สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๑๗ สิงหาคม ๒๕๕๔

นิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ เสนอการแก้ไขปัญหาการกำหนดเวลาในการประชุมสภา โดยเสนอให้กำหนดเวลาประชุมเป็น 10.30 น. เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการจราจรและให้เวลาประชุมคณะกรรมาธิการเสร็จสิ้นแล้วจึงเริ่มประชุมสภา

นายนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม นิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมอยากเห็นบรรยากาศของสภาเราในเรื่องการกําหนดวัน เวลาประชุม ได้มีการพูดคุยกันด้วยดีนะครับ ไม่อยากเห็นความขัดแย้งเกิดขึ้น จากประสบการณ์ของผม นี่นะครับ ผมอยากจะเรียนว่าผมเป็นทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา คือแต่เดิมมานั้นในปีที่ผมมาเข้าสภาผู้แทนราษฎรก็มีการประชุมตั้งแต่เก้าโมงเช้าเป็นต้นไป ก็มีมาเปลี่ยนแปลงเป็นบ่ายโมงครึ่ง โดยท่านปิยะณัฐ วัชราภรณ์ นี่ครับเสนอในที่ประชุม แล้วก็ใช้กันมาตลอดนะครับ ทีนี้ปัญหาอย่างนี้ครับ ผมเองอยากจะเสนอที่เป็นกลางนะครับ ระหว่าง ๙ โมงครึ่งกับบ่ายโมง คือ ในการประชุมทั่วไป ทางวุฒิสภาเองก็ประชุมเช้า เขาไม่เคยประชุมบ่าย สภาผู้แทนราษฎรเราก็มีทั้งบ่ายทั้งเช้ามีมา แต่อย่างนี้ครับ ถ้าวันพุธ จะมีการประชุมคณะกรรมาธิการ อาจจะมีปัญหา มีปัญหาแน่ ต้องวิ่งเข้าห้องประชุมใหญ่ กับคณะกรรมาธิการ แต่จะสังเกตไหมครับว่า ถ้าเวลามีการนัดประชุม ๙ โมงครึ่งนี่ กว่าจะครบองค์ประชุมนี่ ๑๐ โมง ๑๐ โมงครึ่ง แล้วปรึกษาหารืออีกเกือบชั่วโมง ก็เกือบบ่ายเข้าไปแล้ว ถ้าสมมุติว่าเรากําหนดบ่ายโมงครึ่งนี่ ผมเชื่อเหลือเกินครับว่า บ่ายโมงครึ่งนี่ไม่ครบองค์ประชุมเป็นส่วนใหญ่ แรก ๆ อาจจะครบ แรก ๆ นะครับจะครบ ระยะหลังมานี่จะมีปัญหาตรงนี้ แล้วถึงเวลานั้นปรึกษาหารือด้วย ๓ โมงบางทียังไม่ได้ เริ่มประชุม และจากประสบการณ์ทั่วไปพอค่ําพอเย็นสมาชิกส่วนใหญ่ก็จะหาย แรก ๆ อาจจะ ครบครับอย่างที่ผมได้เรียนแต่ต้น ทีนี้อย่างนี้ดีไหมครับ คือในวันพุธส่วนใหญ่จะมีการประชุม คณะกรรมาธิการ ถ้าเราเอาตรงกลางที่ทางฝ่ายพรรคเพื่อไทยและฝ่ายพรรคประชาธิปัตย์ และหลาย ๆ พรรคเคยร่วมปรึกษาหารือกับท่านประธาน ๑๐ โมงครึ่ง ผมว่าน่าจะเป็นเวลาที่ หลีกเลี่ยงปัญหาการจราจรด้วยแล้ว เพราะในช่วง ๙ โมงกว่า ๑๐ โมง เราเดินทางการจราจร ก็ไม่หนาแน่น แล้วถ้าประชุม ๑๐ โมงครึ่งนี่กว่าจะประชุมได้ก็ ๑๑ โมง ปรึกษาหารือกันก็เที่ยง คณะกรรมาธิการก็ประชุมเสร็จแล้วไม่เสียเวลาการประชุมคณะกรรมาธิการ แล้วเราเริ่มไป ส่วนเวลาเลิกประชุมนั้น