นิพิฏฐ์ ยันไม่ผิดประเพณี ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามรายบุคคล

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๗ กันยายน ๒๕๕๔

นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ยืนยันว่าการกระทำผิดกฎหมายไม่ใช่ประเพณีและต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามเหตุผลรายบุคคล โดยชี้แจงรายละเอียดความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรทั้ง 3 หมวด ได้แก่ ความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์, ความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายใน และนอกราชอาณาจักร นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ หารือกรณีสมาชิกสภา ๙ คนถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดต่อความมั่นคงแห่งรัฐและสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยชี้ว่าการไม่อนุญาตให้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเป็นการสร้างมาตรฐานสองมาตรฐานที่ขัดต่อนโยบายรัฐบาล และเรียกร้องให้สภาพิจารณาข้อเท็จจริงอย่างมีเหตุผลเพื่อปล่อยตัวเพื่อนสมาชิกทั้ง ๙ คน

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พัทลุง

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเคย อภิปรายไว้ตอนรัฐบาลแถลงนโยบายนะครับว่ามีท่านสมาชิกบางท่านนะครับท่านกล้าที่จะ สุ่มเสี่ยงต่อการกระทําความผิดกฎหมาย ผมใช้คําว่ากล้าที่จะสุ่มเสี่ยงต่อการกระทํา ความผิดกฎหมาย แต่ผมยังพูดต่อว่าท่านที่กล้าจะสุ่มเสี่ยงต่อการกระทําความผิดกฎหมายนั้น เมื่อถึงวันเวลาว่าการกระทําของท่านนั้นน่าจะผิดกฎหมาย ท่านก็ต้องยอมตนเข้า พิสูจน์ว่าสิ่งที่ท่านทํานั้นผิดหรือถูก ผมดีใจนะครับที่ท่านสมาชิกโดยเฉพาะท่านพีรพันธุ์ พาลุสุข ขออภัยเอ่ยนามท่านนะครับ ได้อภิปรายเมื่อสักครู่ว่าสิ่งที่เรากําลังอภิปรายอยู่ใน ขณะนี้ครับไม่ถือว่าเป็นประเพณี มิใช่ว่าถ้าท่านสมาชิกถูกฟ้อง ถูกดําเนินคดีอาญาแล้ว เราจะไม่อนุญาตทุกครั้งไปไม่ใช่เช่นนั้นเลยครับ เพราะว่าประเพณีที่ดีงามหลายครั้ง เราก็ละเมิด เราก็กําลังจะล้มล้างประเพณีที่ดี ๆ อยู่เยอะนี่ครับ ผมเรียนยืนยันเห็นด้วยกับ ท่านว่ามันไม่ใช่ประเพณีหรอกครับที่เราจะไม่ยอมอนุญาตให้ท่านเหล่านั้นเข้าสู่กระบวนการ ยุติธรรม แต่ว่าต้องดูเหตุผลเป็นราย ๆ ไปครับ ท่านประธานที่เคารพครับ เพื่อนสมาชิกทั้ง ๙ ท่าน นี่นะครับถูกกล่าวหา ผมใช้คําว่าถูกกล่าวหานะครับ ว่ากระทําความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง แห่งราชอาณาจักร การกระทําความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรนั้นครับ มีอยู่ ๓ หมวดด้วยกัน

หมวด ๑ ว่าด้วยความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท และผู้สําเร็จราชการแทนพระองค์

หมวด ๒ ว่าด้วยความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายในราชอาณาจักร

