สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๖ · ๖ ตุลาคม ๒๕๕๔

ณัฏฐ์ บรรทัดฐาน หารือเรื่องการจัดการผังเมือง สิ่งปลูกสร้างที่กีดขวางน้ำ และปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยเน้นย้ำว่าปัญหาน้ำท่วมเกิดจากปัญหาสิ่งแวดล้อมมากกว่าปัญหาน้ำ และเน้นย้ำถึงความสำคัญของการดูแลและพัฒนาสิ่งแวดล้อม เช่น การจัดที่ให้น้ำอยู่ในแหล่งธรรมชาติ การจัดทางให้น้ำเดิน และการเพิ่มปริมาณป่า เพื่อบรรเทาปัญหาน้ำท่วม

นายณัฏฐ์ บรรทัดฐาน กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ณัฏฐ์ บรรทัดฐาน กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ต่อญัตติด่วนนะครับ เรื่องของการแก้ไข ปัญหาและมาตรการในการให้ความช่วยเหลือประชาชนจากปัญหาอุทกภัย ๒ วันที่ผ่านมา เพื่อนสมาชิกส่วนใหญ่ได้พูดถึงปัญหาและแนวทางการแก้ไข ซึ่งผมเข้าใจว่าเท่าที่ได้รับฟังมาก็เป็น แนวทางการแก้ไขที่อยู่ในระยะสั้น แล้วก็เป็นการแก้ไขปัญหาในจังหวัดนั้น ๆ ซึ่งกระผมคิดว่า การแก้ไขปัญหาเรื่องของอุทกภัยที่ดีที่สุดคือการป้องกันไม่ให้ปัญหานี้ได้เกิดขึ้น ถึงแม้ว่า จะเป็นไปได้ยากก็ตาม แต่ว่าถ้าเรามีกระบวนการในการบริหารจัดการได้ดี ผมเชื่อว่า จะสามารถบรรเทาปัญหาแล้วก็แก้ไขปัญหาในระยะยาวได้ ใน ๒ วันที่ผ่านมานั้น มีเพื่อนสมาชิกบางส่วนจากทั้งพรรครัฐบาลและพรรคฝ่ายค้านได้พูดถึงเรื่องของปัญหาสิ่งแวดล้อม ปัญหาเรื่องของปรากฏการณ์เรือนกระจก แต่ว่าไม่ได้ลงในรายละเอียด ซึ่งผมเข้าใจว่า ท่านก็คงไม่ได้ดูในรายละเอียดมากสักเท่าไรนัก แต่ว่าที่สําคัญไปกว่านั้นผมเชื่อว่าข้าราชการ จํานวนไม่น้อยครับที่กําลังแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่ทุกวันนี้ ก็คงไม่ทราบปรากฏการณ์ เรือนกระจก ไม่ทราบเรื่องของปรากฏการณ์สิ่งแวดล้อมที่ถูกทําลายมากขึ้นทุกวัน และไม่ได้ ตระหนักถึงว่าสิ่งเหล่านี้จะเป็นปัญหาที่ทําให้กระบวนการในการแก้ปัญหาให้กับ พี่น้องประชาชนนั้นยากขึ้นทุกวัน ๆ ก็เลยต้องเรียนกับท่านประธานฝากไปถึงผู้ที่มี ส่วนเกี่ยวข้องทุกท่านให้ทราบนะครับว่าทุกวันนี้ผมเชื่อเหลือเกินว่าปัญหาเหล่านี้จะหนักขึ้น เรื่อย ๆ เพราะปริมาณน้ําในโลกนั้นมากขึ้นทุกวันจาก ๒ กรณี ๒ ส่วนด้วยกัน ๑. คืออุณหภูมิโลก ที่สูงขึ้นทุกวัน ทําให้ปริมาณน้ําทะเลนั้นอย่างที่เพื่อนสมาชิกผมเข้าใจว่าเป็นพรรคเพื่อไทย ได้อภิปรายไปเมื่อสักพักใหญ่ ๆ ได้บอกกับเราว่าปริมาณน้ําแข็งในขั้วโลกได้ละลายออกมา และแน่นอนครับว่าส่งผลกระทบให้ปริมาณน้ําในทะเลนั้นสูงขึ้น ในระยะเวลาไม่กิน ๑๐๐ ปี น้ําทะเลจะสูงขึ้นประมาณ ๙-๑๓ เมตร นั่นหมายความโดยเฉลี่ยแล้วปีหนึ่ง ๑ เมตรขึ้นแน่ ๆ ๑๐ ปี ๑ เมตรขึ้นแน่ ๆ นอกจากนั้นถ้าดูปริมาณน้ําฝนที่เราเห็นชัดเจนในปี ๒๕๕๒ ปริมาณน้ําฝนสูงขึ้น ๒ เปอร์เซ็นต์ พอมาปี ๒๕๕๓ ปริมาณน้ําฝนก็มีปริมาณสูงขึ้น ๕ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็จะเป็นอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ สาเหตุที่เป็นอย่างนี้เนื่องมาจากว่ามีพายุเกิดขึ้น มากขึ้น อย่างที่ท่านรัฐมนตรีได้ตอบไปเมื่อสักครู่นี้นะครับว่ามีพายุไป ๕ ลูก จริง ๆ ไม่ใช่ ๕ ลูก ที่ผ่านมาผ่านไป ๓ ลูก และกําลังจะเข้ามาอีก ๕ ลูก ที่หนัก ๆ ที่ผ่านมาก็คือนกเตน แล้วก็เป็นนาลแกที่กําลังหนักหนาสาหัสกันอยู่ขณะนี้นะครับในหลาย ๆ ประเทศ ปริมาณน้ําฝนที่มาจากพายุที่หนักขึ้นทุกปี ๆ เนื่องมาจากว่าสภาพอากาศโดนทําลาย หรือความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศมีการโดนทําลายชั้นบรรยากาศสูงขึ้น จึงทําให้ ปริมาณหรือโอกาสในการเกิดพายุนั้นสูงขึ้น เพราะฉะนั้นปริมาณน้ําฝนก็จะสูงขึ้นทุกปีอย่างนี้ ไปเรื่อย ๆ เพราะฉะนั้นผมเชื่อว่าถ้าเราไม่ตระหนักถึงปัญหานี้นะครับ วิธีการแก้ปัญหา ของเราก็จะเป็นวิธีการแก้ปัญหาตามปกติ ซึ่งผมดูจากวิธีการแก้ปัญหาที่ท่านนายกรัฐมนตรี