สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๐ · ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๔

อภิรักษ์ โกษะโยธิน หารือเกี่ยวกับเหตุการณ์ระเบิดในคืนวันปีใหม่ปี 2549 และการมีส่วนร่วมของกล้องโทรทัศน์วงจรปิดในการป้องกันและแก้ไขปัญหา โดยเรียกร้องให้มีการตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างกล้องโทรทัศน์วงจรปิดของกรุงเทพมหานครและให้ข้อมูลชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องราคาและกระบวนการขั้นตอนที่มีการกล่าวหาในเรื่องการฮั้วประมูล

นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อจาก พรรคประชาธิปัตย์ เป็นอดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในช่วงระหว่างปี ๒๕๔๗-๒๕๕๑ ซึ่งต้องกราบเรียนท่านประธานว่าเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้มีการอภิปรายพาดพิงเกี่ยวข้อง กับผมในช่วงที่ดํารงตําแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โดยข้อเท็จริงผมได้รับการเลือกตั้ง มาเมื่อปลายเดือนสิงหาคม ปี พ.ศ. ๒๕๔๗ สมัยรัฐบาล พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร หลายท่านทราบอยู่แล้วว่าเมื่อเดือนกันยายน ปี พ.ศ. ๒๕๔๙ เกิดการปฏิวัติรัฐประหาร แล้วก็ได้รัฐบาลที่เราเรียกกันว่า รัฐบาล คมช. โดย พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ มาเป็น นายกรัฐมนตรี เมื่อปลายปี ๒๕๔๙ ในวันที่ ๓๑ ธันวาคม ถ้าหลายท่านจะจําเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นได้ มีการลอบวางระเบิดอย่างเป็นกระบวนการ ซึ่งต้องเรียนว่าโหดร้ายมาก เพื่อต้องการที่จะดิสเครดิต (Discredit) รัฐบาลที่มาจากการปฏิวัติรัฐประหารในปี ๒๕๔๙ ผมขออนุญาตท่านประธานได้อ่านรายละเอียดเพื่อทบทวนความจํา ซึ่งอันนี้เป็นจุดเริ่มต้น ของที่มาว่าทําไมถึงมีการติดตั้งกล้องซีซีทีวี หรือมีการกล่าวหาในเรื่องของกล้องดัมมี่ ที่เรียกกันว่า กล้องลวงโลก เหตุจุดระเบิดที่ ๑ เมื่อเวลา ๑๘.๐๐ นาฬิกา บริเวณอนุสาวรีย์ ชัยสมรภูมิ มีผู้บาดเจ็บ ๑๘ ราย เสียชีวิต ๒ ราย จุดที่ ๒ เวลา ๑๘.๐๐ นาฬิกาพร้อมกัน ที่สี่แยกสะพานควาย สน. บางซื่อ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ๑ ราย จุดที่ ๓ เวลาเดียวกัน ๑๘.๐๐ นาฬิกา สี่แยกแคราย จังหวัดนนทบุรี ไม่มีผู้บาดเจ็บ แต่ว่าป้อมสัญญาณจราจรเสียหาย จุดที่ ๔ ๑๘.๐๕ นาฬิกา สุขุมวิท ๖๒ ในท้องที่ สน. บางนา ประชาชนได้รับความเสียหาย มีรถยนต์เสียหาย ๑ คัน เวลา ๑๘.๑๐ นาฬิกา ตลาดสดคลองเตย ๒ ชุมชนไผ่สิงโต บริเวณถนนพระราม ๔ บาดเจ็บ ๗ ราย เสียชีวิต ๑ ราย จุดที่ ๖ เวลา ๑๘.๓๐ นาฬิกา ที่ซีคอนสแควร์ บริเวณลานจอดรถยนต์ ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ แต่ว่าที่สําคัญก็คือ ในคืนวันนั้น ทุกท่านทราบดีว่ามีการฉลองปีใหม่ มีเทศกาลนับถอยหลังที่เราเรียกกันว่า เคาท์ดาวน์ (Countdown) ที่บริเวณสี่แยกราชประสงค์ โหดร้ายมากครับ เพราะว่าวันนั้นถ้าไม่มีการยกเลิก การนับถอยหลัง จะมีพี่น้องประชาชนชาวไทยแสนกว่าคนที่อยู่บริเวณดังกล่าว มีการวางระเบิด ที่ตู้โทรศัพท์บริเวณหน้าห้างเกษรพลาซ่า ระเบิดเวลา ๐๐.๐๕ นาฬิกา แต่ว่าโชคดีครับ มีการยกเลิกการนับถอยหลังตั้งแต่ช่วงหัวค่ํา เนื่องจากว่าเกิดเหตุสถานการณ์ระเบิดทยอย มาพร้อมกันตั้งแต่เวลาหกโมงเย็น พี่น้องประชาชนทยอยกันกลับบ้าน แต่ว่ายังมี พี่น้องประชาชนบางส่วนที่ยังอยู่ในบริเวณดังกล่าว มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ๑๐ ราย เป็นชาวไทย ๒ ราย และชาวต่างประเทศ ๘ ราย เวลาเที่ยงคืน ๑ นาที ถ้ายังมีคนที่เพิ่งเลิกจากการนับถอยหลัง หรือเคาท์ดาวน์ เป็นบริเวณที่คนไปต่อเรือที่บริเวณท่าเทียบเรือเชิงสะพานเฉลิมโลก บริเวณห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ๓ ราย ที่ผมต้องหยิบยกเรื่องนี้ แล้วก็สุดท้ายนะครับเวลาเที่ยงคืน ๔๐ นาที ที่บริเวณตรอกข้าวสาร ถนนย่านบางลําพู ในคืนวันนั้นวันเดียวนะครับมีผู้บาดเจ็บทั้งหมด ๓๖ ราย เสียชีวิต ๓ รายรวมถึง ชาวต่างประเทศด้วย