สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๓๑ สิงหาคม ๒๕๕๔

ธนิตพล ไชยนันทน์ หารือเรื่องปัญหาน้ำท่วมในเขตลุ่มน้ำวัง โดยเรียกร้องให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาแก้ไขปัญหาน้ำท่วม และวิพากษ์วิจารณ์การบริหารจัดการน้ำที่ไม่ดีในลุ่มน้ำวัง นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้รัฐบาลให้การช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมอย่างเพียงพอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการช่วยเหลือมากกว่า 2,200 บาท และมีแผนการเยียวยาที่ชัดเจนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ

นายธนิตพล ไชยนันทน์ ตาก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ธนิตพล ไชยนันทน์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดตาก ท่านประธานครับ ผมได้ยื่นญัตติเพื่อ ขอให้ทางสภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาแก้ไขปัญหาน้ําท่วม ในเขตลุ่มน้ําวังนะครับ เนื่องจากว่าวันนี้ผมเชื่อว่าท่านประธานรวมถึงเพื่อนสมาชิก หลาย ๆ ท่านก็คงทราบว่ามันเป็นช่วงหน้าฝน ซึ่งในฤดูฝนในครั้งนี้มันมาก่อนเวลาที่พวกเรา คาดหมายกันไว้ รวมไปถึงพี่น้องเกษตรกรที่คาดหมายกันไว้เยอะเลยครับ และในตลอด ระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมาครับ ปัญหาอุทกภัยถ้าท่านประธานจําได้ เพราะท่านประธานเป็น ผู้แทนราษฎรมาหลายสมัยเช่นเดียวกับกระผม ปัญหาอุทกภัยที่ผ่านมานั้น พวกเรารู้สึกได้ว่า น้ําท่วมที่เกิดขึ้นมันหนักขึ้น ๆ ทุกปี ๆ ครับ และที่สําคัญก็คือว่าการแก้ปัญหาของอุทกภัย ในแต่ละลุ่มน้ําผมเข้าใจว่าแก้ยากขึ้น ๆ ผมคิดว่าไม่น่าจะเกี่ยวกับเรื่องของการจัด งบประมาณครับ เพราะงบประมาณแต่ละปีที่จัดให้กับน้ําท่วมมีจํานวนมหาศาลมาก ไม่ว่าจะเป็นงบในการสร้างและงบในการซ่อม แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นผมคิดว่าสิ่งที่วันนี้ สภาผู้แทนราษฎรควรจะทําครับ การตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญที่เกิดขึ้น ผมคิดว่า ผู้แทนราษฎรที่จะเข้าไปเป็นกรรมาธิการวิสามัญจะต้องเข้าไปดูในส่วนของการบริหารจัดการ ทั้งลุ่มน้ําครับ ผมกราบเรียนว่าลุ่มน้ําวังซึ่งเป็นเขตพื้นที่ที่กระผมอาศัยอยู่ด้วย และเป็นเขต พื้นที่ของกระผมนะครับ พวกเราผู้แทนราษฎรทั้ง ๔ คน ของพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งทํางาน ร่วมกันก็คือ ท่านเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ ท่านชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ คุณหมอเธียรชัย สุวรรณเพ็ญ และกระผมครับ ทํางานร่วมกันกับพี่น้องประชาชนทุกปี