รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๔ ปีที่ ๑
ครั้งที่ ๔ (สมัยสามัญทั่วไป)
วันพุธที่ ๑๗ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๔
ณ ตึกรัฐสภา
คุณหมอครับ ต้องขอความกรุณานะครับ เราเข้าระเบียบวาระมาจนถึงระเบียบวาระที่ ๗ แล้วนะครับ
ก็ในเมื่อเรายกมือขอปรึกษาหารือท่าน ท่านก็ไม่ยอมมองนะท่านประธาน แล้วขณะนี้ประชาชนเดือดร้อนอยู่ครับ ท่านจะใช้เวลา สั้น ๆ สักหน่อยไม่ได้หรือครับ ในการรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนครับ
คุณหมอน่าจะ ยกมือตั้งแต่ทีแรกจนเข้ามาสู่ระเบียบวาระแล้วครับ
ท่านประธานครับ เสียงของท่านฟัง ไม่ได้ยินเลยครับท่านประธาน ลําโพงวันนี้ไม่ได้ยินเลยครับท่านประธาน ผมถือว่าค่อนข้างจะ บกพร่องนะครับ ช่วยปรับเสียงให้ดังนิดหนึ่งครับ
ว่าอย่างไรครับ
ตอนนี้ได้ยินแล้วครับท่านประธาน คือผมเรียนกับท่านไปแล้วว่า วันนี้มันเป็นความเดือดร้อนจริง ๆ ของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะน้ําท่วมหนักในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก พื้นที่จังหวัดสุโขทัย พื้นที่จังหวัดพิจิตร จะขออนุญาตท่านในการปรึกษาหารือกับทางท่านรัฐบาลที่กําลังดูแลปัญหานี้อยู่ แล้วท่านก็ไม่ได้มอง ก็เลยอยากจะกราบเรียนท่านสั้น ๆ หน่อยได้ไหมครับว่าคนบ้านผม เขาเดือดร้อนหนัก มีเรื่องอยากจะฝากเรียนรัฐบาล ๒-๓ เรื่องเท่านั้นเองครับ
คุณหมอครับ จริง ๆ ผมเห็นใจนะครับ แต่ทีนี้มันเข้าสู่ระเบียบวาระแล้ว มาถึงระเบียบวาระที่ ๗ แล้ว ถ้าคุณหมอชี้แจงว่าฟังไม่ถนัดทํานองนั้นใช่ไหมครับ ผมไม่ขัดข้องนะครับถ้าจะย้อนกลับไป เริ่มต้นกันใหม่ ถ้าท่านสมาชิกท่านอื่นไม่ขัดข้องครับ มีท่านใดขัดข้องไหมครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ เนื่องจากว่าเสียงลําโพงของท่านตอนแรกลําโพงฟังไม่ได้ยินทุกคนก็ไม่รู้เรื่องครับ
ตอนนี้ได้ยิน ชัดเจนหรือเปล่าครับ
ตอนนี้ชัดแล้วครับท่านประธานครับ
อย่างนั้น ผมขออนุญาตจากที่ประชุมนะครับ ขอย้อนกลับไปเริ่มต้นใหม่ ไม่มีท่านใดขัดข้องนะครับ ถ้าอย่างนั้นเชิญคุณหมอได้เลยครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ขออนุญาต เป็นเรื่องปรึกษาหารือท่านประธานถึงความเดือดร้อนที่ทุกข์อย่างแสนสาหัส ของพี่น้องประชาชนในหลายจังหวัดพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง อันประกอบไปด้วย จังหวัดสุโขทัย จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดพิจิตร และขณะนี้ลามมาสู่ที่จังหวัดนครสวรรค์ ผมเรียนท่านประธานว่าเมื่อวันเสาร์ อาทิตย์ที่ผ่านมานั้นท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พร้อมกับคณะ ได้ลงไปเยี่ยมดูแลปัญหาความเดือดร้อนเรื่องน้ําท่วม ปรากฏว่าไปพบปะ พี่น้องประชาชน พี่น้องประชาชนฝากความห่วงใยไปยังท่านอภิสิทธิ์เพื่อมาบอกกับ ทางรัฐบาล โดยท่านได้กระซิบบอกผมว่าให้ผมนําเรื่องนี้นําเรียนกับท่านประธาน แล้วทราบข่าวว่าท่านนายกรัฐมนตรีคนใหม่มาด้วย ใน ๓ ประเด็น
เรื่องที่ ๑ ประชาชนมีความกังวลใจ วันนี้น้ําท่วมนาต้องการเงินช่วยเหลือ ๒,๐๙๘ บาท ซึ่งท่านอยากจะกราบเรียนผ่านท่านประธานว่าประชาชนมีความประทับใจ ในเงินก้อนนี้ที่ทางรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ได้เคยอนุมัติเงิน ๒,๐๙๘ บาท กรณีน้ําท่วมนา ดังนั้นอยากให้ทางรัฐบาลใหม่ได้โปรดอนุเคราะห์อนุมัติเงินก้อนนี้ให้กับ พี่น้องประชาชนชาวนาด้วย
เรื่องที่ ๒ เนื่องจากอดีตที่ผ่านมา นอกจากประชาชนได้เงินในกรณีน้ําท่วมนา ๒,๐๙๘ บาทแล้วยังได้เงินส่วนต่างประกันรายได้ ขณะนี้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ ภาคเหนือตอนล่างกังวลว่าตอนนี้ไม่มีข้าวจะไปเข้าสู่โครงการจํานํา จึงขอให้รัฐบาลชุดนี้ เอาเงินส่วนต่างประกันรายได้ไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในกรณีน้ําท่วมนาในครั้งนี้ด้วย
เรื่องที่ ๓ ประชาชนยังต้องการคือกรณีน้ําท่วมบ้าน ซึ่งอดีตที่ผ่านมา ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์เคยให้ ๕,๐๐๐ บาท จึงขอให้ทางรัฐบาลได้โปรดเอาสิ่งดี ๆ เหล่านี้ที่ทางท่านอภิสิทธิ์เคยทําไว้นําไปสู่การปฏิบัติเพื่อเป็นประโยชน์ของพี่น้องประชาชนครับ ขอฝากไว้ ๓ เรื่องครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านศุภชัย ใจสมุทร ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม ศุภชัย ใจสมุทร พรรคภูมิใจไทยครับ ต้องเรียนถามท่านประธานก่อนครับว่าเราอยู่ใน วาระไหนครับ หารือนะครับ
หารือครับ
เมื่อกี้ผมยกมือเพื่อจะพูดในเรื่องของ การกําหนดเรื่องเวลาการประชุมครับ ตอนยกมือในช่วงนั้นครับ ตอนนี้ท่านพากลับไปวาระ เรื่องปรึกษา เพราะฉะนั้นเดี๋ยวผมรอวาระโน้นแล้วผมจะขออนุญาตที่จะอภิปรายครับ
ขอบคุณครับ ในวาระหารือนะครับ มีท่านใดจะหารือไหมครับ เชิญกุสุมาลวตีครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน กุสุมาลวตี ศิริโกมุท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม ดิฉันขอกราบเรียน หารือท่านประธานต่อประเด็นที่อาทิตย์ที่แล้วได้มีท่านสมาชิกท่านหนึ่งได้กล่าวในที่ประชุมว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้นขี้เกียจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ไปรับเงินซองห้องนั้นแล้วก็มา เซ็นซองห้องนี้ พี่น้องประชาชนได้รับฟังแล้วก็มีความรู้สึกเป็นภาพพจน์ที่ไม่ดีต่อสภาแห่งนี้ ดิฉันในฐานะที่เป็นผู้แทนราษฎรดิฉันคิดว่าผู้แทนทุกคนมีเกียรติภูมิ ผู้แทนทุกคนมีความตั้งใจ มีความใส่ใจในการทํางานเพื่อทําหน้าที่ปวงชนชาวไทย แต่ท่านสมาชิกท่านนี้ได้พูดแล้ว ก่อให้เกิดความเสียหายนะคะ แล้วก็เปรียบเสมือนว่าเอาดีใส่ตัว เอาชั่วใส่คนอื่นนะคะ ถ้าประเด็นเป็นเรื่องจริงอย่างนั้นทําไมไม่ตั้งคณะกรรมการสอบว่าผู้แทนคนไหนไปรับซอง แล้วไม่ประชุม แล้วมารับซองอีกห้องหนึ่งนะคะ เพราะฉะนั้นตรงนี้ดิฉันเกิดความรู้สึก ไม่สบายใจ เพราะว่าได้เข้าไปในพื้นที่พี่น้องประชาชนก็ได้ถามว่าทําไมผู้แทนไม่ทํางาน ให้ตรงกับความต้องการของประชาชน ทําไมผู้แทนขี้เกียจประชุม เพราะฉะนั้นดิฉันอยากจะ ขอกราบเรียนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นมันทําให้พี่น้องประชาชนเข้าใจผิดว่าผู้แทนราษฎรนั้นขี้เกียจ ไม่ทํางานนะคะ เพราะในข้อเท็จจริงที่ท่านสมาชิกเรียนว่าอยากให้ประชุมทุกวัน แล้วทราบไหมคะว่าหน้าที่ของ ส.ส. นั้นทําอะไรบ้าง วันจันทร์จะต้องประชุมวิป (Whip) วันอังคารต้องประชุมพรรคนะคะ วันพุธ วันพฤหัสบดีเราต้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพราะฉะนั้นตรงนี้เป็นสิ่งที่ผู้แทนราษฎรให้ความสนใจให้ความตระหนัก แล้วรัฐบาล ท่านไพจิตได้เสนอประชุมบ่าย เนื่องจากว่ามีร่างพระราชบัญญัติเรียกบุคคลเข้าชี้แจง เราจะต้องให้ความสําคัญกับ คณะกรรมาธิการด้วย เพื่อให้การประชุมได้มีประสิทธิภาพสูงสุดนะคะ สิ่งตรงนี้ดิฉันอยากจะ ขอกราบเรียนท่านประธานเพื่อสื่อไปถึงพี่น้องประชาชนว่าผู้แทนราษฎรไม่ได้เป็นอย่างนั้นค่ะ ขอบคุณค่ะ
ท่านประท้วง ใช่ไหมครับ
ใช่ครับ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ปกติแล้วการหารือช่วงเช้านี่บรรยากาศจะดีนะครับ แล้วก็เป็นการหารือ ของการเอาเรื่องของความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาพูดจากัน เพื่อส่งไปให้หน่วยงาน ที่รับผิดชอบได้แก้ไข แต่ที่ท่านสมาชิกฝั่งโน้นหารือเมื่อตะกี้นี้ มันเป็นประเด็นที่จะทําให้เกิด การทะเลาะวิวาท แล้วก็ต่อล้อต่อเถียงกันอีก ผมอยากจะเรียนถามท่านประธานว่า ท่านจะใช้ มาตรฐานอันนี้หรือเปล่าครับในการหารือครั้งต่อไป ถ้าท่านบอกว่าเป็นการหารือเรื่อง ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนอย่างเดียว เวลาเขาพูดอย่างนี้ท่านต้องห้ามสิครับ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวคุณรังสิมาก็ลุกขึ้นตอบครับ เดี๋ยวก็โต้กันไปโต้กันมาครับ
ขอบคุณครับ ก็ต้องขอขอบคุณนะครับ คงยึดเป็นบรรทัดฐานว่าช่วงเวลาหารือนี่นะครับน่าจะเป็นเรื่อง การหารือปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนเท่านั้น ต้องขอบคุณท่านผู้ประท้วงนะครับ ผมจะยึดตามมาตรฐานนี้ครับ ต่อไปคงจะไม่อนุญาตให้เกิดเหตุการณ์อย่างนี้นะครับ
(นางสาวรังสิมา รอดรัศมี ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านรังสิมา มีอะไรครับ ประท้วงใช่ไหมครับ
ดิฉัน รังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม ดิฉันไม่ได้ประท้วงนะคะ แต่ดิฉันถูกพาดพิงค่ะ วันนี้ดิฉันคิดว่าเมื่อกี้ดิฉันออกรายการวิทยุอยู่นะคะเลยมาช้า ต้องกราบขออภัย คือว่าเมื่ออาทิตย์ที่แล้วดิฉันได้พูดไว้จริง แต่ถ้าใครไม่ได้เดือดร้อน ดิฉันคิดว่า ไม่น่าจะมาโต้ในวันนี้ แล้วท่านให้หารือนี่ไม่ใช่ให้ขึ้นมาหาเรื่องนะคะ ต้องเอาความเดือดร้อน
ท่านจบแล้ว ละครับ ท่านนั่งเถอะครับ จบแล้วครับ จบแล้วครับ ประเด็นนี้ได้วินิจฉัยแล้ว แล้วท่าน เสียหายท่านก็ได้ชี้แจงแล้ว คงพอแล้วละครับ นั่งเถอะครับ นั่งเถอะครับ
ท่านประธานคะ ถ้าท่านฟังดิฉัน สักนิดหนึ่ง นี่ท่านยังไม่ฟัง
เอานิดเดียว เฉพาะท่านรังสิมาครับ
ดิฉันจะอธิบายนิดเดียวค่ะ ว่าทําไมดิฉันถึงได้ให้เหตุผลแบบนั้นนะคะ คือท่านที่ลุกขึ้นมาหารือ หาเรื่องเมื่อกี้นี้นะคะ เมื่อคราวที่แล้วไม่ได้เป็น ส.ส. นะคะ เมื่อสมัยที่แล้ว เพราะว่าที่ดิฉันพูดนี่ดิฉันเป็น ส.ส. มา ๔ สมัย ดิฉันก็มีอุดมการณ์ของดิฉัน ดิฉันก็มีจุดยืนของดิฉันว่าถึงแม้ พรรคประชาธิปัตย์จะเป็นรัฐบาล พรรคไทยรักไทยจะเป็นรัฐบาล พรรคเพื่อไทย จะเป็นรัฐบาล ดิฉันก็ยังยืนยัน ๕ วันเหมือนเดิม และการประชุมคณะกรรมาธิการนี่ ดิฉันก็ไม่เห็นด้วยที่จะใช้เวลาของห้องประชุมสภาใหญ่ไปประชุมคณะกรรมาธิการ เพราะไม่ได้ฟังเลย พอถึงเวลาให้มายกมือก็ยกมือ ให้มากดไม่เห็นด้วยก็ไม่เห็นด้วย ดิฉันก็จึงบอกนะคะว่าไม่ควรประชุมให้ตรงกัน และสมัยก่อนนี้ไม่มีการกําหนดว่ารับซองได้ กี่ห้อง ทุกคนก็เป็นหมดเลย ๔ คณะ ๕ คณะ เซ็นรับซองห้องนี้แล้วก็ออกไปห้องนี้ แล้วก็รับซองห้องนี้ ออกไปห้องนี้