ประเด็นที่ต้องพูดถึงก็คือว่า เป็นกระบวนการที่มีความตั้งใจ ที่จะดิสเครดิตรัฐบาลที่มาจากการปฏิวัติรัฐประหาร รัฐบาลของ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร เมื่อเดือนกันยายน ปี ๒๕๔๙ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นจุดเริ่มต้นของการหารือ ในเรื่องของมาตรการต่าง ๆ ที่จะช่วยในเรื่องของการป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้น ทั้งชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพราะว่าโดยข้อเท็จจริงแล้วก่อนที่จะมีเหตุระเบิดในคืนวันที่ ๓๑ ธันวาคม ปี ๒๕๔๙ ต่อเนื่องมาถึงคืนวันปีใหม่ ก็คือในวันที่ ๑ มกราคม ปี ๒๕๕๐ พื้นที่กรุงเทพมหานคร มีกล้องโทรทัศน์วงจรปิดอยู่ทั้งหมด ๘๘ ตัวครับ วันนี้เรากําลังพูดถึงว่าในปี ๒๕๕๔ กรุงเทพมหานครได้ติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิดครบแล้ว ๑๐,๐๐๐ ตัว และกําลังจะติดเพิ่ม ให้ได้ครบ ๒๐,๐๐๐ ตัว เพื่อดูแลความปลอดภัยทั้งในมาตรการป้องปราม และมาตรการ ในการดูแลความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชน ในวันนั้นกรุงเทพมหานครมีกล้องเพียง ๘๘ ตัว ๗๒ ตัว เป็นกล้องที่ใช้ในเรื่องของการควบคุม แก้ไขปัญหาการจราจร มีการเชื่อมโยงสัญญาณกับหน่วยที่เราเรียกกันว่า บก. ๐๒ ที่บริเวณ ศูนย์พหลโยธิน ที่บริเวณถนนวิภาวดีรังสิต เพื่อที่จะเชื่อมโยงในเรื่องของการดูแลแก้ไขปัญหา การจราจร มีกล้องซีซีทีวี ๑๖ ตัว ที่จะดูแลในเรื่องของการป้องกันแก้ไขปัญหาน้ําท่วม ที่ผมต้องกราบเรียนให้ท่านประธานทราบก็คือว่าในวันนั้นเป็นสถานการณ์รุนแรง ฉุกเฉิน ที่เกิดขึ้น กรุงเทพมหานครไม่ได้มีงบประมาณที่เพียงพอในเรื่องของการติดตั้งกล้องซีซีทีวี เหมือนในสถานการณ์วันนี้หรือสถานการณ์ที่ผ่านไปตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๙ เป็นระยะเวลา กว่า ๕ ปี ต้องเรียนท่านประธานว่ามาตรการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จริง ๆ แล้วมีหน่วยงาน ที่ดูแลโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับทางรัฐบาล หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับ ความมั่นคง กองบัญชาการตํารวจนครบาล สังกัดสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ซึ่งมีหน้าที่ ในการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้กับพี่น้องประชาชน ผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานครแม้ว่าจะมาจากการเลือกตั้งโดยตรงจากพี่น้องประชาชน แต่ว่าก็มีข้อจํากัด ในเรื่องของอํานาจหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพราะฉะนั้นมาตรการในเรื่องของการติดตั้งกล้องซีซีทีวี ก็เป็นหนึ่งในมาตรการในเรื่องของการดูแลความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชน ความหมาย ก็คือว่ายังมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่รับผิดชอบโดยตรงซึ่งเป็นหน่วยงานที่สังกัดหน่วยงาน ของรัฐบาล ประเด็นที่ผมหยิบยกมากราบเรียนท่านประธานและมีเพื่อนสมาชิกหลายท่าน ที่ได้อภิปรายแล้วพยายามที่จะโยงให้พี่น้องประชาชนเกิดความเข้าใจผิด ว่าการติดตั้งกล้อง ซีซีทีวีของกรุงเทพมหานครซึ่งอาจจะเริ่มต้นในสมัยที่ผมเป็นผู้ว่า กทม. หลังจากที่มีเหตุ ระเบิด เป็นการติดตั้งกล้องที่เรียกใช้คําว่าลวงโลก เป็นการติดตั้งกล้องที่หลอกลวงประชาชน มีการกล่าวหาว่ามีการทุจริตคอร์รัปชัน ผมกราบเรียนท่านประธานว่าหลังจากที่เกิดเหตุ ระเบิดตลอดทั้งคืนในคืนวันที่ ๓๑ ธันวาคมต่อเนื่องมาถึงเช้าวันที่ ๑ มกราคม กรุงเทพมหานครได้มีการเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันทีนะครับ แล้วก็ได้มีโอกาส ได้พบกับท่านนายกรัฐมนตรีในสมัยนั้นก็คือท่าน พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ซึ่งก็ได้ออกสํารวจ สถานการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงหัวค่ําต่อเนื่องไปถึงช่วงเที่ยงคืน และหลังจากนั้นได้มี การประชุมร่วมกับรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งหน่วยงานความมั่นคง ไม่ว่าจะเป็นกองทัพภาคที่ ๑ กองบัญชาการตํารวจนครบาล หน่วยงานข่าวกรอง และหน่วยงานความมั่นคงต่าง ๆ ในการที่จะมีมาตรการในการที่จะแก้ไขปัญหาหรือดูแลความสงบรียบร้อยในพื้นที่ ของกรุงเทพมหานคร เพราะว่าโดยข้อเท็จจริงแล้วมีเหตุระเบิดหรือมีการวางระเบิดต่อเนื่อง ตลอดทั้งปีในปี พ.