นริศ ขํานุรักษ์ หารือเรื่องปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเล และเรียกร้องการสนับสนุนให้รัฐบาลดำเนินการแก้ไขปัญหาการป้องกันตลิ่งพัง โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำตลิ่ง นอกจากนี้ยังหารือเรื่องป่าชายเลนที่ประเทศไทยกำลังจะสูญเสียไป และเรียกร้องการป้องกันการบุกรุกและการยึดครองพื้นที่ป่าชายเลนเพื่อป้องกันตลิ่งพัง
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตอภิปรายสนับสนุน ญัตติของท่านอรรถพร พลบุตร เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาหาแนวทางการจัดการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเล ที่จริงโดยสภาพปัญหาแล้วผมคิดว่าผู้เสนอญัตติทั้ง ๓ ท่าน รวมทั้งผู้อภิปรายไปก่อนหน้าผม โดยเฉพาะท่านคุณหมอสุกิจและท่านธวัชชัย อนามพงษ์ ก็ได้อภิปรายให้เห็นสภาพปัญหา เรื่องตลิ่งพังในประเทศเราอย่างชัดเจนแล้วนะครับ ผมขออนุญาตได้อภิปรายเพียงมาตรการ การแก้ไขปัญหาเพื่อฝากไปยังรัฐบาลและฝากไปยังคณะกรรมาธิการวิสามัญที่สภาจะจัดตั้งขึ้น หลังจากการอภิปรายจบสิ้นลง ที่จริงมาตรการการแก้ไขปัญหาตลิ่งพัง ผมคิดว่ารัฐบาล ชุดที่แล้วได้มีมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๐ เมษายน ปี ๒๕๕๔ มีมาตรการชัดเจนนะครับ ผูกพันหลายหน่วยงานแล้วก็ผูกพันงบประมาณบางส่วนแล้ว แต่ว่ากระผมขออนุญาตที่จะ อภิปรายเพิ่มเติมเพียงเล็กน้อยคือ
สําหรับมาตรการการแก้ไขปัญหาเรื่องสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ําตลิ่ง ไม่ว่าจะเป็น บ้านเรือน โรงเรือน ท่าเทียบเรือ หรือโรงงานอุตสาหกรรม ผมคิดว่ารัฐบาล กระทรวง ที่เกี่ยวข้องต้องดําเนินการใช้กฎหมายโดยเคร่งครัด อย่าไปกลัวลูบหน้าปะจมูก อย่าถอยหน้าถอยหลัง ให้ดําเนินการเฉกเช่นเดียวกับที่ดําเนินการกับป่าวังน้ําเขียวนะครับ ใช้มาตรฐานเดียวกัน เดินหน้า แต่ว่าวังน้ําเขียวทําท่าจะถอยหลัง เดินหน้าถอยหลัง เดินหน้าถอยหลังอยู่นะครับ ต้องเดินหน้า ถ้าไม่เดินหน้าแก้ปัญหาการป้องกันตลิ่งพังไม่ได้ เพราะว่าบ้านเรือน โรงเรือน ท่าเทียบเรือน้ําลึกและโรงงานอุตสาหกรรมเป็นปัญหาสําคัญปัญหาหนึ่งของการพังทลาย ของตลิ่งนะครับ
๒. ขอให้รัฐบาลได้ประกาศให้พื้นที่ชายฝั่งทั้งหมดอยู่ในเขตควบคุมคุณภาพ สิ่งแวดล้อม เพราะถ้าประกาศเป็นเขตควบคุมคุณภาพสิ่งแวดล้อม จะมีกฎกระทรวง จะมีกฎหมายเข้ามาดูแลตลิ่ง เข้ามาดูแลริมน้ําอีกหลายกฎหมาย อีกหลายกฎกระทรวง สามารถปกป้อง ป้องกัน ดูแลตลิ่งเหล่านี้ได้ ประกอบกับประเทศไทยเป็นภาคีในอนุสัญญา ว่าด้วยการป้องกันพื้นที่ชุ่มน้ําที่มีความสําคัญระดับนานาชาติหรือแรมซาร์ คอนเวนชั่น (Ramsar