วรงค์ เดชกิจวิกรม หารือเรื่องน้ำท่วมในหลายจังหวัด และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการช่วยเหลือประชาชน โดยกล่าวถึงกรณีที่อดีตนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้เยี่ยมชาวนาในพื้นที่ที่น้ำท่วม แต่ไม่ได้ดำเนินการตามที่รับปากไว้ และกล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลชุดนี้ให้การช่วยเหลือชาวนาในพื้นที่ที่น้ำท่วมมากกว่าในอดีต นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ประกาศเงินช่วยเหลือน้ำท่วมบ้านตามเกณฑ์ที่มติคณะรัฐมนตรีเคยกำหนด และปรับเงินช่วยเหลือน้ำท่วมบ้านให้สูงขึ้น
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก ซึ่งวันนี้ เป็นที่ทราบ ซึ่งท่านประธานก็คงจะทราบดีเพราะว่าเราต่างฝ่ายต่างเป็นผู้แทนประชาชน ด้วยกัน ในภาวะที่มีความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน พวกเราก็มีหน้าที่เข้ามาเป็นปาก เป็นเสียงเพื่อนําเสนอความเดือดร้อนมอบให้กับทางรัฐบาลเพื่อนําไปสู่การแก้ไข และผมต้อง ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรี ๒ ท่านนะครับ ขอบคุณด้วยใจจริง ๆ นะครับ เพราะเมื่อสักครู่ เราก็แอบกระซิบกันแล้วก็ต้องขอชมท่านรัฐมนตรีทั้งท่านธีระและท่านปรีชา ตอนแรกเรา นินทานะครับ เพราะเราบอกว่าญัตติสําคัญขนาดนี้ถ้าไม่มีรัฐมนตรีมานั่งมันดูแล้วไม่สบายใจ แต่หลังจากนั้นสักครู่กําลังแอบนินทาก็มีท่านปรีชามานั่ง ท่านก็นั่งอยู่นาน แล้วท่านธีระ ก็ตามเข้ามา ก็ถือว่าเป็นภารกิจโดยหน้าที่ที่รัฐบาลจะต้องมาฟังความเห็นของ พี่น้องประชาชนผ่าน ส.ส. เข้ามา แต่เสียดายนิดเดียวนะครับ แต่ถ้าท่านติดภารกิจก็ไม่เป็นไร ก็คือท่านนายกรัฐมนตรี เพราะว่าท่านอุตส่าห์ไปประกาศบางระกําโมเดลที่บ้านผม ผมก็มีมุม มีมิติบางอย่างที่ประชาชนฝากมาอยากจะเสนอแก่ท่าน ซึ่งท่านไม่อยู่ก็ไม่เป็นไรแต่เพียงแต่ว่า ท่านรัฐมนตรีทั้ง ๒ ท่านท่านก็คงไปคุยในที่ประชุม ครม. ครับ ประเด็นสําคัญเรื่องน้ําท่วม ในวันนี้ วันนี้โทษใครไม่ได้ครับ เพราะเป็นเรื่องของธรรมชาติ ตอนสมัยท่านอภิสิทธิ์เป็น นายกรัฐมนตรีน้ําก็ท่วม มาท่านยิ่งลักษณ์มาเป็นนายกรัฐมนตรีเป็นการต้อนรับรัฐบาลชุดใหม่ น้ําก็ท่วม ท่านธีระเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เหมือนเดิมน้ําก็ยังท่วมอยู่ แต่หัวใจของประชาชนวันนี้ครับ ซึ่งเรียนตรง ๆ ว่าเมื่อสัปดาห์ก่อนที่ท่านไปพิษณุโลกมี ชาวบ้านโทรศัพท์มาหาผมหลายคนว่าผิดหวัง คําตอบที่ผิดหวังคือชาวบ้านอยากจะฟังจาก ปากของท่านนายกรัฐมนตรี หรือท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องไปประกาศกับชาวบางระกํา เพราะ วันนั้นสื่อไปเยอะ คนให้ความสําคัญเยอะมากว่ารัฐบาลของนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะดูแลเยียวยาหรือให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างไรบ้าง