ท่านครับ สิ่งที่พาดพิงทําให้เสียหายท่านได้ชี้แจงไปหมดแล้วนะครับ ก็สมควรแล้วครับ นั่งเถอะครับ นั่งเถอะครับท่านครับ
(นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านเกียรติ์อุดมครับ เดี๋ยวรอสักครู่ครับ ท่านรังสิมาครับนั่งเถอะครับ พอแล้วครับ นั่งเถอะครับ ท่านรังสิมาครับ ที่ท่านใช้สิทธิพาดพิงเสียหายนะครับ ท่านได้ชี้แจงแล้ว ผมเห็นว่าสมควรแล้วครับ เป็นอํานาจของประธานนะครับในการพิจารณา ขอความกรุณาเถอะครับ ท่านนั่งเถอะครับ เชิญท่านเกียรติ์อุดมครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพ ในวาระอื่น ๆ ผมขอประท้วงท่านประธานตามข้อบังคับ ก่อนนะครับ ข้อ ๘ ท่านต้องรักษา หรือว่าท่านต้องตามข้อบังคับประชุมให้อยู่ในความสงบ เรียบร้อย
ประเด็นที่ ๒ ท่านสมาชิกที่อภิปรายลงไปเมื่อสักครู่นะครับ ท่านได้เสียดสี ท่านได้กล่าวถึงสมาชิกอีกท่านหนึ่งบอกว่าคราวที่แล้วไม่ได้เป็น ส.ส. อันนี้ไม่ได้เกี่ยวกัน ต้องอย่าไปเสียดสี
ท่านประธานที่เคารพครับ ประเด็นที่ ๓ วันนี้เรากําลังจะหารือเรื่องวันและ เวลาที่ประชุม ผมประท้วงท่านประธานท่านยังไม่ได้ทําตามข้อบังคับ แล้วท่านก็ยังจะ เปิดโอกาสให้หารือ ถ้าท่านจะเปิดโอกาสให้หารือต้องมีวันและเวลาที่จะต้องกําหนด วันประชุมเสียก่อนนะครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นโปรดทําตามข้อบังคับให้เคร่งครัด นะครับท่านประธาน ขอบคุณครับ
ขอบคุณ ท่านเกียรติ์อุดมครับ ประเด็นการหารือผมถือว่าเป็นอํานาจของผู้ที่ทําหน้าที่ประธานนะครับ ผมจะให้เวลาพอสมควรอาจจะใช้เวลาอีกสัก ๖-๗ นาทีที่เหลือตรงนี้นะครับ ๑๐ โมงครึ่ง ก็จะยุติการหารือแล้วก็เข้าสู่ระเบียบวาระนะครับ
(นางกุสุมาลวตี ศิริโกมุท ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ใช้สิทธิพาดพิง ใช่ไหมครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน กุสุมาลวตี ศิริโกมุท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม ต่อประเด็นหารือ ของท่านประธานนั้น เนื่องจากว่าการหารือท่านประธานนั้นเราสามารถที่จะหารือในสิ่งใด ที่เกี่ยวข้องกับประชาชน เกี่ยวข้องกับเกียรติภูมิของผู้แทนราษฎร แล้วตรงนี้มันเป็นความ เสียหายนะคะที่พูดว่าผู้แทนราษฎรนั้นไปรับซองตรงนั้นตรงนี้แล้วไม่ทําหน้าที่ มันเป็นความ เสียหายต่อสถาบันรัฐสภาซึ่งดิฉันเป็นผู้แทนราษฎร ถึงแม้คราวที่แล้วดิฉันไม่ได้เป็น แต่ดิฉัน ก็เคยเป็นตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ ปี ๒๕๔๘ ดิฉันมีความตั้งใจที่จะเป็นผู้แทนราษฎรที่ดีไม่เคย ขาดประชุม แล้วก็ไม่เคยกระทําการที่เสื่อมเสีย แต่คําพูดของท่าน ส.ส. พูดว่า ส.ส. นั้น ไปรับซองแล้วไม่ทําหน้าที่ แล้วไม่รู้เรื่องจะทําอะไร มันเป็นการดูหมิ่น
คุณกุสุมาลวตีครับ ประเด็นนี้น่าจะจบได้แล้วนะครับ แล้วผมก็วินิจฉัยไปแล้วนะครับ ในช่วงการหารือนั้น น่าจะเป็นเรื่องของการนําปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนจริง ๆ มาหารือนะครับ ซึ่งก็ได้เป็นข้อสรุปแล้ว ก็สมควรแล้วครับ นั่งเถอะครับ ท่านได้ใช้สิทธิที่โดนพาดพิง ก็พอสมควรนะครับ
(นางสาวรังสิมา รอดรัศมี ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านมีอะไรอีกครับ ท่านรังสิมาจะใช้สิทธิประท้วงใช่ไหมครับ ผมฟังอยู่นะครับไม่มีอะไรพาดพิงถึงท่าน ให้เสียหายนะครับ ผมนั่งฟังอยู่ครับไม่มีอะไรเสียหายครับ สรุปท่านจะใช้สิทธิประท้วง หรือใช้สิทธิโดนพาดพิง
ดิฉันใช้สิทธิพาดพิงค่ะ
ถ้าใช้สิทธิพาดพิง ผมไม่อนุญาตครับ เพราะผมฟังอยู่ไม่มีอะไรเสียหาย ท่านนั่งเถอะครับ ผมไม่อนุญาตครับ ท่านนั่งเถอะครับ
ท่านไม่ฟังเลยค่ะ
ผมฟังอยู่ครับ ไม่มีอะไรเสียหายครับ ท่านกรุณานั่งเถอะครับ
ท่านเกียรติ์อุดมบอกว่าดิฉันน่ะ เสียดสี ท่านฟังดิฉันก่อนสิคะ ท่านฟังไม่เป็นกลางอย่างนี้มันก็ไม่ถูกค่ะ
ผมฟังอยู่ครับ ผมวินิจฉัยว่าไม่เสียหาย แล้วผมก็ไม่อนุญาตถือว่าเป็นที่สุดแล้ว ท่านนั่งเถอะครับ นั่งเถอะครับ
ท่านเกียรติ์อุดมบอกว่า ดิฉันเสียดสี เขาไม่ได้เป็นผู้แทนราษฎรจริง ๆ ค่ะ
ท่านนั่งเถอะครับ นั่งเถอะครับ
(นายจักรวาล ชัยวิรัตน์นุกูล ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านประท้วง ใช่ไหมครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม จักรวาล ชัยวิรัตน์นุกูล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๓ จังหวัดสุโขทัย ไม่ได้ประท้วงท่านประธานครับ แต่ลุกขึ้นให้ประธานเห็น
ท่านนั่งเถอะครับ นั่งเถอะครับ นั่งครับ ท่านนั่งเถอะครับ ท่านยืนขึ้นยกมือหมายถึงประท้วงนะครับ แล้วผมอนุญาตให้ท่านเพราะเห็นว่าท่านประท้วงนะครับ
นั่งท่านประธานก็ไม่เห็นครับ
ท่านนั่งเถอะครับ เดี๋ยวผมจะอนุญาตครับ ท่านนั่งเถอะครับ คุณหมอเชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ ๒ จังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ในวาระที่ประธานได้ ขอให้สภาได้ช่วยอนุญาตให้ท่านกลับเข้าสู่วาระการหารือ เผอิญมีประเด็นที่ท่านประธานได้ วินิจฉัยและผมเกรงว่าจะเป็นข้อปฏิบัติที่ทําให้สมาชิกได้ขาดโอกาสก็เลยมีความจําเป็น จะต้องขออนุญาตใช้โอกาสนี้หารือท่านประธาน
ประเด็นที่ ๑ เรื่องการหารือการกําหนดรายละเอียด ผมต้องกราบ ขอบพระคุณท่านครับ เพราะเป็นอํานาจท่านที่จะชี้ขาดวินิจฉัยว่าจะเป็นเรื่องใดที่เหมาะสม แต่ผมต้องกราบเรียนท่านประธานถ้าท่านประธานวินิจฉัยว่าเฉพาะความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชน ผมเกรงว่ามันจะขาดความสําคัญในส่วนของสมาชิกไป เรื่องกิจการของสภา หลากหลายครับที่เราใช้โอกาสนั้นนําเสนอต่อท่านประธานเพื่อปรับปรุงแก้ไข ในชุดที่ผ่านมา เราก็มีครับ เรื่องของสมาชิกไม่ได้เป็นเรื่องส่วนตัวก็มีครับ ในกิจการของสภา ผมยกตัวอย่าง ง่าย ๆ ครับ ๒๓ องศา พี่น้องเรามาประชุม ๓ วันติดไข้กันหมดครับ เรื่องนี้ก็จําเป็นพวกผม ก็ต้องพูด เพราะฉะนั้นประเด็นแรกสุดขอความกรุณาท่านประธานได้กรุณาทบทวน สักนิดหนึ่งครับว่าสาระการหารือจําเป็นต้องเป็นเรื่องของพี่น้องประชาชนอย่างเดียวหรือไม่ นั่นข้อที่ ๑ ครับ
ประเด็นที่ ๒ ในการหารือ ผมกราบเรียนท่านประธานครับ ข้อบังคับ ข้อ ๑๗ เขียนไว้ชัดว่า ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระท่านประธานอาจจะให้มีการหารือในเรื่องที่เป็น ประโยชน์กับประเทศชาติบ้านเมืองได้ซึ่งเป็นดุลยพินิจของท่าน แต่ประเด็นหนึ่งที่ผมได้เรียน ทักท้วงเอาไว้และผมอยากจะขอความมั่นใจกับท่านประธานวิธีการปฏิบัติต่อไปนะครับ ที่เราจะทํางานร่วมกันว่าท่านจะกําหนดอย่างไร
ขอบคุณครับ คุณหมอครับ
ตัวผมเอง นิดเดียวท่านประธานจะจบแล้วครับ ผมอยากให้ท่านประธานเข้าสู่การประชุมก็คือเปิดการประชุมก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระ ก็เปิดให้มีการหารือ ถ้าเป็นวาระกระทู้ถามท่านก็ใช้วาระกระทู้ถาม ถ้ามีการพิจารณา กระทู้ถามก็ใช้องค์ประชุมของกระทู้ถาม ถ้าไม่มีการพิจารณากระทู้ถาม ท่านก็ใช้องค์ประชุม ทั่วไปเรื่องเป็นอย่างนั้น
ประเด็นสุดท้ายครับ ท่านประธานครับ เรื่องใด ๆ ที่เป็นข้อคิดเห็นใน ที่ประชุมแห่งนี้ของเพื่อนสมาชิกล้วนเป็นความเห็นที่ดีครับ อย่าได้มองว่าเป็นความขัดแย้งครับ แต่เป็นความเห็นต่าง เรามาหาทางออกเป็นความเห็นร่วม ผมยกตัวอย่างเช่นมีการบอกว่า สมาชิกทําอย่างโน้นอย่างนี้ ข้อเท็จจริงไม่ปรากฏก็มีความคลุมเครือสงสัยของ พี่น้องประชาชน ท่านประธานควรจะวินิจฉัย ผมยกตัวอย่างเช่น ขออนุญาตท่านเอ่ยนามครับ ท่านรังสิมาบอกว่ามีสมาชิกเรามีพฤติการณ์อย่างนั้นก็ต้องทําความจริงให้ปรากฏเพื่อจะได้ ลบล้างภาพเหล่านั้นไปถ้าไม่จริง ถ้าจริงเราก็จะได้บอกจริงว่าอันนี้คือจริง สภาแห่งนี้เป็นของ พี่น้องประชาชนนะครับ เขาย่อมมีสิทธิรับรู้รับทราบ แต่ปล่อยให้เหตุการณ์มันอึมครึมโดย ไม่มีข้อสรุป ผมคิดว่าพี่น้องประชาชนนั่นแหละครับจะเสียหาย สมาชิกเราเสียหาย ท่านโปรด ช่วยดูด้วยครับในประเด็นต่าง ๆ ผมว่าจะได้เป็นประโยชน์กับสมาชิกและพี่น้องประชาชน อย่างแท้จริงครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ขอบคุณคุณหมอครับ ขออนุญาตอย่างนี้นะครับ เอาไว้ประเด็นนี้เพื่อให้การประชุมดําเนินไป อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ผมจะเชิญตัวแทนวิปมาหาข้อสรุปร่วมกันเพื่อเป็นกติกา ในการใช้หลักการหารือว่าเราควรจะมีกรอบมากน้อยแค่ไหนอย่างไร เพราะฉะนั้นประเด็นนี้ ขอยุตินะครับ แล้วก็ ๑๐ โมงครึ่งผมขออนุญาตเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมครับ ขออนุญาตนะครับ
ยินดีต้อนรับคณาจารย์และนักศึกษาหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตร์บัณฑิต คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์นะครับ แล้วก็ยินดีต้อนรับนักศึกษาโปรแกรมวิชารัฐประศาสนศาสตร์จากมหาวิทยาลัยราชภัฏ ศรีสะเกษครับ ขออนุญาตเข้าสู่ระเบียบวาระเลยนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๑-๗ ไม่มีครับ ขออภัยครับ ขออภัยครับ เมื่อกี้ผมได้อนุญาต ให้ท่านจักรวาลได้หารือนะครับ ผมต้องขออภัยครับ ขอเชิญครับ สั้น ๆ นะครับ
ท่านประธาน ต้องขอขอบคุณ ท่านประธานอย่างสูงครับ นึกว่าลืมผมอีกรอบหนึ่งแล้ว ท่านประธานครับ ผม จักรวาล ชัยวิรัตน์นุกูล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๓ จังหวัดสุโขทัย ขออนุญาตหารือท่านประธาน
