นายประกอบ รัตนพันธ์

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๗ กันยายน ๒๕๕๔

นายประกอบ รัตนพันธ์ เสนอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งอย่างเร่งด่วน เนื่องจากภัยพิบัติดังกล่าวส่งผลกระทบต่อประชาชนกว่า ๑๐ ล้านคน และเรียกร้องให้สภาฯ เร่งรัดดำเนินการแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

นายประกอบ รัตนพันธ์ นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ต่อญัตติที่เรากําลังพิจารณานะครับ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการจัดการป้องกันและแก้ไขปัญหา การกัดเซาะชายฝั่งทะเล ของท่าน ส.ส. อรรถพร พลบุตร ซึ่งเป็น ส.ส. ในพื้นที่ที่มีผลกระทบ ต่อการกัดเซาะชายฝั่งอย่างรุนแรง ผมคิดว่าญัตติดังกล่าวเป็นเรื่องที่มีประโยชน์ แล้วก็เป็น สิ่งที่สภาผู้แทนราษฎรของเรานี่ต้องพูดจาปราศรัยกัน เพื่อให้พี่น้องประชาชนที่ได้รับ ผลกระทบประมาณ ๑๐ ล้านคนได้มีความสุขใจ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้นั่งฟัง เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้อภิปรายต่อญัตติประเด็นนี้นะครับ จะสังเกตเห็นได้ว่า เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากจังหวัดพื้นที่ที่มีผลกระทบ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จังหวัดที่อยู่ติดกับทะเลทั้งอันดามันและอ่าวไทย มีทิศทางเดียวกันครับส่วนใหญ่คือเห็นด้วย ที่จะให้มีคณะกรรมาธิการพิจารณาญัตติดังกล่าวเพื่อให้ได้ศึกษาอย่างถ่องแท้ เป็นจริง รวดเร็ว ให้ทันกับเวลา แต่ก็มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอีกจํานวนหนึ่ง ซึ่งผมเข้าใจว่า ท่านคงจะไม่ได้ไปพบเห็นกับความรุนแรงความเสียหายที่เกิดจากภัยการกัดเซาะจากน้ําทะเล ของพี่น้องประชาชนแถวจังหวัดแถบชายทะเล ท่านก็บอกว่ายังเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่เป็นเรื่อง เร่งด่วน เป็นเรื่องที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังบริหารจัดการได้ ซึ่งผมกราบเรียนว่าจริง ๆ แล้ว ถ้าเกิดเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือท่านประธานเองได้มีโอกาสได้ไปพบเห็นกับสายตา ของท่านในจุดที่เกิดวิกฤติ ผมคิดว่าความคิดที่ท่านจะไม่ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา เรื่องนี้อาจจะต้องปรับเปลี่ยน กราบเรียนท่านประธานว่า มันเป็นสิ่งที่น่าตกใจและเป็น สิ่งที่พวกเราซึ่งเป็นผู้แทนของปวงชนละเลยไม่ได้ เพราะว่าภัยตรงนี้ถือว่าเป็นภัยพิบัติ ที่สําคัญมากที่เราจะละเลยไม่ได้ เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายท่านชี้ให้เห็นว่า นอกจากฝั่งทะเลอันดามัน ซึ่งมีระยะทางเลียบชายฝั่งประมาณ ๑,๐๐๐ กิโลเมตร และได้รับ ผลกระทบจากการกัดเซาะของน้ําทะเลในขนาดปานกลางถึงรุนแรงถึง ๑๐๐ กิโลเมตร ก็ประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งไม่ใช่น้อยนะครับ นั่นคือฝั่งอันดามัน ฝั่งอ่าวไทย ๑๗ จังหวัด ท่านประธานที่เคารพครับ ในภาคใต้ ๖ จังหวัด ที่กระทบอย่างรุนแรง