วันนี้ผมท้าเลยครับความรู้สึก ของพี่น้องประชาชนไล่ตั้งแต่ เอาตั้งแต่ผมว่าแพร่น่าจะเริ่มดีขึ้นแล้วครับ สุโขทัยโดยเฉพาะ แถวบ้านกง แถวอําเภอกงไกรลาศ แถวอําเภอศรีสําโรง อําเภอเมือง ยันมาถึงบางระกําบ้านผม ไปถึงสามง่าม จังหวัดพิจิตร และขณะนี้กําลังลามไปที่จังหวัดนครสวรรค์ครับ คนที่อยู่น้ําท่วม ใจจดใจจ่ออยากจะรู้ว่ารัฐบาลจะช่วยเขาอย่างไรบ้าง และช่วยเท่าไร และช่วยเมื่อไร นี่คือ เวลาไปเจอประชาชน ประชาชนถามอย่างนี้ตลอด ผมขออนุญาตเอาภาพนี้มาโชว์ครับ เพราะ เป็นภาพที่ท่านอดีตนายกรัฐมนตรี ขอทางหน่วยโสตครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปภาพ)
ขอเอาภาพมาให้ทุกท่านได้เห็นว่า นี่คือท่านอดีตนายกรัฐมนตรี ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เมื่อไม่นานมานี้อาจจะไปก่อน ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์นิดหน่อย ไปเยี่ยมพี่น้องที่อําเภอบางระกํา เพราะชื่อมันบอกนะครับ บางระกํา ชีวิตจะระกําเกี่ยวกับปัญหาเรื่องน้ํามาตลอดตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย ท่านก็เลย ตัดสินใจไปเยี่ยมที่ตําบลชุมแสงสงคราม ซึ่งถือว่าเป็นพื้นที่ที่ติดแม่น้ํายม นั่งเรือไปด้วยกัน ในระหว่างที่เรานั่งเรือไปเราก็ไปเจอชาวนาอยู่ท่านหนึ่งที่ชื่อว่า นายศิริ ขําขม เขาตกใจครับ ว่าอดีตนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในระหว่างนั้นนั่งเรือมาเจอโดยบังเอิญครับ เพราะ เจตนาเราต้องการจะไปเยี่ยมหมู่บ้าน หมู่บ้านหนึ่งที่น้ําท่วมล้อมรอบ แล้วต้องใช้เรือออกมาสู่ โลกภายนอก ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านก็บอกว่าไม่เป็นไร ไหน ๆ เรามาใน พื้นที่แล้วเราเชิญชวนผู้บริหารของพรรคประชาธิปัตย์ เราไปเยี่ยมเขาถึงที่เราก็นั่งเรือไป แล้วน้ําเชี่ยวมาก ภาพที่เกิดนี้เป็นภาพที่เราเจอโดยบังเอิญ เราเจอชาวนาที่ชื่อว่า นายศิริ ขําขม ก็เป็นความทุกข์ระทมของพี่น้องเกษตรกร และผมก็เชื่อว่าคําพูดของชาวนาที่ชื่อว่า ศิริ ขําขม ต่อท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์นั้นเป็นสิ่งที่เกิดมาจากใจ และเป็นตัวแทนของ ชาวนาทั่วประเทศที่ถูกน้ําท่วม คุณศิริบอกว่า ไม่รู้ว่ารัฐบาลชุดนี้จะช่วยเขาอย่างไรบ้าง เขาถามว่าเขารู้สึกวิตกกังวลอย่างยิ่งว่าขณะนี้น้ําท่วมนาหมดแล้ว มานั่งเกี่ยวข้าว เราเห็นข้าว ที่ออกมาจากใต้น้ํา อยากจะรู้ว่ารัฐบาลชุดนี้จะช่วยเขาอย่างไรบ้าง และจะช่วยเท่าไร และวันนั้นท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ก็รับปากว่าเราจะมาปรึกษาในสภาผู้แทนราษฎร ผมเชื่อว่าไม่แน่คุณศิริ ขําขม อาจจะได้ฟังว่าภารกิจที่ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รับปากชาวนาที่ชื่อว่า