ได้พูดไว้ถึงนโยบายการแก้ปัญหาเรื่องของอุทกภัยโดยใช้ยุทธศาสตร์ ๒ พี ๒ อาร์ ทั้งเพรพพาเรชั่น พรีเวนชั่น เรสปอนส์ แล้วก็รีคัฟเวอรี่ ทั้ง ๔ ข้อนี้ ผมก็พยายามมานั่งดูว่า มันจะมีวิธีการในการแก้ไขปัญหาได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดได้อย่างไร เท่าที่ตรวจสอบดูก็เห็นว่า วิธีการใช้กลยุทธ์ ๒ พี ๒ อาร์ จริง ๆ แล้วเป็นแค่ข้อสรุปของกระบวนการในการทํางานของ ระบบราชการ ซึ่งเท่าที่ผมดูนี่นะครับ ยกตัวอย่างเช่นกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ร่วมกับราชการในส่วนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องนี่นะครับ วางแผนจัดทําการแก้ไขปัญหาในลักษณะของ ๒ พี ๒ อาร์ ซึ่งแผนของท่านจริง ๆ ท่านก็มีแผนในการป้องกันน้ําท่วม ป้องกันภัยแล้ง ป้องกันปัญหาต่าง ๆ ไว้อยู่แล้วนะครับ แต่สิ่งที่ท่านทําก็คือว่ากรณีเรื่องของเพรพพาเรชั่น นี่นะครับ ท่านก็บอกว่าให้จังหวัดบริเวณลุ่มน้ําเจ้าพระยาตอนล่างนะครับ ประกอบไปด้วย จังหวัดในภาคกลางต่าง ๆ เตรียมพร้อมในการรองรับน้ําที่จะสูงขึ้น ประชาสัมพันธ์ ให้เกษตรกรเร่งเก็บเกี่ยวผลผลิตก่อน ซึ่งกระบวนการต่าง ๆ เหล่านี้เป็นกระบวนการ ที่ทุกกระทรวง ทบวง กรมได้ทํากันเป็นปกติ เพียงแต่ว่าพอมีมาตรการเรื่องของ ๒ พี ๒ อาร์ เข้าไป สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้มีอะไรใหม่ เป็นเพียงการนําคําว่า เพรพพาเรชั่นเข้าไปต่อท้าย มาตรการตรงนี้ ส่วนมาตรการอื่น ๆ ก็เช่นเดียวกันครับ ก็เป็นมาตรการปกติ ที่หน่วยงานราชการหรือรัฐบาลได้ทํากันอยู่แล้ว แล้วก็เป็นบทสรุปแค่นั้นเองว่าสิ่งที่ท่านทํามา ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ นั้น จริง ๆ แล้วมันอยู่ในหมวดไหน อยู่ในการป้องกัน อยู่ในเรื่องของการเรสปอนส์ หรืออยู่ในเรื่องของการรีคัฟเวอรี่ คือการชดเชยการบรรเทา ความเสียหายหรืออะไรก็ตามแต่ เพราะฉะนั้นจริง ๆ แล้วมันถึงเป็นสาเหตุที่ว่า ทําไมสถานการณ์น้ําท่วมถึงยังรุนแรงอยู่ และดู ๆ แนวโน้มจะรุนแรงมากขึ้น แล้วก็ การแก้ไขเป็นไปไม่ทันท่วงทีสักเท่าไร วันนี้ที่ผมพูดตรงนี้คือไม่ได้ตั้งใจจะบอกว่ากระบวนการ ของ ๒ พี ๒ อาร์ นั้นล้มเหลวนะครับ แต่ผมต้องเรียนให้ท่านนายกรัฐมนตรีทราบนะครับ เรียนให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่านทราบ เนื่องมาจากว่ากระบวนการทั้งหมดที่ท่านจัดทํา ยุทธศาสตร์ ๒ พี ๒ อาร์ นี่นะครับ มันเป็นแค่การสรุปว่ากระบวนการปกติที่ใช้ในการ แก้ปัญหาอุทกภัย แก้ปัญหาภัยธรรมชาตินั้นไม่ได้มีการเพิ่มมาตรการที่พิเศษแตกต่างจากเดิม ไปแต่อย่างไร เพียงแต่ว่าหน่วยงานราชการนั้น ๆ เอา ๒ พี ๒ อาร์ ของท่านนี่ไปตบท้ายสิ่งที่ เขาได้ทําอยู่แล้วนะครับ เป็นข้อสรุปว่าสิ่งที่เขาทํามาทั้งหมด ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ มันจัดอยู่ใน หมวดหมู่ใดบ้างใน ๒ พี ๒ อาร์ นั่นคือสาเหตุหนึ่งที่ทําให้กระบวนการในการแก้ไขนั้น ไม่ประสบความสําเร็จ หรือล่าช้า หรือไม่เท่าทันเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตรงนี้ผมไม่ได้พูดขึ้นมา เพื่อตําหนิ แต่ว่าเพื่อจะให้เห็นว่าผมเชื่อนะครับว่าที่เป็นอย่างนั้นเนื่องมาจากว่าข้าราชการ หรือว่าหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องยังไม่ตระหนักถึงภัยธรรมชาติที่จะเกิดขึ้น ที่จะร้ายแรงขึ้น ทุกวัน ๆ อย่างที่ผมได้เรียนไปตอนต้นว่ามันเกิดจากสาเหตุอะไรก็ตาม เพราะฉะนั้นตรงนี้ ผมก็ต้องเรียนกับท่านประธานแล้วก็ฝากไปยังรัฐบาลและหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องว่า ผมเชื่อว่า กระบวนการที่จะแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืนในเรื่องของการแก้ปัญหาอุทกภัยนั้น มีอยู่ ๔ อย่าง ๔ วิธีการด้วยกัน ผมอาจจะไม่ได้ชํานาญภาษาอังกฤษ คงไม่ได้บอกว่าเป็น ๒ พี หรือ ๒ อาร์ แต่ผมบอกว่ายุทธศาสตร์ของผม ผมคิดว่าจัดไว้ทั้งหมด ๔ อย่าง ๔ ประการด้วยกัน ๔ จ คือ

