เชน เทือกสุบรรณ หารือเรื่องการกัดเซาะชายฝั่ง โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการแก้ไขปัญหานี้อย่างเร่งด่วน และเสนอแนะว่ารัฐบาลควรเร่งดำเนินการแก้ไข โดยการระดมความคิดและความร่วมมือกับภาคเอกชน เพื่อพัฒนาพลังงานของน้ำให้เป็นพลังงานทางเลือกที่มีคุณค่า
ท่านประธานที่เคารพ ผม เชน เทือกสุบรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดสุราษฎร์ธานี ท่านประธานครับ ผมนั่งฟังเพื่อนสมาชิกหลายฝ่ายได้พูดคุยในเรื่องปัญหาของการที่ เพื่อนสมาชิกเสนอญัตติขอให้สภาตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อศึกษาแก้ไขผลกระทบการกัดเซาะ ชายฝั่ง ซึ่งผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่า ผมนั่งฟังด้วยความพยายามที่จะเข้าใจทุกฝ่าย ท่านประธานครับ ปัญหาของประเทศเรามีความแตกต่างกันตามภูมิประเทศ พี่น้องที่อยู่ ทางภาคเหนือ ทางภาคอีสานก็มีปัญหาอีกอย่างหนึ่ง พี่น้องที่อยู่ทางภาคใต้ พี่น้องที่อยู่ ริมทะเลก็มีปัญหาอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งพวกเราก็จะมีปัญหาที่ไม่เหมือนกัน ที่โดยรัฐธรรมนูญก็ดี โดยที่พวกเราทั้งหลายได้รับการเลือกตั้งมาเพื่อมาทําหน้าที่การเป็นผู้แทนราษฎร ซึ่งหมายถึง เป็นผู้แทนราษฎรของปวงชนชาวไทย ก็มีความจําเป็นอยู่ดีที่เราต้องรับเอาปัญหาทุกปัญหา ของพี่น้องประชาชนมาเป็นปัญหาของพวกเรา ร่วมกันคิดการแก้ไข ผมเห็นด้วยกับ เพื่อนสมาชิกโดยเฉพาะคุณอรรถพร พลบุตร และคณะ ที่ได้เสนอตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อให้ สภานี้ได้เป็นที่พิจารณาในปัญหาที่เกิดขึ้นและยังคงดํารงอยู่ ซึ่งนับวันที่จะเกิดความเสียหาย และเกิดความสูญเสียต่อพี่น้องประชาชนที่ไม่มีโอกาสจะสู้รบตบมือ ไม่มีโอกาสที่จะเยียวยา แก้ไข ผมทราบครับ เหมือนเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้ดูในเอกสารก็จะบอกว่าทางราชการก็ได้ ดําเนินการพยายามแก้ไขอยู่แล้วละเป็นขั้นเป็นตอน แต่ผมกราบเรียนท่านประธานนะครับ ปัญหานี้ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดจาในสภานี้ด้วยเหตุว่าการแก้ไขปัญหานั้นไม่ลุล่วง แล้วก็เป็นการ แก้ไขปัญหาที่ล่าช้า แล้วพี่น้องประชาชนยังได้รับผลกระทบ ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นและ ยังจําเป็นที่จะต้องได้รับการระดมความคิดร่วมกันแก้ไข แน่นอนครับ ผมเห็นด้วยว่ารัฐบาล มีเครื่องไม้เครื่องมือที่ดีกว่าพวกเราผู้แทนราษฎร แต่ว่าหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เราก็จําเป็นจะต้องหยิบยกเอาประเด็นปัญหาแล้วก็ศึกษา รวมทั้งประมวลเอาผลการศึกษา ของฝ่ายต่าง ๆ สภาเองก็จําเป็นที่จะต้องมีตัวตนที่จะดําเนินการในการศึกษาควบคู่ไปกับ ทางรัฐบาล ท่านประธานครับ ผมยกตัวอย่างท่านประธาน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นน้ํากัดเซาะชายฝั่ง ในริมทะเลของอ่าวไทย ซึ่งเพื่อนสมาชิกพูดกันหลายคน ผมจะไม่ไปลงในรายละเอียด แต่กราบเรียนท่านประธานครับ อิทธิพลของน้ํามันรุนแรง เพื่อนสมาชิกที่อยู่ทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือเพื่อนสมาชิกที่อยู่ในพื้นที่น้ําท่วมก็ทราบดี