จตุพร พรหมพันธุ์ วิจารณ์กรณีการจัดซื้อกล้องซีซีทีวีที่ทุจริตและใช้ของปลอมในกรุงเทพมหานครและจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเรียกร้องให้ ป.ป.ช. ดำเนินการตรวจสอบอย่างจริงจังแทนที่จะรอเปลี่ยนรัฐบาล และชี้ให้เห็นความเสียหายจากการทุจริตที่ทำให้ไม่สามารถจับกุมอาชญากรได้
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมกราบเรียนกับ ท่านประธานนะครับว่าเรื่องกรณีซีซีทีวีหรือทีวีวงจรปิดที่ปรากฏการณ์เป็นข่าว ผมเชื่อว่า คนไทยที่เป็นคนสุจริตทั้งหลายต้องมีความตกอกตกใจเป็นธรรมดาว่า กล้องทีวีวงจรปิดที่ ทุกคนมีความคาดหวังว่าเอาไว้ป้องกันการก่ออาชญากรรม เอาไว้จับโจรผู้ร้าย มันแฝงไปด้วย กล้องปลอม เมื่อวานนี้ผมได้ฟัง ส.ส. จิรายุ ห่วงทรัพย์ ซึ่งทําการบ้านมาเป็นอย่างนี้นี่นะครับ ก็มีความเข้าใจอย่างครบถ้วน ฟังเรื่องจังหวัดชายแดนภาคใต้จากก่อแก้ว พิกุลทอง ก็มีความเข้าใจเช่นเดียวกัน แต่สิ่งหนึ่งที่มันปรากฏชัดเจนก็คือว่า การวางกรอบทีโออาร์ หรือการประมูลอะไรก็ตามในการจัดซื้อทีวีวงจรปิด ไม่มีความลับนี่ครับ ยกเว้นว่าทั้งหมด มันปิดเป็นความลับ คนมันก็รู้กันไปทั่วที่อยู่ในแวดวงของการก่ออาชญากรรม ถามว่า ทั้งกรุงเทพมหานครและ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถ้าจะซื้อกล้องจริงนี้นะครับ แทนที่ว่า จะซื้อกล้องปลอม แม้ว่าจํานวนมันอาจจะไม่ได้แต่ประชาชนเขามีความหวังกัน แล้วผมเรียน กับท่านประธานนะครับว่ามันจึงไม่แปลกใจเลยว่าทําไมปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ หมดเงินกันไปเป็นไม่รู้กี่แสนล้านบาท ตายไปกว่า ๕,๐๐๐ คน บาดเจ็บไม่รู้กี่หมื่นคน แล้วก็ ไม่มีวี่แววว่าจะยุติความตายกันมาเป็นอย่างไร ทําไมจึงจับคนร้ายกันไม่ได้ วันนี้ก็มาถึงบางอ้อ เกิดการทุจริต ปี ๒๕๕๐ จัดซื้อกล้องซีซีทีวี ปี ๒๕๕๔ จะปลายปีแล้ว สตง. เพิ่งส่งเรื่องให้กับ กระทรวงมหาดไทย เวลานี้ก็ไปอยู่ที่ปลัดครับ ผมเรียนกับท่านประธานเลยว่า เห็นไหมครับว่า การจะเอาคนผิดทุจริตนี่นะครับ เกษียณอายุราชการไปแล้วไม่แน่ใจว่า ๗๐ ปีจะเอาเข้าคุก กันได้หรือเปล่าด้วยซ้ํา แต่ว่าถ้าเรามีการเริ่มต้นว่าการจัดซื้อของปลอม ของจริง ของปลอม นี่นะครับ ไม่ใช่บอกว่าปลอมแล้วจะไม่ทุจริต จริงแล้วจะไม่ทุจริต มันทุจริตได้ทั้งจริงทั้งปลอม เพียงแต่ว่ากระบวนการตรวจสอบ ท่านประธานที่เคารพ ผมยกตัวอย่างกรณีถุงยังชีพ ป.