เรื่องสืบเนื่องจากความเดือดร้อนที่ท่าน ส.ส. พิษณุโลกซึ่งเป็นลุ่มน้ําเดียวกัน ได้รับความเดือดร้อนจากน้ําท่วมนี้มาหลายครั้ง ตั้งแต่ประชุมครั้งแรกจนครั้งนี้ท่วมไป ๕ ครั้ง แล้วนะครับ วันเสาร์ที่ผ่านมาท่านประธานครับ ผมก็ดีใจกับพี่น้องชาวสุโขทัยที่ได้รับเกียรติ จากคณะรัฐมนตรี โดยเฉพาะ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีไปเยี่ยมให้กําลังใจนะครับ พี่น้องก็อุ่นใจว่าหลังจากน้ําได้ลดลงไปหรือหลังจากท่วมเสร็จแล้ว คณะรัฐมนตรี แล้วก็ส่วนราชการจะเข้าไปช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน สิ่งเหล่านี้พี่น้องชาวสุโขทัย และพี่น้องชาวพิษณุโลกและพิจิตรลุ่มน้ําจนถึงนครสวรรค์นั้นก็คาดหวังว่าสิ่งที่เสียหายไป โดยเฉพาะเรื่องข้าวปลาอาหารหรือไร่นาต่าง ๆ ตลอดจนถนนหนทาง ท่านประธานครับ ตอนนี้เดือดร้อนมากครับ ยกตัวอย่างที่เขตเลือกตั้งผมนั้น จังหวัดสุโขทัย หรืออําเภอสวรรคโลก เป็นต้น น้ําที่ท่วมท่วมมาจนครั้งที่ ๔ แล้ว ส่วนบ้านกงไกรลาศ อําเภอกงไกรลาศ ครั้งที่ ๕ นะครับ จนหน่วยงานต่าง ๆ เข้าไปช่วยจนเขากลับไปหลายรอบ แล้วกลับมา กลับไปกลับมาจนไม่รู้ใครจะมาช่วยแล้ว จึงกราบเรียนท่านประธานไปถึง คณะรัฐมนตรีที่ไปเยี่ยมเยียนเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ตลอดจน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีนั้น โปรดให้ความช่วยเหลือเร่งด่วนหลังจากที่ท่านไปเยี่ยมแล้ว โดยเฉพาะการชดเชย ความเสียหายที่เกิดขึ้นในไร่นาและถนนหนทางต่าง ๆ สิ่งเหล่านี้พี่น้องชาวสุโขทัยคาดหวังว่า รัฐบาลใหม่ที่เกิดครั้งนี้ที่ได้รับความไว้วางใจอย่างสูงสุด โดยมี ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีหญิง คนแรกของประเทศไทยนั้น ท่านจะต้องทํางานให้กับพี่น้องชาวสุโขทัยที่สนับสนุนท่านขึ้นมา ไม่น้อยเลย จึงกราบเรียนท่านประธานไปถึงคณะรัฐมนตรีทุกท่านว่า หลังจากน้ําลดแล้ว อยากให้เร่งด่วนไปดูแลจังหวัดสุโขทัยอย่างที่ท่านเคยรับปากพี่น้องเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา อย่าให้ไหลไปกับน้ําจนมาถึงที่กรุงเทพฯ แล้วออกทะเลไปครับ ขอขอบคุณท่านประธานครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ท่านจักรวาลครับ ขออนุญาตเข้าระเบียบวาระนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๑-๖ ไม่มีนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๗ เรื่องอื่น ๆ ครับ
๗.๑ การกําหนดวันและเวลาการประชุมสภาผู้แทนราษฎร (เลื่อนมาจาก การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๔ ปีที่ ๑ (สมัยสามัญทั่วไป) ครั้งที่ ๓ วันพุธที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๕๔) เชิญท่านไพจิตครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย จากที่สภาได้ให้กําหนด วัน เวลาการประชุมของสภาในวันพุธและวันพฤหัสบดี กระผมได้เสนอญัตติให้มีการประชุม ในวันพุธเริ่มเวลา ๑๓.๓๐ นาฬิกา ส่วนเวลาปิดให้เป็นดุลยพินิจของสภา แล้วก็เสนอ วันพฤหัสบดีเริ่มเวลา ๑๐.๐๐ นาฬิกา แล้วปิดก็เป็นดุลยพินิจของท่านประธานสภากําหนด เช่นเดียวกัน จากความพยายามในการหารือกันของตัวแทนพรรคการเมืองและความตั้งใจ ของสภาเอง กระผมได้เห็นว่าเวลาที่ควรจะได้เริ่มขึ้นมาบ้างก็น่าจะทําให้สมประโยชน์ จากเวลา ๑๓.๓๐ นาฬิกา กระผมขออนุญาตได้ถอนญัตติเวลา ๑๓.๓๐ นาฬิกา ของวันพุธ ส่วนวันพฤหัสบดีก็ยังคงเป็นญัตติเดิมไว้ก็คือ ๑๐.๐๐ นาฬิกา ไปเลิกโดยเวลาไม่กําหนด เช่นเดียวกันนะครับ ก็ขออนุญาตท่านประธานได้เป็นข้อคิดเห็นที่ควรจะได้ขอให้สภาได้ให้ ความเห็นชอบ กระผมได้เสนอเพื่อถอนญัตติดังกล่าวเพื่อที่จะให้คณะบุคคลคือนายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ได้เสนอเวลาที่เหมาะสม เป็นประโยชน์ยิ่งขึ้นครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ ขอความเห็นชอบจากสภาด้วยครับ
ท่านไพจิตเสนอ ถอนใช่ไหมครับ ในญัตติเดิมที่เสนอเรื่องเวลาใช่ไหมครับ เจ้าหน้าที่ครับ ดูระบบเครื่องเสียง นิดหนึ่งนะครับ ผมรู้สึกจะไม่ค่อยได้ยินเสียงเท่าไร ข้างล่างได้ยินเสียงผมชัดไหมครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ไพจิต ศรีวรขาน ครับ ผมขอเสนอถอนเวลาเริ่มต้นของวันพุธในการประชุมจากเวลาที่เสนอไว้ ๑๓.๓๐ นาฬิกา ออก รวมถึงเวลาที่จะเลิก ส่วนวันพฤหัสบดีนั้นยังคงขอเป็นญัตติไว้เดิม ก็ขอถอนญัตติเดิมที่เสนอไว้ทั้งวันพุธ วันพฤหัสบดีนะครับ เพื่อให้คุณหมอชลน่าน ได้เสนอเวลาใหม่ครับ
เชิญคุณหมอ ชลน่านครับ ที่ประชุมไม่ขัดข้องนะครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ไม่มีท่านใด เห็นเป็นอื่นครับ เชิญคุณหมอครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ ๒ จังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย กระผม ขออนุญาตท่านประธานในระเบียบวาระที่ ๗.๑ การกําหนดวันและเวลาการประชุมของ สภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๔ ปีที่ ๑ ในวันนี้กระผมขอให้สภาได้ช่วยพิจารณาให้ความเห็น เกี่ยวกับวันและเวลาการประชุม ซึ่งเป็นการประชุมในสมัยสามัญ หมายถึงสมัยสามัญทั่วไป และสมัยสามัญนิติบัญญัติที่จะเกิดขึ้น กระผมขอเสนอดังต่อไปนี้ครับ
ท่านประธานที่เคารพ วันพุธขอให้มีการเริ่มประชุม วันนี้เป็นการกําหนดโดย ที่ประชุมไปแล้วนะครับ วันพุธขอให้มีการเริ่มประชุมตั้งแต่เวลา ๑๓.๐๐ นาฬิกา ไปจนถึง เวลา ๒๑.๐๐ นาฬิกา วันพฤหัสบดีครับ ขอเสนอให้มีการเริ่มประชุมตั้งแต่เวลา ๑๐.๐๐ นาฬิกา ไปสิ้นสุดจนถึง ๑๘.๐๐ นาฬิกา ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมขอ อนุญาตที่จะให้เหตุผลประกอบหลักการเสนอญัตติของกระผม เพื่อที่จะกราบเรียนผ่าน ท่านประธานไปยังท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่เคารพทุกท่านเพื่อจะได้ให้ความเห็นชอบ ท่านประธานที่เคารพครับ เหตุผลที่ผมได้นําเสนอญัตติในกรณีอย่างนี้
ประการที่ ๑ เรื่องกําหนดเวลาที่ชัดเจน ให้มีเวลาปิด
คุณหมอ ขอผู้รับรองก่อนดีไหมครับ
ขออภัยท่านประธานครับ
ขอผู้รับรองด้วยครับ
ขอผู้รับรองการเสนอญัตติครับ
ขอบคุณครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตให้ เหตุผล
ประการแรกสุด เรื่องของการกําหนดเวลาปิดที่มีเวลาปิดในวันพุธถึง ๒๑.๐๐ นาฬิกา และวันพฤหัสบดีถึง ๑๘.๐๐ นาฬิกานั้น ผมต้องขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานว่า โดยข้อบังคับแล้วกระผมไม่ควรจะเสนอในประเด็นนี้เลย เพราะว่า เป็นอํานาจของท่านประธาน ตามข้อบังคับ ข้อ ๒๕ เขียนชัดครับว่าเป็นอํานาจของ ท่านประธานที่จะเลื่อนการประชุม กําหนดเวลาปิดการประชุม เป็นดุลยพินิจ เป็นอํานาจ ของท่านประธาน แต่ด้วยความเคารพครับที่ผมจําเป็นต้องเสนออย่างนี้ เนื่องจากว่าเพื่อเป็น การแสดงเจตนารมณ์อย่างชัดเจนนะครับว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ได้รับโอกาสจาก พี่น้องประชาชน พี่น้องประชาชนได้มอบอํานาจให้พวกเรามาทําหน้าที่และเราเองก็ปฏิญาณตน อย่างชัดเจนต่อหน้าพระบรมสาทิสลักษณ์ขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในสภาแห่งนี้ ก่อนเริ่มทําหน้าที่และถือเป็นการเริ่มทําหน้าที่ ว่าเราจะรักษาและคงไว้ซึ่งบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ทําหน้าที่ให้ถึงพร้อม เพราะฉะนั้น การกําหนดระยะเวลาก็จะเป็นนัยการสื่อบอกกับพี่น้องประชาชนว่าในแต่ละวันนะครับ หมายถึงการประชุมใหญ่ในห้องนี้ สภาแห่งนี้ก็ทํางานไม่น้อยกว่าภาคราชการอื่น ๆ ที่เขาทํา ๘ ชั่วโมงต่อวัน ไม่น้อยกว่า ๓๕ ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ๔๐ ชั่วโมงต่อสัปดาห์นะครับ ตรงนั้นเอง ก็เป็นแนวทางที่ผมจําเป็นต้องเสนอเวลาปิดเอาไว้ แต่แน่นอนครับในดุลยพินิจของ ท่านประธานเอง ในการประชุมแต่ละครั้งนะครับ เมื่อหมดระเบียบวาระการประชุม ก่อนกําหนดซึ่งประวัติศาสตร์ไม่เคยมีครับ เราประชุมมักจะหมดเวลาก่อนระเบียบวาระตลอด แต่ว่าการประชุมที่มีประสิทธิภาพนะครับ มีคุณภาพ ใช้เวลาอย่างจํากัดและเกิดประโยชน์ สูงสุด ผมก็เชื่อว่าในอนาคตอาจจะมี ท่านประธานอาจจะปิดก่อนก็ได้ หรือมีเรื่องสืบเนื่อง ที่จะต้องทําให้เสร็จในวันนั้นนะครับ อาจจะล่วงเลยไปเป็นชั่วโมงหรือ ๒ ชั่วโมงก็ได้ขึ้นกับ ดุลยพินิจท่านประธาน นั่นประการแรกสุดนะครับในการที่จะขอกราบเรียนว่าถามถึงเหตุผล ที่จําเป็นต้องมีเวลาปิดไว้เพื่อบอกกับพี่น้องประชาชนว่าพวกเราตั้งใจจะทํางานให้ พี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่นะครับ
เหตุผลประการแรกสุดผมกราบเรียนนะครับ เรื่องเอื้ออํานวยการทําหน้าที่ ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้ครบถ้วนเป็นเหตุผลจําเป็นครับ ผมต้องขออนุญาต ท่านประธานครับว่าการทําหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนะครับ อํานาจหน้าที่ก็เป็นไป ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ทําหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎรในรัฐสภา ทําหน้าที่นอกสภา ๗ วันที่เรามีอยู่เชื่อว่าสมาชิกทุกท่านทําหน้าที่ท่านถึงพร้อมทั้งในรัฐสภาในสภาผู้แทนราษฎร และนอกสภา
