สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๙ · ๑๔ กันยายน ๒๕๕๔

อิสสระ สมชัย หารือเรื่องการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและถนนชำรุด เสียหายทั่วประเทศ โดยเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและซ่อมแซมถนนชำรุดเสียหายที่เกิดจากสภาพการใช้งาน หมดอายุการใช้งาน การดูแลรักษา และภัยธรรมชาติ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องไฟส่องถนน โดยขอให้รัฐมนตรีจัดงบประมาณติดตั้งไฟสาธารณะในชุมชนประชาชน

นายอิสสระ สมชัย บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายอิสสระ สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ สําหรับญัตติที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เสนอต่อที่ประชุมสภา เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาโครงการก่อสร้าง ถนนไร้ฝุ่นในถิ่นทุรกันดารทั่วประเทศไทย กระผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งสําหรับกรณี ที่จะให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาศึกษา ได้ฟังเพื่อนสมาชิกหลายคนมีความเห็น ไปในทํานองว่าข้อมูลมีอยู่แล้ว อยากจะกราบเรียนให้ทราบว่าข้อมูลเกี่ยวกับเรื่อง ถนนหนทางนั้นมันเปลี่ยนแปลงไปได้ทุกปีครับ เช่นเดียวกับกรณีเกิดฝนแล้ง น้ําท่วม จะสังเกตเห็นว่าเราจะมีการตั้งคณะกรรมาธิการในญัตติทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง หลังการเลือกตั้งจะเป็นอย่างนี้โดยตลอดเนื่องจากว่าข้อมูลนั้นได้เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะ ในปีนี้ท่านประธานครับได้เกิดอุทกภัย ภัยธรรมชาติอย่างอยากจะเรียกว่า ค่อนข้างจะมาก เกือบทั่วประเทศ ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทางหลวงแผ่นดินก็ดี ทางหลวงชนบทก็ดี หรือทางหลวงซึ่งอยู่ในสังกัดของท้องถิ่นก็ดีนั้นได้รับความเสียหายเป็นจํานวนมาก จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่สามารถจะให้ตัวเลขได้ว่าความเสียหายเกิดขึ้นเท่าไร ถ้าตามรายงานนี้นะครับถนนโครงข่ายของทางหลวงนั้นมีทั้งหมด ๔๔๕,๐๐๐ กว่ากิโลเมตร เป็นถนนซึ่งอยู่ในความดูแลของกรมทางหลวงทั้งหมด ๕๑,๐๐๐ กิโลเมตร ทําการลาดยางไปแล้ว ๕๑,๐๐๐ กิโลเมตร ยังเหลืออยู่เพียง ๑๗๗ กิโลเมตรเท่านั้นที่ยังไม่ดําเนินการก่อสร้าง