หมวด ๓ ว่าด้วยความมั่นคงของรัฐนอกราชอาณาจักร

ท่านสมาชิกทั้ง ๙ ท่านนี่นะครับถูกกล่าวหาว่ากระทําความผิดต่อ องค์พระมหากษัตริย์ ตามมาตรา ๑๑๒ จริง ๆ แล้วผมเรียนท่านประธานว่าหลายครั้งที่ผมยืนขึ้น อภิปรายผมไม่เคยอนุญาตให้สมาชิกไปเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมก็หลายครั้งครับ แต่ว่าในครั้งนี้ เมื่อเช้าผมไปดูรายละเอียด ผมไปดูข้อเท็จจริง ไปดูข้อมูลทั้งสื่อหนังสือพิมพ์และในยูทูบ (Youtube) ว่าสิ่งที่ท่านทั้งหลายทั้ง ๙ ท่านนั้นถูกกล่าวหาว่ากระทําความผิดต่อความมั่นคง แห่งรัฐนั้นท่านพูดว่าอย่างไร ผมคิดว่าเพื่อนสมาชิกที่นั่งอยู่ในรัฐสภาแห่งนี้ครับ ถ้าท่านได้ไปดู ไปฟังยูทูบที่มีการบันทึกไว้ ท่านตัดสินใจได้ว่าจะอนุญาตให้สมาชิกของเราทั้ง ๙ คน เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมหรือไม่ ผมคิดว่าท่านประธานคงไม่อนุญาตให้ผมเปิด ผมไม่เปิดหรอกครับ ถึงผมขออนุญาตท่านก็ไม่อนุญาตให้ผมเปิด แต่ว่าผมเรียนว่า ท่านทั้งหลายที่เป็นสมาชิกรัฐสภาแห่งนี้ ท่านไปดูสักนิดเถอะครับว่าสิ่งที่เพื่อนสมาชิก ถูกกล่าวหาว่ากระทําความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งรัฐ โดยเฉพาะความผิดเกี่ยวกับ องค์พระมหากษัตริย์นั้นท่านพูดว่าอย่างไร ถ้าเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน มีใจเป็นธรรมและไปดู ผมคิดว่าท่านอนุญาตไม่ได้เลยครับ แต่ว่าถ้าท่านจะอนุญาต ก็หมายถึงว่าท่านไม่ได้ฟัง ท่านไม่ได้ดูว่าเขาพูดว่าอย่างไรเท่านั้นเอง ผมเรียนย้ํานะครับ ถ้าท่านได้ฟังสิ่งที่เพื่อนสมาชิกได้พูด ท่านไม่สามารถอนุญาตได้เลยครับ ท่านต้องปล่อยเขาไป พิสูจน์ความผิดความถูกดังที่เขายืนขึ้นร้องขอต่อสภาแห่งนี้ ผมเรียนท่านประธานว่า บางครั้งความจริงหรือละครผมก็สับสนครับ ว่าสิ่งที่เราทําอยู่ที่พูดกันอยู่ขณะนี้มันเป็นเรื่องจริง หรือละคร เพราะเราแสดงละครกันจนกระทั่งว่าเราก็เชื่อว่าสิ่งที่เราหลอกลวงอยู่นั้นมันกลายเป็น เรื่องจริงขึ้นมา เชื่อแม้กระทั่งคําโกหกของตนเอง เราได้ยินสิ่งเหล่านี้หลายครั้ง ในสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ เพื่อนสมาชิกท่านหนึ่งบอกว่าท่านไม่อยากจะตกเป็น ขี้ปากของใครว่าอาศัยร่างของสภาผู้แทนราษฎร อาศัยอํานาจของสภาผู้แทนราษฎรคุ้มครองท่าน ให้ท่านไปเถอะครับ มันมีเหตุผลอะไรล่ะครับที่ท่านสมาชิกอ้อนวอนต่อรัฐสภาแห่งนี้ว่า ขอเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้วเราจะไม่อนุญาต ผมเรียนท่านประธานว่าหลายครั้งที่ผม ไม่อนุญาต คดีหมิ่นประมาทผมไม่เคยอนุญาตเลยนะครับ คดีฉ้อโกง คดีอาญาโดยทั่วไป ผมไม่เคยอนุญาตให้ดําเนินคดีกับเพื่อนสมาชิกเลยครับ แต่ว่าผมอยู่ในสภานี้มา ๒๐ ปีครับ ผมเข้าใจว่าครั้งนี้กระมังครับ ครั้งแรกหรือเปล่า ท่านประธานครับ ที่เพื่อนสมาชิก ๙ คน ถูกดําเนินคดีในข้อหาเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งรัฐ ในการดูหมิ่นหรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อองค์พระมหากษัตริย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร รัฐบาลนี้เขียนไว้อย่างไรครับ ผมขออนุญาต ท่านประธานอ่านเป็นนโยบายของรัฐบาลนิดหนึ่งนะครับ นโยบายความมั่นคงแห่งรัฐ ของรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์เขียนว่าอย่างนี้ครับ เขียนไว้ว่า รัฐบาลนี้จะเทิดทูน และพิทักษ์รักษาซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ ดํารงไว้ซึ่งพระบรมเดชานุภาพแห่ง องค์พระมหากษัตริย์ จะดํารงไว้ซึ่งพระบรมเดชานุภาพแห่งองค์พระมหากษัตริย์ นโยบาย ของรัฐบาลครับ แถลงต่อรัฐสภาแห่งนี้ วันนี้คนของรัฐบาล ๙ คนด้วยกันถูกข้อกล่าวหาว่า กระทําความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ผมคิดว่าสวนทางกับนโยบาย ของรัฐบาล แล้วท่านเหล่านั้นต้องการพิสูจน์ว่า ท่านมิได้กระทําความผิดตามที่มีการกล่าวหา ไม่มีเหตุผลใดหรอกครับ ที่จะไม่อนุญาต แต่ว่าถ้าเป็นความผิดอย่างอื่น ผมเรียนท่านประธาน แล้วว่า ผมไม่เคยอนุญาตให้ดําเนินคดีกับสมาชิกในระหว่างประชุมรัฐสภา ผมเรียนย้ําว่า ในระยะเวลาที่ผ่านมาหลายปีนี้นะครับ ถ้าเพื่อนสมาชิกยืนขึ้นแล้วบอกว่าขอสละสิทธิ์ เอกสิทธิ์ ขอตัวไปเพื่อจะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ท่านประธานไปดูบันทึกการประชุมนะครับ เราอนุญาตทุกครั้ง วันนี้เราจะมี ๒ มาตรฐานเกิดขึ้นในสภาแห่งนี้ละครับ เรารังเกียจ ไม่ใช่หรือครับ คําว่า ๒ มาตรฐานนี่ ขอให้รัฐสภาแห่งนี้มีความศักดิ์สิทธิ์ และคงไว้ซึ่ง มาตรฐานเดียวได้ไหมครับ ถ้าเราไม่อนุญาตเพื่อนสมาชิกทั้ง ๙ คนในวันนี้ สภาแห่งนี้ จะถูกกล่าวหา พรุ่งนี้ครับ รัฐสภาแห่งนี้จะถูกกล่าวหาว่า เรานี่แหละคือต้นเหตุของคนที่มี ๒ มาตรฐาน และคํากล่าวเหล่านี้นะครับเพื่อนสมาชิกทั้ง ๙ คน ขออภัยผมไม่เอ่ยนาม ท่านนะครับ ใช้เป็นอาวุธกล่าวหาฝ่ายตรงข้ามมาหลายครั้งว่า ๒ มาตรฐาน วันนี้ถ้าสภา ไม่อนุญาตให้ท่านเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ท่านก็คือ ๒ มาตรฐานครับ แล้วหอกนี้ครับ มันจะปักอกของท่านว่า ท่านนั่นแหละคือผู้ที่ใช้มาตรฐาน ๒ มาตรฐาน ท่านประธานที่เคารพ ผมเห็นใจเพื่อนสมาชิกนะครับ สมาชิกหลายท่าน ทั้ง ๙ คนนี้เป็นผู้ที่มีอิทธิพลและบารมี ต่อพรรคของท่านเยอะ ผมไม่เคยได้ยินครั้งไหนละครับที่เพื่อนสมาชิกจาก ๙ ท่าน ร้องขอแล้วพรรคไม่ปฏิบัติตาม ต้องยอมรับว่าท่านมีบารมีเหนือพรรคอยู่ แต่วันนี้ผมเรียนว่า พรรคคงขัดใจท่านละครับ สิ่งที่ท่านร้องขอนั้นผมเชื่อว่าพรรคไม่อนุญาตละครับ ผมเลยไม่รู้ว่า นี่เรากําลังแสดงละครกันหรือเปล่า บางครั้งผมเลยสับสนครับว่าที่เราทํากันอยู่นี่ คือเราพูด เรื่องจริงหรือเราแสดงละครกัน เพราะท่านทําได้สมบทบาทมาก ผมเรียนท่านประธาน ท้ายที่สุดนี้ครับว่า ข้อหาเช่นนี้ครับ นาน ๆ ครั้งหนึ่ง ในชีวิตผมครั้งนี้เป็นครั้งแรกครับ ที่มีการขออนุญาตดําเนินคดีผู้ที่กระทําความผิดตามมาตรา ๑๑๒ และครั้งนี้ละครับ ทั้ง ๙ ท่าน ยืนขึ้นสละเอกสิทธิ์ ไม่มีเหตุผลใดเลยครับที่เราจะไม่อนุญาตให้ท่านเข้าสู่ กระบวนการยุติธรรม เว้นแต่เรากําลังเล่นละครหรือเรามี ๒ มาตรฐาน ขอบพระคุณครับ