เชิดชัย ตันติศิรินทร์ หารือเรื่องการกัดเซาะชายฝั่งทะเลและปัญหาน้ำท่วม โดยชี้ว่าเป็นปัญหาที่เกิดจากธรรมชาติและมนุษย์
ขอบคุณครับท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ กระผม นายแพทย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ขอขอบคุณที่ท่านประธาน ให้โอกาสนะครับ ท่านประธานครับ เราฟังมาตั้งนานนะครับ ปัญหาเรื่องที่น้ําเซาะชายฝั่งทะเล มันเป็นทั่วโลกนะครับ รวมถึงไทยด้วย เป็นเพราะอะไรครับ สื่อครับ สื่อมันออกเยอะแยะ ปัญหาการกัดเซาะริมแม่น้ําก็เจอทั่วประเทศเหมือนกันครับ แล้วก็สื่ออีกเหมือนกันครับ แล้วก็มีการทําลายป่า สิ่งแวดล้อมและธรรมชาติต่าง ๆ ก็เยอะแยะนะครับ ผมยกตัวอย่าง ก็ได้ครับ ไม่ต้องภาคใต้นะครับ ภาคใต้ตัดป่าน้ําก็ท่วม ที่กาฬสินธุ์ผมมาอยู่ปี ๒๕๑๘ นี่ครับ เย็นมาก ตอนนี้ไปสิครับกาฬสินธุ์นี่ร้อนมากเลยครับ เพราะว่ามันตัดป่ากันเยอะ โดยเฉพาะ สวนป่านี่ละครับ ตัวดีครับ ตัดไม้นะครับ ท่านประธานครับ นายทุนมักมาก ข้าราชการ มักมากก็ร่วมกันทําลายป่า บุกเขาสร้างรีสอร์ทเราก็ทราบกันดี เพราะสื่อละครับ ผลก็คือ เวลาเกิดเหตุประชาชนก็รับกรรมไปไม่เห็นมีใครมารับผิดชอบเลยครับ สื่อเสนอน้ําท่วม ซึ่งก็เป็นความจริง โลกร้อนคนก็แตกตื่นนะครับ ตอนนี้ที่ขอนแก่นก็ราคาขึ้น ที่โคราช ก็ราคาขึ้นเพราะเขาลือกันว่าโคราชจะเป็นท่าเรือนะครับ เพราะฉะนั้นการแก้ไขปัญหาของ รัฐบาลก็มีทุกรัฐบาลที่ผมดูนะครับเพื่อความเป็นธรรม แม้กระทั่งรัฐบาลชุดที่แล้วท่านก็ให้ งบประมาณปี ๒๕๕๓ ถ้าไปดูในหนังสือที่มาแจกนี่ครับก็เป็นโครงการต่าง ๆ ซึ่งดีนะครับ ทีนี้การแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ข้าราชการเขาชอบครับ เป็นลักษณะข้าราชการครับ ผมก็เป็นข้าราชการ เก่าครับ ส่วนใหญ่ก็มักจะขอเผื่อไว้ งบมากมายใช้เล็กน้อย แล้วก็งบส่วนใหญ่ก็เป็นงบของ ข้าราชการใช้นั่นแหละครับ แล้วก็มีปัญหาการก่อสร้างมากมาย อันนี้เราก็ไม่ต้องว่ากันครับ ท่านประธานครับ สาเหตุการกัดเซาะน้ําทะเลชายฝั่งนี่ครับ อย่างที่มีท่านสมาชิกอภิปราย เยอะแยะครับ เป็นเรื่องของธรรมชาติ เราทําไม่ได้ครับ มนุษย์ก็มีครับ ที่แก้ไขไม่ได้ก็มีนะครับ ไม่เห็นมีใครพูดเลยครับ แผ่นดินทรุดนะครับ แผ่นดินทรุดนี่ครับท่านไปเถียงกันเกือบตายนะครับ แก้อันนี้อันนี้มันก็ทรุดไปเหมือนเดิมนะครับ ปีละ ๑-๒ เซนติเมตร แถว กทม. นี่ครับ หลายอย่างก็คุมไม่ได้ ลมพายุ มรสุม ฝนตกนี่นะครับ มีการศึกษาว่าฝนตกแถวรอบกรุงเทพฯ ๕ เปอร์เซ็นต์ต่อวัน หรือว่าเฉลี่ยเพิ่มขึ้น ๑๐-๑๕ เปอร์เซ็นต์ต่อปี ใครจะแก้ได้บ้างครับ ภาวะการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกอันนี้เป็นผลจากมนุษย์ทําขึ้นครับ กรรมตามสนอง ประเทศอุตสาหกรรมที่ทําโรงงานต่าง ๆ ทําขึ้นแล้วก็มีผลทั่วโลก แล้วเราก็ไปตามก้นเขาอันนี้ ก็ผิดทางครับ หลายอย่างแก้ได้ชั่วคราวครับบรรเทา