เกี่ยวกับเรื่องของปัญหาแม่น้ําวัง แต่ก็แก้ไม่ได้ เหตุผลที่แก้ไม่ได้นี่นะครับ ผมยืนยันท่านประธานไม่ใช่ว่าพวกเราทํางาน ไม่เต็มที่ เต็มที่ที่สุดแล้ว ข้าราชการในพื้นที่ก็ทํางานเต็มที่ที่สุด แม้แต่พี่น้องประชาชน ก็ทํางานเต็มที่ที่สุด แต่สุดท้ายก็ท่วม ถ้าท่านประธานไปเห็นว่าพี่น้องประชาชนที่อยู่ในเขต พื้นที่ลุ่มน้ําวังตีหนึ่ง ตีสอง ยังต้องกรอกทรายใส่กระสอบเตรียมป้องกันริมตลิ่ง ตีหนึ่ง ตีสอง จะต้องออกมาคอยดูน้ํา ขนของออกจากบ้าน พวกผมที่เป็นผู้แทนราษฎรต้องคอยเช็ก (Check) กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของการบริหาร จัดการน้ําตลอดเวลาว่าขณะนี้น้ํามาเท่าไร ข้าราชการทุกคนไม่ได้หลับได้นอน ผมคิดว่า ปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้มันเกิดจากการที่พวกเราไม่ได้ทํางานกันในฐานะของผู้ดูแลลุ่มน้ํา ทั้งลุ่มน้ําครับ ถ้าวันนี้ผมเชื่อว่าลุ่มน้ําวัง ผมยกตัวอย่างนะครับ เพราะเป็นลุ่มน้ําที่ผมมี ประสบการณ์กับเขามากที่สุด ลุ่มน้ําวังมันเป็นลุ่มน้ําสําคัญอีกลุ่มน้ําหนึ่งในภาคเหนือ ลุ่มน้ํา ภาคเหนือมีอยู่ ๔ เส้นครับที่สําคัญแล้วก็เป็นลุ่มน้ําที่เป็นเส้นใหญ่ คือ แม่น้ําปิง แม่น้ํายม แม่น้ําน่าน และแม่น้ําวัง แม่น้ําวังเริ่มจากจังหวัดเชียงรายผ่านมาจนถึงจังหวัดลําปาง แล้วก็ มาสิ้นสุดที่จังหวัดตาก โดยไปรวมกับลุ่มน้ําปิง ระยะทางตั้งแต่จังหวัดเชียงรายถึงจังหวัดตากครับ ประมาณเกือบ ๆ ๔๐๐ กิโลเมตร ผมกราบเรียนท่านประธานว่าทําไมถึงระยะยาว เพราะว่า สภาพลุ่มน้ํามันคดเคี้ยวครับ และถ้าท่านประธานจะสังเกตนะครับ เพื่อนสมาชิก ที่อภิปรายเรื่องของแม่น้ํายมก็เช่นเดียวกันครับ สภาพแม่น้ํายมก็เป็นคล้าย ๆ แม่น้ําวังก็คือ สภาพมันคดเคี้ยว มันจึงเกิดปัญหาเยอะมาก และปัญหาที่สําคัญครับ นอกจากสภาพคดเคี้ยว เท่านั้นยังไม่พอ ลําน้ําซึ่งเราไม่ได้ดูแลกันมาเป็นระยะเวลานานมันก็ทําให้ลําน้ํานี้ตื้นเขิน รวมไปถึงพื้นที่ที่รองรับน้ํา มันมีน้อยครับ แน่นอนครับที่จังหวัดลําปาง พวกผมเองครับ รวมไปถึงเพื่อน ส.ส. ตอนนั้นอยู่พรรคไทยรักไทย ซึ่งอยู่จังหวัดลําปางครับ เดี๋ยวนี้สอบตก ไปแล้ว ร่วมกันเพื่อจะหาทางแก้ไขปัญหาโดยการเสนอโครงการเขื่อนกิ่วคอหมาเกิดขึ้น วันนี้ เขื่อนกิ่วคอหมาเกิดขึ้นแล้วครับ แต่ก็ยังท่วมอยู่ ลําปางแน่นอนครับ ปัญหาที่เคยท่วมเขา อาจจะเบาลงบ้าง เนื่องจากเกิดกิ่วคอหมาเกิดขึ้น ซึ่งเป็นเขื่อนขนาดใหญ่ แต่ว่าจังหวัดตาก เราไม่มีพื้นที่รองรับน้ําเหมือนกับจังหวัดลําปาง ทําให้เกิดปัญหาน้ําท่วมในแต่ละปี ๆ ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนว่านอกเหนือจากเขื่อนแล้ว ลําน้ําที่ทอดยาวตลอดเส้นทาง