นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อภิปรายคัดค้านการกล่าวหาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครว่าทุจริตเรื่องกล้องดัมมี่ โดยชี้ให้เห็นว่าหลายประเทศอย่างอเมริกาและออสเตรเลียอนุญาตให้ใช้กล้องลวงโลกเพื่อป้องปรามอาชญากรรมแต่ไม่เปิดเผยตำแหน่ง และเตือนว่าการเปิดเผยข้อมูลทั้งหมดในเมืองไทยทำให้ประชาชนรู้จุดติดตั้งจึงลดประสิทธิภาพในการป้องกันอาชญากรรมลง
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ต้องกราบเรียนท่านประธานในเบื้องต้นว่าความจริงตอนแรกผมก็ไม่ได้ตั้งใจที่จะอภิปราย ในญัตตินี้ แต่ว่าเมื่อวานก็ได้นั่งฟังท่านสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายไปนะครับ ซึ่งผมคิดว่าข้อเท็จจริงบางเรื่องก็ไม่ยุติธรรมกับผู้ที่ถูกพาดพิง โดยเฉพาะท่านผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานคร ผมนั่งฟังอยู่เมื่อวานนะครับ ก็ดูประหนึ่งว่าสภาแห่งนี้เรากําลังอภิปราย ไม่ไว้วางใจบุคคลภายนอก หรือไม่ไว้วางใจผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครอยู่นะครับ ซึ่งก็ต้อง ให้ความเป็นธรรมกับท่านด้วย ท่านสมาชิกหลายท่านได้กล่าวอภิปรายว่ากล้องวงจรปิดหรือว่า ซีซีทีวีที่เราเรียกกันอยู่นะครับ ท่านได้บอกว่าเป็นกล้องลวงโลก ซึ่งท่านอาจจะพูดว่าเป็น กล้องลวงโลกนั้นผมก็คิดว่าเป็นคํากล่าวที่ค่อนข้างจะรุนแรงไปนะครับ แต่ว่าถ้าเราพูดว่า กล้องนี้เป็นกล้องที่เราติดไว้เพื่อเป็นการป้องปรามอาชญากรรม ไม่ต้องการให้อาชญากร ทั้งหลายได้กระทําความผิด ให้มีความเกรงกลัวอยู่บ้างนี่ก็นับว่าใช้ได้อยู่นะครับ แต่ว่าถ้าเลยไป จนเป็นกล้องลวงโลกนี่ก็ดูว่าเป็นการดูถูกดูแคลนความคิดของผู้ที่บริหารจัดการเรื่องนี้ อยู่ตามสมควร แต่ว่าในขณะเดียวกันท่านประธานก็ได้นั่งฟังอยู่เมื่อวานว่าท่านสมาชิก ที่ได้อภิปรายในเรื่องกล้องซีซีทีวี หรือกล้องโทรทัศน์วงจรปิดนี้ครับ ท่านก็ได้ยอมรับเองว่า กล้องซีซีทีวีหรือว่าวงจรปิดนี้ในต่างประเทศกล้องที่ไม่ได้เป็นกล้องจริงที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า กล้องดัมมี่ (Dummy) นั้นนี่ครับ ในต่างประเทศเขาก็ใช้กันอยู่ ผมได้มีข้อมูลซึ่งเพื่อนสมาชิก ขออภัยเอ่ยนามนะครับ คุณเกียรติ สิทธีอมร ได้นํามาแล้วก็ บอกกับผมว่า ช่วยอภิปรายในเรื่องนี้ด้วยว่าในต่างประเทศกล้องที่เป็นกล้องดัมมี่ซึ่งไม่ใช่ กล้องจริง ๆ นั้น เขาก็ใช้กันอยู่ มีข้อมูลว่าประเทศออสเตรเลียเขาก็อนุญาตให้ใช้กล้องอันนี้ครับ ท่านประธานครับ ท่านประธานไปออสเตรเลียมาหลายครั้ง ท่านประธานก็คงรู้ครับว่า ออสเตรเลียกล้องดัมมี่เขาก็ใช้อยู่ ในประเทศอเมริกาเองซึ่งเรายึดถือว่าเป็นต้นแบบ ในหลาย ๆ เรื่อง ท่านประธานก็คงทราบว่านี่ข้อมูล