สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๑๗ สิงหาคม ๒๕๕๔

ชลน่าน ศรีแก้ว หารือเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยเน้นย้ำถึงหน้าที่ในการให้ความรู้และความช่วยเหลือแก่ประชาชน และเรียกร้องให้มีการอบรมและให้ความรู้ประชาธิปไตยแก่ประชาชนในแต่ละเขตเลือกตั้ง

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตให้ เหตุผล

ประการแรกสุด เรื่องของการกําหนดเวลาปิดที่มีเวลาปิดในวันพุธถึง ๒๑.๐๐ นาฬิกา และวันพฤหัสบดีถึง ๑๘.๐๐ นาฬิกานั้น ผมต้องขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานว่า โดยข้อบังคับแล้วกระผมไม่ควรจะเสนอในประเด็นนี้เลย เพราะว่า เป็นอํานาจของท่านประธาน ตามข้อบังคับ ข้อ ๒๕ เขียนชัดครับว่าเป็นอํานาจของ ท่านประธานที่จะเลื่อนการประชุม กําหนดเวลาปิดการประชุม เป็นดุลยพินิจ เป็นอํานาจ ของท่านประธาน แต่ด้วยความเคารพครับที่ผมจําเป็นต้องเสนออย่างนี้ เนื่องจากว่าเพื่อเป็น การแสดงเจตนารมณ์อย่างชัดเจนนะครับว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ได้รับโอกาสจาก พี่น้องประชาชน พี่น้องประชาชนได้มอบอํานาจให้พวกเรามาทําหน้าที่และเราเองก็ปฏิญาณตน อย่างชัดเจนต่อหน้าพระบรมสาทิสลักษณ์ขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในสภาแห่งนี้ ก่อนเริ่มทําหน้าที่และถือเป็นการเริ่มทําหน้าที่ ว่าเราจะรักษาและคงไว้ซึ่งบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ทําหน้าที่ให้ถึงพร้อม เพราะฉะนั้น การกําหนดระยะเวลาก็จะเป็นนัยการสื่อบอกกับพี่น้องประชาชนว่าในแต่ละวันนะครับ หมายถึงการประชุมใหญ่ในห้องนี้ สภาแห่งนี้ก็ทํางานไม่น้อยกว่าภาคราชการอื่น ๆ ที่เขาทํา ๘ ชั่วโมงต่อวัน ไม่น้อยกว่า ๓๕ ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ๔๐ ชั่วโมงต่อสัปดาห์นะครับ ตรงนั้นเอง ก็เป็นแนวทางที่ผมจําเป็นต้องเสนอเวลาปิดเอาไว้ แต่แน่นอนครับในดุลยพินิจของ ท่านประธานเอง ในการประชุมแต่ละครั้งนะครับ เมื่อหมดระเบียบวาระการประชุม ก่อนกําหนดซึ่งประวัติศาสตร์ไม่เคยมีครับ เราประชุมมักจะหมดเวลาก่อนระเบียบวาระตลอด แต่ว่าการประชุมที่มีประสิทธิภาพนะครับ มีคุณภาพ ใช้เวลาอย่างจํากัดและเกิดประโยชน์ สูงสุด ผมก็เชื่อว่าในอนาคตอาจจะมี ท่านประธานอาจจะปิดก่อนก็ได้ หรือมีเรื่องสืบเนื่อง ที่จะต้องทําให้เสร็จในวันนั้นนะครับ อาจจะล่วงเลยไปเป็นชั่วโมงหรือ ๒ ชั่วโมงก็ได้ขึ้นกับ ดุลยพินิจท่านประธาน นั่นประการแรกสุดนะครับในการที่จะขอกราบเรียนว่าถามถึงเหตุผล ที่จําเป็นต้องมีเวลาปิดไว้เพื่อบอกกับพี่น้องประชาชนว่าพวกเราตั้งใจจะทํางานให้ พี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่นะครับ

เหตุผลประการแรกสุดผมกราบเรียนนะครับ เรื่องเอื้ออํานวยการทําหน้าที่ ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้ครบถ้วนเป็นเหตุผลจําเป็นครับ ผมต้องขออนุญาต ท่านประธานครับว่าการทําหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนะครับ อํานาจหน้าที่ก็เป็นไป ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ทําหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎรในรัฐสภา ทําหน้าที่นอกสภา ๗ วันที่เรามีอยู่เชื่อว่าสมาชิกทุกท่านทําหน้าที่ท่านถึงพร้อมทั้งในรัฐสภาในสภาผู้แทนราษฎร และนอกสภา