ซึ่งประเด็นนี้ก็ยังไม่พอครับ เช่น ของทาง กทม. จะสร้างเขื่อน อนาคตดินมันต่ําลง ก็ต้องทําเขื่อนเพิ่มขึ้นอีกครับ ในหลาย ๆ อย่างมันแก้ไขได้ชั่วคราวแล้วก็เป็นบางครั้งคราว บางอย่างก็ต้องออกกฎหมาย ระเบียบต่าง ๆ ก็ทําบ้างไม่ทําบ้างครับ เช่นเรื่องผังเมืองนะครับ เพราะฉะนั้นสรุปว่า การอยู่กับธรรมชาติเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ครับ ต้องระวัง เพราะฉะนั้นก็เลยต้องมีการเตือนภัย การป้องกันภัยให้ประชาชนได้รับทราบครับ ท่านประธานที่เคารพครับ มีบทความต่าง ๆ มากมายครับแสดงความเป็นห่วงเหมือนอย่าง ส.ส. ที่ได้พูดไปนะครับ อภิปรายเป็นห่วงครับ เราเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเราก็ถือว่าความเดือดร้อนประชาชนเป็นหลัก เราต้องมาคุยกันครับ แต่ท่านประธานครับ ผมมาจากมหาวิทยาลัยนะครับ นักวิชาการและ ประชาชนชั้นกลางเขาไม่ค่อยเชื่อนักการเมืองเท่าไรนะครับ เพราะว่าเดี๋ยวยุ่งเรื่องการเมือง เดี๋ยวก็ยุบสภาเอาแน่ไม่ได้นะครับ สุดท้ายก็ทุกข่าวทุกสื่อนะครับ ท่านลองไปดูจะโบ้ยมาที่ รัฐบาลทั้งสิ้นนะครับ ว่าควรจะต้องเป็นเจ้าภาพในการวางนโยบายและยุทธศาสตร์ ให้ทําจริงจังและต่อเนื่องครับ แล้วการแก้ไขต้องเป็นวิทยาศาสตร์ครับ บังเอิญผมไม่ได้พูด เรื่องนโยบายของรัฐบาลที่เป็นวิทยาศาสตร์มันเป็นเรื่องจําเป็น ประเทศที่เขาพัฒนาแล้ว เขาใช้ งบประมาณในการวิจัยวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมอย่างน้อย ๑ เปอร์เซ็นต์ จีดีพี (GDP) ครับ รัฐบาลชุดนี้จะให้ตั้ง ๒ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งนักวิชาการเขาตกใจครับกลัวใช้ ไม่ทันครับ เพราะเรายังไม่พร้อมเท่าไร และเรื่องปัญหาทางน้ํามีการศึกษาไว้มากมาย โดยเฉพาะท่านรัฐมนตรีรู้ดีนะครับ ปัญหาในแต่ละที่แก้ไขวิธีเดียวกันอาจจะได้หรือไม่ได้ก็ได้ ปัญหาอย่างหนึ่งเมื่อแก้ไปแล้วกระทบอีกอย่างหนึ่งก็มี คนพอใจก็มาก คนไม่พอใจก็เยอะ ต้องอธิบายกันครับ ต้องทําความเข้าใจกัน แต่ทุกประเทศนะครับรัฐบาลเป็นเจ้าภาพทั้งสิ้น โดยการตั้งเป็นโครงการแก้ไขปัญหาเฉพาะที่มันเดือดร้อน นี่ผมยกตัวอย่างผมดูจากเว็บ (Web) นี่นะครับที่อังกฤษก็มีการแก้ไขปัญหาน้ําท่วมกรุงลอนดอน เพราะว่าน้ําแม่น้ําเทมส์ (Thames) เขามา เขาก็จะมีเทมส์ เอสทัวรี่ (Thames Estuary) ๒๑๐๐ นี่ครับ เพื่อแก้ไขปัญหา เพราะว่าประตูน้ําที่เขาทํามาแล้วนี่มันโบราณมันก็ต้องแก้ไขให้มันเหมาะสม กับปัจจุบันนี้ครับ สอดคล้องกับสภาพสิ่งแวดล้อมที่มันเปลี่ยนไป ท่านประธานครับ มีหน่วยงานที่ เชี่ยวชาญมากมายของราชการนะครับ เรามีสถาบันวิจัยมากมายตัวย่อแทบจะจําไม่ได้นะครับ มีเอกชนที่อุตส่าห์ลงทุนเข้ามาศึกษาก็มี มีภาคประชาชนที่เสนอภูมิปัญญาชาวบ้านก็มีครับ แล้วก็มีกฎหมายที่เกี่ยวข้องมากมายเหล่านี้ละครับเป็นเหตุผลที่ว่ารัฐบาลต้องเป็นเจ้าภาพครับ เพราะว่าการดําเนินการในลักษณะอย่างนี้มันมีหลายจุด ควรจะมีทั้งระยะสั้นระยะยาว ให้ชัดเจน รวมทั้งงบประมาณเป็นเชิงบูรณาการนะครับ ท่านประธานครับ สุดท้ายไม่ว่า รัฐบาลทําอะไรก็ตามนะครับ ก็ต้องเสนอเข้าสภาแห่งนี้อยู่ดีครับ เพราะฉะนั้นท่าน ส.ส. ก็จะได้เห็นความเห็นชอบในเรื่องงบประมาณ ขณะเดียวกันหน้าที่ของสมาชิกพวกเรา ก็ต้องสนใจ ทําความเข้าใจนะครับ โดยเฉพาะเรื่องการบริหารความเสี่ยง การลงทุน การแก้ไขปัญหา หลาย ๆ อย่างว่ามันคุ้มค่าหรือไม่คุ้มค่านะครับ เราจะไปเกี่ยวข้องหรือรัฐบาลเสนอมาก็คือ การออกกฎหมายที่ท่านอภิปรายนี่ละครับ ผมขออนุญาตนะครับที่ไม่เห็นด้วยกับท่านสมาชิก ที่เสนอญัตติ ซึ่งมีประโยชน์จริง ๆ ครับ ตรงใจชาวบ้าน แต่ในแง่ปฏิบัติมันทําไม่ได้ครับ ที่จะตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญครับ หน้าที่เรายังมีอีกครับ เราไม่ใช่นิติบัญญัติครับ ศึกษา มีคนศึกษาไว้เยอะแล้วครับ ขอให้คนที่เขาเป็นนักวิทยาศาสตร์ นักวิจัยเขาทําเถอะครับ คนเหล่านี้เขาว่าง มีงานเขาจะทําให้เต็มที่ แล้วการประสานงานที่ดีเจ้าภาพคือรัฐบาลครับ ท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติครับ ที่เสนอปัญหา ต่าง ๆ เหล่านี้เข้ามาอภิปรายต่าง ๆ ผมว่าอยากจะให้ทางสภารวบรวมเอาไปให้ทางรัฐบาล หรือรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องว่าให้รับทราบ เพราะว่า ส.ส. เรานี่เก่งทุกเรื่องนะครับ รู้หมดเลยครับ แต่เวลาทําจริงต้องให้นักวิชาการเป็นวิทยาศาสตร์มาแก้นะครับ ท่านประธานครับ ผมขอเรียนย้ําอีกครั้งหนึ่งว่าการแก้ไขปัญหาเหล่านี้มันเป็นสิ่งที่ยาวนานครับ ต้องหลายรัฐบาล ไม่ใช่รัฐบาลชุดนี้ชุดเดียว เพราะฉะนั้นต้องเป็นโครงการใหญ่ และต้องทํา ต่อเนื่องครับ เมื่อกี้ผมได้ยกตัวอย่างว่ารัฐบาลชุดที่แล้วก็ยังให้มีงบประมาณที่จะแก้ไข ปัญหาเหล่านี้ ในเล่มที่แจกกันนี่ละครับ ท่านประธานครับ ผมเชื่อมือว่ารัฐบาลชุดนี้ ในเมื่อมีการตั้งงบประมาณเชิงวิจัย สนับสนุนเชิงวิจัยวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรม ๒ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพีประเทศที่เขาเจริญแล้วเขาแค่ ๑ เปอร์เซ็นต์ ประเทศไทยตอนนี้แค่ ๐.๒๒-๐.๒๕ เปอร์เซ็นต์ แค่นั้นเองแล้วแต่ปีนะครับ ผมเชื่อมือผู้หญิงนะครับ ท่านประธานครับ นายกรัฐมนตรีผู้หญิง ในประเทศที่เขามีนายกรัฐมนตรีผู้หญิง ส่วนใหญ่สมาชิกเป็นผู้ชายนะครับ พอนายกรัฐมนตรีมาเป็นผู้หญิงสมาชิกเขาให้เกียรติครับ เขาให้รอเวลาที่ให้ลองทํางาน แล้วผมเชื่อมือรัฐมนตรีปลอดประสพนะครับ เพราะว่าท่านมีประสบการณ์รู้ทุกอย่างละครับ เพียงแต่ว่าไม่ได้พูดครับ ผมขออภิปรายแค่นี้ แล้วก็ฝากไปยังรัฐบาลขอให้รีบตั้งคนที่ รับผิดชอบเป็นโครงการแก้ไขปัญหาเป็นขั้นเป็นตอนแล้วนําเสนอที่สภาเป็นระยะ ๆ ครับ ขอบคุณครับ