เหวง โตจิราการ หารือเรื่องน้ำท่วมในประเทศ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเตรียมตัว ป้องกัน เยียวยา และรักษา และเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการอย่างเป็นระบบในการช่วยเหลือประชาชน โดยเสนอแผนการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม 9 ข้อ เพื่อช่วยเหลือประชาชนและลดผลกระทบจากน้ำท่วม
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์เหวง โตจิราการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่น ท่านประธานครับ ต้องกราบขอบพระคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านในสภาแห่งนี้ ผมดีใจมากเพราะว่าผมดูจากคะแนนที่ออกมานะครับ เมื่อตอนต้น ๔๒๓ คะแนน เห็นชอบ ในการที่จะเลื่อนระเบียบวาระเรื่องน้ําท่วมให้มาพิจารณาก่อนระเบียบวาระอื่น นั่นย่อมแสดงให้เห็นว่าสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติทุกท่านมีความเป็นห่วงและเอาใจใส่ ต่อปัญหาน้ําท่วม ซึ่งขณะนี้เป็นปัญหาอย่างรุนแรง ผมต้องกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ เรื่องน้ําท่วมเป็นเรื่องนอกเหนืออํานาจของใคร ๆ ทั้งสิ้นที่จะดลบันดาลให้เป็นหรือไม่ให้เป็นนะครับ มันเป็นไปโดยธรรมชาติและเที่ยวนี้ ท่านประธานก็คงทราบแล้วว่ามีพายุเข้ามา ๕ ลูกเต็ม ๆ ซึ่งก็คงไม่มีใครสามารถประเมินได้ว่า มวลน้ําที่ตกลงมาสู่พื้นแผ่นดินมีจํานวนเท่าไร แต่ก็คงจะเป็นจํานวนหลายหมื่นล้านลูกบาศก์เมตร นี่ประเมินโดยคร่าว ๆ เพราะฉะนั้นเป็นไปไม่ได้เลยที่ระบบในการรับน้ํา หรือบริหารจัดการน้ํา หรือขับเคลื่อนน้ําออกสู่มหาสมุทร หรือทะเลหรืออ่าวไทยนี่จะรับมือได้ทัน ดังนั้น จึงเป็นธรรมดาที่จะมีมวลน้ําจํานวนหนึ่งขังอยู่และกลายเป็นน้ําท่วม ผมต้องกราบเรียน ท่านประธานนะครับว่า รัฐบาลชุดนี้ในระหว่างที่แถลงนโยบายต่อรัฐสภาตอนนั้นก็เกิดภาวะ น้ําท่วมขึ้นแล้วนะครับ พายุลูกแรก ๆ นี่ก็เข้ามาแล้ว และรัฐบาลยิ่งลักษณ์ไม่ได้วางเฉย ไม่ได้นิ่งนอนใจในการรับมือกับน้ําท่วมนะครับ ผมจําได้นะครับว่ามีการประชุม ครม. นัดแรก ๆ นี่นะครับได้วางมาตรการในการที่จะช่วยเหลือราษฎรในเรื่องปัญหาเรื่องน้ําท่วม แรกสุดนี่ก็จะให้ครัวเรือนมากกว่าครัวเรือนละ ๕,๐๐๐ บาท แต่ว่าไม่ต้องการให้เกิด ความโกลาหล หรือไม่ต้องการให้เกิดผลกระทบต่อรัฐบาลที่ผ่านมาก็เลยเอาตัวเลขมาตรฐาน ของรัฐบาลที่ผ่านมาเป็นหลักก็คือ ๕,๐๐๐ บาทต่อครัวเรือ นอกจากนี้เราก็พิจารณา ให้ค่าชดเชย ๒,๒๒๒ บาทต่อไร่ในกรณีที่ข้าวเสียหาย นี่เป็นการสะท้อนออกว่ารัฐบาล ยิ่งลักษณ์ไม่ได้ปล่อยปละละเลยนะครับ นอกจากนี้ก็เป็นธรรมดาครับ ที่รัฐบาลจะต้อง บริหารราชการแผ่นดินในเรื่องที่สําคัญไปพลาง ๆ เมื่อมีเวลาว่างรัฐบาลก็ลงไปดูแลทันทีนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์เอง