ป.ช. ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ แถลงเลยว่าจะตรวจสอบถุงยังชีพที่ร้องมาของรัฐบาลชุดที่แล้วด้วย คือหมายความว่าตอนที่ไปยื่นชุดที่แล้วยังไม่สอบ พอรัฐบาลชุดนี้ถูกยื่นไป เอาของชุดที่แล้ว มาสอบพร้อมกับชุดนี้ เหมือนกับรู้ล่วงหน้าว่าเปลี่ยนรัฐบาลจะต้องมีการทุจริตถุงยังชีพ รอของรัฐบาลชุดที่แล้วเอาไว้ก่อน เห็นไหมครับ หลักคิดแบบนี้ เพราะฉะนั้นการแก้ไขปัญหา มันจึงไม่เกิด กรุงเทพมหานครนี่ครับ ถ้า ป.ป.ช. มีความเข้มข้นเอาจริงเอาจังเรื่องการทุจริต ซีซีทีวี จะทุจริตหรือไม่ต้องมีการดําเนินการ ต้องมีการตรวจสอบต้องมีการร้องเรียน เพียงแต่ว่าหน่วยงานอย่างองค์กรอิสระอย่าง ป.ป.ช. ต้องไม่ปฏิบัติตนเหมือนกับกรณีฮั้ว ๑๖ โครงการ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาทผ่านไป ๗-๘ ปีแล้ว ถามว่า ป.ป.ช. เอาเรื่องนี้ไปไว้ที่ไหน ทุจริตเรือ รถดับเพลิง เป็นไปด้วยความอย่างช้า ๆ รถก็จอดคาที่ประเทศชาติเสียหาย มากมาย ผมมาพูดอย่างนี้กับท่านประธานก็คือว่า วันนี้ประเทศไทยมันเสียหายกับการทุจริต กันมามาก แล้วสําคัญที่สุดก็คือว่า คนที่ไม่ได้อยู่ในแวดวงนี้จริง ๆ นี่นะครับ ไม่ติดตามกัน จริง ๆ แต่ผมเชื่อว่าอาชญากรนี่รู้ การไปติดกล้องปลอมถึงจํานวนขนาดนั้นนี่นะครับ คนที่อยู่ในแวดวงนี้เขาไม่รู้หรือ เขาไม่คุยกันหรือครับ เพราะฉะนั้นหลักคิดที่จะไปต้ม ประชาชน นอกจากต้มโจรแล้วความจริงก็คือต้มประชาชนด้วย คนที่เป็นเจ้าของหลักคิด ต้องมีความรับผิดชอบ แล้วถ้าทุจริตด้วยจากหลักคิดที่หลอกลวงประชาชน ผมว่านี่ต้อง ดําเนินการสถานหนัก ผมเรียนกับท่านประธานว่าเทคโนโลยีทีวีวงจรปิดนี่นะครับ วันนี้ไม่ใช่ ปัญหาเฉพาะภาคใต้ เฉพาะกรุงเทพมหานครที่ติด เอกชนทุกห้างสรรพสินค้า บ้านเรือน นี่ครับ ท่านประธานมาทําหน้าที่ในสภา กดโทรศัพท์มือถือดูเลยว่าทีวีวงจรปิดที่บ้านเป็น อย่างไรบ้าง แต่ระบบนี่มนุษย์มันดูแล เมื่อวานนี้อดีตรัฐมนตรีไอซีที พูดเรื่องกรณีภาพทีวี วงจรปิด กรณีการดักยิงนายสนธิ ลิ้มทองกุล แล้วปรากฏว่าทีวีวงจรปิดตั้งแต่แยกเทเวศร์ บางขุนพรหม บางลําพู เสียกันทั้งระบบเลย ท่านประธานแลเห็นไหมครับว่าถ้าคนไม่รู้ระบบ จริง ๆ นี่ไม่มีทางสามารถที่จะจัดการได้เลย คือความจริงว่าถ้าวันนี้ กทม. นี่นะครับเอางบที่ ซื้อของปลอมมาซื้อของจริง วันนี้ติดได้ทั้งหมดครับ ติดได้ไปเต็มแล้ว แต่พอซื้อของปลอม นี่นะครับ แล้วก็ไปต้มประชาชน เวลานี้แป๊บเดียว อาชญากรมันดูไม่ยากหรอกครับ อาชญากรเขาก็ดูรู้เลยว่าอันไหนปลอม อันไหนจริง ผมเรียนกับท่านประธานว่าปัญหาทั้งหมด ที่มันเกิดขึ้น เพราะความคิดของรัฐในแต่ละยุคแต่ละสมัยนั้นไม่ยอมทําความจริงกับ ประชาชน เพราะฉะนั้นผมจึงบอกว่าความตายที่มันเกิดขึ้นใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ลองเอาของปลอมมาเป็นของจริงสิครับ วันนี้มันจะจับคนร้ายได้เท่าไร แต่ไม่ใช่มาอธิบายแก้ กันว่านี่ไม่โกง โน่นไม่โกง แค่คุณหลักคิดเอากล้องปลอมนั่นคุณก็โกงความรู้สึกของประชาชน ไปแล้ว ความจริงผมเรียนกับท่านประธานว่า หลายกรณีมันคลี่คลายด้วยทีวีวงจรปิด ในกรณียกตัวอย่างกรณีหนึ่ง โทรทัศน์ช่องสปริงนิวส์ไปติดกล้องลักษณะกล้องซีซีทีวี ที่แยกอนุสรณ์สถาน กรณีที่พลทหารณรงค์ฤทธิ์ สาละ ขับเข้าไปแล้วปรากฏทหาร ตํารวจ ตั้ง เป็นแถวเป็นแผงนี่นะท่านประธาน ปรากฏว่าจากแถวแผงดังกล่าวนี่นะครับได้ประทับ ปืนยิงมายังทหาร นั่นได้ภาพจากทีวีวงจรปิดล้วน ๆ เลย วันนั้นบอกว่าชายชุดดําอยู่ปั๊มน้ํามันบ้าง ให้ข่าวประโคมโหมข่าว ปรากฏพอภาพชายชุดดําถือปืนสั้น พลทหารณรงค์ฤทธิ์ สาละ ถูกยิงด้วยปืนยาวความดันความเร็วสูง วันนี้เขาก็สรุปสํานวนแล้วกําลังจะส่งไปนี่ละครับ ว่าความตายเกิดขึ้นจากเจ้าหน้าที่ของรัฐได้ภาพมาจากทีวีวงจรปิด ผมเรียนกับท่านประธานว่า แล้วอย่างที่เป็นโทษมีไหมครับ มีครับ ประเภทที่ว่าตั้งกล้องเอาไว้เพื่อปฏิบัติการไว้ทําร้าย บุคคลอื่น หน้าเวทีการชุมนุมนี่นะครับ หลังจากมีการส่องสไนเปอร์แล้วใช้ถุงดําปิดยิงครับ หลังจาก พลตรี ขัตติยะ สวัสดิผล ถูกยิงบริเวณศาลาแดง หลังจากนั้นมีการปิดทีวีวงจรปิดจริงครับ เพราะคนที่เอาทีวีวงจรปิดแล้วก็ส่องกล้องประสาน กับชุดพลซุ่มยิงซึ่งตั้งมาตั้งแต่วันที่ ๑๗ เมษายน ซึ่งเราก็เพิ่งได้เอกสารมาเช่นเดียวกัน พลยิงมีชื่อ มียศหมดครับ สํานวนทั้งหมดอยู่ที่ ร้อยตํารวจเอก ดอกเตอร์เฉลิม ตั้งพลซุ่มยิง เป็นคําสั่งลายลักษณ์อักษร เวลานั้นผมเรียนกับท่านประธานว่าสภาพการรักษา ความปลอดภัย การนั่งดูทีวีวงจรปิดกับการตั้งกล้องสไนเปอร์ เราก็รู้นี่ครับคนเรียนวิชานี้มา เขาก็มาเล่าให้ฟังเหมือนกัน เราอยู่ในสภามีหน้าที่ในการตรวจสอบการจัดซื้ออาวุธก็รู้ว่า การโยงนะครับ ระบบการกล้องทรง ความไหวของลม แม้กระทั่งธงพลิ้วไปทางลมไหน ปรากฏการณ์หลายอย่าง เขาก็ใช้กล้องซีซีทีวีนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งเช่นเดียวกัน