บทบาทในสภานะครับท่านประธานครับ เราเองใช้เวลาไม่น้อยกว่า ๓ วัน หรือ ๒ วันเป็นอย่างน้อยที่สุดในการทํางานในสภาแห่งนี้ เริ่มตั้งแต่สมาชิกที่ทําหน้าที่ที่เป็น กรรมาธิการต่าง ๆ ที่จะประชุมในวันอังคารถ้ามีเวลา หรือวันศุกร์ถ้ามีเวลา ก็ใช้วันอังคาร และวันศุกร์ได้ นั่นก็เป็นการนัดหมายของท่านประธานคณะกรรมาธิการและกรรมาธิการ แต่ละคณะเอง วันพุธ วันพฤหัสบดีเราก็ทําหน้าที่ นั่นคือทําหน้าที่ในสภา บทบาท คณะกรรมาธิการ ๓๕ คณะเป็นเรื่องจําเป็นและสําคัญ รัฐธรรมนูญกําหนดไว้ชัดเจน ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๕ ต้องมีคณะกรรมาธิการครับ สภาแห่งนี้ตั้งขึ้นมาตามอํานาจ หน้าที่ที่สภามอบหมายให้ไปทําและกลับมาบอกกับสภามารายงานต่อสภาเพื่อเป็นประโยชน์ กับพี่น้องประชาชนนะครับ สิ่งที่ผ่านมาเราทํามาอย่างนี้เรื่อยมาจนกระทั่งต้องขออนุญาตครับ ก็มาเปลี่ยนตามมติของเสียงข้างมากในที่ประชุมของสมัยประชุมที่ผ่านมา อันนี้ก็เป็น เรื่องธรรมดาครับ เป็นเรื่องธรรมดาที่เหตุผลความจําเป็นของเสียงข้างมากแต่ละยุคแต่ละสมัย เขาเห็นเป็นอย่างไร ไม่มีใครทักท้วง ไม่มีใครคัดค้านหรอกครับ เพราะเราเคารพ เรื่องหลักการของประชาธิปไตย เมื่อมีความเห็นต่างก็ต้องอาศัยเสียงข้างมากในการตัดสิน เป็นเรื่องธรรมดามาก ผมก็วิงวอนท่านประธานครับผ่านท่านประธานไปยังท่านสมาชิก ที่เคารพว่าการใช้เสียงข้างมากในการตัดสินในระบอบประชาธิปไตยถือว่าเป็นสีสันและ ความสวยงามของระบบและของระบอบ ไม่ได้มีข้อที่จะควรตําหนิติติงแต่อย่างใด แล้วมติเสียงข้างมากตรงนั้น แน่นอนครับ เราก็ให้สิทธิเสียงข้างน้อยในการที่จะทักท้วง ในการที่จะตรวจสอบ เป็นไปตามหลักการทุกอย่าง ประชุม ๙ โมง ท่านประธานครับ สิ่งที่เราเห็น ผมเองจะไม่โทษใครนะครับ แต่ปรากฏการณ์มันเกิดขึ้นนี่ ท่านสมาชิกประสบ ด้วยตนเอง นั่งประชุมคณะกรรมาธิการอยู่ เวลามีการลงมติก็ต้องทิ้งงานในคณะกรรมาธิการ มาลงมติ เหมือนท่านสมาชิกหลายท่านพูดบอกว่าวิ่งมาลงคะแนนโดยไม่รู้เขาพูดอะไร เขาบอกให้เห็นชอบก็เห็นชอบ เขาบอกให้ไม่เห็นชอบก็ไม่เห็นชอบ ตรงนี้ไม่ว่ากันครับ เพราะเรามีระบบพรรค เรามีสารบัญรองรับอยู่แล้ว มีการพูดคุยกันหมดแล้วในเรื่องของมติ ถึงแม้รัฐธรรมนูญบอกว่าการทําหน้าที่ของสมาชิกจะต้องไม่ยึดติด ไม่ผูกติดกับอาณัติใด ๆ หรือคําสั่งใด ๆ แต่ว่าระบบการเมืองครับ พรรคการเมืองก็มีความสําคัญในการที่จะ ขับเคลื่อนแนวทางต่าง ๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องประชาชนในฐานะองค์กร และสถาบัน
ท่านประธานที่เคารพครับ บ่อยครั้งนะครับที่องค์ประชุมเราไม่ครบ ผมไม่ได้ โทษว่าการประชุมคณะกรรมาธิการทําให้องค์ประชุมไม่ครบ แต่ความที่ไม่สอดคล้องกันก็เป็น เหตุหนึ่งทําให้การประชุมของเราไม่มีประสิทธิภาพ ไม่มีคุณภาพ เพราะฉะนั้นการที่เรา เริ่มประชุมในห้องประชุมใหญ่ ๑๓.๐๐ นาฬิกา ก็จะเป็นทางเลือกให้กับกรรมาธิการ แต่ละคณะว่าประชุมเช้าไปนะครับ ข้อจํากัดของเรานะครับท่านประธาน เรามีห้องประชุม แค่ ๒๐ ห้อง คณะกรรมาธิการนะครับไปขอใช้ของวุฒิสภาท่านด้วย บวกเพิ่มเติมมาอีก เรามี ๓๕ คณะ แน่นอนครับสัปดาห์หนึ่งต้องประชุม ๓๕ ห้อง ๒ วัน แบ่งกันครับ ก็จะพอมีเหลือ แต่เรามีคณะกรรมาธิการวิสามัญที่ต้องขึ้นมาพิจารณา มันเป็นเรื่องสําคัญด้วยครับ โดยเฉพาะเรื่องกฎหมาย เราต้องตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นไปพิจารณาก็ต้องใช้ ห้องประชุมอีก นี่คือข้อจํากัดของสภาเรา ภายใต้ข้อจํากัดอย่างนี้ต้องเอื้ออํานวยให้กับ การทําหน้าที่ของสมาชิกให้ถึงพร้อมทุกด้านนะครับ ไม่ใช่ด้านใดด้านหนึ่งอย่างเดียว เพราะฉะนั้นการประชุมคณะกรรมาธิการมีความจําเป็นและสําคัญ
ท่านสมาชิกหลายท่านได้ยกประเด็นของพระราชบัญญัติที่เราเพิ่งออกไปนะครับ ของสภาแห่งนี้และของรัฐสภา คือพระราชบัญญัติคําสั่งเรียกที่บัญญัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๕ คําสั่งเรียกให้ผู้ที่ได้รับคําสั่งเรียกมาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ เรื่องนี้สําคัญ ครับท่านประธาน มันเป็นหลักการ ถ้าเราออกคําสั่งเรียกเขามาแล้ว เขามาทําหน้าที่ ไม่ถึงพร้อม เขามาเสียเวลา อาจจะเป็นเหตุให้กับคําสั่งเรียกนี้สะท้อนย้อนกลับมาสู่ คณะกรรมาธิการและเกียรติภูมิของคนที่เป็นกรรมาธิการได้ อาจจะถูกฟ้อง ถูกร้อง ให้เป็นที่ เสียหายได้ สงสารหน่วยงานนะครับ หลาย ๆ หน่วยงานที่ถูกเรียกมาก็นั่งมองหน้ากัน เพราะกรรมาธิการไม่อยู่แม้แต่คนเดียวเพราะเป็นสมาชิก ยกเว้นท่านที่ปรึกษาที่เราตั้งเข้ามา จากภายนอก ยกเว้นคณะกรรมาธิการวิสามัญที่บุคคลภายนอกมา เขาก็ต้องนั่งรอพวกเรา อันนี้เป็นเหตุผลหนึ่งท่านประธานครับว่า การเอื้ออํานวยเวลาที่เหลื่อมกันอย่างนี้มันสะดวกต่อ การทําหน้าที่ของสมาชิก ท่านประธานครับ ความสําคัญของการทําหน้าที่ของสมาชิกผ่าน กระบวนการการทํางานในสภานี้ คณะกรรมาธิการเป็นส่วนหนึ่งในการจะตรวจสอบควบคุม เพราะสภามอบอํานาจให้ไปพิจารณาศึกษาและสอบสวนครับ หน้าที่ ๓ อย่างเป็นหน้าที่หลัก ของกรรมาธิการแต่ละคณะ ท่านจะทําหน้าที่ใด ๆ ก็ต้องทํา ๓ เรื่องนี้ครับ จะพิจารณาก็ได้ จะศึกษาก็ได้ จะสอบสวนเรื่องนั้น ๆ ก็ได้ บางครั้งต้องติดตามลงไปสอบสวนถึงพื้นที่ ถึง ณ จุดเกิดเหตุ นี่เป็นอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการ ผมเองต้องกราบเรียน ท่านประธานครับว่า การทําหน้าที่เอื้ออํานวยอย่างนี้ก็เป็นเรื่องที่มีความจําเป็น การควบคุม การบริหารราชการแผ่นดิน จริงครับ อาศัยสภาแห่งนี้เป็นหลักตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ในการที่จะยื่นอภิปรายทั่วไป หรือว่าจะลงมติหรือไม่ลงมติก็แล้วแต่ การจะตั้งกระทู้ถาม ซึ่งเป็นข้อคําถามถามตัวท่านรัฐมนตรีเกี่ยวกับงานบริหารราชการแผ่นดินก็ใช้ตรงนี้ก็แล้วแต่ แต่ทุกสิ่งทุกอย่างนะครับมันเป็นสิ่งที่ต้องเอื้ออํานวยให้สอดคล้องกับการทําหน้าที่ของสมาชิกด้วย
ท่านประธานครับ การทําหน้าที่ที่ผมได้กราบเรียนท่านประธานไปในสภา และนอกสภา นอกสภานี่ท่านประธานครับ เราไม่ค่อยพูดกัน สมาชิกส่วนใหญ่นะครับ ใช้เวลาครึ่งหนึ่งของการทํางาน ทํางานนอกสภา ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ของตัวเองหรือพื้นที่อื่น ๆ เพราะว่าอะไรครับ เพราะว่าบทบัญญัติรัฐธรรมนูญเองบอกว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคนเป็นผู้แทนปวงชน ชาวไทยนะครับ เพราะฉะนั้นอาณาเขตหรือขอบเขตการทํางานของเราไม่จํากัดเฉพาะพื้นที่ ของตนเอง ต้องทําหน้าที่เป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย ท่านประธานครับ หน้าที่ในการที่จะให้ ความช่วยเหลือ หน้าที่ในการที่จะแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนในการพบปะไปเยี่ยมเยียน ไปติดตามนโยบายต่าง ๆ มาตรการของรัฐที่ลงไปสู่พี่น้องประชาชนสําเร็จหรือผิดหวังอย่างไร นี่ก็ต้องไป นั่นเป็นหน้าที่โดยหลักนะครับ ปัญหาต่าง ๆ ที่เข้าสู่สภาที่ท่านประธานบอกจะให้ หารือก็ดี ทําเป็นกระทู้ถามก็ดี ญัตติก็ดี ก็ต้องมาจากส่วนนั้นจากการพบปัญหาที่แท้จริงของ ท่านสมาชิกที่ลงไปพบปะเยี่ยมเยียนกับพี่น้องประชาชน แต่หน้าที่หลักอีกอย่างหนึ่งนอกสภา ท่านประธานครับ ที่เราทํางานแล้วไม่มีใครพูดกันเลย คือเป็นหน้าที่ที่เราจะต้องให้ความรู้ ทางด้านประชาธิปไตยกับพ่อแม่พี่น้องประชาชนหรือพี่น้องประชาชนของเรา เป็นหน้าที่ เฉพาะเรานะครับ เพื่อให้การเมืองพัฒนาดีขึ้นก็ต้องอาศัยสื่อบุคคล อาศัยสื่อทางการเมือง ผมยกตัวอย่างครับ สภาของเราเองมีงบประมาณผ่านสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ที่จะให้โอกาสสมาชิกลงไปอบรม ไปให้ความรู้ทางด้านประชาธิปไตยกับพี่น้องประชาชน ในแต่ละเขตเลือกตั้งของตนเอง ผมก็ฝากประเด็นนี้ท่านประธานด้วยนะครับ ไหน ๆ ก็พูด เรื่องนี้ก็ต้องย้อนกลับมาเรื่องนี้ เพราะว่าในสมัยที่ผ่านมาเราจะใช้เวทีแห่งนี้เป็นที่ให้ความรู้ กับตัวแทนกลุ่มบุคคล เช่น ข้าราชการ ตํารวจ ครูต่าง ๆ นั่นก็เป็นดําริของท่านประธานก็เป็น เรื่องดีครับ แต่การที่กระจายไป ๓๗๕ เขต ครอบคลุมฐานพี่น้องประชาชนที่เป็นฐานราก ที่มีความจําเป็นต้องเรียนรู้ประชาธิปไตยร่วมกับผู้แทนราษฎรของเขาก็มีความจําเป็น ผมก็อยากให้ท่านประธานช่วยพิจารณาประเด็นนี้ด้วยเพื่อส่งเสริมการทําหน้าที่ของ ตัวสมาชิก ท่านประธานครับ บทบาทหน้าที่ถ้าจะไล่เลียงกันนะครับ ผมต้องขอย้ําตรงนี้ ท่านสมาชิกทุกคนรู้ครับ แต่พี่น้องประชาชนไม่ทราบว่าเราทําอะไรกัน ขออนุญาต ท่านประธานเลยครับ วันจันทร์เอาหน้าที่ในสภาครับมีประชุมของคณะกรรมการต่าง ๆ ฝ่ายต่าง ๆ
คุณหมอครับ มีผู้ประท้วงครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา ส.ส. จันทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมต้องกราบ ขอโทษท่านหมอชลน่านซึ่งเป็นพี่ชายที่ผมรักมากนะครับ ผมจําเป็นต้องขอประท้วง ท่านประธานด้วยว่าท่านหมอชลน่านคงจะพูดวกวนมากไปผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ท่านประธานครับ ขอให้ท่านประธานวินิจฉัยด้วยครับ เพราะว่ากฎระเบียบต่าง ๆ ทางสภาผู้แทนราษฎรหรือท่านสมาชิกทราบไปหมดแล้วครับ ท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ ก็คงไม่ถึงขั้นขนาดอย่างนั้นนะครับ ก็เอาว่าคุณหมอช่วยกระชับนิดหนึ่ง ขอบคุณครับ