ดังนั้นขอได้โปรดให้สมาชิกทุกท่าน ได้เข้าใจตามนี้และให้ความเป็นธรรมกับท่านนายกรัฐมนตรีด้วย กรุณาอย่าหาเศษหาเลย จากเรื่องนี้อีกเลยนะครับ นอกจากนี้นายกรัฐมนตรีในระยะต้น ๆ ท่านได้วางหลักใหญ่ ๒ ข้อ ซึ่งหลักใหญ่ ๒ ข้อนั้นใช้ได้โดยทั่วไป แต่ในกรณีที่น้ําท่วมหนักขนาดนี้ก็คงจะต้องขยาย หลักใหญ่ ๒ ข้อนี่ให้มากเกินไปกว่านี้ ซึ่งผมจะได้กราบเรียนท่านประธานต่อว่าหลักใหญ่ ของท่านนายกรัฐมนตรีในขณะนี้ได้เพิ่มมาเป็น ๙ ข้อด้วยกัน หลักใหญ่ ๒ ข้อ ก็เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปนะครับว่า มี ๒ พี (P) กับ ๒ อาร์ (R) ถ้าพูดเป็นภาษาไทยให้เข้าใจ ง่าย ๆ ก็คือว่า เตรียมตัว แล้วก็ป้องกัน แล้วก็เยียวยา แล้วก็รักษานะครับ ผมคงไม่ลงสู่ รายละเอียด ต้องกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่า นอกจากนี้ต่อมาท่านนายกรัฐมนตรี ยังได้มีบัญชาให้รัฐมนตรีแต่ละรายต้องรับผิดชอบ ๑ จังหวัดไปเลยหรือรายจังหวัด อย่างรัฐมนตรีที่ผมเห็นนั่งอยู่ในสภาแห่งนี้ อย่างเช่น ท่านธีระนี่ท่านก็ต้องไปดูแล จังหวัดชัยนาท ท่านฐานิสร์นี่ท่านก็ต้องไปดูแลที่จังหวัดฉะเชิงเทราแล้วดูเหมือนจะมีสระแก้วด้วย ท่านปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข ท่านต้องไปดูแลที่เลย ตรงนี้แสดงให้เห็นว่าท่านนายกรัฐมนตรี เอาใจใส่มาก ตรงนี้หมายความว่าข้าราชการในจังหวัดนี่นะครับเพิกเฉยไม่ได้ครับ ตัวรัฐมนตรีที่ลงไปก็ต้องกํากับดูแลข้าราชการ แล้วข้าราชการก็เพิกเฉยไม่ได้ ขณะเดียวกัน ก็เป็นที่พึ่งของข้าราชการด้วยว่า ถ้าหากว่ามีความจําเป็นในการตัดสินเร่งด่วน ไม่ว่า จะในเรื่องงบประมาณก็ดี หรือกําลังคนก็ดีมีรัฐมนตรีนั่งอยู่ตรงนั้นแล้วในการที่จะให้ ท่านปรึกษาแล้วก็ตัดสินใจได้ ทีนี้ท่านประธานครับ ผมเองได้มีโอกาสเข้าไปมีส่วนร่วม ในการที่จะช่วยเหลือน้ําท่วมที่จังหวัดสิงห์บุรีโดยเพื่อน ส.ส. ของผม ขออนุญาตเอ่ยนามไม่ได้ เป็นที่เสียหายอะไรก็คือ ส.ส. พายัพ ที่สิงห์บุรีนะครับ ท่านก็กรุณาพา ส.ส. ของพวกเรานะครับ ซึ่งก็เป็นธรรมดาที่เราระดมใครได้เราก็จะระดมกันไป ก็มี ส.ส. จตุพร ส.ส. ณัฐวุฒิ ส.ส. ก่อแก้ว แล้วก็มีผม รวมทั้งมี นปช. แดงทั้งแผ่นดินจํานวนหนึ่งไปช่วยกันแจกของน้ําท่วม ทีนี้ประสบการณ์ที่ผมได้มาต้องกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่า จากการที่ได้มีโอกาส ไปแจกของที่จังหวัดสิงห์บุรี ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานแล้วก็ผ่านไปยังรัฐบาลครับ เราจะบริหารจัดการในเรื่องการแจกของและในการที่จะช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับทุกข์ยาก จากน้ําท่วมอย่างเป็นระบบจะดีไหมครับ นั่นก็คือหาจุดบรรจบครับ จุดบรรจบนี่หมายความว่า หาจุด ๆ หนึ่งซึ่งรัฐบาลระดมของที่ช่วยเหลือไปวางไว้ที่จุดนั้นได้ แล้วก็ขณะเดียวกันราษฎร ก็สามารถที่จะมารับของช่วยเหลือจากจุดนั้นไป ซึ่งวันนี้ผมก็ได้รับความกรุณาจาก ส.