ต่อมาเรื่องอะไรครับท่านประธาน ถ้าบอกว่ากรุงเทพมหานครมีความเสียหาย ถึง ๓๓ ล้านบาท ผมอยากจะรู้จริง ๆ ว่าเสียหายตรงไหน เสียหายหรือกล้องจริง กล้องปลอม จุดไหนบ้าง น่าสนใจครับ แต่ผมเรียนกับท่านประธานว่าในส่วนของเอกชนนี่นะครับ ยกตัวอย่างห้างเซ็นทรัลเวิลด์ ห้างเกษร ห้างสยามพารากอน ห้างทุกห้างเลยครับ มีกล้องทีวี วงจรปิดแต่ละห้างเป็นพันนะครับ พวกกระผมโชคดีครับ หลังจากเกิดเหตุการณ์มี ความโชคร้ายถูกตั้งให้เป็นพวกเผาบ้านเผาเมือง ต้องมีหน้าที่แสวงหาความจริง แสวงหา จากไหนครับ ก็จากซีซีทีวีนี่ละครับ เกิดกรณีการศึกษาของห้างเซ็นทรัลเวิลด์ ที่เครือ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา หัวหน้าชุดผจญเพลิงเซ็นทรัล มีอาจารย์ นักวิชาการ เจ้าหน้าที่ ผจญเพลิงได้เอาภาพบันทึกเขาใช้ว่าเป็นกรณีไฟไหม้ห้างเซ็นทรัลเวิลด์ เขาไปขอความร่วมมือ มาหมดเลยครับ เอาภาพตอนมุมมองจากห้างเกษรว่าอย่างไร มุมมองในแต่ละมุมที่ถ่าย มายังตึก จากตึกนี้ถ่ายไปยังเวที ถ่ายไปยังสํานักงานตํารวจแห่งชาติ มีภาพโยงใยที่เกี่ยวข้อง เกี่ยวพันทั้งหลาย วันหนึ่งท่านประธานที่เคารพ เขาก็ตามคุณพิชิต ชื่นบาน เวลานั้นไม่ได้เป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามผม ตามรัฐมนตรีวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ผมก็ตกใจเพราะ เขาแสดงตนเป็นหัวหน้าชุดผจญเพลิงห้างเซ็นทรัล นั่งบรรยายฉายเพาเวอร์พอยท์ ว่ากล้องทีวี วงจรปิดตรงไหน ชายชุดดําอยู่อย่างไร เผาชุดแรกเป็นอย่างไร ไฟไหม้ สปริงเคิล (Sprinkle) ทํางานอย่างไร หน้าตาคนร้ายเป็นอย่างไร ภาพบรรยายรายละเอียดทั้งหมดเลย ท่านประธานที่เคารพ ผมเรียนกับท่านประธานว่า นี่อย่างไรละครับว่าที่ไปเป็นประโยชน์ก็มี และที่ไปขู่เจ้าของห้างว่าไม่ให้เผยแพร่นะครับ ไม่ทันกาลแล้วละครับ ทั้งหมดผมเรียนกับ ท่านประธานว่าเวลาที่เราจะไปสู้คดีความกัน เวลานี้ภาคเอกชนเขาไม่ได้ฟ้องเฉพาะผม และณัฐวุฒิ คุณหมอเหวง แต่เขาฟ้องนายอภิสิทธิ์กับนายสุเทพด้วย นี่เป็นจําเลยร่วมกัน อยู่ในฐานะเดียวกันขึ้นศาลคดีแพ่ง แต่เรียนกับท่านประธานว่าเรามีหน้าที่ ณ วันนี้ก็คือว่า คือการแสวงหาความจริงต้องเอาบทเรียนกันมาว่ากล้องซีซีทีวีในวันข้างหน้าจะต้องทําเป็น สากล จะต้องใช้มาเป็นประโยชน์ เช่น ถ้ายกกรณีว่าถ้าใช้เป็นโทษ ใช้เพื่อการสํารวจ เพื่อฆ่าคน อย่างนี้ผิด แต่ใช้เพื่อป้องกันเหตุนี่ถูก หรือใช้เพื่อปิดทีวีกันทั้งระบบตอนยิงสนธิ ลิ้มทองกุล เวลาเกือบ ๒ ปี ๓ ปีแล้วครับ สอบทั้งหมดเลยครับ แต่ไม่กล้าเอาคนผิดสักคน ผมเรียนกับ ท่านประธานเลยว่า ณ วันนี้ก็คือว่าที่สภาหยิบยกเรื่องนี้มาเป็นกรณีศึกษา เราไม่ใช่ศึกษามา เพื่อว่ามารายงานหลังจากเหตุการณ์เกิดขึ้น แต่ผมอยากให้สภาชุดนี้ต้องเอาอุทาหรณ์ ทั้งกรณีภาคใต้ กรณีเรื่องกรุงเทพมหานครเพื่อเป็นอุทาหรณ์สําหรับจังหวัดที่เหลือ และสุจริตชนทั่วไป เพราะวันนี้บ้านเรือน เอกชน หน่วยงานราชการมีกล้องซีซีทีวีอยู่ครบ วันนี้เรามาจัดระบบกัน ดูแลกันอย่างมืออาชีพพึงจะดูแลกัน แต่ว่าไม่ว่าใครจะมาเป็นรัฐบาล พวกผมนี่นะครับ ถ้าใครไม่มีล้มนอกระบบยังเป็นรัฐบาล อีกนาน เลือกตั้งอย่างไรก็ชนะยังแพ้ไม่เป็นที แต่ผมเรียนกับท่านประธานว่าวันนี้ถ้าเรามีการ ตั้งคณะกรรมาธิการหรืออย่างไรก็ตาม เราต้องศึกษาและจัดระบบ มีหน่วยงานรับผิดชอบ วันนี้จังหวัดใครจังหวัดมัน หน่วยงานใครหน่วยงานมัน ถ้ากล้องของตํารวจ กล้อง กทม. อาจจะลิงค์ (Link) กัน แต่บางเวลาก็ไม่ได้ลิงค์กัน ผมเรียนกับท่านประธานว่า ณ วันนี้ เครือข่ายต้องทําเป็นศูนย์กลาง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เรารู้ทุกจุดในกรุงเทพมหานคร ถ้าเราบริหารการจัดการกันในลักษณะอย่างนี้ ผมว่าเราสามารถเอากล้องซีซีทีวีมาบริหาร และใช้ประโยชน์ เราจะได้ราคาที่มันเป็นมาตรฐาน กล้องปลอมเลิกเถอะครับ จะดัมมี่ หรือจะเก้าเก หรืออะไรก็แล้วแต่พอที คือฟังแล้วมันแสลงหูนะครับ คือวัน ๆ หนึ่งมันเป็น เรื่องตลกขบขัน คนคิดไม่รู้ว่ากินข้าวอะไรเวลานั้น แต่เอากันเป็นว่าวันนี้ความแตกแล้ว แล้วควรจะพูดความจริงกับประชาชน เหมือนบางเรื่องท่านประธานที่เคารพ ตอนที่ผม อภิปรายเรื่องอุโมงค์ยักษ์ คนก็เข้าใจว่าเขตดอนเมือง เขตหลักสี่ เขตจตุจักร สร้างเสร็จแล้ว เพราะป้ายขึ้นเสร็จว่าแก้น้ําท่วมสําเร็จ พอปรากฏอภิปรายบอกว่ายังไม่ได้สร้าง ก็ควรจะไป ขึ้นป้ายบอกประชาชนว่ายังไม่ได้สร้าง นโยบายในอนาคตที่บอกว่าป้องกันน้ําท่วมได้นั้น ถ้าสร้างเสร็จแล้ว