ครับ ขอบคุณท่านประธานที่เคารพครับ ที่ท่านประธานได้กรุณาวินิจฉัยว่าผมยังไม่ได้ผิดข้อบังคับ ท่านประธานครับ ผมกระชับ ผมเน้นเพียงแต่ว่าให้เห็นว่าพวกเราทําอะไร เพราะพี่น้องประชาชนบางครั้งไม่ทราบจริง ๆ ครับ แม้กระทั่งเขตเลือกตั้งเขาก็ไม่ทราบว่าวันพุธ วันพฤหัสบดีตัวแทนเขาไปไหนทําไมไม่มา งานนี้ ทําไมไม่มางานนี้ ประชาชนเขามีงานอยู่ทําไมไม่มา ตรงนี้สะท้อนอย่างชัด ๆ เลยว่า การสื่อสารการทําหน้าที่ของเรายังไม่พร้อม ก็ต้องเรียนกันตรงนี้เลยครับ วันจันทร์ มีการประชุมของคณะกรรมการฝ่ายต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นซีกฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล สมัยฝ่ายค้านเป็นฝ่ายรัฐบาลก็ต้องทําหน้าที่ตรงนี้ครับ คณะทํางาน คณะอนุกรรมการต่าง ๆ ในการที่จะทํางาน โดยเฉพาะเป็นกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล คณะอนุกรรมการ กลั่นกรองงานต่าง ๆ ที่นําเสนอเข้าสู่วิปรัฐบาลก็ต้องทําหน้าที่ในวันจันทร์ วันอังคาร ผมเอาหลัก ๆ นะครับ แต่ละพรรคมีการประชุมพรรค การประชุมพรรคไม่ใช่เป็นการทําหน้าที่ เฉพาะของเรานะครับ นั่นคือการทําหน้าที่ให้กับพี่น้องประชาชน ผมรับปัญหามาจากพื้นที่ การที่ผมจะมาตั้งกระทู้ถามได้ ผมก็ต้องไปขอมติพรรค ก็ต้องเข้าที่ประชุมพรรค อันนี้เป็น ธรรมเนียมการปฏิบัติกันมานะครับ วันพุธแน่นอนครับ ภาคเช้าบางคณะเริ่ม ๘ โมงครึ่ง บางคณะเริ่ม ๙ โมง เป็นประชุม คณะกรรมาธิการ บ่ายเราประชุมถึง ๓ ทุ่มนะครับ ถ้านับเวลานี่มากกว่า ๘ ชั่วโมงแน่นอน วันพฤหัสบดีครับ เช้าคณะกรรมาธิการ บ่ายประชุมถึงหกโมงเย็น หรือจะปิดก่อนแล้วแต่ ท่านประธาน ก็มากกว่า ๘ ชั่วโมงแน่นอน วันศุกร์ครับ หลายคณะมีหน้าที่จะต้องไปติดตาม ตรวจเยี่ยมในนามคณะกรรมาธิการ ใช้วันศุกร์เป็นหลัก หรือวันจันทร์ วันเสาร์ วันอาทิตย์ อันนี้คืองานที่พวกเราทํา ท่านประธานครับ ผมเองต้องกราบเรียนท่านประธาน นอกจากเรื่องการทําหน้าที่ให้ถึงพร้อมการเอื้ออํานวยให้เกิดประสิทธิภาพ คุณภาพ นั่นผมได้พูดไปแล้ว
เรื่องอํานวยความสะดวกในการเดินทางครับ อันนี้เป็นเหตุผลเล็ก แต่ว่า มันจําเป็น เพราะว่าบ้านเราขณะนี้วิกฤติการจราจรมันก็มาก ถ้าเรามีการเหลื่อมเวลา การแก้ปัญหาการจราจรโดยภาพรวมก็ดีขึ้น พี่น้องก็ได้รับผลกระทบน้อย ท่านสมาชิกก็มี ความสะดวก ตรงนี้ก็เป็นเหตุผลที่น่าสนับสนุนให้มีการเหลื่อมเวลา ภาคราชการเองก็มี เหลื่อมเวลาครับ ๘ โมงครึ่ง ๙ โมงครึ่ง ๑๐ โมงครึ่ง เขาก็เหลื่อมเวลากันอย่างนี้เพื่อ เอื้ออํานวยกับการทํางาน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเองต้องกราบเรียนท่านประธาน ญัตติผมเสนอตรงนี้ก็ขอความเห็นใจจากท่านสมาชิกนะครับ พวกผมเสียงข้างมากเอง ก็เห็นว่าลักษณะแบบนี้จะเอื้ออํานวยกับการทํางานในสภาชุดนี้เพื่อเป็นประโยชน์สูงสุด กับพี่น้องประชาชน ก็ขอความเห็นใจผ่านท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกที่เคารพครับ ได้โปรดให้ความเห็นชอบกับญัตติของกระผมด้วย กราบขอบคุณครับ
ขอบคุณคุณหมอครับ สรุปที่ประชุมของเรามีการเสนอญัตติทั้งหมด ๓ ญัตตินะครับ
ญัตติแรกก็คือของท่านคุณหมอชลน่านเสนอให้วันพุธเริ่ม ๑๓.๐๐ นาฬิกา แล้วก็ปิด ๒๑.๐๐ นาฬิกา วันพฤหัสบดีเริ่ม ๑๐.๐๐ นาฬิกา ถึง ๑๘.๐๐ นาฬิกา เป็นญัตติแรก
ญัตติที่ ๒ ของคุณหมอวรงค์นะครับ วันพุธและวันพฤหัสบดีเริ่ม ๐๙.๐๐ นาฬิกา แล้วก็ปิด ๑๗.๐๐ นาฬิกา
ญัตติที่ ๓ ของท่านบุญจงครับ วันพุธเริ่ม ๐๙.๐๐ นาฬิกา แล้วเลิก ๑๙.๐๐ นาฬิกา วันพฤหัสบดี ๐๙.๐๐ นาฬิกา แล้วเลิก ๑๗.๐๐ นาฬิกา
๓ ญัตตินะครับ ขอเชิญท่านศุภชัยครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ศุภชัย ใจสมุทร พรรคภูมิใจไทยครับ ผมได้ร่วมยื่นญัตติที่ท่านบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ได้ยื่นนะครับ ที่เราเสนอไปอย่างนั้นเหตุผลประการสําคัญก็คือว่าเราเห็นว่าหลังจากที่ ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้มีการประกาศยุบสภาให้มีการเลือกตั้งใหม่ เหตุผลสําคัญก็คือ การที่จะให้พี่น้องประชาชนได้ตัดสินใจในการที่จะเลือกมอบอํานาจอันเป็นของประชาชน ให้กับใคร และแน่นอนครับวันนี้ก็ปรากฏชัดว่าทางพรรคเพื่อไทยก็ได้รับการมอบหมายงาน อันสําคัญนั้นในการบริหารประเทศ แต่ในขณะเดียวกันพรรคภูมิใจไทยเราซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้าน เราเห็นว่างานในสภาเป็นงานอันสําคัญที่เราจะสามารถทําให้กับพี่น้องประชาชน และเราคิดว่า ชีวิตมันควรจะเริ่มต้นแต่เช้าครับ พี่น้องประชาชนซึ่งเปรียบเสมือนนายของเราก็ตื่นแต่เช้า ไปทํางานกัน แต่เราในฐานะที่เป็นผู้ที่ต้องทํางานรับใช้นายนี่จะมาประชุมกันตอนบ่ายโมง มันก็ดูแปลกประหลาดอยู่ และเราคิดว่าการทุ่มเททํางานให้พี่น้องประชาชนได้เห็นได้ปรากฏ ก็คือการที่เริ่มทํางานแต่เช้า และคิดว่าการทํางานตั้งแต่เช้าและไปยุติลงในเวลา ๑๙.๐๐ นาฬิกาในวันพุธนี่นะครับ เราเห็นว่าเราก็สามารถที่จะทํางานให้กับพี่น้องประชาชน ได้ประโยชน์อย่างเต็มที่ ท่านประธานครับ ในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเป็นที่รับรู้ของ พี่น้องประชาชนครับว่าพวกเรามาทํางานกัน วันอื่น ๆ อย่างที่ท่านสมาชิกได้อภิปรายไป เมื่อสักครู่นี่นะครับ พี่น้องประชาชนก็ทราบครับว่าเราทํางานอยู่ แต่พี่น้องประชาชน ส่วนใหญ่เห็นว่างานในที่ประชุมแห่งนี้เป็นงานที่พี่น้องประชาชนเฝ้าจับตามองว่าพวกเรามี ความตั้งใจทํางานกันสักขนาดไหน และจริง ๆ ผมว่าท่านสมาชิกทุกท่านที่นี่ก็ทราบดีว่า การประชุมคณะกรรมาธิการถึงแม้ว่าเราจะให้น้ําหนักแล้วก็มีความสําคัญ แต่ท่านประธาน คณะกรรมาธิการก็สามารถกําหนดวันประชุมวันอื่น ๆ ได้ ซึ่งพรรคภูมิใจไทยเราเห็นว่า การที่จะใช้เวลาตรงนั้นในความเป็นจริงแล้ว การมาทับซ้อนกันกับเวลาการประชุมในที่ประชุม ในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ เราเห็นว่าสามารถหลีกเลี่ยงได้ และจริง ๆ แล้วก็สามารถที่จะทําประโยชน์ให้ควบคู่กันได้ โดยไม่ให้งานหลักในสภาแห่งนี้เสียหาย เพราะฉะนั้นเราจึงเสนอครับว่า วันพุธขอให้มี การประชุมตั้งแต่ ๐๙.๐๐ นาฬิกา และยุติลงในเวลา ๑๙.๐๐ นาฬิกานะครับ ซึ่งเราเห็นว่า เวลาเท่านี้สติปัญญา สมองของพวกเราก็ยังสามารถที่จะทํากันได้อย่างเต็มกําลัง ท่านประธานครับ ก็ต้องเรียนนะครับว่าเวลาในสภาผู้แทนราษฎรจําเป็นที่จะต้องมี การอภิปรายกันมากมาย ต้องขอกราบเรียนว่าเมื่อสักครู่นี่นะครับ ท่านสมาชิกจาก พรรคเพื่อไทย ท่านเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ ท่านก็อภิปรายของท่านได้เวลาอันเนิ่นนาน ผมเกรงว่าถ้าเรามีความรู้ความสามารถอีกหลาย ๆ ท่านอภิปรายเท่า ๆ ท่าน ผมว่าเวลาที่ กําหนดก็ไม่พอ เพราะฉะนั้นผมว่าเวลาที่ผมเสนอนี่นะครับ พรรคภูมิใจไทยเสนอนี่เราคิดว่า มันเป็นเวลาที่เหมาะสม อยากจะยืนยันครับว่ามนุษย์หรือว่านายของเราที่มีอาชีพอื่น ๆ นะครับ ชาวไร่ชาวนาท่านก็ทํางานแต่เช้า ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ คนกรีดยางบ้านผมนะครับ ชาวสวนเขาตื่นตั้งแต่เที่ยงคืน ชาวประมงเขาก็ออกแต่เช้า แล้วทําไมเราไม่ออกเช้าเหมือนกัน ล่ะครับ ทํางานให้พร้อมกันดีกว่าครับ ให้นายเขารู้สึกชื่นใจครับว่า เออ อุตส่าห์เลือกมาแล้ว เก้าโมงเช้าเขาก็มาทํางานกันแล้ว นี่คือเหตุผลครับ ส่วนวันพฤหัสบดี เหตุผลที่จะขอให้ มีการเลิกตอน ๑๗.๐๐ นาฬิกา ก็เนื่องจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของเราซึ่งอยู่ต่างจังหวัด ท่านก็จะได้มีเวลาในการเดินทางกลับไปพบกับพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่ สิ่งที่เสนอ นี่นะครับมีเหตุมีผลครับ แล้วก็คิดว่าพี่น้องเองเมื่อได้รับรู้ว่าเราตั้งใจทํางานแต่เช้าท่านก็ จะได้ชื่นใจ
ส่วนเรื่องการทํางานของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในฐานะที่เป็นกรรมาธิการ นี่นะครับ ผมว่าในที่สุดเราควรจะสามารถขยับให้มันคล้องจองลงเอยโดยไม่ให้งานหลักที่นี่ เสียได้ มันอยู่ที่ว่าเราจะตั้งใจทํางานกันได้ขนาดไหนนะครับ วันพฤหัสบดีท่านก็สามารถ ประชุมกันช่วงเช้าได้ ในกรณีที่มีการพิจารณากระทู้ถามกันอยู่ วันศุกร์ท่านก็พอไหว วันอังคารก่อนที่ท่านไปประชุมพรรคช่วงบ่าย เช้าท่านก็ลองจัดการดูสิครับ ผมว่าจริง ๆ ไม่เหลือบ่ากว่าแรงที่ท่านประธานคณะกรรมาธิการท่านจะจัดการ เพราะฉะนั้นผมจึงขอ กราบเรียนต่อท่านประธานครับว่า พรรคภูมิใจไทยขอยืนยันตามญัตติครับว่า ให้เริ่มมีการประชุม ๐๙.๐๐ นาฬิกา เลิก ๑๙.๐๐ นาฬิกาในวันพุธ และวันพฤหัสบดี ๐๙.๐๐ นาฬิกา แล้วเลิก ๑๗.๐๐ นาฬิกาครับ ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ
ท่านสมาชิกครับ ที่จริงแต่ละญัตติทั้ง ๓ ญัตตินะครับ ก็เสนอเวลาการประชุมทั้งหมดซึ่งเริ่มไม่เท่ากันครับ แต่ระยะเวลาในการประชุมก็วันละ ๘ ชั่วโมง ก็ใกล้เคียงนะครับ ของพรรคประชาธิปัตย์กับ ของพรรคเพื่อไทยก็วันละ ๘ ชั่วโมงเท่ากันทั้ง ๒ วัน ก็มีของพรรคภูมิใจไทยที่เพิ่มอีก สําหรับเฉพาะวันพุธครับ เพิ่มเป็น ๑๐ ชั่วโมง ฉะนั้นเวลาผมเห็นว่าจะเริ่มเวลาไหน ก็ใช้เวลาพอ ๆ กันนะครับ เพราะฉะนั้นก็เห็นว่าน่าจะใช้เวลาอภิปรายกันให้พอสมควร อีกสักเล็กน้อยนะครับ เชิญคุณหมอวรงค์ครับ เจ้าของญัตตินะครับ เชิญครับ แล้วตามด้วย ท่านขจิตรครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมขออนุญาต ทําความเข้าใจญัตติผมนิดหนึ่งครับ ที่ท่านประธานบอกว่าของผมเสนอไว้ ๐๙.๐๐ นาฬิกา เลิก ๑๗.๐๐ นาฬิกา แต่โดยเจตนาที่ผมเสนอ คือเริ่ม ๐๙.๐๐ นาฬิกา เลิก ๑๗.๐๐ นาฬิกา เป็นต้นไป คําว่าเป็นต้นไป ท่านประธานอาจจะเลิก ๑๘.๐๐ นาฬิกา ๑๙.๐๐ นาฬิกา ๒๐.๐๐ นาฬิกา ๒๑.๐๐ นาฬิกา ก็แล้วแต่ดุลยพินิจของท่านประธาน เดี๋ยวจะเข้าใจผิดว่า ผมไปล็อกไว้แค่ ๑๗.๐๐ นาฬิกา เป็นการเสนอเวลาแบบปลายเปิด แต่ควรจะมีการประชุม ไม่น้อยกว่า ๘ ชั่วโมง และอยากจะต้องขออนุญาตเรียนท่านประธานว่า คือเรื่องการพูดคุย ในที่ประชุมวันนี้ ถ้าผมไม่เท้าความการประชุม ๒ ครั้ง เพื่อนสมาชิกก็อาจจะแปลกใจ เอ๊ะ ทําไมมันมีตัวเลข ๙ โมงครึ่งขึ้นมา ทําไมมีตัวเลข ๑๐ โมงครึ่งขึ้นมา แล้วทําไม พรรคประชาธิปัตย์ไม่นิ่งหรือเปล่า กลับไปกลับมาหรือเปล่า ผมได้ย้ําว่าท่าทีของ พรรคประชาธิปัตย์ ในการประชุมกับท่านประธานคือเราเสนอไว้เก้าโมงเช้า ตั้งแต่มี การประชุมเมื่อสัปดาห์ก่อนนั้น แล้วเราก็ยืนยันว่าด้วยเหตุผลคือเก้าโมงเช้า เป็นวิถีชีวิตของ ประชาชนปกติที่ทํางานร่วมกัน และตัวเลขออกมาชัดเจนว่า วันที่พรรคประชาธิปัตย์ร่วมกับ พรรคร่วมเป็นรัฐบาล ท่านประธานวิทยาขอเสนอแก้ไขจากช่วงบ่ายมาเป็นช่วงเช้า ๙ โมง ปรากฏว่าประสิทธิภาพในการออกกฎหมายเราสามารถออกกฎหมายได้มากที่สุดในรอบ ๑๐ ปีที่ผ่านมา ดังนั้นเราจึงยืนยันตัวเลขที่เก้าโมงเช้า คําถามถามว่าทําไมเราไปพูดถึง ๑๐ โมงครึ่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากว่าก่อนหน้านี้ท่านประธานเคยมีการประชุมตัวแทนพรรคการเมืองและบังเอิญ ตอนหลังทางพรรคเพื่อไทยเองบอกว่า ผู้แทนที่เข้าไปร่วมประชุมนั้นไม่ได้มีอํานาจเต็ม ก็ทําให้ท่านประธานต้องมีการนัดพวกเรามาประชุมใหม่เมื่อวานนี้ ก็เหมือนกับว่าครั้งแรก ท่านก็เสียหน้าไปครั้งหนึ่งแล้วนะครับ เป็นความผิดพลาดของท่านประธานเอง ซึ่งไม่เป็นไร ท่านก็ขอโทษพวกเราในที่ประชุมไปแล้ว เราก็ถือว่าจบไปและเมื่อมาถึงเมื่อวานนี้ อยู่ ๆ ทางพรรคเพื่อไทยก็เสนอเป็นบ่ายโมงครึ่ง เมื่อเสนอบ่ายโมงครึ่งในท่าทีเดิมของเรานี่ เรายืนที่เก้าโมงเช้า แต่ด้วยท่าทีที่ประนีประนอมของท่านประธานวิทยาของเราที่ไป ก็ไม่เป็นไร ถ้าเราไปยืนไว้ ๙ โมงเดี๋ยวจะแข็งขืนเกินไป เราก็เสนอเป็น ๙ โมงครึ่ง และต่างฝ่าย ต่างมีเหตุผลที่ผมจะเล่าให้พวกเราฟัง