บทบาทในสภานะครับท่านประธานครับ เราเองใช้เวลาไม่น้อยกว่า ๓ วัน หรือ ๒ วันเป็นอย่างน้อยที่สุดในการทํางานในสภาแห่งนี้ เริ่มตั้งแต่สมาชิกที่ทําหน้าที่ที่เป็น กรรมาธิการต่าง ๆ ที่จะประชุมในวันอังคารถ้ามีเวลา หรือวันศุกร์ถ้ามีเวลา ก็ใช้วันอังคาร และวันศุกร์ได้ นั่นก็เป็นการนัดหมายของท่านประธานคณะกรรมาธิการและกรรมาธิการ แต่ละคณะเอง วันพุธ วันพฤหัสบดีเราก็ทําหน้าที่ นั่นคือทําหน้าที่ในสภา บทบาท คณะกรรมาธิการ ๓๕ คณะเป็นเรื่องจําเป็นและสําคัญ รัฐธรรมนูญกําหนดไว้ชัดเจน ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๕ ต้องมีคณะกรรมาธิการครับ สภาแห่งนี้ตั้งขึ้นมาตามอํานาจ หน้าที่ที่สภามอบหมายให้ไปทําและกลับมาบอกกับสภามารายงานต่อสภาเพื่อเป็นประโยชน์ กับพี่น้องประชาชนนะครับ สิ่งที่ผ่านมาเราทํามาอย่างนี้เรื่อยมาจนกระทั่งต้องขออนุญาตครับ ก็มาเปลี่ยนตามมติของเสียงข้างมากในที่ประชุมของสมัยประชุมที่ผ่านมา อันนี้ก็เป็น เรื่องธรรมดาครับ เป็นเรื่องธรรมดาที่เหตุผลความจําเป็นของเสียงข้างมากแต่ละยุคแต่ละสมัย เขาเห็นเป็นอย่างไร ไม่มีใครทักท้วง ไม่มีใครคัดค้านหรอกครับ เพราะเราเคารพ เรื่องหลักการของประชาธิปไตย เมื่อมีความเห็นต่างก็ต้องอาศัยเสียงข้างมากในการตัดสิน เป็นเรื่องธรรมดามาก ผมก็วิงวอนท่านประธานครับผ่านท่านประธานไปยังท่านสมาชิก ที่เคารพว่าการใช้เสียงข้างมากในการตัดสินในระบอบประชาธิปไตยถือว่าเป็นสีสันและ ความสวยงามของระบบและของระบอบ ไม่ได้มีข้อที่จะควรตําหนิติติงแต่อย่างใด แล้วมติเสียงข้างมากตรงนั้น แน่นอนครับ เราก็ให้สิทธิเสียงข้างน้อยในการที่จะทักท้วง ในการที่จะตรวจสอบ เป็นไปตามหลักการทุกอย่าง ประชุม ๙ โมง ท่านประธานครับ สิ่งที่เราเห็น ผมเองจะไม่โทษใครนะครับ แต่ปรากฏการณ์มันเกิดขึ้นนี่ ท่านสมาชิกประสบ ด้วยตนเอง นั่งประชุมคณะกรรมาธิการอยู่ เวลามีการลงมติก็ต้องทิ้งงานในคณะกรรมาธิการ มาลงมติ เหมือนท่านสมาชิกหลายท่านพูดบอกว่าวิ่งมาลงคะแนนโดยไม่รู้เขาพูดอะไร เขาบอกให้เห็นชอบก็เห็นชอบ เขาบอกให้ไม่เห็นชอบก็ไม่เห็นชอบ ตรงนี้ไม่ว่ากันครับ เพราะเรามีระบบพรรค เรามีสารบัญรองรับอยู่แล้ว มีการพูดคุยกันหมดแล้วในเรื่องของมติ ถึงแม้รัฐธรรมนูญบอกว่าการทําหน้าที่ของสมาชิกจะต้องไม่ยึดติด ไม่ผูกติดกับอาณัติใด ๆ หรือคําสั่งใด ๆ แต่ว่าระบบการเมืองครับ พรรคการเมืองก็มีความสําคัญในการที่จะ ขับเคลื่อนแนวทางต่าง ๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องประชาชนในฐานะองค์กร และสถาบัน