ศ. ๒๕๕๐ หลายท่านคงยังพอจําเหตุการณ์ได้ เช่น เหตุวางระเบิด ที่ลานจอดรถโรงแรมรามา การ์เด้นส์ ถนนวิภาวดีรังสิต การยิงระเบิดเข้าใส่สํานักงาน หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ เหตุระเบิดตู้โทรศัพท์หน้าโรงภาพยนตร์เมเจอร์ รัชโยธิน การวางระเบิด ที่ตู้โทรศัพท์ปากซอยราชวิถี ๒๔ และตู้โทรศัพท์บริเวณริมรั้วโรงเรียนแผนที่ทหาร ที่ผมต้อง หยิบยกตรงนี้มาเพื่อที่จะชี้ให้พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสมัยนั้นได้เห็นว่า การดูแลความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนเป็นความร่วมมือของทั้งกรุงเทพมหานคร รัฐบาลในแต่ละยุคสมัย หน่วยงานความมั่นคง แล้วก็ที่สําคัญก็คือเจ้าหน้าที่ตํารวจ กรุงเทพมหานครได้มีการมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง คือสํานักจราจรและขนส่ง ที่เรียกกันว่า สจส. ให้เป็นหน่วยงานหลักในการที่จะไปหารือกับหน่วยงานความมั่นคงต่าง ๆ ถึงมาตรการแนวทางในการสํารวจจุดติดตั้งกล้องซีซีทีวีและจัดสรรงบประมาณ แต่เนื่องจากว่าเป็นเหตุการณ์ที่รุนแรง ฉุกเฉินที่เกิดขึ้นโดยกะทันหัน กรุงเทพมหานครเอง มีข้อจํากัดในเรื่องของงบประมาณ ก็ได้มีการจัดสรรงบประมาณส่วนหนึ่งที่มาจาก งบสนับสนุนของรัฐบาล การสํารวจจุดในสมัยนั้นได้มีการสํารวจจุดที่จําเป็นที่จะต้องติดตั้ง กล้องซีซีทีวีทั้งหมดประมาณ ๓,๓๐๐ กว่าจุด ในกระบวนการที่จะมีการสํารวจการติดตั้ง กล้องก็ดี กระบวนการในการจัดซื้อจัดจ้าง จะมีขั้นตอนกระบวนการที่มีความชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น การเริ่มต้นด้วยการหารือกับหน่วยงานความมั่นคงในสมัยนั้น มีการสํารวจจุดที่ล่อแหลม ไม่ว่า จะเป็นจุดที่มีความเสี่ยงที่เป็นพื้นที่สาธารณะที่มีพี่น้องประชาชนใช้การสัญจรไปมา ไม่ว่า จะเป็นบริเวณสี่แยก บริเวณสะพานลอย บริเวณที่ประชาชนเดินทางกันอย่างคับคั่ง เช่น ศูนย์การค้า สถานีรถไฟ สถานีรถไฟฟ้า สถานีขนส่งต่าง ๆ ตลาด พื้นที่ชุมชน ตรอก ซอก ซอย หรือแม้แต่ในพื้นที่ที่พี่น้องประชาชนไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่สาธารณะ แต่ว่าด้วยข้อจํากัด ทั้งในเรื่องของงบประมาณก็ดี ในเรื่องของมาตรการต่าง ๆ กรุงเทพมหานครก็ได้ ขอความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ภาคเอกชน เข้ามาช่วยในเรื่องของการสํารวจ จุดและติดตั้งกล้องซีซีทีวีด้วยงบประมาณของภาคเอกชน ด้วยงบประมาณของหน่วยงานอื่น ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร เช่น บริเวณพื้นที่สี่แยกราชประสงค์ พื้นที่บริเวณสยาม และพื้นที่ใกล้เคียงในพื้นที่เขตปทุมวัน ซึ่งถือว่าเป็นใจกลางเมืองของกรุงเทพมหานคร ก็ได้รับการสนับสนุนจากองค์กรหน่วยงานภาคประชาชนและเอกชน และมีการติดตั้งกล้อง ซีซีทีวี มีการเพิ่มกําลังของเจ้าหน้าที่ รปภ. มีการปรับปรุงจุดในเรื่องของถังขยะ ได้รับ การสนับสนุนจากหน่วยงานของรัฐวิสาหกิจ เช่น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทางด้าน องค์การโทรศัพท์หรือทีโอที ในเรื่องของการที่จะไปสํารวจจุดป้องกันในเรื่องของตู้โทรศัพท์ ต่าง ๆ อันนี้ก็เป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องที่กรุงเทพมหานครต้องดําเนินการเพื่อได้รับ การสนับสนุนจากหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งอาจจะมีความคล่องตัวทั้งในเรื่องของการจัดสรร งบประมาณและกระบวนการการจัดซื้อจัดจ้าง แต่อย่างไรก็ตามในการจัดซื้อกล้องโทรทัศน์ วงจรปิดทั้งหมดที่เกิดขึ้นทั้งในยุคสมัยผมก็ดี หรือในสมัยของท่านผู้ว่าหม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร ก็จะมีกระบวนการที่ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการในเรื่องของการกําหนด ทีโออาร์ที่ในการจัดซื้อในครั้งนี้ได้มีการระบุชัดเจนว่าในจํานวนกล้องทั้งหมดประมาณ ๓,๓๗๑ กล้อง ได้มีการสํารวจไว้แล้วก็มีการกําหนดจุดที่จะมีการติดตั้งกล้องซีซีทีวีประมาณ ๒,๐๔๖ กล้อง และเป็นกล้องที่เราเรียกกันว่า กล้องดัมมี่ เฮ้าส์ซิ่ง หรือกล้องพรางอีกทั้งหมด ประมาณ ๑,๓๒๕ จุดโดยประมาณ