๑. จัดที่ให้น้ําอยู่ อย่างที่เพื่อนสมาชิก คุณบุณย์ธิดา สมชัย ขออภัยที่เอ่ยนาม ได้บอกเมื่อสักครู่นี้ ตามแหล่งน้ําธรรมชาตินั้นได้มีชุมชนต่าง ๆ นั้นมีแหล่งน้ําธรรมชาติ อยู่แล้วนะครับ ซึ่งผมเชื่อว่าถ้าเรามีการเปิดโอกาสให้มีการสํารวจกันอย่างจริงจัง ในแต่ละชุมชนเลยนะครับ ไม่ใช่แต่ละจังหวัดหรือแต่ละอําเภอด้วยซ้ําไป ในอดีตเองแต่ละชุมชน ก็จะมีแหล่งน้ําธรรมชาติของเขาอยู่แล้ว ซึ่งถ้าเราได้มีโอกาสพัฒนาแหล่งน้ําธรรมชาติเหล่านี้ ให้เป็นที่รองรับน้ําเวลาน้ําไหลบ่ามามาก ๆ ผมเชื่อว่าปริมาณจํานวนมากของแหล่งน้ําชุมชน มันจะช่วยแบ่งเบาภาระน้ําที่จะลงสู่แม่น้ําเจ้าพระยาได้ นั่นประการที่ ๑