ผมไม่อยากให้กําหนดเวลาเลิก อาจจะเป็นประมาณ เพราะว่า วาระการประชุมนั้นผมเรียนตรง ๆ ว่าการประชุมสภาเรานี่นะครับ ๙ โมง เคยเลิกกัน ๓ ทุ่ม ๔ ทุ่ม ๖ ทุ่มก็มีในเวลาการประชุมปกติ แล้วผมเชื่อเหลือเกินว่างานของรัฐบาลในเรื่อง การพิจารณากฎหมายมีความสําคัญ เพราะเป็นเครื่องมือในการที่จะใช้ ในการทํางานของ รัฐบาล ถ้าปัญหาการพิจารณากฎหมายมีปัญหาเมื่อไร ผมคิดว่าข้อขัดข้องในการทํางาน ในการบริหารราชการแผ่นดินก็มีปัญหา เพราะฉะนั้นผมอยากจะเสนอเป็นกลางครับ ไม่อยากให้มีการโหวตกันในการประชุมนัดแรกเพื่อกําหนดวันเวลาในการประชุม ถ้าเป็น ๑๐ โมงครึ่งอย่างที่เคยตกลงกันไว้แต่แรกกับท่านประธาน ผมคิดว่าน่าจะเป็นทางออกที่ดี ผมไม่อยากเห็นบรรยากาศต้องมาโหวตกันนะครับ ในเรื่องเวลาอย่างนี้ เราพิจารณาเวลา ที่เหมาะสมและสมควรที่สุด ส่วนเวลาเลิกเราอาจจะประมาณการครับอย่ากําหนดเวลา มันไม่เคยกําหนดเวลาได้เลยครับในเรื่องการเลิกการประชุม และจากประสบการณ์ที่ผ่านมา เมื่อสมัยที่แล้วบางวันประชุมไปชั่วโมงเดียว ไม่ครบองค์ประชุมเลิกแล้วก็มี แต่ผมคิดว่า พวกเราในที่นี้ควรจะมีความรับผิดชอบอย่างที่ท่านประธานดําริไว้ว่าภาพลักษณ์ของสภา มีความสําคัญ เราเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนและมีหน้าที่มาทํางานในสภา การพิจารณากฎหมาย การพิจารณาญัตติต่าง ๆ กระทู้ถามต่าง ๆ เป็นบทบาทสําคัญของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งนี่เรามีกฎหมายขึ้นมาแล้วสําหรับเป็น เครื่องมือในการทํางาน คือกฎหมายคําสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการ ของสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา เพราะฉะนั้นเราควรจะทํางานให้มีประสิทธิภาพและใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ ถ้าบ่ายโมงครึ่งหรือบ่ายโมง ผมเกรงครับ พอประชุมไป ๖ โมง ๗ โมงหายหมด แล้วการทํางานของเราจะเสียหาย นี่เป็นประสบการณ์ที่เห็นมาจริง ๆ ครับ แล้วก็พูด เรื่องจริงที่เกิดขึ้นในที่ประชุมนี้ ผมเชื่ออย่างนั้นครับ ถ้าแรก ๆ อาจจะครบองค์ ไม่ค่อยมีปัญหา แต่นานเข้านานเข้า ผมอยากให้สมาชิกของเราพึงสังวรว่าวันแรก ที่เรามาประชุมกับระยะเวลา ๓ ปี ๔ ปีที่เราอยู่ ระยะเวลาของอายุการเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้น เราสม่ําเสมอในการทํางานเป็นสิ่งที่สมาชิกพึงตระหนัก เพราะฉะนั้นผมอยากจะเสนอเวลาที่เป็นกลาง ถ้าเป็นไปได้นะครับ ๑๐ โมงครึ่งแล้วเลิก โดยประมาณจะทุ่มหนึ่ง หรือ ๖ โมงก็แล้วแต่ดุลยพินิจของท่านประธานครับ ผมอยากเสนอ อย่างนี้ครับ ขอบคุณครับ