อยากจะกราบเรียนว่าในจํานวน ๑๗๗ กิโลเมตรยังไม่ก่อสร้างนั้น แต่ถนนที่สร้างไปแล้ว ๕๐,๐๐๐ กว่ากิโลเมตรนั้นผมเชื่อว่าความเสียหายจะเกิดขึ้นค่อนข้างจะมากนะครับ ท่านประธานครับ แล้วทีนี้หน่วยงานที่รับผิดชอบหน่วยงานต่อมาก็คือทางหลวงชนบท ตามตัวเลขที่รายงานมาบอกว่ามีถนนอยู่ในความดูแล ๔๑,๐๐๐ กิโลเมตร ลาดยางไปแล้ว ๓๔,๐๐๐ กิโลเมตร ยังเหลืออยู่ทั้งหมด ๗,๒๑๓ กิโลเมตร ท่านประธานที่เคารพครับ ทางหลวงชนบทนั้นถ้าจะว่าจริง ๆ แล้วได้ตั้งขึ้นเมื่อปี ๒๕๔๕ ในระหว่างนั้นมีการปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรม ในรัฐบาลชุดนั้นได้ดึงหน่วยงานออกมาจากกรมโยธาธิการและผังเมือง และสํานักงาน รพช. มาตั้งกรมทางหลวงชนบทสังกัดอยู่ที่กระทรวงคมนาคม โดยมีวาระ ให้ดําเนินการอยู่ ๕ ปี พอครบ ๕ ปีแรกในปี ๒๕๕๐ นะครับก็ได้มีการต่อไปอีก ๕ ปี แต่รัฐบาลในชุดปี ๒๕๕๒ ก็ได้แก่รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้เห็นว่ายังมีความจําเป็นที่จะต้องให้กรมนี้อยู่ต่อไปอีก แทนที่จะให้มีอยู่ในวาระ ๕ ปี แล้วยกเลิกกรมนี้ไป จึงได้มีเสนอกฎหมายให้มีการยกเลิกเรื่องวาระการทํางาน โดยให้ กรมทางหลวงชนบทนั้นเป็นกรมซึ่งปฏิบัติหน้าที่ตลอดไปไม่มีวาระสิ้นสุด เนื่องจากว่า ยังมีถนนหนทางซึ่งอยู่ในความดูแลของกรมทางหลวงชนบทนั้นส่วนหนึ่ง ๗,๐๐๐ กว่ากิโลเมตร และยังมีถนนอีกส่วนหนึ่งซึ่งอยู่ในความดูแลของท้องถิ่น ก็ได้แก่ อบต. เทศบาล และ อบจ. อยู่ในความดูแลทั้งหมด ๓๐๐,๐๐๐ กว่ากิโลเมตร ท่านประธานครับ ๓๐๐,๐๐๐ กว่ากิโลเมตรนั้นเพิ่งได้ลาดยางไปเพียง ๒๐๐,๐๐๐ กิโลเมตร ลาดยางและทําถนนคอนกรีตไป ๒๐๐,๐๐๐ กิโลเมตร ยังมีถนนซึ่งยังไม่ได้ลาดยางเลย และไม่มีถนนคอนกรีตเลยทั้งหมด ๑๕๑,๐๐๐ กิโลเมตร เพราะภารกิจอันนี้ละครับ ท่านประธานครับ รัฐบาลอภิสิทธิ์จึงเห็นว่าควรจะให้กรมทางหลวงชนบทนั้นมีภารกิจ ดําเนินงานต่อไปเช่นกับหน่วยราชการทั่วไปไม่มีวาระ เพราะถนนที่ยังเหลือนี้มีมาก ทําไมผมถึงบอกว่ามีมาก ท่านประธานครับ ถนนซึ่งอยู่ในความดูแลของท้องถิ่น ท่านประธานก็เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอยู่ต่างจังหวัดนะครับ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ อีกท่านหนึ่งเป็น ส.