สมาชิกสภาได้หารือเกี่ยวกับปัญหาน้ำท่วม โดยชี้ให้เห็นว่าปัญหาน้ำท่วมเกิดจากปัจจัยต่างๆ เช่น การก่อสร้างตึกและโรงงานในพื้นที่ป่าไม้ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการขาดการวางแผนและการบูรณาการในการแก้ไขปัญหา สมาชิกสภายังเรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานต่างๆ เข้ามาแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังและบูรณาการ และช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ครับ ก่อนอื่นขอชื่นชม เพื่อนสมาชิกที่ได้เสนอญัตติขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาแก้ปัญหาน้ํานะครับ ขอชื่นชมเป็นอย่างยิ่ง และผมเชื่อว่าเพื่อนสมาชิกทุกคนในที่นี้ ของสภาผู้แทนราษฎรก็มีความเป็นห่วงพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน มีความเป็นห่วงพี่น้อง ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยที่กําลังเกิดขึ้น หรือกําลังจะเกิดขึ้นในอนาคต เป็นเรื่องสําคัญ เป็นอย่างยิ่งที่วันนี้รัฐบาลเองต้องให้ความสําคัญกับการแก้ไขปัญหาตรงนี้ ก่อนที่จะพูดถึง เรื่องการแก้ไข เรามาดูต้นเหตุปัญหาของน้ําท่วมกันเสียก่อน
ปัจจุบันนี้โลกได้เปลี่ยนไปนะครับ ถามว่าโลกได้เปลี่ยนไปอย่างไร ในหลายประเทศ เจอวิกฤติคล้าย ๆ กันครับ ถ้าเราได้ติดตามสื่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นประเทศมหาอํานาจทวีปยุโรป หรือในทวีปต่าง ๆ ก็เจอผลกระทบแบบนี้ครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของน้ําท่วม พายุต่าง ๆ นานาครับ เกิดขึ้นในยามนี้ ประเทศไทยของเราเหมือนกัน วิกฤติตรงนี้ก็ได้เริ่มทยอยเกิดขึ้นเรื่อย ๆ เรื่อย ๆ นะครับ ผมไม่ทราบว่าพรุ่งนี้จะเกิดขึ้นที่ไหน มะรืนจะเกิดที่ไหนครับ ปัญหาตรงนี้ แหละเราน่าจะมาไตร่ตรองกันมาคิดกันว่ามันมาจากอย่างไร ผังเมืองต่าง ๆ ความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจ ความเจริญรุ่งเรืองทางอุตสาหกรรม ล้วนแล้วผมคิดว่าน่าจะเป็นผลกระทบกับการให้เกิดปัญหาน้ําท่วม สภาพเดิมในอดีต น้ําอาจจะไหลตามลําคลองไหลได้อย่างสะดวกสบายไม่มีสิ่งกีดขวาง แต่ปัจจุบันตึกราม ใหญ่โตมากมาย บ้านที่สร้างขึ้นโดยการถมดิน โรงงานอุตสาหกรรมที่สร้างขึ้นอย่างใหญ่โต ด้วยการถมที่ถมทาง นั่นแหละน่าจะเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดปัญหาวิกฤติของน้ําท่วม ดังนั้นเมื่อเราทราบปัญหาหลาย ๆ ปัญหาแล้วก็ต้องมาประมวลกัน รัฐบาลเองก็ให้ ความสําคัญในการแก้ไขปัญหาในเรื่องของน้ําท่วม ถ้าคิดจะแก้ไขกันระยะยาวก็ต้องช่วยกัน หลายภาคส่วน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เอง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม หรือทุกกระทรวง กระทรวงคมนาคมก็ต้องช่วยกันเข้ามาแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง แก้ไขอย่างมีระบบแบบบูรณาการ แบ่งภารกิจกันอย่างเต็มที่ ใครรับผิดชอบอะไรไปรับไป กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรับผิดชอบเรื่องอะไรรับไป อย่าให้ไปซ้ําซ้อนกันครับ เราจะเห็นได้จากอะไร เวลาเกิดวิกฤติน้ําท่วมทีหนึ่ง แต่ละหน่วยงาน แต่ละกระทรวงก็แห่กันไป ช่วยเหลือแบบไม่มีบูรณาการ แต่รัฐบาลชุดที่แล้วนะครับ ผมขอชื่นชม รัฐบาลภายใต้แกนนํา ของ ฯพณฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อย่างน้อยท่านได้นําแนวทางพระราชดํารัสของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั่นก็คือการเข้าใจ เข้าถึง และการพัฒนา ก็ต้องยอมรับว่า พี่น้องที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยหรือวาตภัยครับ เบื้องต้นครับสภาพจิตใจ สภาพจิตใจ เขาเป็นอย่างไร เกษตรกรที่เขาปลูกข้าว ที่เขาทําไร่ ที่เขาเลี้ยงกุ้ง หรือคนที่เลี้ยงสัตว์ หรือกลุ่มอุตสาหกรรม มันกระทบกันทุกภาคส่วน แต่สิ่งแรกสิ่งสําคัญเป็นเรื่องสําคัญนั่นคือ การเยียวยา การเข้าไปให้ถึงพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างแท้จริง รัฐบาลชุดที่แล้ว เข้าใจปัญหา เข้าถึงครับ รู้ว่าพี่น้องได้รับผลกระทบจากอุทกภัย จากวาตภัย เข้าไปเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรีหลาย ๆ คนนะครับ ไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรีสาทิตย์ รัฐมนตรีถาวร หรือรัฐมนตรีอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ ท่านก็ไปช่วยเหลืออย่างเต็มที่นะครับ พอเข้าใจและเข้าถึงแล้วนะครับ ก็ต้องเข้าไปช่วยกันแก้ไข อย่างน้อยถุงยังชีพถือเป็น เรื่องสําคัญครับ พี่น้องที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย น้ําท่วมบ้าน น้ําท่วมใต้ถุน น้ําท่วม บ้านเรือน น้ําท่วมที่นอน เราถามว่าเขาจะเอาอะไรมาซื้อกิน เขาเอาอะไรมาหุงข้าวกิน รัฐก็ต้องช่วยเขา ราชการต้องเข้าไปช่วยเขา เพื่อประทังชีวิตเขาไปวัน ๆ ก่อน ดังนั้นเป็น เรื่องสําคัญที่รัฐบาลชุดที่แล้วเข้าไปช่วยในเบื้องต้น ที่สําคัญไปกว่านั้นครับ การช่วยเหลือ อย่างทันท่วงทีก็เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ ๕,๐๐๐ บาท สําคัญมากครับ ชาวบ้านเขา ไม่มีรายได้ครับ ช่วงนั้นก็ต้องช่วยเขา ๕,๐๐๐ บาท ถึงแม้จะเป็นเงินไม่มาก แต่เขาสามารถที่จะ ได้มีประทังชีวิตอยู่ และเขาได้รับก็สามารถที่จะนําเงินเหล่านี้เข้าไปบูรณาการ เข้าไปใช้จ่าย อย่างมีประสิทธิภาพของเขาได้
การชดเชยค่าเสียหาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของพืชสวนไร่นา ยางพารา หรือแม้กระทั่งเกษตรอื่น ๆ น้ําท่วมข้าวครับ อดีตเราเคยได้แค่ ๖๐๐ กว่าบาท แต่พอยุคของ รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านเห็นถึงความสําคัญตรงนี้ครับ ช่วยเหลืออย่างเต็มที่ อย่างน้อยเข้าไปช่วยเหลือ ๒,๐๙๘ บาทนี้ครับ ก็ถือว่าเป็นเรื่องสําคัญ เป็นการจุดประกาย ในเรื่องของการให้ความสําคัญกับพี่น้องที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยและวาตภัย มีอีกหลายอย่างที่รัฐบาลชุดที่ผ่านมาได้เข้าไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะ เป็นระยะสั้นหรือระยะยาว ถ้าเราจะอ่านดูนะครับ ภายใต้แผนแม่บทการป้องกันและ ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากอุทกภัย วาตภัย และโคลนถล่มระยะ ๕ ปี ปี ๒๕๕๓ ปี ๒๕๕๔ ปี ๒๕๕๕ นะครับ คงไม่ต้องอ่านนะครับ มีรายละเอียดแล้วครับรัฐบาลชุดนี้ ชุดที่ผ่านมาครับ ได้ทําเป็นมาตรฐาน ได้วางรากฐาน ได้วางหลักเกณฑ์ไว้อย่างเป็นระบบ ระเบียบ ที่จะเข้าไปช่วยเหลือพี่น้องอย่างถาวรและอย่างยั่งยืนครับ ดังนั้นการที่พี่น้องได้รับผลกระทบ จากอุทกภัยทุกภาคส่วนต้องช่วยกัน รัฐบาลเองต้องให้ความสําคัญนะครับ โดยเฉพาะผมเอง เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา จังหวัดสงขลาเป็นจังหวัดหนึ่งที่ได้รับผลกระทบ จากอุทกภัยทุกปีครับ ผมจําได้ ผมเป็นคนจังหวัดสงขลา ที่สงขลาน้ําท่วมทุกปี เพราะอยู่ที่ทะเลสาบสงขลา องค์ประกอบของทะเลสาบสงขลามีอยู่ ๓ จังหวัด จังหวัดสงขลา จังหวัดพัทลุง จังหวัดนครศรีธรรมราช ต้นน้ํามาจากไหนครับ ต้นน้ํามาจากเทือกเขาลําเนาไพร ถามว่าถ้าต้นน้ํานี่ไม่สามารถเก็บน้ําไว้ได้อะไรจะเกิดขึ้นครับ อันนี้ฝากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมด้วยครับ ถือว่าเป็นป่า ต้นน้ํา สําคัญมากเรื่องนี้ครับ เราจะทําอย่างไรให้ป่าต้นน้ํานั้นยังคงอยู่ ช่วยกันปลูกช่วยกัน รักษา ณ วันนี้เราต้องรักษาต้องใช้กฎหมายอย่างจริงจัง กฎหมายสามารถใช้ได้ครับ ใช้บังคับได้ ช่วยกัน ผืนแผ่นดินนี้เป็นของคนไทยทุกคนจงช่วยกันรักษา พอมาถึงในราบลุ่มทะเลสาบครับ ปัจจุบันทะเลสาบสงขลาตื้นเขินเป็นอย่างยิ่งครับ ตื้นเขินมาก นี่ฝากรัฐมนตรีว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ด้วยนะครับ เมื่อครั้งที่แล้วที่ได้เกิดอุทกภัยที่อําเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลาครับ ทุกภาคส่วนหลังจากเกิดวิกฤติแล้วทุกภาคส่วนได้มาร่วมมือกัน อย่างจริงจัง ผมจําได้วันนั้นรัฐมนตรีถาวร เสนเนียม อธิบดีกรมชลประทานและกรมผังเมือง ต่าง ๆ รวมถึงพี่น้องประชาชนทุกภาคส่วนเข้าไประดมสมองเพื่อจะแก้ไขปัญหาเรื่องน้ําท่วม ผมคิดว่ารายงานฉบับนี้คงถึงรัฐมนตรีแล้วนะครับ อย่างไรก็ฝากประเด็นตรงนี้ของท่านด้วย สําหรับพี่น้องในอําเภอระโนด กระแสสินธุ์ อําเภอสิงหนคร อําเภอสทิงพระ ได้รับผลกระทบ ทุกปีจากภาวะวิกฤติน้ําท่วม ดังนั้นเมื่อน้ําในทะเลสาบสงขลาตื้นจึงฝากประเด็นไว้ให้ทาง รัฐมนตรีช่วยไปแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะถ้าหากว่าแก้ไขเรื่องร่องน้ําหรือขุดลอกทะเลสาบ สงขลาเพื่อจะให้เก็บน้ําได้มาก ภาวะวิกฤติน้ําท่วมที่พี่น้องอาศัยอยู่ริมทะเลสาบคงลดน้อยลง แต่มีอีกอย่างหนึ่งครับท่านประธานครับ น้ําสงขลาในทะเลสาบสงขลาเวลามันไหลออกจะ ไหลไปสู่ทะเลสาบสงขลา ขออภัยครับจะไหลไปสู่อ่าวไทย ฝั่งอ่าวไทยเป็นฝั่งน้ําเค็มครับ น้ําเมื่อฝั่งน้ําเค็มมากกว่ามันจะไหลเข้าสู่ทะเลสาบสงขลา เวลาน้ํามีมากในทะเลสาบสงขลา เวลามันไหลนะครับมันจะมีคอขวดอยู่ช่วงหนึ่งช่วงของตําบลปากรอ อําเภอสิงหนคร ตรงนั้น เป็นช่องแคบมีสะพานแคบ ถ้ารัฐมนตรีมีเวลาหรือกรรมาธิการที่รัฐตั้งขึ้นมีเวลาก็สามารถไปดู ได้เพื่อที่จะขยายช่องตรงนั้นได้จะระบายน้ําได้ แต่อีกสิ่งหนึ่งที่สามารถจะช่วยได้เป็นที่ ชาวบ้านเขาระดมความคิดระดมมันสมองกันแล้วว่าน่าจะขุดร่องน้ําอีกร่องนะครับผ่านไปยัง อ่าวไทยก่อนจะถึงช่องแคบปากรอ ไม่ว่าจะเป็นที่อําเภอสทิงพระ หรืออําเภอกระแสสินธุ์ที่จะ ให้ทะลุไปยังอ่าวไทยจะได้ระบายน้ําได้เร็วยิ่งขึ้น แต่สิ่งสําคัญอื่นใดถ้าหากทุกภาคส่วน ไม่ร่วมมือกันรัฐบาลเองไม่มีความตั้งใจที่จะแก้ไขปัญหาแล้วก็ไม่สามารถที่จะสําเร็จได้
สุดท้ายนี้ผมขอให้รัฐบาลได้น้อมนําเอาแนวพระราชดําริขององค์สมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวเอามาใช้อย่างจริงจังในเรื่องของการแก้ไขปัญหาน้ําท่วม รัฐบาลสามารถปฏิเสธ เรื่องอื่นเรื่องใดได้ แต่รัฐบาลไม่สามารถที่จะปฏิเสธการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนทุกคนได้ครับ ขอขอบพระคุณมากครับ