นคร มาฉิม เสนอญัตติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในประเทศไทย โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพและบูรณาการ เพื่อป้องกันภัยน้ำท่วมและภัยแล้งอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ นคร มาฉิม ยังหารือเรื่องความเสียหายจากภัยแล้งและอุทกภัยที่เกิดขึ้นในแต่ละปี และเรียกร้องให้ดำเนินการเยียวยา นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศที่ขาดเอกภาพและบูรณาการระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการตามข้อศึกษาที่คณะกรรมาธิการของสภาได้พิจารณาไว้
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมกับ เพื่อนสมาชิกของพรรคประชาธิปัตย์ คือ ท่าน ส.ส. วิรัตน์ วิริยะพงษ์ จากจังหวัดสุโขทัย และท่านนราพัฒน์ แก้วทอง จากจังหวัดพิจิตร พร้อมกับเพื่อนสมาชิกของพรรคประชาธิปัตย์ ได้พร้อมกันเสนอญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาแก้ไขปัญหาน้ําท่วม
ท่านประธานที่เคารพครับ ด้วยปัจจุบันประเทศไทยกําลังประสบกับอุทกภัย อย่างรุนแรงหลายจังหวัดในทุกภูมิภาคของประเทศ ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนเป็นจํานวนมาก ซึ่งปัญหาดังกล่าวจะเกิดขึ้นซ้ําซากทุกปี ทั้งนี้ ส่วนหนึ่งเกิดมาจากการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําที่ขาดประสิทธิภาพทั้ง ๒๕ ลุ่มน้ํา ขาดการบูรณาการการมีส่วนร่วมทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ทั้งส่วนกลางและส่วนท้องถิ่น ทําให้การบริหารจัดการทรัพยากรน้ําของประเทศขาดระบบและไม่เกิดประโยชน์สูงสุด แก่ประเทศชาติและประชาชน ฤดูฝนน้ําจะท่วมแบบนี้ทุกปีอย่างซ้ําซาก ฤดูแล้งก็จะเกิด ภัยแล้งต่อเนื่องทุกปีเช่นกัน และถึงแม้ว่าจะมีงบประมาณเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน งบประมาณฉุกเฉิน งบประมาณเพื่อบรรเทาสาธารณภัย หรืองบประมาณอื่น ๆ ก็เป็น เพียงแต่การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าและเต็มไปด้วยการทุจริตคอร์รัปชัน (Corruption) ไม่มีความมั่นคงและยั่งยืนในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําที่จะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด แก่ประชาชนและสร้างมูลค่าเพิ่มทางด้านเศรษฐกิจ เพื่อเป็นการพัฒนาประเทศชาติ ให้เป็นแหล่งผลิตอาหารทั้งในระดับภูมิภาคและในระดับโลก ปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้เป็นปัญหา สําคัญของประเทศและประชาชน สภาผู้แทนราษฎรควรที่จะพิจารณาศึกษาเพื่อหาแนวทาง ในการแก้ไขปัญหาและเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรและรัฐบาลต่อไป รวมไปถึงส่วนที่เกี่ยวข้อง ทุกภาคส่วนเพื่อประโยชน์อย่างสูงสุดของประเทศชาติและประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตอภิปรายสนับสนุนญัตติสักเล็กน้อยเพื่อประกอบการพิจารณาของ ท่านประธานและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน
ท่านประธานที่เคารพครับ ความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งภัยแล้งและอุทกภัย ในแต่ละปีนั้นมากมายมหาศาลเหลือเกิน โดยคํานวณปีหนึ่ง ๆ โดยเฉลี่ยแล้วทั้งภาครัฐ และภาคประชาชนที่ต้องเสียหายไปไม่น้อยกว่า ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทในแต่ละปี ซึ่งเป็นความ สูญเสียที่ใหญ่หลวงและก่อให้เกิดปัญหาต่อเนื่องตามมา เช่น ปัญหาความขาดไร้อุปการะในกรณีที่เสียชีวิต ปัญหาหนี้สินในกรณีที่ทรัพย์สินเสียหาย ปัญหาการคมนาคมขนส่ง แม้กระทั่งสุขภาพทางจิตของพี่น้องประชาชนในแต่ละพื้นที่ที่ถูก ผลกระทบจากอุทกภัย ท่านประธานที่เคารพครับ เพราะฉะนั้นในแต่ละปีถ้าเกิดว่าคํานวณ กันแล้ว ๑๐ ปี ความเสียหายและการเยียวยาทั้งภาครัฐและเอกชนจะมีมูลค่าประมาณ ล้านล้านบาท
เรื่องที่ ๒ ครับ การขาดเอกภาพของการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําของ ประเทศในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมาถือว่าไม่ประสบความสําเร็จและขาดการบูรณาการ เช่น กรมชลประทานอยู่ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมทรัพยากรน้ํา กรมป่าไม้ อยู่ที่ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมพัฒนาที่ดิน กรมโยธาธิการและผังเมือง ก็ไปอยู่ที่กระทรวงมหาดไทย กรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืชก็ไปอยู่ที่กระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือแม้แต่กระทั่งกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นก็ไปอยู่ที่ กระทรวงมหาดไทย องค์กร กรม และกระทรวงต่าง ๆ เหล่านี้ขาดการบูรณาการ ขาดเอกภาพในการบริหารจัดการ ขาดทิศทางในการที่จะกําหนดแผนในการบริหารจัดการ ในแต่ละลุ่มน้ําหลัก ในแต่ละลุ่มน้ําสาขา รวมไปถึงห้วย หนอง คลอง บึง บางต่าง ๆ เอกภาพ ที่สูญหายไปก็ทําให้แต่ละองค์กร แต่ละหน่วยงาน แต่ละกระทรวงต่างคนต่างเดิน ต่างคนต่างฟัง เจ้ากระทรวงของแต่ละคน เอกภาพต่าง ๆ เหล่านี้การบริหารจึงไม่บูรณาการ โดยเฉพาะที่สําคัญที่สุดก็คือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เรามีประมาณ ๘,๐๐๐ แห่ง เราขาด การส่งเสริมและสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเหล่านี้ ซึ่งเขาจะรู้จักปัญหาในแต่ละ พื้นที่ของตนเองดีที่สุด เขาขาดการผลักดันงบประมาณให้เข้าไปมีส่วนร่วมในการบริหาร จัดการ อันนี้คือเอกภาพและการบริหารจัดการที่ขาดไปในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา เป็นส่วนสําคัญยิ่งในการก่อให้เกิดความล้มเหลวในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ของประเทศ ท่านประธานที่เคารพครับ
เรื่องที่ ๓ ที่ผมจะขออนุญาตฝากไว้ การทุจริตคอร์รัปชัน การทุจริตคอร์รัปชัน เป็นเรื่องที่กัดเซาะและบ่อนทําลายการบูรณาการเรื่องแหล่งน้ํา รวมไปถึงเรื่องต่าง ๆ มากที่สุด โดยเฉพาะเรื่องแหล่งน้ํา ท่านประธานครับ เรื่องแหล่งน้ําผมได้ยินกับหูได้เห็นกับตา ว่าการทุจริตนั้นมากมายเหลือเกินครับ บางจังหวัดพอน้ําท่วมนี่นะครับผู้บริหารบางคนบางส่วน ดีใจเลย ได้งบฉุกเฉินมาแล้ว ปกติได้ ๕๐ ล้านบาท ถ้าเกิดว่าน้ําท่วมแบบนี้อาจจะได้เพิ่มอีก ๑๐๐-๒๐๐ ล้านบาท ทําไมถึงดีใจครับบนความทุกข์ยากของราษฎรที่ได้รับผลกระทบ จากภัยพิบัติทางธรรมชาติ เพราะมันหมายถึงเงินทอนที่จะได้จากการคอร์รัปชันเรื่อง งบประมาณแผ่นดิน ท่านประธานครับ บางจังหวัด บางหน่วยงาน พอฝนตกมา