ประเด็นที่มีการกล่าวหาเกี่ยวกับการติดตั้งกล้องพราง แล้วก็พยายามไปใช้ คําว่า กล้องลวงโลก กล้องปลอม เพื่อให้พี่น้องประชาชนเกิดความเข้าใจผิด สิ่งที่เพื่อนสมาชิก หลายท่านได้กรุณาอภิปรายไปแล้วนะครับว่าในต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมืองใหญ่ ที่เป็นมาตรฐานสากล เช่น กรุงลอนดอน ก็มีการติดตั้งกล้องที่เป็นในลักษณะที่เรียกกันว่า กล้องพรางหรือกล้องดัมมี่ในลักษณะที่เป็นการป้องปราม เป็นการบริหารจัดการในการใช้ งบประมาณอย่างเกิดประสิทธิภาพสูงสุด หรือแม้แต่ในพื้นที่ ๓ จังหวัด ๕ จังหวัดชายแดน ภาคใต้เองก็มีการสํารวจจุดและกําหนดในการที่จะติดตั้งกล้องซีซีทีวีประมาณ ๓,๕๐๐ กว่าจุด และเป็นกล้องพรางหรือกล้องดัมมี่อีกประมาณ ๗,๐๐๐ กว่าจุด คือถ้าจะเปรียบเทียบ ตัวเลขกันแล้วนี่นะครับก็คือว่าติดตั้งกล้องพรางมากกว่ากล้องจริงด้วยซ้ําไป ในขณะที่ กรุงเทพมหานครจะมีการติดตั้งกล้องพรางประมาณ ๑,๓๐๐ กว่าจุด จากทั้งหมด ๓,๓๐๐ กว่าจุด ประเด็นตรงนี้เป็นประเด็นที่ผมอยากกราบเรียนท่านประธานผ่านไปถึง เพื่อนสมาชิกและพี่น้องประชาชนที่รับฟังการถ่ายทอดว่าในมาตรฐานในเรื่องของการป้องปราม ในเรื่องของการดูแลป้องกันความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้กับพี่น้องประชาชน จะสามารถที่จะมีการติดตั้งกล้องพรางเพื่อเป็นการป้องปรามก็ดี หรือถ้าจะเรียกกันว่าลวงโลก จริง ๆ แล้วน่าจะเป็นการเรียกกันว่าลวงให้กับผู้ไม่หวังดี ผู้ก่อการร้าย หรือลวงกับโจรมากกว่า

และประเด็นที่สําคัญอีกเรื่องหนึ่งก็คือนอกเหนือจากกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ที่จะมีการกําหนดทีโออาร์ที่ชัดเจน แล้วก็มีการระบุในสัญญาจัดซื้อจัดจ้างแล้ว ก็จะมี กระบวนการทั้งในเรื่องของการประมูลระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่เรียกกันว่าอีออกชัน มีคณะกรรมการตรวจรับ ซึ่งก็จะต้องมาตรวจรับว่าได้มีการจัดซื้อจัดจ้าง มีการติดตั้ง กล้องโทรทัศน์วงจรปิดตรงกับสเปกหรือตรงกับทีโออาร์ที่กําหนดไว้หรือไม่ เพราะฉะนั้นตรงนี้ ก็เป็นกระบวนการซึ่งสามารถตรวจสอบได้ แล้วก็หลายท่านก็ทราบแล้วนะครับว่าวันนี้ก็ได้มี การชี้แจงทั้งในส่วนที่กรุงเทพมหานครได้ดําเนินการไปก่อนหน้านี้แล้วกับทางสํานักงาน การตรวจเงินแผ่นดินหรือ สตง. หรือแม้แต่ที่มีผู้ไปร้องเรียนกับทาง ป.ป.ช. หรือคณะกรรมการดีเอสไอหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็ต้องดําเนินการที่จะส่งข้อมูลแล้วก็ชี้แจงในรายละเอียดดังกล่าว แต่ประเด็นที่กล่าวหา และสร้างความสับสนให้กับพี่น้องประชาชนก็คือการกล่าวถึงในเรื่องของงบประมาณ ในเรื่อง ของการจัดซื้อกล้องที่มีงบประมาณอยู่ทั้งหมดประมาณ ๓๓๐ กว่าล้านบาท แล้วก็มี การกล่าวหาว่าราคากล้องที่จัดซื้อที่เรียกกันว่า กล้องดัมมี่ มีราคาสูง คือพูดง่าย ๆ เอาตัวเลข ของกล้องดัมมี่ทั้งหมดประมาณ ๑,๓๐๐ กว่าตัว หารจํานวนงบประมาณ ๓๒๐ กว่าล้านบาท คือพอหารมาแล้วมันก็ตกตัวละประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ซึ่งไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ข้อเท็จจริงก็คือว่าในการจัดซื้อที่มีการกําหนดสเปกทีโออาร์ดังกล่าว มีการกําหนดชัดเจน มีการระบุราคาที่ได้ประเมินไว้ในยุคสมัยนั้น ซึ่งเมื่อสักครู่จริง ๆ แล้วเพื่อนสมาชิกท่าน ส.