Convention) ซึ่งเราก็ปฏิบัติกันน้อยมากนะครับ ประเทศไทยได้เสนอพื้นที่ชุ่มน้ํา เพียงไม่กี่ที่ครับ ทั้ง ๆ ว่าพื้นที่ชุ่มน้ําในประเทศไทยมีมากมาย แล้วก็อยู่ในขั้นวิกฤติเกือบ หลายพื้นที่นะครับ ผมก็อยากให้รัฐบาลหรือคณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะจัดตั้งขึ้นได้ไป ศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจัง และประกาศพื้นที่ริมตลิ่งซึ่งเป็นพื้นที่ชุ่มน้ําให้เป็นพื้นที่ควบคุม คุณภาพสิ่งแวดล้อมทั้งหมดนะครับ
ประการที่ ๓ ผมอยากให้รัฐบาลได้สนับสนุนให้จังหวัด ให้องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นเป็นผู้แก้ปัญหา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอยู่ใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชน เข้าใจ รู้ภูมิปัญญาของพี่น้องประชาชนดี ประเทศไทยเราได้สูญเสียจากภาพถ่ายดาวเทียม เราสูญเสียพื้นที่ดินโดยปัญหาตลิ่งพังมาแล้วแสนกว่าไร่นะครับ ต่อปีร่วม ๒,๐๐๐ ไร่ ๒,๐๐๐ ไร่ มูลค่าไม่ต่ํากว่า ๒,๐๐๐ ล้านบาทต่อปีที่เราต้องสูญเสียไปนะครับ นี่ผมคิดราคา ต่ําสุดนะครับ ไร่ละล้านบาทเอง ที่จริงริมทะเลมากกว่านี้ครับ ผมอยากให้รัฐบาลได้ ตั้งงบประมาณ จัดสรรงบประมาณให้กับพื้นที่ ให้กับจังหวัด ให้กับองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นที่ตลิ่งพัง ที่ประสบปัญหาแบบนี้ครับ ให้เท่ากับจํานวนที่ตลิ่งพัง มูลค่าของตลิ่งพัง แต่ละปี เช่น ปีที่แล้วนะครับ ตลิ่งพังแผ่นดินหายไปประมาณ ๒,๐๐๐ ไร่ ก็ตั้งงบประมาณสัก ๒,๐๐๐ ล้านบาท ให้กับท้องถิ่นไปแก้ไขนะครับ
๔. ขอให้รัฐบาลให้ทุนวิจัยนะครับ เพราะว่าปัญหาการเปลี่ยนแปลง การพังทลายของตลิ่งมาจากหลายสาเหตุ และมีความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา งานวิจัย ที่ผ่านมาใช้ได้ครับ แต่ว่าการวิจัยต้องทําต่อไป ต้องเดินหน้าต่อไป ในภาคใต้รัฐบาลต้องให้ มอ. มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ ศึกษาการพังทลายของตลิ่ง ในอันดามัน ในอ่าวไทย มหาวิทยาลัยทางภาคเหนือก็ศึกษาการพังทลายของแม่น้ํา ในภาคเหนือ รวมทั้งแม่น้ําโขง ในภาคอีสานก็ศึกษากันไป ทุนในการวิจัยสําหรับเรื่อง พังทลายของตลิ่งมีไม่มากนักจํากัดอยู่ในวงแคบ ๆ ผมอยากให้รัฐบาลได้รับฟังสภาแห่งนี้ แล้วก็ไปจัดตั้งงบประมาณสําหรับการวิจัยเพื่อป้องกันตลิ่งพัง ซึ่งเราก็พอสรุปกันได้ว่า เป็นปัญหา เป็นมหันตภัยที่สําคัญสําหรับประเทศไทยในอนาคต
สําหรับงานวิจัยที่ผ่านมา ผมคิดว่าให้เดินหน้า ไม่ต้องหยุดยั้งนะครับ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งพังแบบใช้ไม้ไผ่ ก็เดินหน้าครับ ป้องกันได้บางพื้นที่ แม้ว่าไม่ถาวร แม้ว่าเป็นชั่วคราว ก็ทําไปเถอะครับ ป้องกันได้ เป็นมรรคเป็นผล เห็นผลประโยชน์เกิดขึ้นแล้ว