ประเทศอเมริกาเขาก็ยอมรับว่าให้ใช้ กล้องดัมมี่ได้ เป็นการป้องปราม เราก็นําความคิดเหล่านั้นนะครับ เพราะว่าต้องยอมรับ ความเป็นจริงประการหนึ่งท่านประธานครับว่า ในเมืองไทยมันมีคนที่ประกอบอาชญากรรม ค่อนข้างเยอะ คนไม่ดีก็แทรกซึมอยู่นะครับ เพราะฉะนั้นถ้าเรามีกล้องนี้และราคามันน้อย แล้วเราสามารถป้องปราม ผมใช้คําว่าป้องปรามอาชญากรรมได้ ผมคิดว่าก็คุ้มนะครับ ที่เราจะทําอย่างนั้น แต่ว่าในทางปฏิบัติก็ต้องยอมรับว่ากล้องดัมมี่หรือว่ากล้องที่ไม่ใช่ กล้องจริงนี่ครับ เขาไม่เปิดเผยนะครับว่าเราได้ตั้งกล้องเหล่านี้ไว้ในจุดไหน อย่างไร เพราะว่า ถ้าเราบอกว่ากล้องดัมมี่กล้องนี้ครับซึ่งไม่ใช่กล้องจริง ๆ นี่ครับ กล้องที่เราใช้เพื่อป้องปราม มันอยู่ตรงนั้นตรงนี้ครับ คุณที่จะคิดกระทําความผิดมันก็รู้สิครับ มันก็กล้ากระทําความผิด ตรงนั้นเพราะนี่มันเป็นความลับ ในต่างประเทศเขาจะไม่เปิดเผยเลยนะครับ ตามเอกสาร ท่านประธานครับ เขาจะไม่เปิดเผยเลยว่ากล้องดัมมี่เขาอยู่จุดไหน อย่างไร แต่ว่าต้องยอมรับว่า มีกล้องเหล่านี้อยู่ แต่บ้านเรามันเลยเถิดกันครับ เลยเถิดไปว่าต้องบอกว่ากล้องไม่จริงเหล่านี้ กล้องดัมมี่มันอยู่ที่ไหน อย่างไร ถ้าเราไปเปิดเผยอย่างนี้หมด มันก็หมดนะครับ อาชญากร มันก็ไม่กลัวครับ มันก็รู้ว่านี่ไม่ใช่กล้องจริง มันก็สามารถที่จะกระทําความผิดกฎหมายได้ นี่ละครับเป็นสิ่งที่พิกลพิการ พิกลพิการมากในเมืองไทยนะครับ เรานําสิ่งซึ่งคิดว่า ใช้ประโยชน์ได้แล้วมาเปิดเผย พยายามซักไซ้ไล่เรียงว่าอยู่ที่ไหน อย่างไร ถึงขั้นบอกว่าต่อไปนี้ เมืองไทยใช้ไม่ได้แล้วกล้องดัมมี่นี่ต้องถอดออกให้หมด ต้องใช้กล้องจริงทั้งนั้นนะครับ มันก็เลยทําให้การป้องกันอาชญากรรมทั้งหลายในประเทศไทย ผมคิดว่าไม่ค่อยได้ผล ผมก็เรียนย้ําประธานในตอนแรกนี้ครับว่ากล้องเหล่านี้ในประเทศที่เขาเจริญแล้ว อย่างอเมริกาเขาก็ให้ใช้กล้องเหล่านี้ได้ ในประเทศออสเตรเลียเขาก็ให้ใช้กล้องเหล่านี้ได้ ในเมืองไทยก็ให้ใช้กล้องเหล่านี้ได้ เพียงแต่จะไม่เปิดเผยว่ากล้องเหล่านี้ติดอยู่ที่ไหน อย่างไร ถามว่ากล้องเหล่านี้คุ้มไหม ผมก็ตอบว่าคุ้มนะครับ ส่วนจะมีการทุจริตหรือไม่ก็ต้องค่อย ๆ ว่ากันไปนะครับ ไปสอบสวนทวนความกันไปว่ามีการทุจริตหรือไม่ แต่ว่าถ้าเราจะใช้เวทีของ สภาแห่งนี้ไปกล่าวหาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครซึ่งเป็นบุคคลภายนอกว่าทุจริต ผมคิดว่า เราก็เอาเปรียบท่านมากเกินไปนะครับ การสอบสวนก็ต้องว่าไป ที่ผมเรียนท่านประธานว่า กล้องเหล่านี้ใช้ได้นะครับ ท่านจะเรียกว่ากล้องลวงโลกก็ว่าไปเถอะครับ มันก็เคยหลอกคน มาแล้วนี่ครับ กล้องนี้ครับ ท่านประธานนึกได้ไหมครับ ตอนมีการชุมนุมเดือนเมษายน พฤษภาคมปีที่แล้ว