สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๖ · ๖ ตุลาคม ๒๕๕๔

ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง อภิปรายเรื่องโครงการบ้านหลังแรกและบ้านหลังครึ่ง โดยเน้นย้ำว่าโครงการนี้เป็นนโยบายที่ประชาชนมีชื่นชอบ ไม่ใช่โครงการที่เพิ่งเกิดขึ้นเพื่อประโยชน์ของบริษัทหนึ่งบริษัทใด และยังหารือเรื่องบริษัท เอสซี แอสเสท ที่ขายบ้านราคาแพง และเรียกร้องให้รัฐบาลตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมาย

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รองนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพ ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองนายกรัฐมนตรี

ผมเรียนท่านประธานว่าเมื่อสักครู่ท่านรัฐมนตรีนิพิฏฐ์ก็ได้อภิปรายสอบถาม เกี่ยวกับบริษัท เอสซี แอสเสท ได้ประโยชน์ในโครงการบ้านหลังแรก แล้วท่านขึ้นชาร์ท (Chart) แล้วเอาคําให้สัมภาษณ์นายกรัฐมนตรีมาอภิปรายประกอบ ผมยืนยันกับ ท่านประธานว่าบริษัท เอสซี แอสเสท อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ เป็นบริษัทมหาชน ท่านนายกรัฐมนตรีเคยดํารงตําแหน่งประธานกรรมการบริหารของบริษัท แล้วก็ได้ลาออก เมื่อ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๔ เพื่อมาสู่การเมือง และขณะนี้บริษัท เอสซี แอสเสท ได้ให้กองทุน บริหารจัดการ กองทุนบริหารเอง

ปัญหามีอยู่ว่าเรื่องบ้านหลังแรก เรามาทําตอนเป็นรัฐบาลหรือไม่ ตอบว่า ไม่ใช่ พรรคเพื่อไทยได้รณรงค์หาเสียงบอกพี่น้องประชาชนคนทั่วประเทศว่านโยบายพรรค ๑. บ้านหลังแรก ๒. รถคันแรก เรารับจํานําข้าวเปลือกเจ้า ๑๕,๐๐๐ บาท ข้าวหอมมะลิ ๒๐,๐๐๐ บาท ค่าแรง ๓๐๐ บาทต่อวัน ปริญญาตรี ๑๕,๐๐๐ บาท ไม่ใช่โครงการ บ้านหลังแรกมาเกิดเพื่อประโยชน์บริษัทหนึ่งบริษัทใด หรือบริษัท เอสซี แอสเสท และไม่ใช่ รัฐบาลเพิ่งมาคิดทํา เป็นนโยบายบอกพี่น้องประชาชน ประชาชนชื่นชมชื่นชอบ เราจึงได้มา ๒๖๕ ที่นั่ง รัฐบาลต้องทําครับ ไม่ทําก็เท่ากับไม่สนองตอบความต้องการของประชาชน ที่เลือกพรรคเพื่อไทยถึง ๒๖๕ ที่นั่ง ผมเรียนต่อ นอกจากบ้านหลังแรกเรามีหลังครึ่งครับ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาธนาคารอาคารสงเคราะห์ได้ปล่อยกู้บ้าน ๑ หลัง ไม่เกิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๒๐๐ หลัง ไม่เสียดอกเบี้ย ๓ ปี แต่ต้องเป็นบ้านหลังแรกและราคาไม่เกิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท นี่เราทําแล้วครับ ส่วนครั้นจะไปซื้อหมู่บ้านไหนรัฐบาลไม่มีสิทธิไปกํากับ ไปสั่งการ