มีระยะทาง เลียบชายฝั่งทะเลประมาณ ๒,๐๐๐ กิโลเมตรตัวเลขกลม ๆ ครับ ในฝั่งอ่าวไทยนี่ได้รับ ผลกระทบมากเพราะว่าคลื่นลมมันแรงมาก และฟ้าอากาศมันแปรปรวนอย่างผิดปกตินะครับ ก็ทําให้เกิดภัยตรงนี้อย่างมหาศาล ระยะทาง ๒,๐๐๐ กว่ากิโลเมตร ท่านประธานครับ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ครับที่ถูกน้ํากัดเซาะขนาดปานกลางถึงรุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จังหวัดนครศรีธรรมราช ผมกราบเรียนว่ารุนแรงที่สุดในจังหวัดที่อยู่ติดชายทะเล ๒๔๕ กิโลเมตร นับจากอําเภอขนอมมาสิชล ท่าศาลา เมือง ปากพนัง หัวไทร และไประโนด จังหวัดสงขลาของท่านเจือ ซึ่งท่านอภิปรายผ่านไปเมื่อสักครู่นะครับ จังหวัดนครศรีธรรมราชรุนแรงมากท่านประธานครับ ถ้าเกิดท่านเคยเดินทางเลียบชายฝั่งอ่าวไทยจากจังหวัดสุราษฎร์ธานีไปนครศรีธรรมราช ต่อไปจังหวัดสงขลา เมื่อถึงจังหวัดนครศรีธรรมราชในช่วงอําเภอหัวไทร ท่านเห็นแล้ว ผมกราบเรียนท่านตกใจมาก เพราะว่าน้ําทะเลกัดเซาะลึกลงมาถึงถนนทางหลวงแผ่นดิน ผมกราบเรียนว่าถ้าเกิดว่าเราไม่บริหารจัดการโดยทันที โดยฉับพลัน โดยเร่งด่วนแล้วนี่สักปี สองปีครับความเสียหายจะเกิดขึ้นอย่างมหาศาล ท่านประธานครับ นอกจากพื้นที่จังหวัด ชายฝั่งทะเลแล้ว เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายท่านได้กรุณาชี้ให้เห็นว่า แถบลุ่มแม่น้ําโขง แม่น้ําสําคัญ ๆ ของประเทศไทยไม่เว้นแม้แต่ภาคไหนก็ตาม ภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคกลาง ภาคอีสานครับ ทุกจังหวัดครับ ได้รับภัยที่น้ําไปกัดเซาะตลิ่งทําให้ พี่น้องประชาชนเกิดความเสียหาย เกิดผลกระทบต่อภาพรวมทางเศรษฐกิจของประเทศไทย อย่างมหาศาล ด้วยเรื่องเหล่านี้แหละครับผมอยากกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ อยากกราบเรียนเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่าถ้าเราซึ่งเป็นผู้แทนของปวงชน ให้ความสําคัญในเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องไม่น่าเกลียด เป็นเรื่องไม่น่าเสียหายอะไรเลยครับ ถ้าพวกเราได้ร่วมกันมีจิตสํานึกต่อพี่น้องประชาชนประมาณ ๑๐ ล้านคนที่กําลังได้รับ ผลกระทบอยู่ขณะนี้ ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่ออะไรครับ เพื่อไปศึกษาในเชิงลึก และผมกราบเรียนว่ามันไม่เสียเวลาหรอกครับ ถ้าเราเร่งรัดจริง ๆ นี่สักเดือน ๒ เดือนคงเห็นผล คงได้ข้อสรุปคร่าว ๆ ที่พอจะเป็นแนวทางในการชี้แนะรัฐบาลต่อการบริหารจัดการปัญหา เหล่านี้ให้หมดสิ้นไปได้ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าถ้าเกิดว่าเราละเลยปล่อยให้เป็นไปตาม กลไกของภาครัฐ ปล่อยให้หน่วยราชการที่รับผิดชอบ ไม่ว่ากระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้บริหารจัดการ โดยเราไม่ได้ไปเร่งรัด โดยสภาไม่ให้ ความสําคัญนี่ผมคิดว่าไม่กี่ปีข้างหน้าครับเราต้องสูญเสียเงินแผ่นดินมหาศาลในการไป ป้องกันสิ่งเหล่านี้ที่กําลังเกิดขึ้น แต่ถ้าเกิดเรามีคณะกรรมาธิการวิสามัญไปศึกษา ผมเข้าใจว่า