ส. ท่านหนึ่ง ของพรรคเพื่อไทย ท่านก็กรุณาให้ข้อคิดว่าเอาตําบลเป็นหลักดีไหมครับ เอาตําบลเป็นหลัก ดีไหมครับ ก็คือ เขาใช้คําว่า ๑ ตําบล ๑ ครัว ซึ่งผมก็ค่อนข้างจะเห็นด้วยกับเขานะครับ ก็คือว่าที่ผมไปดูนี่คือ ถ้าหากว่าใช้วิธีการแจกของโดยไม่ได้มีการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ มันก็จะไม่มี ความเป็นระเบียบแล้วก็มันจะสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติโดยสิ้นเปลืองเปล่าประโยชน์ หากว่าเราจัดเป็นระบบระเบียบนะครับ หาจุดบรรจบ คือทางผู้ให้ความช่วยเหลือไม่ว่า จะเป็นรัฐบาล หรือหน่วยงานราชการก็ดี หรือว่าหน่วยงานเอกชนก็ดี บรรทุกของทั้งหลาย นําของทั้งหลายไปยังจุดบรรจบดังกล่าว แล้วประชาชนก็รู้จุดบรรจบดังกล่าวอยู่ที่ไหน ก็มารับความช่วยเหลือจากที่นั่นไป ผมว่าอันนี้จะสะดวกมาก แล้วก็จะเป็นการบริหารจัดการ ที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งอันนี้ผมก็ฝากท่านประธานไปทางรัฐบาล ตรงนี้อาจจะต้องใช้ ความร่วมมือจากกระทรวงมหาดไทย แล้วก็กระทรวงกลาโหมด้วย แล้วก็อาจจะไปหา จุดตรงนั้น อาจจะเป็นวัดก็ได้ หรืออาจจะเป็นที่ทําการ อบต. หรือที่ทําการจังหวัดก็ได้ ศาลากลางจังหวัดอะไรก็สุดแท้แต่ ถ้าหากทําอย่างนี้ได้ผมเชื่อว่าการให้ความช่วยเหลือ จะเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ คราวนี้ตรงนี้เป็นปัญหาเฉพาะหน้า ผมได้ฟังเพื่อนสมาชิก หลายท่านให้ข้อคิดเห็นในเรื่องการแก้ปัญหาน้ําในระยะยาวผมก็เห็นด้วยนะครับ แล้วต้องกราบเรียนท่านประธานนะครับว่าอันที่จริงถ้าท่านประธานย้อนกลับไปดูสักนิดหนึ่ง ในสมัยท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณท่านพยายามที่จะทําแล้วครับ ก็คือว่าจะแก้ปัญหา โดยการหาทางเชื่อมต่อลุ่มน้ําทั้ง ๒๕ ลุ่มเข้าด้วยกัน แล้วก็ทําให้เขื่อน ๕ เขื่อนใหญ่ ๆ ของประเทศไทยสามารถที่จะบรรจุน้ําให้ได้มากยิ่งขึ้น รวมทั้งแหล่งรับน้ําธรรมชาติ ก็เพิ่มจํานวนน้ําที่จะรับน้ําตามธรรมชาติให้ได้มากยิ่งขึ้น เรามีตัวเลขตัวหนึ่งซึ่งมาจากกระทรวง ทบวง กรมหลายแห่งก็ยืนยันตรงกันนะครับว่าโดยเฉลี่ยท่านประธาน คือปริมาณน้ําฝน เราคิดทั้งปี สําหรับประเทศไทยนี่จะมีน้ําฝน ไม่ว่าจะมีพายุลูกไหนเข้ามา น้ําฝนทั้งปี จะมาตกประมาณ ๒๒๐,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร แต่ความสามารถในการเก็บกักน้ํา ในขณะนี้มีอยู่ประมาณที่ ๖๐,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตรเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้น จะมีน้ําที่สร้างความเสียหายหรือสร้างความวิบัติให้ประชาชนนี่ประมาณ ๑๖๐,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร เพราะฉะนั้นประเด็นก็คือว่าเราต้องพยายามเร่งรีบ ในการที่จะหาทางเก็บกัก ๑๖๐,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตรนี้ให้ได้ตอนมันตกลงมา ไม่ว่าจะตกลงมา เทลงมาพร้อมกัน หรือจะค่อย ๆ ตกลงมาก็แล้วแต่ นั่นก็คือพยายาม ที่จะทําให้เขื่อนที่มีขนาดใหญ่ขณะนี้รับน้ําได้มากขึ้นก็คือจํานวน ๕ เขื่อนนะครับ แล้วก็ที่เก็บกักน้ํารูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นฝาย กาลักน้ํา อ่างเก็บน้ําขนาดใหญ่หรือแก้มลิง ทั้งหลายทั้งปวงนั้นนะครับ กว๊านพะเยา หรือที่เก็บน้ําธรรมชาติพยายามที่จะเก็บน้ํา ให้ได้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ก็มีแนวคิดอันหนึ่งซึ่งท่านประธานลองนําไปพิจารณาดูนะครับว่า เป็นไปได้หรือไม่ ก็คือว่าแม่น้ําธรรมชาติมันจะคดเคี้ยวไปมา แต่ตรงบริเวณปากน้ํา ที่จะออกสู่อ่าวไทยเราหาทางขุดคลองลัดได้ไหมครับ เผื่อหากว่าฝนมันเทลงมาขนาดใหญ่นี่ ถ้าแม่น้ําตรงบริเวณที่จะเทออกปากอ่าวไทยนี่มันย่นระยะทางในการไหลลงไปสู่อ่าวไทย มันก็จะทําให้ระยะเวลาที่น้ําท่วมก็จะน้อยลงนะครับ แล้วมีบางท่านบางคณะก็ได้คิดถึง เรื่องการขุดแม่น้ําขึ้นอีกสายหนึ่งที่จะให้มีขนาดใหญ่และลึกพอ เช่น อาจจะต้องลึก ประมาณสัก ๒๐-๔๐ เมตร และความกว้างอาจจะประมาณสัก ๕-๑๐ กิโลเมตร เพื่อเพิ่มช่องทางในการที่จะดึงน้ําไหลลงสู่ทะเลหรือกระจายน้ําไปสู่บริเวณที่เก็บกักน้ําต่าง ๆ ซึ่งหากเราสามารถที่จะบริหารน้ําในลักษณะเช่นนี้ได้ในอนาคตนี่ผมก็เชื่อว่าเราคงสามารถ ที่จะป้องกันไม่ให้เกิดเรื่องน้ําท่วมได้ แต่ขณะเดียวกันก็ไม่มีปัญหาในเรื่องน้ําแล้งด้วยเช่นกัน ท่านประธานครับ ผมมีมาตรการ ๙ ข้อ แต่ดูเหมือนมีเวลาเหลือ ๔๗ วินาที ผมพยายาม อ่านนะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีนี่นะครับได้ให้หลักการอยู่ ๙ ข้อ
อันที่ ๑ ก็คือเร่งระบายน้ําออกจากทะเลให้เร็วที่สุด
อันที่ ๒ ใช้เครื่องจักรบางชนิดนะครับ เขาเรียกว่าเสริมแรงดันน้ําขับน้ําออกไป
อันที่ ๓ หามาตรการทางเทคนิคต่าง ๆ มาเพิ่มเติม
อันที่ ๔ ช่วยเหลือราษฎรโดยเพิ่มบทบาทของหน่วยราชการ ทั้งพลเรือน และทางกองทัพด้วยนะครับ
อันที่ ๕ ก็คือว่าต้องแจ้งข่าวสารข้อมูลให้ราษฎรได้รับทราบข่าวสารข้อมูล ฉับพลันทันใดหรือเร็วตามความเป็นจริงนะครับ
อันที่ ๖ ก็คือรักษาเขตตัวเมืองแล้วเพิ่มคันกักเก็บน้ําเพื่อรักษาตัวเมืองไว้ให้ดี
อันที่ ๗ กรมชลประทานจะต้องมีหน้าที่ในการที่จะทั้งขุดลอก ทั้งทําเขื่อนกั้นน้ํา อะไรต่าง ๆ
อันที่ ๘ ก็คือว่าต้องระดมจิตอาสาจากประชาชนนะครับ ขณะนี้มีประชาชน พร้อมที่จะช่วยโดยรัฐบาลอาจจะต้องจ่ายค่าน้ํามันเรือให้นะครับ
อันที่ ๙ ก็คือว่าให้ประชาชนจัดตั้งในระดับจังหวัดขึ้นเพื่อให้มีส่วนร่วม ในการช่วยแก้ปัญหาน้ํา นี่เป็นมาตรการ ๙ ข้อ ซึ่งทางรัฐบาลได้พยายามผลักดันให้ปรากฏ เป็นจริงขึ้น ขอบคุณครับท่านประธานครับ