ท่านประธานที่เคารพครับ บ่อยครั้งนะครับที่องค์ประชุมเราไม่ครบ ผมไม่ได้ โทษว่าการประชุมคณะกรรมาธิการทําให้องค์ประชุมไม่ครบ แต่ความที่ไม่สอดคล้องกันก็เป็น เหตุหนึ่งทําให้การประชุมของเราไม่มีประสิทธิภาพ ไม่มีคุณภาพ เพราะฉะนั้นการที่เรา เริ่มประชุมในห้องประชุมใหญ่ ๑๓.๐๐ นาฬิกา ก็จะเป็นทางเลือกให้กับกรรมาธิการ แต่ละคณะว่าประชุมเช้าไปนะครับ ข้อจํากัดของเรานะครับท่านประธาน เรามีห้องประชุม แค่ ๒๐ ห้อง คณะกรรมาธิการนะครับไปขอใช้ของวุฒิสภาท่านด้วย บวกเพิ่มเติมมาอีก เรามี ๓๕ คณะ แน่นอนครับสัปดาห์หนึ่งต้องประชุม ๓๕ ห้อง ๒ วัน แบ่งกันครับ ก็จะพอมีเหลือ แต่เรามีคณะกรรมาธิการวิสามัญที่ต้องขึ้นมาพิจารณา มันเป็นเรื่องสําคัญด้วยครับ โดยเฉพาะเรื่องกฎหมาย เราต้องตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นไปพิจารณาก็ต้องใช้ ห้องประชุมอีก นี่คือข้อจํากัดของสภาเรา ภายใต้ข้อจํากัดอย่างนี้ต้องเอื้ออํานวยให้กับ การทําหน้าที่ของสมาชิกให้ถึงพร้อมทุกด้านนะครับ ไม่ใช่ด้านใดด้านหนึ่งอย่างเดียว เพราะฉะนั้นการประชุมคณะกรรมาธิการมีความจําเป็นและสําคัญ

ท่านสมาชิกหลายท่านได้ยกประเด็นของพระราชบัญญัติที่เราเพิ่งออกไปนะครับ ของสภาแห่งนี้และของรัฐสภา คือพระราชบัญญัติคําสั่งเรียกที่บัญญัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๕ คําสั่งเรียกให้ผู้ที่ได้รับคําสั่งเรียกมาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ เรื่องนี้สําคัญ ครับท่านประธาน มันเป็นหลักการ ถ้าเราออกคําสั่งเรียกเขามาแล้ว เขามาทําหน้าที่ ไม่ถึงพร้อม เขามาเสียเวลา อาจจะเป็นเหตุให้กับคําสั่งเรียกนี้สะท้อนย้อนกลับมาสู่ คณะกรรมาธิการและเกียรติภูมิของคนที่เป็นกรรมาธิการได้ อาจจะถูกฟ้อง ถูกร้อง ให้เป็นที่ เสียหายได้ สงสารหน่วยงานนะครับ หลาย ๆ หน่วยงานที่ถูกเรียกมาก็นั่งมองหน้ากัน เพราะกรรมาธิการไม่อยู่แม้แต่คนเดียวเพราะเป็นสมาชิก ยกเว้นท่านที่ปรึกษาที่เราตั้งเข้ามา จากภายนอก ยกเว้นคณะกรรมาธิการวิสามัญที่บุคคลภายนอกมา เขาก็ต้องนั่งรอพวกเรา อันนี้เป็นเหตุผลหนึ่งท่านประธานครับว่า การเอื้ออํานวยเวลาที่เหลื่อมกันอย่างนี้มันสะดวกต่อ การทําหน้าที่ของสมาชิก ท่านประธานครับ ความสําคัญของการทําหน้าที่ของสมาชิกผ่าน กระบวนการการทํางานในสภานี้ คณะกรรมาธิการเป็นส่วนหนึ่งในการจะตรวจสอบควบคุม เพราะสภามอบอํานาจให้ไปพิจารณาศึกษาและสอบสวนครับ หน้าที่ ๓ อย่างเป็นหน้าที่หลัก ของกรรมาธิการแต่ละคณะ ท่านจะทําหน้าที่ใด ๆ ก็ต้องทํา ๓ เรื่องนี้ครับ จะพิจารณาก็ได้ จะศึกษาก็ได้ จะสอบสวนเรื่องนั้น ๆ ก็ได้ บางครั้งต้องติดตามลงไปสอบสวนถึงพื้นที่ ถึง ณ จุดเกิดเหตุ นี่เป็นอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการ ผมเองต้องกราบเรียน ท่านประธานครับว่า การทําหน้าที่เอื้ออํานวยอย่างนี้ก็เป็นเรื่องที่มีความจําเป็น การควบคุม การบริหารราชการแผ่นดิน จริงครับ อาศัยสภาแห่งนี้เป็นหลักตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ในการที่จะยื่นอภิปรายทั่วไป หรือว่าจะลงมติหรือไม่ลงมติก็แล้วแต่ การจะตั้งกระทู้ถาม ซึ่งเป็นข้อคําถามถามตัวท่านรัฐมนตรีเกี่ยวกับงานบริหารราชการแผ่นดินก็ใช้ตรงนี้ก็แล้วแต่ แต่ทุกสิ่งทุกอย่างนะครับมันเป็นสิ่งที่ต้องเอื้ออํานวยให้สอดคล้องกับการทําหน้าที่ของสมาชิกด้วย