ไม่ว่าจะเป็น มรสุมหรือว่าพายุ น้ําเริ่มท่วม มีขยะมูลฝอย มีซากเศษไม้พืชพันธุ์อะไรต่าง ๆ ไปเกี่ยวไปติด ก็ตั้งงบประมาณฉุกเฉินไปเลย อันนี้ไม่ต้องมีการตรวจสอบนะ เป็นงบฉุกเฉินขอเอาเครื่องจักร เครื่องกล เอาแบคโฮ (Backhoe) ไปเขี่ยสิ่งต่าง ๆ ออกแล้วก็ตั้งเบิกแล้วก็ทอนให้กับ หน่วยสังกัด บางจังหวัดสูงถึงร้อยละ ๕๐ ท่านประธานครับ บางจังหวัดหักหัวคิวกันก่อน ร้อยละ ๔๐ ร้อยละ ๕๐ แล้วงบประมาณต่าง ๆ ที่เอาไปเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนถึงมือคนที่เดือดร้อนจริง ๆ แค่เพียงบางส่วน ผมเลยบอกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมช้ําใจแทนพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด แต่แน่นอนครับ หลายจังหวัด หลายพื้นที่ หลายหน่วยงานก็ทุ่มเททํางาน ผมขอเป็นกําลังใจ และชื่นชมคนที่เสียสละแต่ไม่คอร์รัปชัน ท่านประธานที่เคารพครับ
เรื่องที่ ๔ ที่ผมอยากจะกราบเรียนแล้วก็ฝากท่านประธานไปถึงรัฐบาล ก็คือผลกระทบที่ประเทศของเราเสียโอกาสในเรื่องการสร้างไทยให้เป็นครัวโลกครับ หลายยุคหลายสมัยเราพูดกันมาเสมอว่าประเทศไทยคือสุวรรณภูมิ คือแผ่นดินทอง เป็นแหล่งที่ผลิตพืชพันธุ์ธัญญาหารที่มีคุณภาพที่สุดของโลกแห่งหนึ่ง แล้วก็เป็นที่ต้องการ ของตลาดโลกมากเหลือเกิน ไม่ว่าจะเป็นข้าว ยาง มันสําปะหลัง ข้าวโพด หรือพืชอื่น ๆ พืชผักผลไม้ต่าง ๆ ที่ส่งออกไปจากประเทศของเราไปสู่ตลาดโลกในหลายประเทศทั่วโลก ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าไม่มีน้ําช่วงหน้าฝนก็เสียหายกันแบบนี้ทุกปีครับ ช่วงหน้าแล้ง ก็ไม่มีน้ําที่จะไปหล่อเลี้ยงหรือทําการเกษตรต่าง ๆ เราละเลยจุดแข็งของประเทศอันนี้ไป เราเสียดายโอกาสแทนพี่น้องประชาชนที่ประเทศของเราควรที่จะเป็นแหล่งผลิตสินค้าที่มี คุณภาพทางด้านการเกษตรและส่งออกไปทั่วโลก เราขาดโอกาส เพราะขาดการบูรณาการ เรื่องแหล่งน้ําและเรื่องที่ดินอย่างจริงจัง ท่านประธานที่เคารพครับ อยากจะฝาก ท่านประธานผ่านไปถึงคณะกรรมาธิการที่จะมีขึ้นนะครับว่าการศึกษาคณะกรรมาธิการ ในแต่ละชุดของสภาผู้แทนราษฎรนั้นได้มีการพิจารณาศึกษากันอย่างละเอียดถี่ถ้วนลึกซึ้ง แล้วก็เชิญทุกส่วนราชการเข้ามาให้ข้อมูล ท่านประธานที่เคารพครับ แต่พอศึกษาเสร็จ เอามารายงานต่อสภาเสร็จ สภาได้พิจารณาให้ความเห็นชอบแล้ว ท่านประธานครับ ผลเป็นอย่างไรครับ เอาเก็บเข้าตู้ห้องสมุดของสภา ไม่มีผลในทางปฏิบัติจากการศึกษา จากการทําหน้าที่อย่างเข้มแข็งของสภาผู้แทนราษฎรเลย ผมอยากจะขอถือโอกาสนี้ กราบเรียนท่านประธานว่าข้อศึกษาต่าง ๆ ที่คณะกรรมาธิการของสภาในแต่ละชุด ได้พิจารณาศึกษาอย่างละเอียดถี่ถ้วนนั้นขอให้รัฐบาลหยิบเอาไปทําเถอะครับ อย่าไปฟัง แต่ส่วนราชการต่าง ๆ ไปจําที่เขาอาจจะรายงานขึ้นมา ดีครับนาย เอาอันนั้นตามที่นายขอเลย อันนั้นตามที่ท่านขอเลย แต่สภาคือเสียงสะท้อนอันแท้จริงของพี่น้องคนไทยทั้งประเทศ ในฐานะผู้แทนปวงชนชาวไทย แต่กลับไม่มีราคา ไม่คุ้มกับงบประมาณที่ไปจ่ายเป็นเบี้ยเลี้ยง เป็นเบี้ยประชุมที่สภาได้ทุ่มเททํางานและหมดเงินงบประมาณแผ่นดินไปปีละไม่น้อย เพราะเอกสารต่าง ๆ ที่ศึกษากันมาอย่างละเอียดถี่ถ้วน รัฐบาลไม่เคยให้ความสําคัญต่อสภาเลย