความยุติธรรมให้ท่านไปศึกษาดูข้อมูลว่าผลสืบเนื่องจากการใช้ พ.ร.ก. การบริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉินกับประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ กระบวนการ มีการถูกจับกุมไว้จ้านวนกี่คดีซึ่งเป็นคดีความมั่นคงและด้าเนินสู่กระบวนการยุติธรรม กระบวนการศาล จากกระบวนการที่น้าสู่ที่ศาลกี่คดี และถูกจองจ้ากี่คดี และปล่อยกลับมา กี่คดี เท่าที่ผมทราบนี่ตามกระบวนการยุติธรรมการใช้กฎหมาย พ.ร.ก. นี่เกือบ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ประชาชนที่ถูกจับกุมโดยใช้พระราชก้าหนดการบริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉินถูกปล่อยตัวไป ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ถามว่าสิ่งเหล่านี้กระทบกับ ความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนไหม ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งเหล่านี้ผมอยากจะฝาก ด้านผู้มาชี้แจงว่าท่านไปศึกษาและให้ความละเอียด สิ่งที่ผมอยากจะเห็น สิ่งที่ สภาผู้แทนราษฎรอยากจะเห็นวันนี้คือว่าท่านจะต้องมีข้อเสนอแนะแต่ละด้านให้กับรัฐบาลด้วย ท่านต้องไม่ท้าลักษณะที่คลุมเครือในลักษณะเอกสารที่น้าเสนอต่อสภาวันนี้ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตท่านประธานฝากไปถึงท่านผู้มาชี้แจงว่า ในการที่น้าเสนอเอกสารต่อสภาผู้แทนราษฎรครั้งหน้าจะไม่ใช่ลักษณะอย่างนี้และขอให้ท่าน มีความรอบคอบโดยเฉพาะในการใช้ค้าในด้านศาสนาขอให้ท่านมีความรอบคอบ เพราะว่า การตีประเด็นเวลาผู้คนเขาไปอ่าน อย่างที่ผมพูดเมื่อสักครู่ ด้านศาสนามุสลิมมันไม่มี มันเป็นเรื่องศาสนา ศาสนาคือศาสนาอิสลาม ประชากรผู้นับถือศาสนาอิสลามเรียกว่ามุสลิม ประเด็นเหล่านี้ครับ แค่นี้ ๒ ค้าเป็นเรื่องเล็กน้อยถ้าเราดู แต่ที่จริงมันเป็นเรื่องใหญ่ แล้วเขาจะมองดูย้อนกลับว่าหน่วยงานของท่านนี่ขนาดเรื่องซึ่งมีความละเอียดอ่อนอย่างนี้ ท่านยังไม่มีความรอบคอบ ท้าให้น้าหนักของหน่วยงานของท่านลดลงครับท่านประธาน ผมคาดหวังว่าการรายงานงวดหน้าท่านจะต้องมีข้อเสนอแนะให้ชัดเจนต่อสภาผู้แทนราษฎร ขอบคุณครับท่านประธานครับ