เรามีความสามารถไปแยกแยะปัญหาแต่ละพื้นที่ ทั้งปัญหาชายฝั่งทะเล ปัญหาแม่น้ําลําคลอง ต่าง ๆ ที่มีปัญหากับพี่น้องประชาชนทุกภาคส่วนในประเทศไทยของเราได้ เพราะอะไรครับ เพราะวันนี้บางพื้นที่มีปัญหาเล็กน้อยแต่กําลังจะไปสู่ปัญหาปานกลางและรุนแรง บางพื้นที่ปัญหาปานกลางกําลังจะไปสู่รุนแรง บางพื้นที่ขณะนี้รุนแรงมาก อย่างจังหวัดนครศรีธรรมราชที่ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ แต่ถ้าเราไป ศึกษารายละเอียด แบ่งแยกการไปศึกษาเป็นกลุ่ม เป็นรูปคณะกรรมาธิการชุดหนึ่งไปดูแล ลุ่มน้ําต่าง ๆ ที่มีปัญหากับพี่น้องประชาชนในภาคอีสาน ภาคเหนือ ภาคกลาง ชุดหนึ่งไปดูแล ฝั่งอันดามัน ชุดหนึ่งไปดูแลฝั่งอ่าวไทย แล้วมาข้อสรุปว่าแต่ละจุดนั้นควรจะทําอย่างไร เพราะว่ามาตรการในการป้องกันในการกัดเซาะน้ําทะเลต่อชายฝั่งนั้นมีหลายเรื่องด้วยกัน ท่านประธานครับ นักวิชาการเขาบอกว่าเราสามารถที่จะป้องกันได้ถึง ๓-๔ ระดับด้วยกัน เริ่มตั้งแต่เรื่องง่าย ๆ ที่ควรทําเป็นการป้องกัน คือเรื่องของการดูแลธรรมชาติที่มีอยู่แล้ว ไม่ว่าป่าชายเลน ไม่ว่าการปลูกไม้ชายหาดอะไรก็แล้วแต่ ไม่ว่าการไปฟื้นฟูปะการัง ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นบัฟเฟอร์ (Buffer) เป็นตัวที่ช่วยลดภาวะความรุนแรงของแรงน้ําในการ กัดเซาะชายฝั่งได้ นอกจากนั้นอาจจะใช้วิธีที่ไม่ต้องใช้โครงสร้างทางวิศวกรรม การปลูก พืชผลรากลึกเพื่อที่ชะลอความรุนแรง หรืออาจจะใช้วิธีที่หนักหน่วงไปอีกนะครับ คือโครงสร้างทางวิศวกรรมก็ศึกษาให้ชัดเจนว่า ถ้าจะทําแนวกั้นน้ํากัดเซาะหรือทําเขื่อน ป้องกันการกัดเซาะนี่ควรจะทําอย่างไร และควรจะทําอย่างไรให้มีผลกระทบต่ออาชีพของ พี่น้องประชาชนด้วย อย่างผมยกตัวอย่างเรื่องเดียว คือเรื่องของเขื่อนนะครับ วันนี้เราศึกษาว่า ระหว่างเขื่อนคอนกรีตกับเขื่อนที่เราใช้ยาง เขื่อนยาง ประสิทธิภาพ ค่าใช้จ่ายอะไรดีกว่า ถ้าเกิดว่าเราศึกษาวิจัยและเห็นว่าการใช้เขื่อนยางจะมีประโยชน์มากกว่า เพราะสามารถที่จะ ช่วยได้ ๒-๓ เรื่อง ก็คือเรื่องของการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง เรื่องที่ ๒ มันมีผลดีต่อ พี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางที่จะนํายางมาแปรรูปทําเป็นตัวป้องกันในการกัดเซาะได้ เป็นการเพิ่มมูลค่าราคายางของประเทศก็ได้ ผมเลยกราบเรียนเรื่องนี้เป็นเรื่องจําเป็นและเป็น เรื่องใหญ่มากที่จะต้องศึกษากันอย่างเป็นจริงเป็นจังให้ได้ ก็ฝากท่านประธานด้วยความเคารพ และขอกราบเรียนว่ามีความจําเป็น ขอร้องท่านประธาน ขอร้องเพื่อนสมาชิกว่าถ้าเห็นกับ พี่น้องประชาชนจํานวน ๑๐ ล้านคน ผมคิดว่าเกิน ๑๐ ล้านคนด้วยซ้ําไป ช่วยเถอะครับ ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเรื่องนี้อย่างเป็นระบบอย่างชัดเจน ผมคิดว่า มีความเหมาะสมมากกว่าตั้งคณะกรรมาธิการเรื่องน้ําด้วยซ้ําไป เพราะน้ําเราตั้งทุกปี แต่ผลทางปฏิบัติไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย แต่เรื่องนี้เราไม่เคยตั้ง ท่านประธานครับ ขอบพระคุณท่านมากครับ ขอบพระคุณครับ