ที่ผมกราบเรียนนั้น มีลําน้ําสาขาที่อยู่ในเขตพื้นที่บริเวณลุ่มน้ําวังที่พร้อมที่จะระบายน้ํา ออกมาในขณะที่เกิดพายุอีกประมาณ ๖๐ แห่งครับ ลําน้ําอีก ๖๐ แห่งที่เกิดขึ้นบวกกับลําน้ํา ที่ตื้นเขินของแม่น้ําวังและการบริหารจัดการน้ําที่ไม่สามารถที่จะบริหารจัดการได้ดีมากพอ นี่นะครับ จึงเกิดปัญหาน้ําท่วมตามมาครับ ตลอดระยะทางเส้นทางของอําเภอสามเงา อําเภอบ้านตาก ในทุก ๆ ปีพี่น้องประชาชนไม่กล้าที่จะลงทุนในการปลูกพืชผลการเกษตร เพราะว่าไม่แน่ใจว่าปีนี้น้ําจะท่วมมาถึงไร่ตัวเองหรือเปล่า น้ําท่วมนี่น้ําท่วมแน่ ๆ ครับ แต่จะ ถึงไร่ของตัวเองหรือเปล่านี่ไม่แน่ใจ ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้วดินในเขตพื้นที่อําเภอสามเงาและ บ้านตากเป็นดินที่สามารถปลูกพืชผลการเกษตรได้อย่างดี นี่คือสิ่งหนึ่งที่ผมจําเป็นต้อง ยื่นญัตติ เพื่อที่อยากจะให้พี่น้องประชาชนได้มีโอกาสปลูกพืชผลการเกษตร ได้กอบโกยเงิน จากผืนดินที่เขามีอยู่ ผมกราบเรียนท่านประธานต่อนะครับว่าสถิติที่เกิดขึ้นอุทกภัยของ อําเภอสามเงาและบ้านตากนี้ทุกปีนะครับ และการแก้ไขปัญหาที่ผ่านมานั้นผมก็เชื่อว่า การแก้ไขในเฉพาะจังหวัดตากเราพยายามทําอย่างเป็นระบบที่สุดเท่าที่พวกเรา ทั้งนักการเมืองในท้องถิ่น นักการเมืองในระดับประเทศอย่างพวกเรา รวมไปถึงข้าราชการ พี่น้องประชาชน เราทํากันอย่างเป็นระบบมากที่สุดแล้ว แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นครับ คือผมคิดว่า มันมีปัญหาระหว่างหน่วยงานราชการ ไม่ใช่หน่วยงานทํางานไม่ดีนะครับ ดีครับ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือว่าปัญหาระหว่างหน่วยงานราชการมันทําให้โครงการต่าง ๆ ที่ควรจะ เข้าไปแก้ไขปัญหาอุทกภัยให้กับพี่น้องในเขตพื้นที่อําเภอสามเงาและบ้านตากนั้นมันล่าช้า และสุดท้ายเมื่อล่าช้าปีนั้นก็น้ําท่วมครับ ผมยกตัวอย่างอย่างเช่น แค่เฉพาะโครงการที่ เกี่ยวข้องกับเรื่องของน้ํา มีหน่วยงานที่รับผิดชอบอยู่ ๒-๓ หน่วยงาน และวันนี้บางแห่งเรา ยังไม่แน่ใจเลยครับว่าใครคือเจ้าภาพในการรับผิดชอบ อย่างเช่น กรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ํา และบางครั้งในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องที่เราจะต้องไปเวนคืนที่ดินเพื่อจะหาทาง ระบายทางน้ําครับ ซึ่งเป็นที่ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปรากฏว่า โครงการมีแล้ว เงินมีแล้ว ท่านรัฐมนตรีท่านนั่งอยู่นี่นะครับท่านทราบดีครับ เพราะผมเคยปรึกษา ท่านบ่อย เงินมี โครงการมี ทุกอย่างเรียบร้อย แต่ว่าทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมยังไม่ได้เซ็นอนุมัติให้เข้าไปทําในพื้นที่ได้ ก็ไม่มีใครกล้าไปทํา สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ละครับ ท่านประธานที่ผมอยากจะกราบเรียนกับท่านประธานว่า มันเป็นปัญหาที่ผมคิดว่าวันนี้ คณะกรรมาธิการวิสามัญหากเราจะตั้ง เขาจะต้องเข้าไปดูเรื่องนี้ครับ ในส่วนหนึ่งที่ผม อยากจะกราบเรียนก็คือว่าวันนี้ความเสียหายที่เกิดขึ้นเอาเฉพาะจังหวัดตากครับ เพราะผมมี ข้อมูลอยู่เท่านี้ครับ จังหวัดลําปางผมไม่มีนะครับ แต่เชื่อว่าจังหวัดนี้ก็มีปัญหาเช่นเดียวกัน เมื่อเกิดน้ําท่วมในแต่ละปีครับ ปีนี้มากที่สุด พี่น้องประชาชนถึง ๕,๐๐๐ ครัวเรือน ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ําท่วม น้ําท่วมบ้านนะครับ และที่น่าเสียใจไปกว่านั้นท่านประธานครับ น้ําท่วมบ้านในแต่ละปีซึ่งพวกเราไม่อยากจะให้เกิด คือการสูญเสียชีวิตของผู้ที่อาศัย อยู่ในบริเวณลุ่มน้ําวังจังหวัดตาก ๓ รายครับ นี่ยังไม่นับจังหวัดอื่นนะครับ เรื่องอย่างนี้ก็ไม่น่าเกิด ทรัพย์สินที่พวกเรานั่งประเมินกันครับ ที่เสียหายไปประมาณ ๖๐๐ ล้านบาท ๗๐๐ ล้านบาท ๘๐๐ ล้านบาท มากมายมหาศาล นี่คือสิ่งที่สูญเสียไปกับน้ํา ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้ว ๖๐๐ ล้านบาท ๗๐๐ ล้านบาท ๘๐๐ ล้านบาทนี่ควรจะอยู่ในกระเป๋าของพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่ที่ทําไร่ ทําสวนประกอบอาชีพ และผมเชื่อว่าหากพี่น้องเกษตรกรสามารถประกอบอาชีพโดยที่ไม่มีน้ําท่วมได้ ๖๐๐-๗๐๐ ล้านบาทไม่ใช่นะครับ นี่คือแค่สูญเสีย ผมคิดว่าเขาจะสามารถหาได้มากกว่านั้น ผมนั่งประเมินคร่าว ๆ อาจจะถึง ๓,๐๐๐-๔,๐๐๐ ล้านบาทที่จะอยู่ในกระเป๋าของ พี่น้องประชาชน ๒ อําเภอนี้ ผมจึงกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่า ผลของอุทกภัย ที่เกิดขึ้นในวันนี้ มันกระทบกับคนที่พวกเราทุกคนในที่นี้ห่วงใยที่สุดคือพี่น้องเกษตรกร ผมคิดว่าการที่พวกเราจะตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นเพื่อจะแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกร ที่อยู่บริเวณลุ่มน้ําเป็นเรื่องที่จําเป็นครับ และคณะกรรมาธิการนี้ไม่ควรจะเป็นคณะเล็ก เพราะถ้าท่านประธานดูในญัตติทั้งหมด ๑๒ ญัตติครับ ๑๒ ญัตตินี้ไม่ได้มีเฉพาะแม่น้ํายม นะครับ มีแม่น้ําวัง มีแม่น้ําที่ผ่านแม่น้ําเจ้าพระยาและในเขตพื้นที่ภาคอีสานเช่นเดียวกันครับ ผมทราบมาว่าท่านประธานรวมถึงวิปทั้ง ๒ ฝ่ายบอกว่าจะตั้งคณะสักประมาณ ๓๐ กว่าคน เท่านั้นก็พอ ผมกราบเรียนท่านประธานนะครับ เรื่องนี้ถ้าพวกเราสามารถเข้าไปดูทั้งลุ่มน้ําได้ ผมพอจะมี อํานาจสามารถไปดูในเขตพื้นที่ทั้งลุ่มน้ําตั้งแต่ต้นน้ําจนปลายน้ําได้ แล้วเราช่วยกับข้าราชการ ในการวางแผน พี่น้องประชาชนเขาจะได้ประโยชน์จากเรื่องนี้เต็ม ๆ นี่เรื่องหนึ่งครับ ที่ผม อยากจะกราบเรียนท่านประธาน