๒. การทําไส้กรอกทรายของกรุงเทพมหานครก็ป้องกันได้ครับ ให้ทําต่อไป ทําเสาคอนกรีตก็ให้ทําต่อไป แต่ว่าที่ผมจะกราบเรียนต่อไปนี้ก็คือ แนวคิดเรื่องทําปะการังเทียม ปะการังเทียมทางมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ได้วิจัยค้นพบมาว่าเป็นวิธีหนึ่งที่สามารถ ป้องกันคลื่นลมแรงนี้ได้ สกัดความแรงของคลื่นลงได้ และนอกจากสกัดความเร็วลม ความแรง ของคลื่นแล้ว ปะการังเทียมมีประโยชน์ เป็นที่วางไข่ อนุบาลตัวอ่อน และเจริญวัยของสัตว์น้ํา ได้ประโยชน์ ๒ ต่อ และปะการังเทียมนี้ครับกราบเรียนท่านประธานว่าเป็นแนว พระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ พระองค์รับสั่งหลายครั้ง เรื่องปะการังเทียม หลายหน่วยงานในประเทศเราได้ไปสนองแนวพระราชเสาวนีย์นี้ เอาซากรถ ซากรถไฟ ซากเครื่องบิน ไปทําแนวปะการังเทียมขึ้นในหลายพื้นที่ ในพื้นที่ภาคใต้พบว่า เมื่อวางแนวปะการังเทียมตามแนวพระราชเสาวนีย์แล้ว กันคลื่นลมได้จริง ๒. สัตว์น้ําเพิ่มขึ้น เพราะว่าเป็นที่วางไข่ อนุบาลตัวอ่อน และเจริญวัยแล้ว ๓. สามารถป้องกันเรืออวนลาก เรืออวนรุน หรือประมงแบบล้างผลาญนี้ได้ และเป็นการเฉลิมพระเกียรติของสมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชินีนาถด้วย ผมอยากให้รัฐบาลได้สนับสนุน
ท่านประธานครับสุดท้าย ปัญหาสําคัญที่สุดในความเห็นผมก็คือเรื่องของ ป่าชายเลน ป่าชายเลนในปี ๒๕๐๔ มีสถิติว่ามีทั้งหมด ๓ ล้านไร่ ๓๒ ปีต่อมาเหลือ ครึ่งหนึ่ง หายไปครึ่งหนึ่งครับ ใช้เวลา ๓๒ ปี เหลือ ๑.๕ ล้านไร่ แล้วก็หลังจากนั้น เมื่อปีที่แล้วสํารวจพบว่าป่าชายเลนประเทศไทยเหลือเพียง ๔.๔ แสนไร่เท่านั้นเอง ป่าชายเลน เป็นป่าไม้ที่ป้องกันตลิ่งพังได้ดีที่สุด เป็นแนวธรรมชาติ แต่ว่าประเทศไทยต้องสูญเสีย ป่าชายเลนไปมากมาย ทีนี้รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องป้องกันครับ ต้องป้องกัน ไม่ให้พื้นที่ป่าชายเลนหรือต้นไม้โกงกาง ต้นไม้ในป่าชายเลนสูญเสียไปอีกแล้วแม้แต่ต้นเดียวครับ เพราะเราสูญเสียมามากแล้ว ถ้าไม่สามารถยับยั้งการบุกรุกแผ้วถางการยึดครองพื้นที่ได้ ไม่มีทางที่จะป้องกันตลิ่งพังได้ ตรงนี้ต้องไม่มีวันต้องสูญเสียไปอีกแม้แต่ไร่เดียว และแม้แต่ต้นเดียว