ศิริ ขําขม ท่านได้มาดําเนินการแล้ว ท่านได้สั่งการให้พวกผม ผู้แทน ในลุ่มน้ํายมด้วยกันมาเป็นตัวแทนมาซักถามรัฐบาลชุดนี้แทนท่าน ฉะนั้นถือโอกาสนี้บอกกับ คุณศิริว่า ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ทําหน้าที่ตามที่คุณศิริฝากท่านอภิสิทธิ์เรียบร้อย แล้วครับ คําถามคุณศิริซึ่งเป็นตัวแทนชาวนาจริง ๆ ถามว่ารัฐบาลจะเยียวยาเขาอย่างไร และเยียวยาเมื่อไร แต่ผมติดตามข่าว อันนี้ผมตอบแทนครับว่าเมื่อวานนี้มีมติคณะรัฐมนตรี ออกมาชัดเจนว่ารัฐบาลจะเยียวยาเฉพาะถ้าเป็นนา น้ําท่วมนาให้ไร่ละ ๒,๒๒๒ บาท เฉพาะนานะครับ ผมอาจจะไม่พูดถึงเรื่องพืชไร่พืชสวน เพราะบ้านผมทําไร่ทําสวนน้อยครับ แต่สิ่งหนึ่งท่านธีระจําได้ ปีที่แล้วพวกผม ส.ส. ลุ่มน้ํายมมานั่งแถลงข่าว แม้แต่เราเป็นรัฐบาล ด้วยกันเราก็มานั่งแถลงข่าวเรียกร้องให้กับเกษตรกร เพราะว่าฐานเดิมเราเคยช่วยเกษตรกร ๖๐๖ บาท ท่านจําได้นะครับ แล้วพวกเราก็มา เรียกร้องว่า เกษตรกรบอก ๖๐๖ บาท อยู่ไม่ได้ แล้วปัญหาเรื่องน้ําท่วมเป็นภัยพิบัติก็ตําหนิ ใครไม่ได้ครับ มันเป็นเรื่องของธรรมชาติที่มา แล้วมาแบบรุนแรง ปีที่แล้วก็รุนแรง แต่เป็น หน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องเยียวยาช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรชาวไร่ชาวนา ถ้าท่านธีระจําได้ว่า คลื่น ๑๐๑ เคยเอาเรามาเจอกัน ท่านในฐานะรัฐบาล ผมก็ในฐานะ ส.ส. ตัวแทนประชาชน ผมก็มีหน้าที่บอกว่าเกษตรกรเขาเดือดร้อนมาก ขอให้ท่านช่วยมากกว่านี้ เพราะเรารู้ต้นทุน ในการทํานาต่อไร่อยู่ พี่น้องชาวนาทํานาต่อไร่ใช้เงินเยอะพอสมควร แล้วท่านก็รับปากผม ผ่านรายการวิทยุของคลื่น ๑๐๑ ผมจําได้แม่น แล้ววันนั้นตัวเลขสุดท้ายก็ออกมาที่ ๒,๐๙๘ บาท ท่านจําได้นะครับ ท่านรัฐมนตรีธีระครับ แล้วบังเอิญข่าวออกมา ๒,๒๒๒ บาท เยอะกว่าตอน สมัยท่านอภิสิทธิ์ ๑๒๔ บาท ซึ่งผมก็คิดว่าอย่างน้อยมันก็ดีขึ้นกว่าเดิม ก็คือได้มากขึ้น กว่าเดิมมา ๑๒๔ บาท แต่ในเมื่อท่านก็เคยเป็นรัฐมนตรีในสมัยรัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ ท่านให้ เครดิตท่านอภิสิทธิ์นิดหนึ่งครับ คือเมื่อเช้าผมฟังข่าวโทรทัศน์แล้วไม่สบายใจ แต่ผมไม่ได้ ตําหนิท่านนะครับ แต่ถือว่าอาจจะเป็นสื่อที่เวลาสื่อสารไปแล้วทําให้ข้อมูลผิดพลาด แล้วเกิด การเปรียบเทียบว่าครั้งนี้รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ให้ช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร ชาวนาน้ําท่วมนาไร่ละ ๒,๒๒๒ บาท ซึ่งมากกว่าในอดีตที่ผ่านมาที่เคยให้ไร่ละ ๖๐๖ บาท ผมฟังดูแล้ว อย่างนี้ไม่แฟร์ (Fair) เลย ความจริงท่านก็เป็นรัฐมนตรีในชุดของท่านอภิสิทธิ์ ด้วย เพราะว่าตอนนั้นเราก็มาต่อสู้กัน ท่านก็เป็นคนพูดเองว่าให้ ๒,๐๙๘ บาท แต่ไม่ได้ตําหนิ ต้องย้ํานะครับ ผมเกรงว่าอาจจะเป็นสื่อเอาไปพูดเอง แล้วไปตีราคากันเองว่าอดีตที่ผ่านมาให้ แค่ ๖๐๖ บาท รัฐบาลชุดนี้ให้ ๒,๒๒๒ บาท ซึ่งไม่ใช่ อดีตที่ผ่านมาทุกรัฐบาลให้ ๖๐๖ บาท เริ่มมีการปรับครั้งแรกตอนที่ท่านรัฐมนตรีธีระเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ ผมให้เครดิต (Credit) ท่าน และท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี ปรับการช่วยเหลือน้ําท่วมนาต่อไร่เป็น ๒,๐๙๘ บาท แล้วมายุคนี้เพิ่มมาอีก ๑๒๔ บาท จึงให้เป็น ๒,๒๒๒ บาทต่อไร่ ปัญหามันอยู่ตรงนี้ครับท่าน การเยียวยาช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรมันมี บรรทัดฐานเดิมที่เคยให้ ซึ่งท่านประธานก็คงจะทราบ เราผู้แทนเขตด้วยกันเราเข้าใจอารมณ์ นี้ดี สมัยที่แล้วท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มีโครงการประกันรายได้เกษตรกร เด้งที่ ๑ ให้ ๒,๐๙๘ บาท ปีนี้ท่านให้ ๒,๒๒๒ บาท เหมือนกัน ต่างกัน ๑๐๐ กว่าบาท ซึ่งควรจะให้ แต่เด้งที่ ๒ เป็นเด้งที่น่ากังวลใจ แม้แต่คุณศิริ ขําขม ก็ถามว่าท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ครับ ผมจะได้เงินส่วนต่างไหมหนอ ผมไปเจอพี่น้องที่พรหมพิรามก็โทรศัพท์มาถามเรื่องเงิน ส่วนต่าง ไปที่ไหนคนก็จะถามเรื่องเงินส่วนต่าง เพราะว่ามันก็คือการเยียวยาอีกรูปแบบหนึ่ง ที่รัฐบาลจะต้องดูแลพี่น้องประชาชน เพราะว่าสมัยที่ผ่านมาของท่านอภิสิทธิ์ให้มาเกือบ ๓,๐๐๐ บาท ๒,๐๐๐ กว่าบาทต่อ ๑ เกวียนในการเยียวยาพี่น้องประชาชน แต่ครั้งนี้ในเมื่อ รัฐบาลยังไม่มีคําตอบว่าจะให้ หรือไม่ อย่างไร เนื่องจากว่าทุกคนรับทราบอยู่แล้วว่ารัฐบาล ชุดนี้จะเอาโครงการจํานํามาเป็นโครงการในการดูแลพี่น้องชาวนา แต่เมื่อเช้าผมก็คุยกับ พี่น้องเกษตรกรบอกสบายใจเชื่อเถอะว่าอย่างไรก็ต้องให้ เพราะว่าในเมื่อรัฐบาลชุดนี้ ประกาศบอกว่าโครงการจํานําจะเริ่มต้นประมาณเดือนพฤศจิกายน ดังนั้น ณ ช่วงนี้เป็นช่วง รอยต่อมันยังต้องเป็นโครงการประกันรายได้ อย่างน้อยพี่น้องก็น่าจะยังโชคดีอยู่ที่จะได้เงิน ส่วนต่างของโครงการประกันรายได้ แต่ในเมื่อมันเป็นอย่างนี้ อันนี้ผมวิเคราะห์ด้วยเหตุ ด้วยผล ท่านรัฐมนตรีหรือถ้าท่านนายกรัฐมนตรีอยู่ ท่านมาประกาศเลยให้พี่น้องเกษตรกรชาวนา ฟังทั้งประเทศว่าพี่น้องชาวนาสบายใจได้ นอกจากได้เงิน ๒,๒๒๒ บาทแล้ว เงินส่วนต่าง ประกันรายได้ท่านได้แน่นอน แต่คําถามว่าจะได้เท่าไรนั้นอยู่ที่ราคาอ้างอิง แล้วก็ราคา ประกันที่รัฐบาลเคยตั้งไว้ ซึ่งถ้าแฟร์ ๆ ตรงไปตรงมา สมเหตุสมผล เพราะมีระยะเวลา แค่ฤดูเดียวคือฤดูนี้ ขณะนี้ผมเช็กดูยังมีการประกาศราคาอ้างอิงอยู่ ที่ทางกระทรวงพาณิชย์ ประกาศ แล้วก็ถ้าเราเป็นรัฐบาลเราจะประกันที่ไม่ต่ํากว่า ๑๒,๐๐๐ บาทเศษ ๆ แน่ ๆ เพราะว่าเราขึ้น ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นก็เอาตัวเลขตัวนี้เป็นตัวให้เป็นเงินส่วนต่างประกัน