พลังของน้ําที่มา รุนแรงได้ทําลายหลายสิ่งหลายอย่าง รวมทั้งแม้กระทั่งมีกําลังพอที่ยกสะพานใหญ่ ๆ หรือสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ที่ขวางทางน้ําออกไป แต่ริมฝั่งทะเลมันแตกต่างกันท่านประธานครับ ที่จริงมีเพื่อนสมาชิกหลายคนในสุราษฎร์ธานีบ้าง ในที่ต่าง ๆ บ้าง ก็บอกว่าให้พูดเรื่อง น้ํากัดเซาะชายฝั่งของแม่น้ําตาปีที่น้ําท่วมที่สุราษฎร์ธานีด้วยก็ดีนะ แต่ผมคิดว่าอันนี้บางที มันไม่ตรงกับเป้าหมายที่ศึกษาในวันนี้ ที่จะตั้งคณะกรรมาธิการในวันนี้ แต่กราบเรียน ท่านประธานครับ ที่จริงเราจําเป็นต้องระดมความคิด ถ้าปล่อยให้ทางราชการทําไปโดย งบประมาณที่จํากัดแล้วก็ทําไปเรื่อย ๆ ผมคิดว่าวันนี้แก้ไขไม่ทัน พี่น้องที่อยู่ตรงนั้น ต้องสูญเสีย ต้องเสียหาย แล้วก็เสียโอกาสไปมาก ผมอยากกราบเรียนท่านประธานผ่านไปถึง ท่านรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีหรือคนที่รับผิดชอบ ลองคิดดูนะครับว่าวันนี้นอกจาก ระดมการทํางานโดยของภาคราชการซึ่งมีบางส่วน องค์การบริหารส่วนตําบลเล็ก ๆ เอางบประมาณเล็กน้อยทําเครื่องกีดขวาง เอาหิน เอาซีเมนต์ไปโยนในทะเล ขวางได้อยู่ นิดหน่อยเท่านั้นเอง แต่โดยข้อเท็จจริงที่เพื่อนสมาชิกได้พูด ความเสียหายมันรุนแรงเพิ่มขึ้น ทุกวัน ปริมาณน้ําระดับน้ําทะเลที่สูงขึ้นจากสภาวะของโลกร้อนก็ดี จากอะไรก็ดีนะครับ แต่ต้องกราบเรียนท่านประธานว่าความเสียหายมันเพิ่มขึ้น วันนี้แก้ไขโดยวิธีการเดิม ๆ ผมคิดว่าไม่พอ สิ่งที่อยากจะเห็นนะครับ วันนี้ราชการต้องคิดว่าเราทําอย่างไรให้ภาคเอกชน เข้ามาช่วยดูแลช่วยเหลือ หรือหน่วยต่าง ๆ ที่เข้ามาดําเนินการด้วย พลังงานของน้ํา ที่ผมเรียนท่านประธานว่าเป็นพลังงาน น่าจะเป็นพลังงานที่นอกจากก่อให้เกิดความเสียหายแล้ว มันเป็นพลังงานทางเลือกอย่างหนึ่ง เราอาจจะรู้จักพลังงานของน้ําในฐานะจากทําเขื่อนเป็น พลังงานไฟฟ้า แต่พลังงานของคลื่นและพลังงานของลม มันก็เป็นพลังงานทางเลือกที่มีคุณค่า ท่านประธานครับ อย่างเช่นในหลายประเทศก็ทําวินด์ เทอร์ไบน์ (Wind Turbine) ทํากังหันลม ที่ผลิตกําเนิดไฟฟ้าท่านประธาน บริเวณที่มีคลื่นลมกัดเซาะชายฝั่งรุนแรงนี่นะครับ ลมแรง ท่านประธาน คลื่นแรง ลมแรง บริเวณนั้นถ้าทางราชการเรายอมให้เอกชนเข้าไปลงทุน ในการทําลักษณะที่เขาเรียกว่าออฟชอร์ (Offshore) คือทําอยู่ในทะเล ทําฐานของ วินด์ เทอร์ไบน์อยู่ในทะเล พวกนี้ก็จะเป็นตัวที่ยึดชายฝั่งได้ด้วย นอกจากนั้นยังมีพลังงาน อย่างเช่นที่เกาหลี ท่านประธานครับ เขาทําเขื่อนนะครับ เขาทําโรงไฟฟ้าที่อาศัยพลังคลื่น พลังความแตกต่างระหว่างน้ําทั้ง ๒ ระดับ น้ําขึ้น น้ําลง แล้วก็พลังงานคลื่นอย่างเดียว ที่มันมีการมูฟเมนท์ (Movement) กัน ทําให้เกิดพลังงานขึ้นมาขับเคลื่อนเทอร์ไบน์ (Turbine) ผลิตไฟฟ้า เรื่องอย่างนี้ถ้าทางราชการเปิดโอกาสให้เอกชนเข้ามาลงทุน เขาทําขึ้นมา นอกจากช่วยชะลอพลังลม คลื่นลมที่จะเข้าไปซัดกัดเซาะชายฝั่งแล้ว ส่วนหนึ่งก็จะช่วย เขาจะได้ดูแลด้วยท่านประธาน เอกชนนี้เขาดูแล แล้วก็ทําต่อไป ผมได้พบกับ ผู้ลงทุนชาวจีนหลายคนที่เดินทางมาแล้วมาพูดคุยกับพวกเราว่า