กล้องนี้ทํางานได้ผลนะท่านประธาน ผู้ชุมนุมนี้ไม่รู้นะครับว่ากล้องที่ติดอยู่ มันเป็นกล้องจริงหรือกล้องปลอม ไปทําลายกล้องเสียเยอะ ก็ถูกหลอกอย่างไรครับ ก็ผู้ชุมนุม ถูกหลอกครับ เห็นกล้องอยู่ไม่รู้ว่ากล้องจริงกล้องปลอม ท่านประธานเห็นไหมครับ เอาผ้าไปปิดบ้าง เอาถุงพลาสติกไปคลุมไว้บ้าง ถ้าท่านประธานไม่เชื่อผมนะครับ ผมขออนุญาตท่านประธานแล้ว ผมจะโชว์รูปให้ท่านประธานดูนะครับ ผมมีเพาเวอร์พอยท์ (PowerPoint) อยู่ ๕ รูปครับ ขออนุญาตดูรูปที่ ๑ แล้วกันท่านประธานครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดพรีเซนเทชั่น)
มันเป็นความแค้นนะครับ เป็นความแค้นของคนที่ถูกหลอกว่า อ้ายกล้องจริงกล้องปลอมไม่รู้ก็กลัวไว้ก่อนนะครับ นี่กําลังปีนขึ้นไปแล้วครับท่านประธานครับ ใส่เสื้อสีอะไรท่านประธานเห็นไหมครับ ชัดไหมครับ ผมว่าเสื้อแดงนะครับนั่นน่ะ ขึ้นไปแล้วครับเพราะไม่รู้ว่ากล้องข้างบนนั้น เป็นกล้องจริงหรือกล้องปลอม กลัวแม้กระทั่งกล้องปลอมครับ ผมเลยบอกว่ามันใช้ได้ผลนะครับ มันหลอกคนโง่ได้ครับ ทีนี้คนโง่มันก็กลัวครับ มันก็เจ็บใจครับ แต่ผมไม่ได้บอกว่าคนที่นําญัตตินี้ คนอภิปรายถูกหลอกแล้วก็เจ็บใจไม่ใช่นะครับ
ท่านประธานดูต่อไปรูปที่ ๒ ครับ เห็นไหมครับ อ้ายหมอนี่แหละครับ ถูกหลอกครับ ขึ้นไปแล้วครับ แล้วไม่รู้หรอกครับว่านั่นกล้องจริงหรือกล้องปลอมครับ
ท่านประธานครับ ต่อไปนะครับ รูปที่ ๓ เห็นไหมครับ ขึ้นไปดูอยู่ก็ไม่รู้ หรอกครับ จริงหรือปลอมครับ ท่านประธานรู้จักหรือเปล่า เดี๋ยวผมให้ดูหน้าก็ได้ครับ นั่นละครับ ดูรูปต่อไปก็ได้ ท่านประธานครับ
ดูรูปที่ ๔ ครับ เห็นไหมครับ เอาผ้าไปคลุมแล้วครับ เห็นไหมครับ ทําไมล่ะครับ ถ้าไม่คิดเป็นโจร ไม่คิดทําผิดกฎหมาย ไปยุ่งอะไรกับกล้องเขาล่ะครับ ทําไมล่ะครับ กล้องนี้ เขาติดไว้เพื่อป้องกันสาธารณะ ป้องกันอาชญากรรมครับ ปกป้องประโยชนสาธารณะ ไม่ต้อง ดูผมหรอกครับ ดูหมอนี่ก็ได้ครับ แช่ไว้อย่างนั้นละครับ ไปปิดทําไมล่ะครับ ถ้าเป็นการชุมนุม โดยเปิดเผยนะครับ แล้วไม่กระทําความผิดกฎหมายครับ เอาถุงเอาผ้าไปปิดกล้องทําไมครับ และผมคิดว่ากล้องเหล่านี้ครับ อ้ายหมอนี่ที่ยืนไปอยู่ข้างบนแล้วเอาถุงพลาสติก เอาผ้าไปปิด ก็ไม่รู้ละครับว่ากล้องจริงหรือกล้องปลอม แต่ว่ากลัวอย่างไรครับ กลัวว่าตัวเอง ทําผิดกฎหมายอยู่ ผมเลยกล่าวหาว่าคนเสื้อแดงคนนี้ทําผิดกฎหมายครับ ถ้าเขาไม่ทํา ผิดกฎหมายเขาจะไปปิดกล้องดัมมี่พวกนี้ทําไมล่ะครับ มันก็ใช้ได้ผลนะครับ มันก็หลอกได้ครับ ท่านประธานเคยได้ยินไหมครับผมเล่าให้ท่านประธานฟัง ท่านประธานก็อายุใกล้เคียงกับผม นี่ครับ เรื่องคนกรุงเทพฯ หลอกคนบ้านนอกมันมีมานานแล้วละครับ เมื่อ ๔๐-๕๐ ปีที่แล้ว เขาบอกว่าคนบ้านนอกเวลามากรุงเทพฯ เห็นตึก ๔๐-๕๐ ชั้นก็นับนะครับ นับว่าจะไปบอก คนบ้านนอกด้วยกันว่ามากรุงเทพฯ แล้วเห็นตึกสูง ๕๐ ชั้น ในขณะที่นับอยู่คนกรุงเทพฯ ก็ไปเจอเข้า ก็บอกว่าคุณมาจากบ้านนอกไปนับตึกไม่ได้ ผิดกฎหมาย ตึกของผมคุณนับไม่ได้ แล้วก็ถามคนที่มาจากบ้านนอกว่านับตึกไปกี่ชั้นแล้ว ตึกมันมี ๕๐ ชั้น คนจาก บ้านนอกบอกผมนับไป ๒๐ ชั้นเอง ความจริงนับหมดแล้วครับ ๕๐ ชั้น ก็จ่ายสตางค์มา ๒๐ บาท ก็ถือว่าหลอกคนกรุงเทพฯ ได้นะครับ ความจริงตัวเองนับไปแล้ว กลับไปบ้านนอก ก็บอกว่าเมื่อวานกลับจากกรุงเทพฯ มาก็หลอกคนกรุงเทพฯ ไว้แล้ว ความจริงก็นับตึกไปแล้ว ๕๐ ชั้น แต่บอกคนกรุงเทพฯ ว่า ๒๐ ชั้น ก็ถือว่าหลอกคนกรุงเทพฯ ได้แล้ว มันก็หลอกกันมา อย่างนี้ครับ ก็เลยมีคนบอกว่ากล้องนี้เป็นกล้องลวงโลก คือคนบ้านนอกที่มานี่ครับ รวมทั้ง คนในกรุงเทพฯ ด้วยกระมังครับก็ถูกหลอกนะครับ ผมก็เรียนท่านประธาน ขึ้นรูปอีกสักครั้ง เถอะครับ รูปที่ ๔ ครับ ขึ้นแช่ไว้อย่างนี้ครับ ไม่ต้องดูหน้าผมหรอกครับ ดูหน้าคนนี้ ก็ได้ครับ ผมเรียนท่านประธานว่ากล้องนี้มันมีประโยชน์ แต่ว่าเวลามีคนไปชุมนุมแล้ว ถูกหลอกด้วยกล้องนี้ มันก็เสียค่าโง่ครับ พอเสียค่าโง่ก็เลยมีความโกรธมีความแค้นว่า เราถูกหลอกแม้กระทั่งกล้องนี้ครับ แล้วก็โง่กว่ากล้องครับ โง่กว่ากล้อง กล้องมันหลอกได้ ก็เกิดความแค้นเข้ามาอภิปรายกันใหญ่โต เพราะฉะนั้นต่อไปนี้ครับสิ่งเหล่านี้ในเมืองไทย ซึ่งมันควรจะมีอยู่มันก็ใช้ไม่ได้เสียนะครับ ผมก็เลยเรียนยืนยันกับท่านประธานว่า กล้องเหล่านี้ครับมันใช้ได้ แล้วคนที่ทําอย่างนี้ในรูปท่านประธานจะเห็นนะครับ ท่านรองผู้ว่า ธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ไปตอบคําถามของวุฒิสภา ท่านวุฒิสมาชิกเขาเชิญท่านรองผู้ว่าไปบอกว่า เรื่องนี้ครับเรื่องที่เรากําลังอภิปรายกันอยู่ นี่ครับเรื่องกล้องท่านประธานครับ ท่านรองผู้ว่าธีระชน ผมไม่ได้รู้จักท่านนะครับ ท่านรองผู้ว่า ท่านรองผู้ว่าบอกว่าในการชุมนุมของคนเสื้อแดงเมื่อเดือนเมษายน พฤษภาคม ๒๕๕๓ กล้องของกรุงเทพมหานคร ซีซีทีวีถูกทําลายจํานวนมาก มีความเสียหาย กว่า ๓๓ ล้านบาท เจ้าของกล้องครับเขาบอกว่า ผู้ที่ชุมนุมทําลายกล้อง และทําให้กล้องของ กรุงเทพมหานครซึ่งเขาใช้ภาษีของประชาชนเพื่อป้องกันอันตรายของประชาชน กล้องเขา เสียหายไป ๓๓ ล้านบาท นี่ผมยังคิดอยู่นะครับว่าการชุมนุมครั้งนั้นใครเป็นผู้จัดชุมนุม ผู้ที่จัดให้ชุมนุมนี้ต้องรับผิดชอบท่านประธานครับ เพราะทําให้ทรัพย์สินของทางราชการ เสียหาย มันเป็นภาษีของผมด้วยครับ ภาษีของผมเป็นส่วนหนึ่งใน ๓๓ ล้านบาท ที่เสียหายไปนะครับ เพราะฉะนั้นเวลาเราอภิปรายหรือพูดเรื่องใดเรื่องหนึ่งในรัฐสภานี่ครับ ผมอยากให้เราพูดกันด้วยเหตุ พูดกันด้วยผลนะครับว่า