ส. อยู่จังหวัดทางภาคอีสานนะครับจังหวัดหนองบัวลําภู ก็คงจะทราบดีว่า ถนนซึ่งอยู่ในความดูแลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น ไม่ว่าจะเป็น อบต. เป็นเทศบาล หรือเป็น อบจ. เขาไม่มีงบประมาณในการที่จะมาทําการก่อสร้างหรอกครับ ลําพัง เงินงบประมาณที่ไปใช้จ่ายในแต่ละปีนั้นหมดไปกับค่าใช้จ่ายอย่างอื่น จะเหลืองบลงทุน ก็อยู่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ท่านจะสังเกตเห็นนะครับว่าได้มีการจัดสรรเงินงบประมาณไปทํา ถนนคอนกรีตตามหมู่บ้านต่าง ๆ หมู่บ้านละ ๕๐ เมตรบ้าง ๑๐๐ เมตรบ้าง ที่จะยาวถึง ๕๐๐ เมตร ไม่มี อบต. ไหนทําได้ เพราะไม่มีงบประมาณเพียงพอ แต่จะทําให้ยาวเลย ก็ปรากฏว่าในหมู่บ้านต่าง ๆ ก็เรียกร้องขอให้มีการทําถนนไร้ฝุ่นเช่นเดียวกัน เมื่อเป็นอย่างนี้ ก็ต้องแบ่งกันไปครับ ปีนี้หมู่บ้านนี้ได้ ๑๐๐ เมตร ปีหน้าก็เปลี่ยนไปหมู่บ้านอื่น ๆ ก็แล้วกันนะครับ เพราะความจําเป็นเหล่านี้จึงจําเป็นที่จะต้องมีหน่วยงานมา รับผิดชอบดูแล ท่านประธานที่เคารพครับ สําหรับถนนหลายสายเป็นถนนเชื่อมระหว่าง ตําบล จากตําบลหนึ่งไปตําบลหนึ่ง หรือจากอําเภอหนึ่งไปอําเภอหนึ่งนะครับ ถือว่าเป็นถนนซึ่งอยู่ในความดูแลของกรมทางหลวงชนบท แต่อยากจะกราบเรียนว่า ถนนซึ่งรับโอนมาจากกรมโยธาธิการและผังเมืองก็ดี รับโอนมาจากสํานักงาน รพช. หรือ เร่งรัดพัฒนาชนบทก็ดี รับมาไม่หมดครับ บางแห่งก็บอกว่าเมื่อรับมาแล้วก็โอนให้ท้องถิ่น ก็ได้แก่ อบจ. ปรากฏว่า อบจ. ก็ไม่มีงบประมาณสําหรับไปดําเนินการในการก่อสร้าง จึงเป็นปัญหาให้ท้องถิ่นว่าเขาไม่มีถนนหนทางที่ดีในการเดินทางไปมา ในการนําสินค้า ออกไปจําหน่ายในตลาดก็ดีนะครับ ประสบปัญหาค่อนข้างจะมาก ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง ที่ถ้าหากว่ารัฐบาลจะเพิ่มเงินงบประมาณลงไปในการไปก่อสร้างก็ดี ไปขยายยกระดับ มาตรฐานทางให้เป็นถนนที่สามารถเดินทางไปมาได้สะดวก นอกจากนั้นแล้วส่วนหนึ่ง ซึ่งผมอยากจะกราบเรียนนะครับ การซ่อมแซมบํารุงรักษา ถนนที่ก่อสร้างไปแล้วไม่ว่าจะเป็น ของกรมทางหลวงก็ดี กรมทางหลวงชนบทก็ดี หรือท้องถิ่นก็ดี มีปัญหาก็คือ เรื่องการซ่อมแซมบํารุงรักษา ท่านประธานที่เคารพครับ ถนนนั้นเมื่อสร้างเสร็จ แล้วลาดยางก็ดี คอนกรีตก็ดีนะครับ ไม่ได้แปลว่าเมื่อสร้างเสร็จจะใช้ไปได้ตลอด หลายสิบปีนะครับ มันมีอายุการใช้งาน ก็เกิดจากการชํารุดเสียหาย ความชํารุดเสียหาย ของถนนนั้นแบ่งได้ออกเป็น ๓ เรื่องครับ

ส่วนที่ ๑ ชํารุดเพราะสภาพการใช้งาน หมดอายุการใช้งาน ก็จําเป็นที่จะต้อง ตั้งงบประมาณไปก่อสร้างไปปรับปรุงใหม่

ส่วนที่ ๒ เสียหายเพราะการดูแลรักษาถนนนั้นปล่อยให้มีรถบรรทุกหนัก เกินไปไปวิ่ง เขาบอกว่าให้รับน้ําหนักบรรทุกได้เพียง ๒๐ ตัน รถบรรทุกไม่ว่าจะเป็นรถพ่วง หรือรถสิบล้อ บรรทุกเข้าไป ๒๕ ตัน ๓๐ ตัน ๔๐ ตัน อายุการใช้งานแทนที่จะได้ ๕ ปี ๑๐ ปี ๒-๓ ปีก็ชํารุดเสียหายแล้วนะครับ อันนี้ก็ชํารุดเสียหาย

ส่วนที่ ๓ เกิดจากภัยธรรมชาติที่ผมได้กราบเรียนเบื้องต้น ภัยธรรมชาติ ที่เกิดขึ้นนั้นเกิดขึ้นทุกปี ท่านประธานครับ เกิดขึ้นทุกปี จึงอยากจะกราบเรียนว่าการซ่อมแซมบํารุงรักษานั้น ก็เป็นสิ่งจําเป็น ไม่ใช่ว่าพอสร้างเสร็จแล้วนะครับ ก็สร้างใหม่ไปเรื่อยไม่เคยกลับมาดูแลเลย ผมจึงอยากจะกราบเรียนว่ายังมีถนนอีกหลายสายนะครับ มีอยู่ทุกจังหวัด ในจังหวัดอุบลราชธานี ก็เช่นเดียวกันมีถนนชํารุดเสียหายค่อนข้างจะมาก ผมยกตัวอย่างเช่นถนนจากทางหลวง หมายเลข ๒๑๗ เป็นทางหลวงระหว่างอําเภอวารินชําราบ สว่างวีระวงศ์ และพิบูลมังสาหาร ที่ชํารุดเสียหายนี่เป็นถนนของกรมทางหลวงนะครับ ที่ชํารุดเสียหายมาก ก็ได้แก่ที่อําเภอสว่างวีระวงศ์ ตรงบริเวณส่วนราชการประมาณ ๔-๕ กิโลเมตร ผมเห็น มีการซ่อมแซมกันทุกปี ซ่อมแซมกันทุกปี ผมอยากจะเรียนถามทางท่านประธาน ผ่านไปยังรัฐบาลนะครับ บอกว่าที่มันชํารุดเสียหายนั้น เนื่องจากว่าการซ่อมแซม ไม่ดีหรืออย่างไร ก็อยากจะให้ดูแลนะครับ

ส่วนที่ ๒ ซึ่งเป็นถนนของทางหลวงชนบทนะครับ สายบ้านสําโรง-ทุ่งเพียง ที่เสียหายหนักที่สุดก็ได้แก่ทางเข้าบ้านสําโรง ตําบลสว่าง อีกเส้นหนึ่ง เส้นหนองสําราญ-นาเยีย จากอําเภอเดชอุดมมาอําเภอนาเยีย ที่เสียหายหนักที่สุดก็ตั้งแต่อําเภอนาเยียไปที่ตําบลนาเรือง อันนี้เสียหายมาก สายตําบลดอนจิก-นาเยีย ก็เสียหายเยอะท่านประธานครับ นอกจากนั้นแล้ว สายโพธิ์ไทร-สะพานโดม ตรงนี้การก่อสร้างก็ยังไม่ดําเนินการให้แล้วเสร็จยังเหลือประมาณ ๓-๔ กิโลเมตร ก็อยากให้ดําเนินการด้วย

สุดท้ายครับท่านประธาน ผมอยากจะฝากไปยังท่านรัฐมนตรี ผ่านท่านประธาน เรื่องไฟส่องถนน ไฟแสงสว่างส่องถนน ท่านประธานครับ ที่ผ่านมานั้น ไฟสว่างส่องถนนนั้นทําการติดตั้งให้เฉพาะที่เป็นทางหลวงแผ่นดินเท่านั้น แต่ที่เป็น ทางหลวงชนบทที่ผ่านในชุมชนต่าง ๆ นะครับ ไม่ว่าเป็นหมู่บ้าน ตําบล ชุมชนขนาดใหญ่ ไม่มีงบประมาณไปดําเนินการติดตั้งไฟฟ้าให้เลย จึงเกิดอุบัติเหตุเป็นประจํา จึงอยากจะ กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีนะครับ ขอให้ท่านจัดเงินงบประมาณ ส่วนหนึ่งไปติดตั้งไฟสาธารณะในชุมชนที่เป็นชุมชนประชาชนใช้ถนนเป็นจําเป็นนั้น เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้นเป็นประจํา ขอกราบขอบพระคุณครับท่านประธาน