ในที่ประชุมเมื่อวานนี้เราอ้างอิงถึงการประชุมคณะกรรมาธิการ พวกเราก็ มองว่าภารกิจอันยิ่งใหญ่ของเราคือการประชุมห้องใหญ่ การประชุมคณะกรรมาธิการเป็น การเสริมเข้ามา และผมเรียนกับท่านประธานนะครับว่าเรามีคณะกรรมาธิการอยู่ ๒ อย่าง คณะกรรมาธิการสามัญ ๓๕ คณะ คณะกรรมาธิการวิสามัญอีกนับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะประชุมเช้า หรือประชุมบ่าย ทั้งวันพุธและวันพฤหัสบดีเราหนีการประชุมคณะกรรมาธิการไม่พ้น และอดีตที่ผ่านมาเป็นบทพิสูจน์ว่าเราประชุมเช้าเราแทบจะไม่เคยมีการโหวตในช่วงเช้าครับ ปรากฏว่าการประชุมช่วงบ่ายเรามีการโหวตและทุกคนติดคณะกรรมาธิการไม่ว่าจะเป็น สามัญหรือวิสามัญทุกครั้ง ดังนั้นข้ออ้างเหตุผลในการประชุมบ่าย อ้างเหตุผลเรื่อง การติดภารกิจประชุมคณะกรรมาธิการ จึงเป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น นี่คือประเด็นที่ ๑
ประเด็นที่ ๒ ที่มีการพูดว่าอย่างน้อยช่วงเช้าจะให้เพื่อน ส.ส. ไปปรึกษา ท่านคณะรัฐมนตรี ปรึกษาข้อความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เราก็อ้างว่าในเมื่อ ท่านประธานมีกฎเหล็กของท่านตอนที่มีการประชุมวันแรกว่า ขอให้ท่านนายกรัฐมนตรี และท่านรัฐมนตรีทุกท่านมาประชุมสภาผู้แทนราษฎร ดังนั้น ส.ส. ไม่ต้องออกจากสภาครับ มีปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนเจอรัฐมนตรีในที่ประชุมสภาได้ ดังนั้นในการประชุม ที่ว่าจะต้องเป็นช่วงบ่ายเพื่อให้ช่วงเช้าไปพบรัฐมนตรี จึงเป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน
ประเด็นที่ ๓ คือมีเพื่อนสมาชิกได้พูดถึงเรื่องรถติด ผมก็บอกแล้วว่า รถติดอะไรก็แล้วแต่ พี่น้องประชาชนเขาทํางานกัน ๘ โมงครึ่ง เราเหลื่อมมา ๙ โมง หรือขยับไป ๙ โมงครึ่ง บทพิสูจน์ที่ผ่านมาเราก็ทํามาให้เห็นแล้วเกือบ ๒ ปี เราประชุมเก้าโมงเช้า เราก็ทํามาได้ วันนี้สมมุติว่าเราประชุมเก้าโมงเช้า พวกเราฝ่ายค้านเราก็มาประชุมเช้าได้ เราก็มาเก้าโมงเช้าได้ ทําไมท่านมาไม่ได้ ดังนั้นข้ออ้างว่ารถติดมันจึงฟังไม่ขึ้น
และสุดท้ายไป ๆ มา ๆ หลังจากเราเถียงกันในที่ประชุม เพื่อนสมาชิกจาก พรรคเพื่อไทยก็อ้างมติพรรค บอกว่าพรรคเพื่อไทยมีมติยืนยันมาว่าต้องเป็นบ่ายโมงครึ่ง เมื่อวานนี้นะครับ มันก็ทําให้พวกเรามองหน้ากันเลิ่กลั่ก ผมยังต้องชื่นชมคุณชูวิทย์ครับ เพื่อนสมาชิกพรรคฝ่ายค้านด้วยกันบอกว่า ถ้าท่านอ้างมติพรรคพวกเราก็ไม่รู้จะว่าอย่างไร สุดท้ายก็ต้องมาโหวตกันในที่ประชุม
ผมจึงเอาเหตุผลบรรยากาศต่าง ๆ มาเล่าให้กับเพื่อนสมาชิกได้ฟังและ อยากจะตั้งเป็นข้อสังเกตนะครับว่า จริง ๆ แล้วภารกิจประชาชนเยอะมาก รัฐบาลมีภารกิจ ที่ต้องดูแลพี่น้องประชาชน ต้องออกเป็นกฎหมายเยอะมาก ท่านต่างหากที่จะต้องให้ประชุม เยอะ ๆ พวกผมมีหน้าที่ตรวจสอบมันไม่ยากนะครับ ดังนั้นการประชุมตั้งแต่เก้าโมงเช้า เลิกไม่น้อยกว่าห้าโมงเย็น อาจถึงทุ่ม ๒ ทุ่ม ๓ ทุ่ม รัฐบาลสามารถผลักดันกฎหมายได้เยอะมาก การไปเริ่มในช่วงบ่ายระยะเวลามันจํากัดมาก ฉะนั้นผมว่าการเริ่มประชุมเช้ามันจะเป็นผลดี มากกว่า แต่ผมมีข้อกังวลใจ เนื่องจากมีเพื่อนจากพรรคเพื่อไทยที่แอบกระซิบบอกว่าบางครั้ง ก็กลัวฝ่ายค้านตรวจสอบรัฐบาลมากขึ้นถ้ามีเวลาในการประชุมสภามาก มันเป็นเรื่องเหล่านี้ จริงหรือเปล่า ซึ่งผมไม่แน่ใจนะครับ เป็นข้อกังวลใจที่มีการพูดกันปากต่อปาก แต่อยากจะ ฝากเรียนท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกนะครับว่า ผมถือว่าเป็นความเป็นสุภาพบุรุษของ ท่านวิทยา อดีตประธานวิปรัฐบาล ซึ่งถ้าไม่พูดในที่ประชุมนี้ไม่ได้ครับ ซึ่งท่านบอกว่า เรากําลังต่อรองกันในสิ่งที่เป็นประโยชน์สูงสุดและเราก็เชื่อว่าการประชุมเช้าประชาชนจะได้ ประโยชน์สูงสุด และท่านวิทยาก็พูดในที่ประชุมเมื่อวานนี้ว่าท่านไม่ต้องกังวลใจ ในการตรวจสอบองค์ประชุมในสิ่งต่าง ๆ ที่ท่านเคยทํากับรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์มา เช่นการไม่เสียบบัตรอะไรก็แล้วแต่ เราจะไม่ทําสิ่งเหล่านี้ ท่านวิทยายังตั้งเป็นเงื่อนไขว่า ท่านกลับไปคิดดูนะ ไม่ต้องกลัวว่าพรรคประชาธิปัตย์หรือพรรคร่วมฝ่ายค้านจะมาใช้รูปแบบ ที่ท่านเคยทํากับเรา เราจะไม่ทําสิ่งเหล่านี้ ถ้าเราไม่พอใจเราจะใช้กติกาสากลคือ การวอล์คเอาท์ (Walkout) ซึ่งเราตั้งเป็นโจทย์ให้ท่านกลับไปคิด ดังนั้นจึงคิดว่าสิ่งเหล่านี้ให้ ท่านคิดให้ดีนะครับ เราเอาประโยชน์ประชาชนเป็นหลัก เชื่อว่าการประชุมเช้า จะได้ประโยชน์มากกว่าการประชุมในช่วงบ่าย และผมถือว่าการประชุม ๒ ครั้ง ต่อท่านประธานนั้นไม่มีบทสรุป พรรคประชาธิปัตย์จึงยืนข้อเสนอเดิมครับ คือเริ่มประชุม ตั้งแต่เก้าโมงเช้าเป็นต้นไปครับ ขอบคุณครับ
ท่านสมาชิกครับ เพื่อความเข้าใจตรงกัน เดี๋ยวจะกลายเป็นปัญหาในภายหลัง ผมขออนุญาตชี้แจงนิดหนึ่ง ในกรณีที่คุณหมอวรงค์ได้พูดพาดพิงมาถึงผมเรื่องวันประชุมสภา
(นายวิเชียร ขาวขํา ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ผมขออนุญาต นิดเดียวครับท่านวิเชียรครับ ขอทําความเข้าใจกับพี่น้องนิดเดียวครับ เรื่องวันประชุมสภา ทุกวันพุธ วันพฤหัสบดี ที่เมื่อกี้คุณหมอบอกว่ารัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีต้องมาประชุม ที่กรณีพาดพิงถึงตรงนั้นนะครับ ความหมายของผมหมายความว่าอย่างนี้นะครับ ทุกวันพุธและวันพฤหัสบดีที่มีการประชุมสภานี่ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีควรให้เกียรติกับ สภาแห่งนี้ โดยที่ไม่ได้หมายความว่าทุกท่านจะต้องมาประชุมที่นี่นะครับ แต่หมายความว่า รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องหรือประเด็นที่เกี่ยวข้องกับท่านนายกรัฐมนตรี แล้วก็ถ้า ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รัฐมนตรีท่านใดรับผิดชอบบริหารราชการแทน ท่านนายกรัฐมนตรีก็สามารถที่จะมอบให้รัฐมนตรีที่รับผิดชอบตรงนั้นมาตอบแทนได้อยู่แล้ว ตามข้อบังคับ เพราะฉะนั้นไม่ได้หมายความว่ารัฐมนตรีกับท่านนายกรัฐมนตรีต้องมาประชุม ทุกวันพุธ วันพฤหัสบดีนะครับ เพียงแต่ต้องให้เกียรติสภาด้วยการมาตอบกระทู้ถาม ตอบญัตติ ที่สภาแห่งนี้ได้พิจารณา ผมหมายถึงอย่างนั้นนะครับ เพื่อความเข้าใจตรงกันครับ ท่านวิเชียร ประท้วงใช่ไหมครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม วิเชียร ขาวขํา พรรคเพื่อไทยครับ ผมขอประท้วงคุณหมอวรงค์ เดชกิจวิกรม ครับ คือจริง ๆ แล้วการพูด ของหมอวรงค์พาดพิงแล้วก็กล่าวหาให้พรรค สมาชิกพรรคเพื่อไทยเสียหายหลายครั้ง แต่ว่าผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานเพียงประเด็นเดียวก็คือว่าเรื่องกรณีที่บอกว่า สมาชิกพรรคเพื่อไทยได้กระซิบคุยกับคุณหมอว่า กลัวว่าพรรคประชาธิปัตย์จะตรวจสอบ เข้มข้นมากขึ้นหรือไม่นั้น จริง ๆ ไม่ใช่ครับ ไม่มีใครพูดหรอกครับ หมอวรงค์พูดเองครับ และอีกอย่างหนึ่งผมเห็นแล้ววันนี้พรรคประชาธิปัตย์เหมาะมากที่จะเป็นฝ่ายค้านนะครับ ฉะนั้นขออวยพรให้พรรคประชาธิปัตย์เป็นฝ่ายค้านตลอดไปแล้วกันนะครับ
ท่านธนิตพล มีอะไรครับ
ขออนุญาตท่านประธาน
ประท้วงใช่ไหมครับ
ถูกต้องครับ
ประท้วงนะครับ
ประท้วงครับท่านประธานครับ
เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม ธนิตพล ไชยนันทน์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดตาก คืออย่างนี้ครับที่ผมประท้วงท่านประธาน เพราะว่าท่านประธาน เป็นประมุขของฝ่ายนิติบัญญัติ แล้วการประชุมสภานี่เมื่อสักครู่นี้ท่านประธานก็บอกแล้วครับว่า เราไม่ควรจะใช้เวทีแห่งนี้ในการเสียดสีกัน แล้วเมื่อสักครู่นี้นะครับที่ท่านวิเชียรได้พูดถึงว่า พรรคประชาธิปัตย์ควรจะเป็นฝ่ายค้านตลอดไปนะครับ
ท่านธนิตพลครับ ผมขออย่างนี้ครับ ขอวินิจฉัยควบทั้งคู่เลยนะครับ ให้ระมัดระวังในการใช้คําพูดอย่าเสียดสีกัน โดยไม่จําเป็น ผมถือว่าผมวินิจฉัยแล้วครับ แล้วก็สมควรที่จะจบแล้วครับ
ให้เกียรติสมาชิกนะครับ คือสิ่งที่ ท่านประธานทําอย่างนี้ครับ
ท่านธนิตพลครับ
เดี๋ยวท่านประธานก็จะให้ผมนั่งใช่ไหมครับ เพราะว่าถ้าท่านประธานทําอย่างนี้ครับ ผมคิดว่าเราประชุมต่อไปลําบากครับ เพราะว่ามันก็ จะเสียดสีกันตลอดเวลา เพราะฉะนั้นท่านประธานต้องหัดฟังบ้างครับ ผมเรียนท่านประธาน ที่ประท้วงนี่เพื่อให้ท่านสมาชิกท่านถอนคําพูดครับ แล้วไม่ได้ตั้งใจจะเสียดสีอะไรเลยครับ ขอความกรุณาท่านประธานวินิจฉัยด้วยครับ