อีกเรื่องหนึ่งครับ ก่อนที่ผมจะได้จบการอภิปรายในฐานะเจ้าของญัตติ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าวันนี้ความเสียหายที่เกิดขึ้นแน่นอนครับต้องมีการเยียวยา ทางรัฐบาลก็บอกแล้วว่าจะเข้ามาเยียวยา ปัญหา ๒ เรื่องครับที่ผมอยากจะฝากรัฐบาล

เรื่องแรกก็คือการเยียวยานะครับ ผมอยากจะให้เป็นการเยียวยาที่คุ้มกับ ความเสียหายของเกษตรกร เพราะวันนี้ครับ จริงอยู่ครับ ผมยอมรับว่า ๒,๒๐๐ บาท เป็นราคาประเมินที่สามารถประเมินได้จริง ๆ แต่จริง ๆ แล้วความเสียหายเวลาพืชผล การเกษตรเสียหายมันมากกว่าที่เขาประเมินเยอะครับ ไม่ใช่ ๒,๒๐๐ บาทครับ ถ้าวันนี้ รัฐบาลจะกรุณาครับ ไม่ใช่ให้กับผมนะครับ ให้กับเกษตรกรที่เขาอยู่ในเขตพื้นที่บริเวณ น้ําท่วมว่า เอาละ ปัญหาวันนี้เขาเยอะมากพอแล้วรัฐบาลก็เข้าไปช่วย ท่านต้องให้มากกว่า ๒,๒๐๐ บาท

ประการที่ ๒ คือนอกจากให้ ๒,๒๐๐ บาทแล้ว ในเรื่องของแผนการเยียวยา ก็ต้องชัดเจนครับ อย่าให้ใครมานั่งถามต่อว่า ตกลงบอกว่าจะเยียวยา บอกว่าจะแก้ไขปัญหา มีแม่แบบเรียบร้อย แต่ว่าไม่รู้ว่าแม่แบบต้องทําอะไรบ้าง พูดออกมาเลยครับให้ชัดเจน ผมเชื่อว่าในคณะรัฐมนตรีรวมไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีท่านมีประสบการณ์ คนในรัฐบาลก็มี ประสบการณ์เยอะแยะไปหมด กับแค่สร้างความชัดเจนให้เกิดขึ้นเพื่อให้พี่น้องเกษตรกร เขาสบายใจทําไมไม่ทํา

เรื่องสุดท้ายที่ผมจะกราบเรียนก็คือว่า นอกจากความชัดเจนแล้วต้องรวดเร็ว ไม่ใช่ว่าวันนี้บอกตัวเลขให้พี่น้องเกษตรกรฝันหวานไปก่อน แล้วกว่าจะจ่ายรอไปอีกนาน ไม่ได้นะครับ เพราะท่านประธานทราบดี ท่านประธานเป็น ส.ส. ในพื้นที่ท่านทราบดีนะครับ เกษตรกรหลังจากน้ําท่วมเขาจะต้องรีบลงทุน เพราะถ้าเขาไม่รีบลงทุนในครั้งนี้ ปีนั้นทั้งปี จะไม่มีเงินใช้จ่าย ข้าวจะไม่มีกิน วันนี้น้ําท่วมข้าวท่วมนากี่ไร่ครับ ทั้งในภาคเหนือ ทั้งใน ภาคกลาง ไม่ต้องพูดถึงเรื่องขายนะครับ ขายน่ะไม่มีอยู่แล้วครับ แต่ข้าวที่เราจะรับประทาน อยู่ทุกวันนี้ พี่น้องบนดอย เกษตรกรที่อยู่บนดอยไม่มีข้าวกิน ถ้าได้รับเงินเยียวยา ส่วนหนึ่ง เขาจะเอาไปซื้อข้าวกินครับ อีกส่วนหนึ่งเขาจะเอาไปสําหรับการลงทุนใหม่ ผมไม่อยากเห็น พี่น้องประชาชนต้องมาเดือดร้อนนะครับ รัฐบาลนี้ตั้งแต่ก่อนหาเสียงเลือกตั้งท่านสัญญากับ พี่น้องประชาชนไว้ว่าท่านจะแก้ไขปัญหาน้ําท่วม ท่านบอกว่าลาก่อนน้ําท่วม เพิ่งมารับ ตําแหน่งไม่เป็นไรครับ แต่ว่าหลังจากนี้การทํางานของรัฐบาลต้องทําให้ได้อย่างที่พูดครับ กราบขอบพระคุณครับ