ผมเรียนท่านประธานต่อนะครับว่ากรณีบริษัทอสังหาริมทรัพย์มีทั้งหมด ประมาณ ๑๐,๐๐๐ บริษัทในประเทศไทย รัฐบาลไม่ได้เอาปืนไปจี้หัวใครครับว่าต้องมา ซื้อบ้านที่นี่ ที่นี่ ที่นี่ ท่านคาดการณ์ตัวเลขบอกว่าน่าจะได้ประโยชน์ประมาณหลายพันล้านบาท กับบริษัท เอสซี แอสเสท ผมไม่ได้ถือหุ้นสักหุ้นเดียว แต่ส่วนใหญ่บริษัท เอสซี แอสเสท เขาขายบ้านมีคุณภาพ ขายบ้านราคาแพง เป็นที่รู้กันอยู่ ผมยังไปดูเลยครับที่ตลิ่งชันเขาตั้งราคาขาย ๕๐ ล้านบาท ๗๐ ล้านบาท ๙๐ ล้านบาท แม้กระทั่ง ๑๒๐ ล้านบาทก็มี ก็นั่นเป็นเรื่อง เศรษฐีไปซื้อ แต่ ๓๓๙,๐๐๐ บาท ที่ท่านบอกก็มีครับ ถามว่าทุกบริษัทเขาขานรับไหมครับ เขาก็ต้องโฆษณาว่าเขาขานรับ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่เกิน ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท จ่ายภาษีคืน ๕ ปี ก็เป็นเรื่องของรัฐบาล ถ้ารัฐบาลทําไม่ดีรัฐบาลก็เสียแต้ม เลือกตั้งก็แพ้ และถ้าท่านเห็นว่า บริษัท เอสซี แอสเสท เขาได้ประโยชน์เป็นตัวเลข ผมไม่ได้ท้าทาย แต่การเมืองมันต้องว่า กันตรง ๆ ท่านสามารถดําเนินการแจ้งความยื่นถอดถอนได้ครับ เพราะว่าเป็นการทุจริต และกระทู้ถามนี้ท่านถามไปแล้ว ๑ ข้อ ส่วนที่เหลืออีก ๒ ข้อ ถ้าท่านไม่ถามเป็นสิทธิ และท่านสามารถยื่นกระทู้ถามสดถามใหม่ได้ ไม่มีใครจํากัดสิทธิหรอกครับ ผมเรียนต่อนะครับว่าคนรวยคนจนมาตรฐานไม่เหมือนกัน คนรวยพร้อม คนจนถ้าได้ ประโยชน์ คนจนก็ชอบ รัฐบาลพรรคเพื่อไทยเรามีฐานเสียงจากรากหญ้า เราก็ต้องทําครับ แล้วผลออกมาถ้าไม่สําเร็จ พวกผมก็ฆ่าตัวตายทางการเมือง ถ้าสําเร็จ เลือกตั้งอีกก็ชนะอีก นั่นเป็นเรื่องในอนาคต ก่อนที่ผมจะจบนะครับ ผมเรียนท่านประธานนิดนะครับ ท่านนิพิฏฐ์ยื่นกระทู้ถาม ด้วยปรากฏว่านายกรัฐมนตรีได้บริหารราชการแผ่นดินโดยขาด จริยธรรม และมีลักษณะเป็นการขัดแย้งการแบ่งผลประโยชน์ อันอาจทําให้ประชาชน และประเทศชาติได้ความเสียหาย ผมเรียนว่าที่ผ่านมา ๑ เดือนเศษ ๆ รัฐบาลภายใต้การนํา ของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน ตรงไปตรงมา และไม่มีใครคิดกล้า ที่จะทุจริตหรือประพฤติมิชอบ เมื่อสักครู่กระผมอ่านไปทีหนึ่งแล้ว นี่ผมจะอ่านอีกครั้งหนึ่ง เพื่อเป็นบรรทัดฐานของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งหมายถึงผมด้วย ข้อบังคับว่าด้วย ประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ พ.ศ. ๒๕๕๓ ข้อ ๑๕ สมาชิกและกรรมาธิการจักต้องเคารพสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคลของผู้อื่น ไม่แสดงกริยา หรือใช้วาจาไม่สุภาพ มีลักษณะเป็นการดูหมิ่น หมิ่นประมาท เสียดสี ใส่ร้ายป้ายสีบุคคลใด โดยไม่มีพยานหลักฐาน หรือนําเอาเรื่องที่เป็นเท็จมาอภิปรายแสดงความคิดเห็นในการ ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในที่ประชุมกรรมาธิการ หรือที่อื่นใด เรามีข้อกําหนดไว้มากกว่า คนอื่น ผมเชื่อว่าทุกคนต้องรักษากฎเกณฑ์อันนี้ เพราะมันเป็นข้อบังคับว่าด้วยประมวล จริยธรรมของผู้แทนราษฎร เราออกเองครับ ทุกคนต้องปฏิบัติ และผมเชื่อว่าทุกท่าน ต้องปฏิบัติ ผมย้ําอีกครั้งหนึ่ง ๑. บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จํากัด (มหาชน) อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ ๒. นายกรัฐมนตรีลาออกแล้ว ๓. บริษัทให้กองทุนบริหารจัดการ และที่สําคัญที่สุดมันเป็นทุกขลาภจริง ๆ ใครที่มีอาชีพแล้วมาสู่เวทีการเมือง มักมีปัญหาถูกจิก ถูกตี ถูกต่อว่า ถ้าคนไม่มีอาชีพปลอดภัย ไม่มีใครถาม ก็ขอเรียนท่านประธานเท่านี้ครับ ขอบพระคุณครับ