ส. ธนา ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับได้กรุณากล่าวไปแล้ว แต่ผมขออนุญาตกล่าวซ้ําอีกครั้งหนึ่ง ในการจัดซื้อได้มีการแบ่งสัญญาเป็น ๔ สัญญาด้วยกัน แล้วก็โดยข้อเท็จจริงแม้ว่าจะมี การสํารวจจุดในยุคสมัยที่ผมเป็นผู้ว่า แต่ว่าเนื่องจากมีการร้องเรียน มีการดําเนินการ จัดซื้อจัดจ้างเสร็จนี่เพียงสัญญาเดียว ก็คือสัญญาที่ ๑ ที่ได้มีการดําเนินการติดตั้ง กล้องโทรทัศน์วงจรปิดพร้อมอุปกรณ์และเชื่อมโยงสัญญาณไปยังสํานักงานเขตพระนคร และสํานักงานเขตดุสิต จํานวนทั้งหมดก็คือติดกล้องจริงที่เรียกกันว่ากล้องซีซีทีวี ๓๔๗ ตัว และกล้องพรางหรือดัมมี่ เฮาส์ซิ่ง ๒๔๒ ตัว ในราคาชุดละ ๒,๙๐๐ บาท คิดเป็นเงิน ๗๐๑,๘๐๐ บาท อันนี้ก็เป็นสัญญาที่ได้ดําเนินการในเรื่องของการจัดซื้อจัดจ้างในยุคที่ผม เป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพื่อดําเนินการติดตั้งให้แล้วเสร็จในเดือนเมษายน ปี ๒๕๕๑ ผมเองหมดวาระในช่วงปลายเดือนสิงหาคม ปี ๒๕๕๑ แม้ว่าจะมีการเลือกตั้งใหม่ ในเดือนตุลาคมและกลับมาเป็นผู้ว่า แต่ก็ได้ลาออกไปในช่วงประมาณเดือนพฤศจิกายน ปี ๒๕๕๑ แต่ว่าในกรณีนี้ที่อยากจะเรียนให้ชัดเจนก็คือว่า มีการติดตั้งกล้องดัมมี่ไปเพียง ๒๔๒ ตัว ในงบประมาณ ๗๐๐,๐๐๐ กว่าบาท แต่อย่างไรก็ตามในจุดที่สํารวจไว้ก็ได้มี การติดตั้งต่อเนื่องในสมัยที่ท่านผู้ว่าสุขุมพันธุ์ได้เข้ามาเป็นผู้ว่า ในโครงการที่ ๒ ก็คือ มีการติดตั้งกล้องซีซีทีวี ๕๓๓ ตัว กล้องดัมมี่ เฮาส์ซิ่ง ๓๗๓ ตัว และในสัญญาที่ ๓ ก็คือ การติดตั้งกล้องซีซีทีวีจํานวนทั้งหมด ๔๙๐ ตัว และกล้องดัมมี่ เฮาส์ซิ่ง ๓๔๓ ตัว ในราคา ชุดละ ๓,๐๐๐ บาท และสัญญาสุดท้ายก็คือในปี ๒๕๕๒ หลังจากที่ผมหมดวาระไปแล้วนะครับ ก็มีการติดตั้งเพิ่มซีซีทีวี ๖๗๖ ตัว และดัมมี่ เฮาส์ซิ่ง อีก ๓๖๗ ตัว แต่ว่าถ้าจะพูดถึง ในเรื่องงบประมาณ ผมก็พยายามเอาตัวเลขทั้งหมดมารวมกัน ก็พบว่าจํานวนกล้องดัมมี่ เฮ้าส์ซิ่ง ทั้งหมดประมาณ ๑,๓๐๐ กว่าตัวที่ติดตั้งไปจากจํานวนกล้องทั้งหมด ๓,๓๗๑ ตัวนี้ คิดเป็นเงินทั้งหมดประมาณ ๓,๐๐๐,๐๐๐ กว่าบาท คิดเป็น ๑ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณ ทั้งหมด ๓๒๘ ล้านบาท หรือ ๓๓๐ ล้านบาทโดยประมาณ ส่วนที่เหลือเป็นการจัดซื้อกล้อง ซีซีทีวี เป็นการจัดซื้ออุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น อุปกรณ์บันทึกภาพ การเชื่อมโยงสัญญาณ แล้วก็ ระบบติดตั้งต่าง ๆ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ทางกรุงเทพมหานครจะได้ชี้แจงต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือแม้แต่ส่งข้อมูลให้กับท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยมาชี้แจงในสภาแห่งนี้ ประเด็นที่ผมกล่าวถึงนะครับ ในเรื่องของประเด็นการจัดสรรงบประมาณและการติดตั้งกล้อง ซีซีทีวีดังกล่าว ก็เป็นกระบวนการที่ได้มีการดําเนินการต่อเนื่องตั้งแต่สมัยที่ผมเป็น ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครต่อเนื่องมาจนกระทั่งถึงผมหมดวาระ แล้วก็ต่อด้วยสมัย หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร ซึ่งก็มีแนวนโยบายที่สําคัญที่จะดูแลความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งผมขออนุญาตที่จะกราบเรียนท่านประธานว่า จริง ๆ แล้วนอกเหนือจากมาตรการในเรื่องของการติดตั้งกล้องซีซีทีวีแล้ว กรุงเทพมหานครเอง ก็ได้มีการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเช่นการไฟฟ้านครหลวง ในการสํารวจจุด ในเรื่องของการติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่างตามตรอก ซอก ซอย เพื่อป้องกันดูแลความปลอดภัย ให้กับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะผู้หญิง โดยเฉพาะเด็ก ๆ ซึ่งอาจจะต้องเดินทางกลับบ้าน ในระยะเวลาค่ําคืน ในยุคสมัยนั้นที่ผมเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครนอกเหนือจากการสํารวจจุดร่วมกับ ทางรัฐบาล หน่วยงานความมั่นคง แม้ว่าจะมีการติดตั้งกล้องซีซีทีวีเป็นจํานวนเพียงเล็กน้อย แต่ว่าก็ได้มีมาตรการในเรื่องของการขอความร่วมมือหน่วยงานเอกชน หรือหน่วยงานต่าง ๆ ในพื้นที่ กทม. ให้มีการติดตั้งกล้องซีซีทีวี และในขณะเดียวกันก็ได้มีการระดมความร่วมมือ จากพี่น้องประชาชนในชุมชนต่าง ๆ มีการประชุมร่วมกับเครือข่ายแกนนําของพี่น้องในชุมชน ร่วมกับกองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายใน เพื่อที่จะมีมาตรการสอดส่องดูแล ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งถูกคุกคามจากมาตรการหรือ กระบวนการในเรื่องของการวางระเบิด ในเรื่องของการใช้ความรุนแรงต่อเนื่องตั้งแต่คืน วันที่ ๓๑ ธันวาคม ปี ๒๕๔๙ ต่อเนื่องมาตลอดทั้งปีในปี พ.