ท่านประธานครับ การทําหน้าที่ที่ผมได้กราบเรียนท่านประธานไปในสภา และนอกสภา นอกสภานี่ท่านประธานครับ เราไม่ค่อยพูดกัน สมาชิกส่วนใหญ่นะครับ ใช้เวลาครึ่งหนึ่งของการทํางาน ทํางานนอกสภา ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ของตัวเองหรือพื้นที่อื่น ๆ เพราะว่าอะไรครับ เพราะว่าบทบัญญัติรัฐธรรมนูญเองบอกว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคนเป็นผู้แทนปวงชน ชาวไทยนะครับ เพราะฉะนั้นอาณาเขตหรือขอบเขตการทํางานของเราไม่จํากัดเฉพาะพื้นที่ ของตนเอง ต้องทําหน้าที่เป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย ท่านประธานครับ หน้าที่ในการที่จะให้ ความช่วยเหลือ หน้าที่ในการที่จะแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนในการพบปะไปเยี่ยมเยียน ไปติดตามนโยบายต่าง ๆ มาตรการของรัฐที่ลงไปสู่พี่น้องประชาชนสําเร็จหรือผิดหวังอย่างไร นี่ก็ต้องไป นั่นเป็นหน้าที่โดยหลักนะครับ ปัญหาต่าง ๆ ที่เข้าสู่สภาที่ท่านประธานบอกจะให้ หารือก็ดี ทําเป็นกระทู้ถามก็ดี ญัตติก็ดี ก็ต้องมาจากส่วนนั้นจากการพบปัญหาที่แท้จริงของ ท่านสมาชิกที่ลงไปพบปะเยี่ยมเยียนกับพี่น้องประชาชน แต่หน้าที่หลักอีกอย่างหนึ่งนอกสภา ท่านประธานครับ ที่เราทํางานแล้วไม่มีใครพูดกันเลย คือเป็นหน้าที่ที่เราจะต้องให้ความรู้ ทางด้านประชาธิปไตยกับพ่อแม่พี่น้องประชาชนหรือพี่น้องประชาชนของเรา เป็นหน้าที่ เฉพาะเรานะครับ เพื่อให้การเมืองพัฒนาดีขึ้นก็ต้องอาศัยสื่อบุคคล อาศัยสื่อทางการเมือง ผมยกตัวอย่างครับ สภาของเราเองมีงบประมาณผ่านสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ที่จะให้โอกาสสมาชิกลงไปอบรม ไปให้ความรู้ทางด้านประชาธิปไตยกับพี่น้องประชาชน ในแต่ละเขตเลือกตั้งของตนเอง ผมก็ฝากประเด็นนี้ท่านประธานด้วยนะครับ ไหน ๆ ก็พูด เรื่องนี้ก็ต้องย้อนกลับมาเรื่องนี้ เพราะว่าในสมัยที่ผ่านมาเราจะใช้เวทีแห่งนี้เป็นที่ให้ความรู้ กับตัวแทนกลุ่มบุคคล เช่น ข้าราชการ ตํารวจ ครูต่าง ๆ นั่นก็เป็นดําริของท่านประธานก็เป็น เรื่องดีครับ แต่การที่กระจายไป ๓๗๕ เขต ครอบคลุมฐานพี่น้องประชาชนที่เป็นฐานราก ที่มีความจําเป็นต้องเรียนรู้ประชาธิปไตยร่วมกับผู้แทนราษฎรของเขาก็มีความจําเป็น ผมก็อยากให้ท่านประธานช่วยพิจารณาประเด็นนี้ด้วยเพื่อส่งเสริมการทําหน้าที่ของ ตัวสมาชิก ท่านประธานครับ บทบาทหน้าที่ถ้าจะไล่เลียงกันนะครับ ผมต้องขอย้ําตรงนี้ ท่านสมาชิกทุกคนรู้ครับ แต่พี่น้องประชาชนไม่ทราบว่าเราทําอะไรกัน ขออนุญาต ท่านประธานเลยครับ วันจันทร์เอาหน้าที่ในสภาครับมีประชุมของคณะกรรมการต่าง ๆ ฝ่ายต่าง ๆ