ประเทศไทยเขาไม่เปิดให้ มีการดําเนินการอย่างนี้บ้าง ซึ่งเขาประสงค์ที่จะลงทุน อย่างนี้เป็นนโยบายที่รัฐจะต้องเอาไป เพราะฉะนั้นผมสนับสนุนท่านประธาน เพราะว่าชายฝั่งทะเลของประเทศไทยมันมี ลักษณะที่แตกต่างกันมาก บางชายฝั่งก็เป็นโขดหิน แน่นอนต่อให้คลื่นแรงขนาดไหนก็ไม่เป็น ปัญหา บางชายฝั่งที่เป็นป่าชายเลนเราก็สามารถแก้ปัญหาไปโดยวิธีการหนึ่ง บางชายฝั่ง ที่เป็นหาดทรายแต่คลื่นลมแรง บางส่วนก็ต้องอาศัยอีกวิธีการหนึ่ง ในบริเวณของ จังหวัดสุราษฎร์ธานีบางส่วนที่เป็นทางน้ําที่เข้าหมู่บ้านชาวประมง เราก็อาจจะใช้โครงสร้าง ของวิศวกรรมทําเพื่อกําบังลมให้ความสะดวกแก่เรือต่าง ๆ เดิน แต่ว่าผมไม่เห็นด้วยสําหรับ การใช้หลักทางวิศวกรรมเพียงอย่างเดียวในการแก้ปัญหา เพราะหลายแห่งก็มีปัญหา ผลกระทบต่อเนื่องจากการกระทําเช่นว่านั้น ทําให้ชายทะเลบางส่วนที่หายไป อย่างเช่นของ บางจังหวัดหรือบางส่วนที่เป็นผลกระทบต่อเนื่อง แต่วิธีการมันมีอีกหลาย ๆ วิธีการที่เรา จําเป็นต้องระดมความคิดเห็นของหลายฝ่าย นอกจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเราอาจจะ เปิดโอกาสรับฟังจากบุคคลภายนอกต่าง ๆ เข้ามาร่วมกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ใช้สภานี้ ให้เป็นประโยชน์เถอะครับ เอามาพูดกันมาศึกษา แล้วแน่นอนเราไม่ใช่ผู้ปฏิบัติ ผู้ที่มีหน้าที่ปฏิบัติก็คงจะต้องเป็นรัฐบาลที่จะเป็นผู้ปฏิบัติ แต่การนําเสนอ การเสนอแนะ การกระตุ้นให้รัฐบาลเห็นความสําคัญของความสูญเสียของพี่น้องประชาชนและทรัพยากร ของประเทศไทย ผมคิดว่าเป็นภาระหน้าที่เป็นความจําเป็นของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทั้งสภานี่ครับ เป็นหน้าที่ของพวกเราทุกคน ท่านประธานครับ ยุคใหม่ เวลาใหม่ พลังงาน ทางเลือกต่าง ๆ ของประเทศไทยจําเป็นที่จะต้องแสวงหาแล้วก็เลือกพลังงานเหล่านั้นเข้ามา แทนฟอสซิล (Fossil) แทนพลังงานที่เคยมีอยู่เดิมเหล่านี้ พลังงานน้ําก็เป็นทางเลือกที่สําคัญ เพราะฉะนั้นกระผมเองอยากจะเรียนท่านประธานว่าตั้งแต่สุราษฎร์ธานีลงไปนะครับ มีพลังงานลมที่มีความเร็วตั้งแต่ ๕ เมตรขึ้นไปนะครับ จนถึงปัตตานีเลยท่านประธานครับ เราได้ปล่อยละเลยไป มีส่วนราชการไปทดลองทํากังหันลมที่นครศรีธรรมราชอันเดียวครับ แล้วก็ที่สุราษฎร์ธานีเราได้ทําที่เกาะขึ้นมา ๒ อัน แต่สิ่งที่เราคิดว่านี่คือทางเลือกทางหนึ่ง ที่พี่น้องประชาชนจําเป็นแล้วก็อยากได้เพื่อทดแทนการนําเข้าของพลังงานฟอสซิลต่าง ๆ ซึ่งท่านประธานผมคิดว่านี่เป็นโอกาสหนึ่ง และผมอยากให้ได้รับการสนับสนุนจาก เพื่อนสมาชิกจากทั่วทุกจังหวัด เราจะได้เข้าใจปัญหาด้วยกันท่านประธานครับ เมื่อถึงเวลาที่จะ กําหนดงบประมาณก็ดี กําหนดวิธีการต่าง ๆ ก็ดี เราจะได้สนับสนุนในแนวทางที่ถูกต้อง แล้วก็เห็นด้วยเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบอย่างไร ก็จะมีเหตุมีผลที่จะมาอธิบายต่อสังคม ภายนอกได้ ผมคิดว่าสภานี้เป็นเวทีสําหรับการแก้ไขปัญหาของประเทศชาติ เพราะฉะนั้น ผมสนับสนุนให้มีการจัดตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจัง ขอบคุณท่านประธานครับ