ศ. ๒๕๕๐ ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งใหม่ ในช่วงปลายปี พ.ศ. ๒๕๕๐ อันนี้ก็เป็นประเด็นที่ขออนุญาตที่จะกราบเรียนท่านประธาน ผมเองแม้ว่าจะถูกกล่าวพาดพิงในกรณีที่เป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในสมัยนั้น แต่ว่าก็ให้การสนับสนุนในเรื่องของกระบวนการการตรวจสอบ แล้วก็โดยข้อเท็จจริง อย่างที่เพื่อนสมาชิกท่าน ส.ส. ธนา ได้กรุณากล่าวไปในตอนต้นว่ากรุงเทพมหานครแม้ว่า ผู้ว่าเองจะได้รับการเลือกตั้งจากพี่น้องประชาชนโดยตรง แต่ก็จะมีการตรวจสอบโดยสมาชิก สภากรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นสภาท้องถิ่น ระยะเวลาในเรื่องของการดําเนินการติดตั้งกล้อง ซีซีทีวีก็ได้ดําเนินการต่อเนื่องมาประมาณ ๕ ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๐ ต่อเนื่องมาจนกระทั่ง ถึงปัจจุบัน ผมเองเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผ่านการทํางานกับนายกรัฐมนตรีมา ๔ ท่าน ทํางานร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยทั้งหมดอีก ๗ ท่าน เป็นนายกรัฐมนตรีที่มาจากพรรคไทยรักไทย ขออนุญาตต้องกรุณากล่าวถึงนะครับ และพรรคพลังประชาชน ซึ่งปัจจุบันก็คือพรรคเพื่อไทย จริงแล้วก็เป็นประเด็นที่กราบเรียน ท่านประธานว่าจริง ๆ ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนชาวกรุงเทพมหานคร เป็นความรับผิดชอบโดยตรงของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและกรุงเทพมหานคร แต่โดยข้อเท็จจริงแล้วการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน ก็เป็นความรับผิดชอบโดยตรงของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นสํานักงานตํารวจ แห่งชาติ ซึ่งในกรณีของกรุงเทพมหานครก็คือกองบัญชาการตํารวจนครบาล แล้วก็ในยุคสมัยนั้น ที่เกิดความวุ่นวาย การชุมนุมประท้วงในทางการเมือง การลอบวางระเบิด ใช้ความรุนแรง ต่อชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนชาวไทยด้วยกันนี่ก็เป็นความรับผิดชอบ โดยตรงของรัฐบาลที่จะต้องดูแล แล้วก็ที่สําคัญก็คือหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ของกรุงเทพมหานครก็คือกองทัพภาคที่ ๑ และหน่วยงาน กอ.รมน. เพราะฉะนั้นประเด็น ที่เพื่อนสมาชิกได้กรุณาอภิปรายและพยายามทําให้พี่น้องประชาชนเกิดความเข้าใจผิดว่า การติดตั้งกล้องซีซีทีวีในลักษณะที่มีการติดตั้งกล้องดัมมี่หรือเฮ้าส์ซิ่ง ดัมมี่ ไปด้วย นี่เป็นการหลอกลวงประชาชนก็เป็นข้อเท็จจริงที่ไม่ถูกต้อง เพราะแม้ว่าในต่างประเทศเอง ก็มีนักวิชาการที่ได้กรุณาเขียนวิพากษ์วิจารณ์เป็นบทความ ซึ่งจริง ๆ แล้วก็เป็นช่วงที่มี การกล่าวหาในช่วงนั้นนะครับ ก็คือผมขออนุญาตเรียนท่านประธานก็คือเมื่อวันที่ ๒๙ เดือนกันยายน ก็มีบทความที่เขียนลงในหนังสือพิมพ์มติชน เป็นบทความของนักวิชาการ ที่มีการกล่าววิพากษ์วิจารณ์ถึงกรณีที่มีการกล่าวหาในเรื่องของการติดตั้งกล้องดัมมี่ ซีซีทีวี ว่าเป็นเรื่องมาตรการป้องปรามที่สามารถดําเนินการได้ แต่เรื่องทุจริตคอร์รัปชันก็ต้องเป็น เรื่องที่หน่วยงานตรวจสอบก็ต้องไปดําเนินการ ซึ่งเป็นคนละเรื่องเดียวกัน อันนี้ก็เป็นประเด็น ที่อยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปถึงเพื่อนสมาชิกและพี่น้องประชาชนที่รับฟังอยู่ ให้ทราบว่ามาตรการการติดตั้งกล้องดัมมี่ ซีซีทีวี เป็นมาตรการที่เป็นลักษณะที่เป็น มาตรฐานสากล หรือแม้แต่ในประเทศไทยเองก่อนที่กรุงเทพมหานครจะได้ดําเนินการติดตั้ง ในปี พ.ศ. ๒๕๕๐ รัฐบาลเองแม้ว่าจะมีการริเริ่มในเรื่องของการติดตั้งกล้องซีซีทีวี ตั้งแต่ ปี ๒๕๔๗ ในรัฐบาลสมัยนายกรัฐมนตรีทักษิณและดําเนินการติดตั้งต่อเนื่องในปี ๒๕๕๐ ในสมัยรัฐบาล พลเอก สุรยุทธ์ แต่ก็ต้องยอมรับว่าในการติดตั้งกล้องในพื้นที่ ๓ จังหวัด หรือ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็มีการติดตั้งกล้องพรางที่เรียกกันว่า กล้องดัมมี่ ซีซีทีวี ในจํานวนประมาณ ๗,๐๐๐ กว่ากล้อง แล้วก็เป็นจํานวนที่มากกว่าการติดตั้งกล้องจริง ที่เรียกว่า กล้องซีซีทีวี ซึ่งติดตั้งเพียง ๓,๕๐๐ กว่ากล้อง อันนี้ก็เป็นประเด็นที่ ๑ ที่อยากกราบเรียนท่านประธานให้เกิดความชัดเจน