ท่านธนิตพลครับ เมื่อกี้ผมได้วินิจฉัยไปแล้วนะครับ แล้วก็ถือว่าเป็นที่สุดแล้ว แล้วก็ในเมื่อผมวินิจฉัยแล้วครับ แล้วก็ท่านประท้วงในสิ่งที่ประเด็นเดียวกัน แล้วขอให้ผมวินิจฉัยถอนคําพูดใช่ไหมครับ ผมก็ยืนยันวินิจฉัยเดิมของผม ผมถือว่าผมได้เตือนทั้งคู่แล้ว ถือว่าได้วินิจฉัยแล้ว เป็นที่สุดแล้วครับ จบแล้วครับ ขอเชิญท่านขจิตรครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี เขต ๔ ครับ ต่อปัญหาเวลาการประชุม ผมจะสนับสนุนการประชุมที่พรรคเพื่อไทยเสนอ ท่านประธานที่เคารพครับ เป็นที่ทราบ โดยทั่วไปแล้วว่าสภาแห่งนี้การใช้เวลาเท่าที่เสนออยู่นี่สามารถที่ดําเนินการออกกฎหมาย อย่างมีประสิทธิภาพได้ แล้วตอนเช้าวันพุธในการที่จะประชุมคณะกรรมาธิการผมเห็นด้วยครับ แล้วผมไม่เห็นด้วยในการที่จะให้มีการประชุมคณะกรรมาธิการซ้อนกับสภาใหญ่นี้ ผมเป็นกรรมาธิการร่างกฎหมายและกรรมาธิการสามัญมา เป็นผู้แทนมา ๕ สมัย ไม่ได้เป็น ก็ตลอดเวลา ๒๐ ปี ออกกฎหมายมาไม่ต่ํากว่าประมาณ ๑๐๐ ฉบับ ถ้าเกินก็ไม่มาก ถ้าไม่ถึง ก็ไม่น้อย เพราะฉะนั้นเที่ยวที่แล้วนี่ครับผมเป็นกรรมาธิการร่างกฎหมายหลายฉบับ เห็นใจ ข้าราชการครับ เวลาท่านจะลงมติแต่ละประเด็น ช่วงหลังผมไม่ได้เป็นผู้แทน ผมต้องนั่งรอกับ ข้าราชการผู้ใหญ่ที่เขาจะชี้แจงกฎหมายครั้งละครึ่งชั่วโมงหรือชั่วโมงกว่า ๆ แล้วบางฉบับ นั่งรอแล้วไม่ได้ประชุมอีกเพราะองค์ประชุมไม่มี สิ่งนี้ไม่ควรเกิดขึ้นอีกในสภาแห่งนี้ สิ่งนี้ไม่ควรเกิดขึ้นอีก แล้วผมยืนยันว่าการสนับสนุนนี้ไม่ได้สนับสนุนเพราะขี้เกียจ ผมเป็น ส.ส. มาแล้วเป็นกรรมาธิการมา ท่านที่อยู่พรรคประชาธิปัตย์ ในกฎหมายเดียวกันกับ ที่ผมเป็นกรรมาธิการ ผมยืนยันครับ บางวันผมเป็น ๓ คณะ แต่ไม่ได้เซ็นแล้วออกไป แล้วรับเงินครับ เพราะข้อบังคับเขาบอกให้รับ ๒ คณะ เวลาผมประชุม ๓ คณะ ผมก็ประชุม ทั้ง ๓ คณะ แล้วประชุมให้ฟรีด้วยอีกคณะหนึ่ง บางครั้งมีอนุกรรมาธิการ ๒ คณะด้วย นี่ผมทํามา ยืนยันได้ครับ แล้วก็ทําด้วยความขยัน แล้วถ้าจะพูดว่าใครร่างกฎหมายเยอะ ในนี้ที่บอกว่าขยันกันนัก ถ้าเริ่ม ๐๙.๐๐ นาฬิกา กับ ๑๓.๐๐ นาฬิกา แล้วหยุดตอน ๒๑.๐๐ นาฬิกา ไม่ได้ชี้บอกว่าใครขยัน ใครขี้เกียจ แต่ว่าการบริหารเวลาที่มีประสิทธิภาพ การเกรงใจข้าราชการที่เขาเสียสละเวลามาชี้แจงกฎหมายมันเป็นสิ่งที่ควรจะทําในสภาแห่งนี้ เพราะฉะนั้นผมจึงสนับสนุนญัตติของพรรคเพื่อไทยนะครับ ขอบคุณมากครับ
ท่านนิพนธ์ครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมอยากเห็นบรรยากาศของสภาเราในเรื่องการกําหนดวัน เวลาประชุม ได้มีการพูดคุยกันด้วยดีนะครับ ไม่อยากเห็นความขัดแย้งเกิดขึ้น จากประสบการณ์ของผม นี่นะครับ ผมอยากจะเรียนว่าผมเป็นทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา คือแต่เดิมมานั้นในปีที่ผมมาเข้าสภาผู้แทนราษฎรก็มีการประชุมตั้งแต่เก้าโมงเช้าเป็นต้นไป ก็มีมาเปลี่ยนแปลงเป็นบ่ายโมงครึ่ง โดยท่านปิยะณัฐ วัชราภรณ์ นี่ครับเสนอในที่ประชุม แล้วก็ใช้กันมาตลอดนะครับ ทีนี้ปัญหาอย่างนี้ครับ ผมเองอยากจะเสนอที่เป็นกลางนะครับ ระหว่าง ๙ โมงครึ่งกับบ่ายโมง คือ ในการประชุมทั่วไป ทางวุฒิสภาเองก็ประชุมเช้า เขาไม่เคยประชุมบ่าย สภาผู้แทนราษฎรเราก็มีทั้งบ่ายทั้งเช้ามีมา แต่อย่างนี้ครับ ถ้าวันพุธ จะมีการประชุมคณะกรรมาธิการ อาจจะมีปัญหา มีปัญหาแน่ ต้องวิ่งเข้าห้องประชุมใหญ่ กับคณะกรรมาธิการ แต่จะสังเกตไหมครับว่า ถ้าเวลามีการนัดประชุม ๙ โมงครึ่งนี่ กว่าจะครบองค์ประชุมนี่ ๑๐ โมง ๑๐ โมงครึ่ง แล้วปรึกษาหารืออีกเกือบชั่วโมง ก็เกือบบ่ายเข้าไปแล้ว ถ้าสมมุติว่าเรากําหนดบ่ายโมงครึ่งนี่ ผมเชื่อเหลือเกินครับว่า บ่ายโมงครึ่งนี่ไม่ครบองค์ประชุมเป็นส่วนใหญ่ แรก ๆ อาจจะครบ แรก ๆ นะครับจะครบ ระยะหลังมานี่จะมีปัญหาตรงนี้ แล้วถึงเวลานั้นปรึกษาหารือด้วย ๓ โมงบางทียังไม่ได้ เริ่มประชุม และจากประสบการณ์ทั่วไปพอค่ําพอเย็นสมาชิกส่วนใหญ่ก็จะหาย แรก ๆ อาจจะ ครบครับอย่างที่ผมได้เรียนแต่ต้น ทีนี้อย่างนี้ดีไหมครับ คือในวันพุธส่วนใหญ่จะมีการประชุม คณะกรรมาธิการ ถ้าเราเอาตรงกลางที่ทางฝ่ายพรรคเพื่อไทยและฝ่ายพรรคประชาธิปัตย์ และหลาย ๆ พรรคเคยร่วมปรึกษาหารือกับท่านประธาน ๑๐ โมงครึ่ง ผมว่าน่าจะเป็นเวลาที่ หลีกเลี่ยงปัญหาการจราจรด้วยแล้ว เพราะในช่วง ๙ โมงกว่า ๑๐ โมง เราเดินทางการจราจร ก็ไม่หนาแน่น แล้วถ้าประชุม ๑๐ โมงครึ่งนี่กว่าจะประชุมได้ก็ ๑๑ โมง ปรึกษาหารือกันก็เที่ยง คณะกรรมาธิการก็ประชุมเสร็จแล้วไม่เสียเวลาการประชุมคณะกรรมาธิการ แล้วเราเริ่มไป ส่วนเวลาเลิกประชุมนั้น ผมไม่อยากให้กําหนดเวลาเลิก อาจจะเป็นประมาณ เพราะว่า วาระการประชุมนั้นผมเรียนตรง ๆ ว่าการประชุมสภาเรานี่นะครับ ๙ โมง เคยเลิกกัน ๓ ทุ่ม ๔ ทุ่ม ๖ ทุ่มก็มีในเวลาการประชุมปกติ แล้วผมเชื่อเหลือเกินว่างานของรัฐบาลในเรื่อง การพิจารณากฎหมายมีความสําคัญ เพราะเป็นเครื่องมือในการที่จะใช้ ในการทํางานของ รัฐบาล ถ้าปัญหาการพิจารณากฎหมายมีปัญหาเมื่อไร ผมคิดว่าข้อขัดข้องในการทํางาน ในการบริหารราชการแผ่นดินก็มีปัญหา เพราะฉะนั้นผมอยากจะเสนอเป็นกลางครับ ไม่อยากให้มีการโหวตกันในการประชุมนัดแรกเพื่อกําหนดวันเวลาในการประชุม ถ้าเป็น ๑๐ โมงครึ่งอย่างที่เคยตกลงกันไว้แต่แรกกับท่านประธาน ผมคิดว่าน่าจะเป็นทางออกที่ดี ผมไม่อยากเห็นบรรยากาศต้องมาโหวตกันนะครับ ในเรื่องเวลาอย่างนี้ เราพิจารณาเวลา ที่เหมาะสมและสมควรที่สุด ส่วนเวลาเลิกเราอาจจะประมาณการครับอย่ากําหนดเวลา มันไม่เคยกําหนดเวลาได้เลยครับในเรื่องการเลิกการประชุม และจากประสบการณ์ที่ผ่านมา เมื่อสมัยที่แล้วบางวันประชุมไปชั่วโมงเดียว ไม่ครบองค์ประชุมเลิกแล้วก็มี แต่ผมคิดว่า พวกเราในที่นี้ควรจะมีความรับผิดชอบอย่างที่ท่านประธานดําริไว้ว่าภาพลักษณ์ของสภา มีความสําคัญ เราเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนและมีหน้าที่มาทํางานในสภา การพิจารณากฎหมาย การพิจารณาญัตติต่าง ๆ กระทู้ถามต่าง ๆ เป็นบทบาทสําคัญของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งนี่เรามีกฎหมายขึ้นมาแล้วสําหรับเป็น เครื่องมือในการทํางาน คือกฎหมายคําสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการ ของสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา เพราะฉะนั้นเราควรจะทํางานให้มีประสิทธิภาพและใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ ถ้าบ่ายโมงครึ่งหรือบ่ายโมง ผมเกรงครับ พอประชุมไป ๖ โมง ๗ โมงหายหมด แล้วการทํางานของเราจะเสียหาย นี่เป็นประสบการณ์ที่เห็นมาจริง ๆ ครับ แล้วก็พูด เรื่องจริงที่เกิดขึ้นในที่ประชุมนี้ ผมเชื่ออย่างนั้นครับ ถ้าแรก ๆ อาจจะครบองค์ ไม่ค่อยมีปัญหา แต่นานเข้านานเข้า ผมอยากให้สมาชิกของเราพึงสังวรว่าวันแรก ที่เรามาประชุมกับระยะเวลา ๓ ปี ๔ ปีที่เราอยู่ ระยะเวลาของอายุการเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้น เราสม่ําเสมอในการทํางานเป็นสิ่งที่สมาชิกพึงตระหนัก เพราะฉะนั้นผมอยากจะเสนอเวลาที่เป็นกลาง ถ้าเป็นไปได้นะครับ ๑๐ โมงครึ่งแล้วเลิก โดยประมาณจะทุ่มหนึ่ง หรือ ๖ โมงก็แล้วแต่ดุลยพินิจของท่านประธานครับ ผมอยากเสนอ อย่างนี้ครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ท่านนิพนธ์ครับ ขอบคุณครับ เชิญท่านปวีณครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ปวีณ แซ่จึง พรรคเพื่อไทย จังหวัดศรีสะเกษ ผมขอสนับสนุนญัตติของคุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว เริ่มประชุมวันพุธ เวลา ๑๓.๓๐ นาฬิกา ไปจนถึงเวลา ๒๑.๐๐ นาฬิกา วันพฤหัสบดี เวลา ๑๐.๐๐ นาฬิกา แล้วไปเลิกเวลา ๑๘.๐๐ นาฬิกา
เหตุผลนะครับ เขาเคยพูดว่าอย่างนี้ ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นมาแล้วนี่ย่อมดีเสมอ เหตุการณ์ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ เป็นปรากฏการณ์ที่มีทั้งสิ่งที่ดีและสิ่งที่ เราเห็นว่าควรจะปรับปรุง อดีตนั้นผ่านมาแล้วต้องทบทวน สิ่งใดที่ไม่ดีจะต้องมีการแก้ไข ผมมีความเห็นว่าที่แล้วมาสภาล่มมากที่สุด ก็คือ ชุดที่ ๒๓ จริงอยู่ท่านอ้างว่าท่านผ่าน กฎหมายมากที่สุด ความล้มเหลวในการประชุมคณะกรรมาธิการเกิดขึ้นบ่อย ๆ เหมือนกัน ผมเป็นรองประธานคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ พรรครัฐบาลขณะนั้นท่านเป็น ประธาน พรรคร่วมรัฐบาลเป็นกรรมาธิการร่วม เวลาจะโหวต เวลาจะประชุมเชิญเจ้าหน้าที่ ของรัฐหน่วยงานต่าง ๆ มาร่วมประชุมแล้วนี่มีกรรมาธิการที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เหลืออยู่ในห้องไม่เกิน ๒-๓ คน ประชุมต่อไม่ได้ครับต้องรอ แล้วการประชุมคณะกรรมาธิการต่าง ๆ นั้นทุกคนทราบว่าเป็นเครื่องไม้เครื่องมือ ของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งจะเป็นผู้ที่ไปศึกษาปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ในการดําเนินงาน ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสภาแห่งนี้เพื่อนําเสนอต่อสภา การประชุมมักจะคาบเกี่ยว เลยเที่ยง เราจะประชุมกันถึงเที่ยงครึ่งก็มี เนื่องจากว่าประเด็นยังไม่หมด เชิญเจ้าหน้าที่ มาแล้วต้องต่อประเด็นให้จบ กินข้าวเสร็จแล้วต้องเข้ามาประชุมต่อก็คือ ๑๓.๓๐ นาฬิกา นั่นคือเวลาที่พอดีที่สุด การทํางานให้มีประสิทธิภาพต้องมีการจัดการบริหารเวลา อย่าบอกว่า เดินไปเดินมา มันไม่เป็นภาพที่เหมาะสม เราต้องการให้งานของเรานั้นได้ประสบความสําเร็จ ตามสมควร เพราะฉะนั้นการแบ่งเวลาจึงเป็นสิ่งที่สําคัญ ท่านบอกว่ามีท่านสมาชิกท่านหนึ่ง กล่าวว่า หรือว่ารัฐบาลกลัวการตรวจสอบ ไม่มีใครกลัวการตรวจสอบหรอกครับ การตรวจสอบนั้นเพื่อเป็นการหาข้อเท็จจริง กรรมาธิการก็ลงไปตรวจสอบเช่นกัน การปฏิบัติ หน้าที่ของหน่วยงานต่าง ๆ ที่มีปัญหา ราษฎรได้รับความเดือดร้อนที่ร้องเรียนมา ปัญหาที่ สภาแห่งนี้หาข้อยุติไม่ได้ที่ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ นั่นก็คือภาระหน้าที่ของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเช่นกัน ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นเครื่องไม้เครื่องมือซึ่งกันและกัน การประชุมสภาผู้แทนราษฎรนั้นผมเรียนตรง ๆ นะครับว่าถ้าเริ่ม ๑๓.๐๐ นาฬิกา ตามที่ คุณหมอชลน่านเสนอ นั่นล่ะเป็นเวลาที่ดีที่สุด เรากําหนดกรอบว่าถึง ๒๑.๐๐ นาฬิกา เพราะฉะนั้นทุกคนที่อยู่ ณ ที่ตรงนี้นะครับเราจะต้องยอมรับตามระบอบประชาธิปไตย สมัยประชุม ชุดที่ ๒๓ พรรครัฐบาลเป็นคนเสนอก็อาศัยเสียงส่วนมาก เสียงข้างมากเป็น ผู้กําหนดให้ประชุม ๙ โมง ทั้ง ๒ วัน แล้วเวลาสภาล่มแล้วท่านถาม ถามหาใคร เพราะฉะนั้น ผมถึงบอกว่าเราจะต้องเก็บทั้งข้อดีข้อเสียมาประเมินแล้วสรุป ส่วนวันพฤหัสบดีนั้น เราเห็นตรงกันครับ เริ่มประชุม ๑๐.๐๐ นาฬิกาเช้า แล้วก็ไปเลิกเวลา ๑๘.๐๐ นาฬิกา ไม่ต้องห่วงเวลากลับบ้านครับ ถ้าท่านพูดว่าจะทํางานให้เต็มที่นี่ วันพฤหัสบดีไม่ต้องห่วง อย่างไรเราก็ต้องกลับในคืนนั้น จะอยู่ร่วมประชุมจนหมดระเบียบวาระ คิดใหม่ทําใหม่นะครับ ต่อไปจะคิดเหมือนเก่าไม่ได้แล้ว ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ปัญหาต่าง ๆ ที่ท่าน คุณหมอชลน่านได้ชี้แจงต่อที่ประชุมมันหมดประเด็นแล้วมากเกินไปด้วยซ้ําไปนะครับ เพราะฉะนั้นผมยืนยันที่จะสนับสนุนญัตติของคุณหมอชลน่านครับ ขอบคุณมากครับ