รายได้ ราคาตั้งคือต้องเป็น ๑๒,๐๐๐ บาทเศษ ๆ คําถามถามว่า ทําไมไม่เอา ๑๑,๐๐๐ บาท เพราะว่า ๑๑,๐๐๐ บาท เป็นตัวเลขเก่า ตอนเราเป็นรัฐบาลชุดเก่า วันนี้ถ้าเราได้เป็นรัฐบาล ใหม่เราจะประกันที่ ๑๒,๐๐๐ บาท แต่มันเป็นรอยต่อ ท่านก็ให้อานิสงส์พี่น้องชาวนา พูดดัง ๆ เลยครับว่าพี่น้องชาวนาครับ สบายใจได้เลย ฟังวันนี้ผมรัฐบาลของท่าน นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ให้เงินส่วนต่างประกันรายได้แน่นอน คําถามให้เท่าไร ก็คือให้ตั้งที่ ราคาประกันที่ประมาณ ๑๒,๐๐๐ บาทเศษ ๆ ตามที่รัฐบาลชุดเก่าเขาวางแผนไว้ นี่คือเรื่องที่ ๒ ขอให้พูดในสภาเลยครับ พูดให้ดัง ๆ เลยว่า เกษตรกรชาวนาได้แน่เขาจะได้สบายใจ
เรื่องที่ ๓ ก็คือเรื่องการเยียวยากรณีน้ําท่วมบ้านซึ่งเมื่อวานนี้ผมก็มีการซักไซ้ ในที่ประชุมพรรคประชาธิปัตย์เพื่อให้เกิดความชัดเจนว่า น้ําท่วมบ้านตอนสมัยท่านอภิสิทธิ์ เป็นนายกรัฐมนตรีช่วย ๕,๐๐๐ บาท ปริมาณของการช่วยเหลือเป็นเม็ดเงินหรือครัวเรือน เท่าไร ผมฟังดูแล้วตกใจครับท่านประธานครับ เนื่องจากปีที่แล้วมันน้ําท่วมประเทศครับ เพราะผมจําตัวเลขได้ว่า ปภ. ประกาศตัวเลขน้ําท่วมทั่วประเทศมาประมาณ ๖๐ กว่าจังหวัด ปรากฏว่ารัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ให้เงินช่วยเหลือน้ําท่วมบ้านตามเกณฑ์ ซึ่งท่านก็เป็นรัฐมนตรีอยู่ครัวเรือนละ ๕,๐๐๐ บาท ซึ่งวันนี้ตัวเลขนี้ก็เป็นฐานเดิมที่ ประชาชนเคยได้รับ เวลาไปไหนประชาชนก็ถามว่าน้ําท่วมบ้านฉันมาเป็นเดือนแล้วอยากจะรู้ ว่านายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์จะให้เงินน้ําท่วมบ้านหรือไม่ ดังนั้นผมก็เป็นหน้าที่ของความเป็น ตัวแทนประชาชนก็ต้องมาซักถามว่าตกลงท่านนายกรัฐมนตรีท่านจะประกาศให้เงิน ช่วยเหลือน้ําท่วมบ้านตามเกณฑ์ที่มติ ครม. เคยให้หรือไม่ ถ้าผมจําไม่ผิดเขามีเกณฑ์อยู่ ๒ ข้อ ท่านจะเอาเกณฑ์นี้ไปใช้ก็ได้เพราะว่ามันไม่ใช่เรื่องมิติทางการเมือง เช่น ถ้าน้ําป่า ไหลหลากมาทําให้เก็บข้าวของไม่ทันให้ทันที กรณีที่ ๒ คือถ้าน้ําท่วมขังเกิน ๗ วันได้ทันที ก็เท่ากับว่าพี่น้องบางระกําบ้านผมทุกคนรอเงินก้อนนี้เหมือนกัน แล้วถ้าถามความรู้สึกลึก ๆ แล้ววันนี้ตัวเลขการจ่ายอะไรต่าง ๆ มันปรับไปเยอะ ท่านจะปรับค่าแรง ๓๐๐ บาท ท่านจะ ปรับโครงการจํานําข้าวเกวียนละ ๑๕,๐๐๐ บาท ท่านจะให้ปริญญาตรี ๑๕,๐๐๐ บาท ซึ่งอันนั้นเดี๋ยวเรามาคุยกันเรื่องอนาคต ดังนั้นผมก็เชื่อว่าเงินน้ําท่วมบ้านจากเดิมที่ ท่านอภิสิทธิ์ให้ ๕,๐๐๐ บาท ท่านน่าจะปรับไปสัก ๗,๐๐๐ บาท ซึ่งผมคิดว่ามันจะพอ สมเหตุสมผลกับการเปลี่ยนแปลงของเม็ดเงินงบประมาณที่มันเกิดขึ้นในการใช้จ่ายของ พี่น้องประชาชน ดังนั้นผมสรุปนะครับ ผมยังไม่จบท่านประธานยังไม่ต้องจับไมโครโฟนครับ ผมต้องการย้ําประเด็น