ถ้าเที่ยวนี้มีการตั้งขึ้นและหยิบยกเอาข้อศึกษาต่าง ๆ ที่กรรมาธิการของสภาแต่ละชุด ได้พิจารณาศึกษา รวมทั้งชุดที่จะมีขึ้น รัฐบาลทําเถอะครับ เราไม่มีเวลาเหลือพอที่จะมา เสียเวลากับการศึกษาอีกแล้ว จะต้องเริ่มทําทันทีตั้งแต่บัดนี้ จะต้องทําทันทีตั้งแต่เดี๋ยวนี้ เพราะความทุกข์อยู่กับพี่น้องคนไทยทั้งประเทศอยู่ และภัยแล้งก็กําลังจะตามมาในอีกไม่กี่เดือน ข้างหน้า เพราะฉะนั้นอยากจะฝากเรื่องนี้กับท่านประธานไปยังรัฐบาล ไปยังส่วนราชการ ที่เกี่ยวข้องว่าสภาได้เคยพิจารณาศึกษามาแล้ว
เรื่องที่ ๖ ครับท่านประธานครับ เรื่องนี้ที่ผมอยากจะฝากกราบเรียน ท่านประธานว่าขอเป็นวาระแห่งชาติได้ไหมในเรื่องการบูรณาการและการบริหารจัดการ ทรัพยากรน้ําของประเทศ เป็นวาระแห่งชาติอย่างแท้จริง ให้แผนปฏิบัติการเริ่มตั้งแต่ แผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ให้เริ่มตั้งแต่การบูรณาการหน่วยงานทุกหน่วย ให้ไปรวมศูนย์ในการตัดสินใจ ไม่ว่าจะมีการตั้งกระทรวงทรัพยากรน้ําขึ้นหรือไม่ หรือว่าอยู่ใน การกํากับดูแลของนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของฝ่ายบริหารหรือไม่ แล้วให้ อยู่เหนือพรรคการเมือง ให้เหนือการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย เพราะเวลาน้ําท่วมมันไม่เลือกนะว่า จังหวัดนี้เลือกพรรคประชาธิปัตย์แล้วน้ําไม่ท่วม ไม่ใช่นะครับ จังหวัดนี้เลือกพรรคเพื่อไทย แล้วน้ําไม่ท่วม มันไม่ใช่นะครับ น้ํามันคือธรรมชาติที่ไหลจากที่สูงลงที่ต่ํา เพราะฉะนั้นถ้าไม่มี แผนในการบริหารจัดการและบูรณาการตั้งแต่ต้นน้ํา กลางน้ํา และปลายน้ําอย่างเป็นระบบ ผมเชื่อเหลือเกินว่าเราข้ามพ้นวิกฤติและปัญหาน้ําท่วม อุทกภัย และภัยแล้งซ้ําซากแบบนี้ ไม่ได้ เพราะฉะนั้นแผนนี้จะต้องอยู่เหนือพรรคการเมือง เหนือจากการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าสมัยนี้พรรคเพื่อไทยโชคดีครับ ประชาชนเลือกมาด้วยเสียงส่วนใหญ่ ท่านเป็นรัฐบาล ขอให้ท่านเริ่มนับ ๑ แต่ไม่แน่ครับ สมัยหน้าถ้าพรรคประชาธิปัตย์ได้รับความไว้วางใจจากรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์ก็จะมา นับ ๒ นับ ๓ นับ ๔ โดยคํานึงถึงผลประโยชน์ของชาติบ้านเมืองและประชาชนเป็นที่ตั้ง ผมขอท่านนิดท่านประธานครับ
เรื่องสุดท้าย ต้องขอขอบพระคุณแทนพี่น้องคนไทยที่จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดสุโขทัย แล้วก็จังหวัดอุตรดิตถ์ รวมไปถึงจังหวัดนครสวรรค์ ที่รัฐบาลได้ให้ความสําคัญ และเริ่มวางรูปแบบบางระกําโมเดล ซึ่งอยู่ในเขตของจังหวัดพิษณุโลก แต่ผมต้องการที่จะให้ รัฐบาลนําแผนการศึกษาที่พวกเราได้ศึกษามา และแผนในส่วนที่ราชการประจําได้ศึกษา ไว้แล้วว่า เรามี ๒๕ ลุ่มน้ําทั้งประเทศ มี ๒,๐๐๐ กว่าแห่งของลุ่มน้ําสาขา และมีอีก ๖๐,๐๐๐ กว่าแห่ง ที่เป็นห้วย หนอง คลอง บึง บางที่อยู่ในทุกพื้นที่ของประเทศไทยเอามา บูรณาการกันและทําอย่างจริงจังไปพร้อมกัน โดยเอาธง เอาความเด็ดเดี่ยว เอาความเด็ดขาด และเอาความจริงจังในการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ ผมว่าประชาชนจะแซ่ซ้อง จะให้โอกาส ทุกท่านนะครับ ก็ขอถือโอกาสนี้ฝากเป็นข้อพิจารณาของคณะกรรมาธิการที่จะมีขึ้น กราบขอบพระคุณครับ