ส่วนประเด็นในเรื่องราคา ในเรื่องกระบวนการขั้นตอนที่มีการกล่าวหา ในเรื่องของการฮั้วประมูล ก็เป็นประเด็นที่หน่วยงานที่ได้รับการร้องเรียน ไม่ว่าจะเป็น คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสํานักงานดีเอสไอ หรือแม้แต่สํานักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. ซึ่งโดยปกติก็จะมีการตรวจสอบกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของกรุงเทพมหานคร อยู่แล้ว แล้วก็ที่สําคัญก็คือสภากรุงเทพมหานคร ซึ่งจริง ๆ แล้วโดยข้อเท็จจริงก็จะมี เพื่อนสมาชิกทั้งในฝั่งของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งอาจจะเป็นฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร แต่ว่าเรียกว่าเป็นฝ่ายบริหารในกรุงเทพมหานคร แล้วก็มีสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ซึ่งอาจจะเป็น ส.ส. ในฝ่ายรัฐบาลในสภาผู้แทนใหญ่ แต่ว่าก็เป็นสมาชิก ที่อาจจะเรียกกันได้ว่าเป็นฝ่ายค้านในสภากรุงเทพมหานคร ก็ได้มีการตรวจสอบ อย่างต่อเนื่องในเรื่องของกระบวนการการจัดซื้อจัดจ้าง กระบวนการจัดสรรงบประมาณ ต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๐ จนกระทั่งถึงปัจจุบันในปี พ.ศ. ๒๕๕๔ เพราะฉะนั้นประเด็น ดังกล่าว ผมขอกราบเรียนท่านประธานให้เกิดความชัดเจน ส่วนในรายละเอียดในเรื่องอื่น ๆ นะครับ ซึ่งก็ได้มีการอภิปรายถึงอุปกรณ์ราคา ผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่าจริง ๆ แล้ว ในสภาผู้แทนราษฎร เวลาเพื่อนสมาชิกอภิปรายนี่ต้องเป็นการอภิปรายให้ผู้ที่จะมาตอบชี้แจง ก็คือท่านรัฐมนตรี ซึ่งในกรณีนี้ก็คือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยที่กํากับดูแล กรุงเทพมหานคร ซึ่งได้กรุณามอบหมายรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งท่านก็ได้ เข้ามา แต่ว่าที่สําคัญมากกว่านั้นก็คือโดยปกติกระทรวงมหาดไทยก็ต้องขอข้อมูล จากกรุงเทพมหานคร หรือแม้แต่จะต้องมีเจ้าหน้าที่จากสํานักจราจรและการขนส่ง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเรื่องของการประมูลจัดซื้อจัดจ้างที่มีการกล่าวหาพาดพิงให้เกิด ความเสียหาย ซึ่งตัวผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในปัจจุบันก็คือหม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร ไม่สามารถที่จะมาแก้ตัวข้อกล่าวหาได้ เจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานครที่เข้าไปเกี่ยวข้อง โดยตรงไม่ว่าจะเป็นเข้าไปเกี่ยวข้องในลักษณะที่เป็นคณะกรรมการจัดซื้อ คณะกรรมการ ทีโออาร์ คณะกรรมการอีออกชัน คณะกรรมการตรวจรับของ ก็ไม่มีโอกาสที่จะเข้ามาชี้แจง ข้อกล่าวหาของเพื่อนสมาชิกที่มีการกล่าวพาดพิงได้ ผมคิดว่าเพื่อความเป็นธรรม ก็เป็น หน้าที่ของท่านรัฐมนตรี ในกรณีนี้ก็คือท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยที่จะต้อง ช่วยกรุณาตอบข้อชี้แจงจากข้อมูลของกรุงเทพมหานคร ซึ่งผมไม่แน่ใจนะครับว่า ท่านรัฐมนตรีได้เชิญเข้ามาในวันนี้หรือเปล่า หรือมีเจ้าหน้าที่ของกรุงเทพมหานคร มาดําเนินการเพื่อที่จะตรวจสอบในเรื่องของข้อมูลต่าง ๆ ที่ได้มีการกล่าวพาดพิง อย่างไรก็ตาม ผมกราบเรียนท่านประธานว่า โดยส่วนตัวมีเพื่อนสมาชิกบางท่านพยายามที่จะกล่าวพาดพิง ถึงผมอยู่ตลอดเวลา พยายามที่จะพูดถึงผม พาดพิงไปถึงโครงการจัดซื้อรถและเรือดับเพลิง ซึ่งข้อเท็จจริงก็คือว่าผมเองได้แสดงสปิริท (Spirit) รับผิดชอบในกรณีที่มีการกล่าวหาผม โดย ป.ป.