๒. คือจัดทางให้น้ําเดินนะครับ ร่องน้ํา รางน้ํา ลํารางสาธารณะ ห้วยหนอง คลองบึงต่าง ๆ ผมเชื่อเหลือเกินว่าเราไม่ได้มีการสํารวจความลึก ความตื้น หรือปริมาตร ความจุของแอ่งรับน้ําเหล่านั้นนะครับ ผมเชื่อนะครับว่าสิ่งที่เราทํากันเป็นส่วนใหญ่คือขุดเพิ่ม แต่ว่าเราไม่ได้ไปดูครับว่าห้วยหนองคลองบึง ลํารางสาธารณะ ลําคลองต่าง ๆ ที่มีอยู่แล้วนั้น มีความตื้นเขินขึ้นมากน้อยแค่ไหน อย่างไร มีความแคบลงเปลี่ยนแปลงปริมาตรอย่างไร ถ้ามีการตรวจสอบอย่างชัดเจนแล้วมีการขุดเพิ่มเพื่อให้รองรับน้ําได้มากขึ้น เพื่อให้ทางเดินน้ํา สะดวกขึ้น ผมเชื่อว่ากระบวนการในการไหลของน้ําทิศทางน้ําก็จะไม่ท่วมเอ่อล้นเข้ามา มีปัญหากับพี่น้องประชาชน

๓. คือเรื่องของการเพิ่มปริมาณป่า จัดให้มีการปลูกป่าเพิ่มจาก ปริมาณป่าในปี ๒๕๐๑ จนถึงปี ๒๕๕๓ ในปี ๒๕๐๑ นั้น ปริมาณป่าเมื่อเทียบกับ ปริมาณพื้นที่ทั้งประเทศมี ๕๕.๓ เปอร์เซ็นต์ มันลดลงเรื่อย ๆ จนถึงปี ๒๕๔๗ ปี ๒๕๕๑ และปี ๒๕๕๓ ลงมาอยู่ประมาณ ๓๓ เปอร์เซ็นต์กว่า ๆ ถ้าเรามีการจัดให้มีการปลูกป่า อย่างจริงจัง แน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้ก็จะช่วยในเรื่องของการบรรเทาเรื่องของน้ําที่ไหลมา ในปริมาณมาก เพราะว่าเป็นพื้นที่ป่าก็สามารถอุ้มน้ําได้

ท้ายที่สุด คือการจัดการในเรื่องของการจัดผังเมืองใหม่ จัดผังบ้านใหม่ และจัดการเรื่องปัญหาสิ่งแวดล้อมใหม่ เพราะว่าสิ่งสําคัญในวันนี้ครับผังเมืองผมเชื่อเหลือเกินว่า เป็นประเด็นสําคัญประเด็นหนึ่งที่ทําให้เกิดน้ําท่วมเข้าไปในเมือง เข้าไปในตัวอําเภอต่าง ๆ เพราะว่าเราสร้างบ้านสร้างสิ่งปลูกสร้างกีดขวางทางน้ํา ในกรุงเทพมหานครเห็นได้ชัดที่สุดครับ เพราะว่าหลายที่มีการก่อสร้างรุกล้ําแนวท่อประปา แนวท่อระบายน้ํา แล้วก็มีความยากเย็น มากครับในการที่จะไปขุดเจาะในการลอกหรือว่าระบายน้ํา เพราะว่ามีการสร้างบ้านเรือน ที่อยู่อาศัยสิ่งปลูกสร้างขวางทางน้ําหรือว่าผิดกฎหลักการในการปลูกสร้างที่อยู่อาศัย นี่ก็เป็น สิ่งหนึ่งที่ผมต้องเรียนท่านประธานนะครับ

และในท้ายที่สุดคือเรื่องของสิ่งแวดล้อมอย่างที่ผมเรียนเมื่อสักครู่นะครับ วันนี้ผมยกตัวอย่างกรณีของนโยบายรถคันแรก ไม่ได้เอามาโจมตีนะครับ แต่ต้องเรียน ที่ประชุมครับว่าอย่างกรณีแบบนี้ ซึ่งผมเชื่อว่าอย่างที่บอกปัญหาน้ําไม่ได้เกิดจากปัญหาน้ํา อย่างเดียวแต่เกิดจากปัญหาสิ่งแวดล้อม เพราะฉะนั้นเชื่อเป็นอย่างยิ่งครับ ว่ากรณีถ้าเราเพิ่ม ปริมาณรถหรือเพิ่มปริมาณไอเสียไม่ว่าจะจากที่ไหนก็ตาม จากโรงงานอุตสาหกรรม จากการจราจร จากการสัญจรไปมาต่าง ๆ หรืออะไรก็ตามแต่ เหล่านี้จะเป็นตัวเร่ง ปฏิกิริยาให้ปรากฏการณ์ทางธรรมชาตินั้นผิดเพี้ยนไปเรื่อย ๆ