๒. การฟื้นฟู ต้องเร่งปลูกในพื้นที่ที่เสื่อมโทรมที่จําเป็นต้องปลูก มีแนวพระราชดําริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้ปลูกป่าเฉพาะพื้นที่ที่ป่าเสื่อมโทรม เท่านั้น ส่วนป่าชายเลนที่สมบูรณ์ไม่ต้องไปปลูกแล้วครับ ป่าชายเลนจะฟื้นตัวฟื้นสภาพของ ป่าชายเลนเอง ส่วนที่ป่าเสื่อมโทรมต้องเร่งปลูกแล้วก็ต้องปลูกกันอย่างจริงจัง ต้องมีมาตรการเข้าไปวัดเข้าไปตรวจสอบทั้งจํานวนไร่ ทั้งจํานวนต้น เพราะว่าเช่นกันครับ ถ้าสมมุติว่ารวบรวมสถิติ การปลูกป่าชายเลนตั้งแต่ปลูกต้นแรกปีแรกจนถึงวันนี้ป่าชายเลน เต็มประเทศแล้ว ถ้าปลูกกันครบทั้งจํานวนพื้นที่ไร่และจํานวนต้น แต่นี่ไม่เป็นเช่นนั้นครับ การปลูกป่าในประเทศไทยผมเคยอภิปรายที่นี่ว่าส่วนใหญ่จะปลูกกันบนใบสําคัญ ตั้งเบิกเงิน กันอย่างเดียวครับ แล้วก็จริง ๆ แล้วปลูกบ้างไม่ปลูกบ้าง แล้วก็ไม่มีการตรวจสอบ สําคัญก็คือ ประเทศไทยเรามีพื้นที่สัมปทานป่าชายเลนหลายหมื่นไร่ครับ โดยกฎหมาย โดยระเบียบ หลังจากทําป่าชายเลนเสร็จ หมดสัญญาสัมปทาน ขณะนี้หมดทุกป่าแล้วครับ เจ้าของสัมปทานที่ได้รับสัมปทานไปจากรัฐต้องคืนป่าทุกไร่ ป่าชายเลนทุกแปลง ต้องคืนทั้งสิ้น แต่ว่าปรากฏว่าประเทศไทยไม่เป็นเช่นนั้นครับ คืนนิดเดียวครับ ที่เหลือเจ้าของสัมปทานไปออกเอกสารสิทธิ ขณะนี้ป่าสัมปทาน ป่าชายเลนประเทศไทยเป็น เอกสารสิทธิของเจ้าของสัมปทานเป็นจํานวนมากครับรัฐบาลนิ่งเฉยไม่ได้นะครับ ต้องเอาคืน ทุกไร่นะครับ เจ้าของสัมปทานไม่มีสิทธิเอาป่าที่ตัวเองได้สัมปทาน ได้เปรียบชาวบ้าน ได้เปรียบรัฐไปแล้ว มาออกเอกสารสิทธิเพื่อที่จะให้ได้เปรียบชาวบ้าน ให้ได้เปรียบประเทศ อีกนะครับ อันนี้รัฐบาลต้องเอาคืนทุกแปลงทุกไร่นะครับ พื้นที่สัมปทานไปเปิดเลยครับ สัมปทานแปลงไหน กี่ไร่เอาคืนทั้งหมด ต้องไม่มีเอกสารสิทธิ เพราะถ้าคุณมีเอกสารสิทธิ คุณไม่ต้องมาสัมปทาน การที่คุณสัมปทานคือคุณต้องไม่มีเอกสารสิทธิและคุณต้องคืนสิทธินั้นมาให้กับรัฐบาลให้ได้ กราบเรียนท่านประธานครับว่าพื้นที่ที่ตลิ่งพังไม่มีเฉพาะอ่าวไทย ไม่มีเฉพาะ อันดามัน ไม่มีเฉพาะแม่น้ําโขง ทะเลสาบสงขลาซึ่งมีพื้นที่ ๗๐๐,๐๐๐ ไร่ ขณะนี้คลื่นลม ในทะเลสาบแรงมากอยู่ในขั้นวิกฤติเช่นเดียวกัน พื้นที่ป่าชายเลน ป่าสาคูที่อยู่รอบริมตลิ่ง ถูกทําลายเช่นเดียวกัน ขณะนี้ปัญหาตลิ่งพังริมทะเลสาบสงขลาก็เป็นปัญหาใหญ่ที่รัฐบาล ต้องรับเอาไปแก้ไข นอกจากพื้นที่ในอันดามัน นอกจากในพื้นที่อ่าวไทย และนอกจากพื้นที่ แม่น้ําโขง ผมคิดว่ารายละเอียดมันมีอีกมาก ผมจึงอยากให้มีการศึกษาโดยละเอียด ถ้าศึกษา โดยละเอียดก็คือให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาสักชุดหนึ่งจํานวนเท่าไรก็ได้ ศึกษาเรื่องนี้ โดยละเอียดแล้วไปแก้ไขปัญหา แล้วก็ไปเสนอมาตรการการแก้ไขปัญหา เอาส่วนหนึ่ง ที่ผมได้อภิปรายวันนี้ไปเป็นส่วนในการวางมาตรการแก้ไขปัญหาของคณะกรรมาธิการ ผมจึงขออนุญาตได้แสดงความเห็นเพื่อสนับสนุนให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อพิจารณาเรื่องนี้ต่อไปครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