ท่านสมาชิกครับ มีสมาชิกหลายท่านแสดงความจํานงที่จะพูดนะครับ ก็ขอความกรุณาช่วยกระชับสักนิดนะครับ เชิญท่านชูวิทย์ครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ชูวิทย์ พรรครักประเทศไทย ผมจะขอกระชับครับ แล้วผมจะขอให้ท่านประธาน ให้สมาชิกโหวตเลยเถอะครับ เพราะว่าแค่เวลาเราคุยกันมาหลายอาทิตย์แล้วนะครับ ตั้งแต่เราไปประชุมกับท่านประธานจนกระทั่งวันนี้ก็ฟังพรรคใหญ่ ๒ พรรค เถียงกันไป เถียงกันมาว่าควรเอาเวลาเช้า ควรเอาเวลาบ่าย ผมว่าเราลงมติเลยดีไหมครับ แล้วก็จะได้ เดินหน้า เพราะว่าจะมีแถลงนโยบาย จะมีเรื่องอื่น ๆ อีกมากมาย ผมว่าเราอภิปรายกัน อย่างกว้างขวางพอแล้วล่ะครับ ขอให้ท่านลงมติแล้วก็เลือกเอาเถอะครับว่าจะเอาเช้า หรือบ่ายได้ทั้งนั้นแหละครับ ขอบคุณครับ
ท่านชูวิทย์ครับ ท่านกําลังจะเสนอญัตติให้มีการปิดอภิปรายหรือเปล่าครับ
ครับ ผมอยากจะเสนอให้มีการปิด อภิปราย แล้วก็ลงมติเลยครับ ขอผู้สนับสนุนด้วยครับ
ผู้รับรองถูกต้อง อย่างนั้นผมขออนุญาตขอมติเลยนะครับ
(นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
เรียนเชิญสมาชิก เข้าห้องประชุมครับ ท่านสมาชิกครับ ผมขออนุญาตตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ
(นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
เชิญท่านสมาชิก แสดงตนได้เลยครับ เชิญครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
ขออนุญาต ปิดการแสดงตนนะครับ ส่งผลได้เลยครับ มีผู้เข้าประชุม ๔๒๗ คนนะครับ ถือว่า ครบองค์ประชุม
ผมขออนุญาตขอมติตามที่มีผู้เสนอญัตติทั้งหมด ๓ ญัตตินะครับ โดยจะขอ ความเห็นแต่ละญัตตินะครับ โดยญัตติแรกขอเป็นญัตติของคุณหมอชลน่านนะครับ ขอถามที่ประชุมเลยนะครับ ท่านสมาชิกเห็นด้วยกับญัตติของท่านคุณหมอชลน่านหรือไม่ครับ เชิญลงคะแนนได้เลยครับ เห็นด้วยกับญัตติของคุณหมอชลน่านหรือไม่ครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ขอปิด การลงคะแนนนะครับ แจ้งผลได้เลยครับ เห็นด้วย ๒๖๘ คน ไม่เห็นด้วย ๑๖๗ คน งดออกเสียง ๑ คน ไม่ลงคะแนน ๕ คนครับ ผมจะถือคะแนนเห็นด้วย เฉพาะคะแนน เห็นด้วยนะครับ ๒๖๘ คน เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ สรรเสริญ สมะลาภา บัตรขัดข้องนะครับ หมายเลข ๓๗๗ ไม่เห็นด้วยครับ
ขอบคุณครับ ยกมือมีอะไรหรือเปล่าครับ
เกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร หมายเลข ๒๖ เห็นด้วยครับ
ขอบคุณครับ เชิญครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สมมุติ เบ็ญจลักษณ์ ปัตตานี เขต ๔ พรรคภูมิใจไทย ไม่เห็นด้วยนะครับ พอดีไฟไม่ติดครับ หมายเลข ๓๗๒ ครับ
ขอบคุณครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม วิรัชครับ
มีท่านใดครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม วิรัช รัตนเศรษฐ พรรคเพื่อไทย บัญชีรายชื่อ เห็นด้วยครับ
ธนิตพล ไชยนันทน์ หมายเลข ๑๒๑ ไม่เห็นด้วยครับ
ขอบคุณครับ เชิญครับ
อธิรัฐ รัตนเศรษฐ พรรคเพื่อไทย หมายเลข ๔๔๗ เห็นด้วยครับ
หมดนะครับ เห็นด้วย เป็น ๒๗๑ นะครับ ไม่เห็นด้วยเป็น ๑๗๐ ครับ
ผมขอมติที่ ๒ เลยนะครับ ท่านใดเห็นด้วยกับญัตติของคุณหมอวรงค์ครับ เชิญใช้สิทธิได้เลยครับ เห็นด้วยหรือไม่นะครับกับญัตติของคุณหมอวรงค์ครับ ที่จริงญัตติ ๓ ญัตตินี้ เอาเฉพาะคะแนนเสียงที่เห็นด้วยก็พอน่าจะอย่างนั้นนะครับ แล้วคะแนนเสียงญัตติไหนมากสุด ก็ถือว่าที่ประชุมมีมติตามนั้นครับ เชิญครับ ท่านธนาครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ต้องขออนุญาตปรึกษาท่านประธานว่าวิธีการเรียกลงมติของท่านประธานจะชอบด้วยข้อบังคับ หรือไม่ เพราะว่าในกรณีท่านประธานเรียก ๓ ครั้งอย่างนี้นี่นะครับ กลายเป็นว่าคนคนหนึ่งอาจจะ ลงมติเห็นชอบด้วยเกินกว่าครั้งหนึ่ง ซึ่งโดยปกติการขอมติในลักษณะนี้ ท่านประธานสามารถขอมติ ได้เพียงครั้งเดียวก็คือ เห็นชอบด้วยกับของคุณหมอชลน่าน กดเบอร์ ๒ เห็นชอบกับข้อเสนอของ คุณหมอวรงค์ กดเบอร์ ๓ แล้วก็เห็นชอบกับคุณศุภชัย พรรคภูมิใจไทย ก็กดเบอร์ ๔ อย่างนี้นะครับ จะเป็นการลงมติเพียงครั้งเดียว และจะไม่มีการเห็นคะแนนกันล่วงหน้า ซึ่งทําให้มีผลได้เสียได้ เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนท่านประธานว่า ถ้าครั้งนี้ท่านประธานจะเรียกมติไปแล้ว ผมก็ไม่ติดใจ แต่คราวหน้าท่านประธานจะเรียกมติในกรณีอย่างนี้อีกไม่ได้นะครับ ท่านประธาน กราบขอบพระคุณครับ
ท่านสมาชิก ท่านธนาครับ ขอบพระคุณจริง ๆ นะครับ ผมเห็นด้วยกับท่านครับ ผมขออนุญาตลงคะแนนใหม่ทั้งหมดครับ เชิญท่านวิเชียรครับ เชิญครับ
วิเชียร ขาวขํา ครับ ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ญัตติที่คุณธนาเสนอนั้นไม่ถูกต้องละครับ เพราะว่ากรณีการเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับญัตติของ คุณศุภชัย ใจสมุทร ถ้ากดหมายเลข ๔ ก็จะเป็นการงดออกเสียง ซึ่งไม่ใช่เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย เพราะฉะนั้นท่านประธานวินิจฉัยเบื้องต้นที่ให้ลงคะแนนน่ะถูกต้องแล้ว ความหมายคือมีกี่ญัตติ ต้องลงเท่านั้นญัตติ ไม่ใช่ว่าเอาญัตติทุกญัตติมารวมกันแล้วเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย งดออกเสียง นี่ไม่ได้ครับ ขอบคุณครับ
ท่านวิเชียรครับ ที่จริงเป็นดุลยพินิจของผู้ทําหน้าที่ประธานนะครับ เพราะฉะนั้นผมใช้ดุลยพินิจเห็นด้วยกับ ท่านธนาครับ น่าจะเป็นที่ถูกต้องที่สุดนะครับ ผมขออนุญาตเริ่มดําเนินการใหม่เลยนะครับ
(นายวิเชียร ขาวขํา ได้ยืนและยกมือขึ้น)
เชิญครับ
ท่านประธานครับ คําวินิจฉัยท่านประธาน ผมประท้วงคําวินิจฉัยท่านประธานนะครับ ท่านประธานลงเป็นดุลยพินิจท่านประธานไม่ได้ การเสนอญัตติจะเป็น ๑๐ ญัตติก็ตาม ท่านประธานต้องให้ลงมติเรียงตามญัตติผู้เสนอก่อนหลัง ไม่ใช่ท่านจะเอามารวมกัน แล้วสมมุติว่ามีคนเสนอ ๖ ญัตติ จะกดเลขไหนล่ะครับ ในหน้าจอมันมีแค่ ๕ อันนะครับ ถ้าญัตติของคุณศุภชัย ใจสมุทร ถ้ากดเลข ๔ ก็เป็นการงดออกเสียงครับ ไม่ใช่ลงมติให้ คุณศุภชัยนะครับ เพราะฉะนั้นท่านประธานวินิจฉัยอย่างนี้ไม่ได้ ไม่ถูกครับ
ขอบคุณครับ ท่านวิเชียรครับ ผมถือว่าผมได้วินิจฉัยแล้ว แล้วผมก็มั่นใจว่าคําวินิจฉัยของผมถูกต้องนะครับ ผมขออนุญาตดําเนินการเลยนะครับ คุณหมอวรงค์มีอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลกครับ ผมขออนุญาตท่านประธานจะได้เกิด ความมั่นใจครับว่าสิ่งที่ท่านสนับสนุนท่านธนานั้นมีข้อบังคับรองรับอยู่ครับ เนื่องจากว่า ท่านสามารถทําตามข้อบังคับ ข้อ ๗๑ เขียนไว้ชัดเจนว่า ถ้าความเห็นของที่ประชุมมีตั้งแต่สองฝ่าย ขึ้นไปให้ถือเอาจํานวนคะแนนเสียงของฝ่ายที่มากที่สุด ขณะนี้มี ๓ ความเห็น ท่านก็กําหนดมาเลยว่า ความเห็นของท่านหมอชลน่าน หมายเลข ๒ ความเห็นผม หมายเลข ๓ ความเห็นของท่านศุภชัย หมายเลข ๔ ก็ถูกต้องครับ มีข้อบังคับรองรับท่านครับ ท่านทําถูกต้องครับ ขอบคุณครับ
ขออนุญาตดําเนินการ ต่อเลยนะครับ ผมจะขอลงมติครั้งเดียวด้วยการถามความเห็นทั้ง ๓ ญัตติพร้อมกัน ถ้าท่านสมาชิก ท่านใดเห็นด้วยกับญัตติของคุณหมอชลน่านให้กดหมายเลข ๒ นะครับ ถ้าท่านสมาชิกเห็นด้วยกับ ญัตติของคุณหมอวรงค์ให้กดหมายเลข ๓ ถ้าท่านสมาชิกที่เห็นด้วยกับญัตติของท่านบุญจง ให้กดหมายเลข ๔ ครับ เชิญลงคะแนนได้เลยครับ เชิญครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ผมขอไปที่ระเบียบวาระ ๗.๒ ครับ
๗.๒ กําหนดวันเริ่มสมัยประชุมสามัญนิติบัญญัติ ตามมาตรา ๑๒๗ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย (ค้างมาจากการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๔ ปีที่ ๑ (สมัยสามัญทั่วไป) ครั้งที่ ๓ วันพุธที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๕๔) ขอเชิญท่านสมาชิกครับ เชิญท่านไพจิตครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย จากสภาจะต้องกําหนด สมัยสามัญนิติบัญญัติ ขอกราบเรียนเสนอเป็นญัตติว่าควรกําหนดสมัยสามัญนิติบัญญัติ วันที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๕๔ แล้วสิ้นสุดสมัยสามัญนิติบัญญัติในวันที่ ๑๘ เมษายน ๒๕๕๕ ขอผู้รับรองและขออนุญาตได้อภิปรายข้อเสนอ
ผู้รับรองถูกต้องนะครับ มีท่านใดเห็นเป็นอื่นไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ไม่มีท่านใด เห็นเป็นอื่นนะครับ ถือว่าที่ประชุมมีมติให้เปิดประชุมสมัยสามัญนิติบัญญัติ วันที่ ๒๑ ธันวาคมนะครับ ปิดประชุมครับ