ช. และได้ลาออกเมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี ๒๕๕๑ แต่โดยข้อเท็จจริงแล้วผมรอเวลา ที่จะได้พิสูจน์กระบวนการยุติธรรม แม้ว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมการ คตส. คณะกรรมการอนุ หรือแม้แต่สํานักงานอัยการสูงสุดจะได้ชี้มูลผมว่าไม่มีความผิด ได้ดําเนินการตรวจสอบกระบวนการอย่างดีแล้ว และโครงการนี้ก็เป็นโครงการที่ได้เริ่มก่อน ผมเข้ามาเป็นผู้ว่าเกือบ ๒ ปีในสมัยรัฐบาล พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง อย่างน้อย ๓ คนในรัฐบาล พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ถูกกล่าวหาและเป็นคนริเริ่ม โครงการนี้ มีการจัดซื้อในลักษณะที่ผ่านเข้า ครม. ระหว่างรัฐบาลกับรัฐบาล มีการจัดซื้อ ในลักษณะที่เรียกกันว่าต่างตอบแทนโดยกระทรวงพาณิชย์ในมูลค่าที่เท่ากัน เพราะฉะนั้น ผมกราบเรียนท่านประธานไปถึงเพื่อนสมาชิกว่าพยายามโยงให้เห็นถึงการกล่าวหาผม แม้ว่าผมเองพร้อมที่จะพิสูจน์กระบวนการยุติธรรมในเรื่องของการจัดซื้อรถและ เรือดับเพลิง พยายามโยงให้เห็นว่าการจัดซื้อกล้องซีซีทีวีมีความไม่สุจริต มีความบกพร่อง มีความไม่โปร่งใส เหมือนกับว่าผมเองเป็นผู้เคยถูกกล่าวหาในเรื่องการจัดซื้อรถดับเพลิง เพราะฉะนั้นก็อยากกราบเรียนท่านประธานให้เกิดข้อเท็จจริงนะครับ ผมเองมาจาก การเลือกตั้ง หลังจากที่ลาออกจากผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครก็มีโอกาสเข้าไปเป็น ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีในสมัยรัฐบาลนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ แล้วก็ได้รับเลือกตั้ง เหมือนเพื่อนสมาชิกทุกท่านครับ ได้รับเลือกตั้งตอนที่มีการเลือกตั้งในเขต ๒ แล้วก็ได้รับ เลือกตั้งอีกครั้งหนึ่งในระบบบัญชีรายชื่อในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ก็ได้รับการพิสูจน์ ได้รับ การเลือกตั้งจากพี่น้องประชาชน แล้วตลอดช่วงระยะเวลาที่ผมถูกกล่าวหา ก็มีการหยิบยก ประเด็นนี้มากล่าวหาโจมตีอย่างต่อเนื่อง ผมเองไม่เคยหนีไปไหน ผมเองอยู่ในประเทศไทย และพร้อมที่จะพิสูจน์กระบวนการยุติธรรม และผมเชื่อมั่นว่าถ้ากระบวนการยุติธรรมในประเทศไทยยังมีจริง ก็จะได้รับการพิสูจน์ และพี่น้องประชาชนจะรับทราบว่าข้อกล่าวหาที่เป็นกระบวนการทางการเมือง ที่พยายาม ใส่ร้ายป้ายสีทั้งหมดจะได้รับการพิสูจน์ แต่ในกรณีของกล้องซีซีทีวี ผมคิดว่าถ้าหยิบยก มาเป็นประเด็นในทางการเมือง ซึ่งจะมีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครที่กําลัง จะเกิดขึ้นในอีกปีข้างหน้า มีการพยายามที่จะกล่าวหาในเรื่องของการบริหารจัดการน้ํา ที่ผิดพลาดของกรุงเทพมหานครในวันนี้ หรือแม้แต่การประกาศในเรื่องของการใช้ พ.ร.บ. ในเรื่องของการบรรเทาสาธารณภัย มาตรา ๓๑ เพื่อจะชี้ให้เห็นว่ากรุงเทพมหานครบกพร่อง อันนี้ก็เป็นประเด็นทางการเมืองที่เกี่ยวข้องในเรื่องของการพยายามที่จะโยงในเรื่อง ของกล้องซีซีทีวี ให้เห็นว่าเป็นความบกพร่องของผู้บริหารกรุงเทพมหานครทั้งในยุคสมัย ที่ผมเป็นผู้ว่า และในยุคสมัยของหม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร ก็ขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธาน และผมเชื่อมั่นว่าจะมีเพื่อนสมาชิกอีกหลายท่านที่จะได้กรุณาออกมาอภิปราย แล้วก็เชื่อว่าท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยจะได้กรุณาตอบข้อซักถาม ของเพื่อนสมาชิก และกรุณาให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของกรุงเทพมหานครได้นําข้อมูลต่าง ๆ มาชี้แจงเพื่อนสมาชิก และในการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญก็จะเปิดโอกาส ให้กรุงเทพมหานครได้ส่งผู้บริหารและผู้ที่เกี่ยวข้องเข้ามาชี้แจงกระบวนการการจัดซื้อจัดจ้าง ที่โปร่งใส กระบวนการการตรวจสอบ ซึ่งแน่นอนก็จะเป็นบทพิสูจน์นะครับถึงการทํางาน ของผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ทั้งในยุคสมัยที่ผมเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และในยุคสมัยของหม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร ที่มาจากพรรคประชาธิปัตย์ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