นคร มาฉิม หารือเรื่องการแก้ปัญหาอุทกภัยและน้ำท่วมที่รุนแรงในหลายจังหวัด โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการดำเนินการแก้ไขอย่างมั่นคงและยั่งยืน นอกจากนี้เขายังหารือเกี่ยวกับอุปสรรคที่เกิดขึ้นจากการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม เช่น กฎหมายและกฎระเบียบ รวมถึงการขาดบูรณาการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ นคร มาฉิม ยังหารือเกี่ยวกับการทุจริตและการคอร์รัปชันในระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศไทย และเรียกร้องการตรวจสอบและแก้ไขปัญหานี้เพื่อความเจริญของประเทศ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ญัตติ เรื่องการแก้ปัญหาอุทกภัย ปัญหาน้ําท่วม ภัยแล้ง ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากทุกพรรคการเมืองได้เสนอต่อสภาในวันนี้ ซึ่งก็คล้ายคลึงกับญัตติที่เสนอเมื่อกลางเดือน ที่ผ่านมา ท่านประธานที่เคารพครับ แต่เนื่องจากว่าอุทกภัยที่เกิดขึ้นค่อนข้างที่จะรุนแรง แล้วก็วิกฤติครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของอุทกภัยของประเทศ ก่อให้เกิดความเดือดร้อน อย่างมากมายมหาศาลกับพี่น้องคนไทยเกือบทั้งประเทศ แล้วก็ไม่เลือกว่าจะเป็นจังหวัดไหน ท่านประธานที่เคารพครับ หลังจากที่ผมเป็นผู้หนึ่งที่ได้รับมอบหมายจากสภาแห่งนี้ ให้ไปเป็นคณะกรรมาธิการวิสามัญในการแก้ไขปัญหาเรื่องแหล่งน้ําของสภาผู้แทนราษฎร ผมถือว่าเป็นภารกิจที่น่าภาคภูมิใจแล้วก็เป็นภารกิจที่จะนําไปสู่การศึกษา การหาแนวทาง ในการแก้ไขปัญหาเรื่องอุทกภัย น้ําท่วม และฝนแล้งให้กับประเทศอย่างมั่นคง อย่างยั่งยืน แล้วก็สร้างความเป็นปกติสุขให้เกิดขึ้นกับประเทศของเรา สร้างความเจริญรุ่งเรืองให้เกิดขึ้น กับประเทศของเรา ท่านประธานที่เคารพครับ ในข้อเท็จจริงเพื่อนสมาชิกได้อภิปราย กันมามากแล้ว แต่ว่าผมอยากจะเสนอมุมมองเพิ่มเติมนอกเหนือจากที่ท่านผู้ทรงเกียรติ หลายท่านได้ชี้ให้เห็นถึงประเด็นปัญหา ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์
เรื่องหนึ่งที่ผมต้องหยิบยกขึ้นมาก็คืออุปสรรคที่เกิดขึ้นจากกฎระเบียบ ข้อบังคับ ข้อกฎหมาย ตั้งแต่กฎหมายสูงสุดและพระราชบัญญัติต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ขออนุญาตยกตัวอย่างเช่นกฎหมายสูงสุดก็คือเรื่องรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๖๖ แล้วก็ มาตรา ๖๗ ซึ่งเรื่องนี้ทําไมผมจึงมองเห็นว่าเป็นส่วนหนึ่งในการที่เป็นอุปสรรคต่อการแก้ไข ปัญหาเรื่องแหล่งน้ําอย่างมั่นคง อย่างยั่งยืน ก็เนื่องจากว่ารัฐธรรมนูญได้บัญญัติไว้ว่า ถ้าการพัฒนาโครงการขนาดกลางหรือขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องน้ําท่วม ฝนแล้งต่าง ๆ นี่นะครับ จะต้องได้รับความเห็นชอบจากชุมชนนั้น ๆ ถามว่าถ้ามองในแง่บวกก็คือ แน่นอนครับรัฐต้องเคารพสิทธิของชุมชนและประชาชน ที่อาจจะได้รับผลกระทบทั้งในแง่ลบแล้วก็แง่บวก แต่ปัญหาในการพัฒนาก็คือการขับเคลื่อน ยุทธศาสตร์ในการวางระบบแก้ไขปัญหาน้ําที่เป็นโครงการขนาดกลาง แล้วก็ขนาดใหญ่ ที่เป็นอ่างเก็บน้ําขนาดใหญ่นี่นะครับเป็นอุปสรรคมาก ผมยกตัวอย่างกรณีที่แก่งเสือเต้นนะครับ เกือบ ๓๐ ปีที่หลาย ๆ ฝ่ายผลักดันกันมาและไม่รู้กี่สิบรัฐบาลครับ ก็ไม่สามารถ ที่จะดําเนินการได้ ยกตัวอย่างที่ใกล้ตัวในจังหวัดพิษณุโลกที่ผมอยู่ แล้วก็อยู่ในเขตที่ผม รับผิดชอบก็คือ เขื่อนแควน้อยบํารุงแดน แต่เดิมเป็นเขื่อนแควน้อย โครงการอันเนื่องมาจาก พระราชดําริกว่าที่จะสร้างได้ครับ ท่านประธานที่เคารพ ยากมากเหลือเกิน ถ้าโครงการนี้ ไม่อยู่ในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริแล้วผมว่าเขื่อนแควน้อยคงไม่สามารถที่จะสร้าง และสามารถที่จะบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องที่จังหวัดพิษณุโลก และจังหวัดภาคกลาง อื่น ๆ เนื่องจากว่าสามารถที่จะเก็บน้ําไว้ได้ประมาณ ๑,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ก็ลดผลกระทบที่เกิดขึ้นจากอุทกภัยให้กับหลายจังหวัดหลายอําเภอในภาคเหนือตอนล่าง แล้วก็ภาคกลางรวมไปถึงกรุงเทพมหานครด้วย ท่านประธานที่เคารพครับ อันนี้คือกฎหมาย สูงสุดส่วนหนึ่งที่ขอยกเป็นกรณีตัวอย่าง แล้วก็ที่ใกล้เคียงกันนั้นก็คือลุ่มน้ําสาขาคลองชมพู บริเวณอําเภอเนินมะปราง อําเภอวังทองของจังหวัดพิษณุโลก ผมได้พยายามผลักดัน ได้พยายามประสานงานกับส่วนราชการต่าง ๆ เพื่อขอให้มีการดําเนินการก่อสร้างอ่างเก็บน้ํา ที่คลองชมพูซึ่งเป็นลุ่มน้ําสาขาของลุ่มน้ําน่าน แต่จนแล้วจนรอดครับจนถึงปัจจุบัน ก็ยังไม่มีความคืบหน้าใด ๆ ในการที่จะดําเนินการก่อสร้างให้เป็นรูปธรรม มีแต่แผน การศึกษาแล้วก็ถูกแรงต้านอยู่กับพี่น้องอีกส่วนหนึ่งนะครับ เรียกง่าย ๆ ว่า เอ็นจีโอ (NGO) ก็ไม่สามารถที่ดําเนินการให้เป็นรูปธรรมได้ อันนี้ก็คือเป็นปัญหาและอุปสรรคอย่างหนึ่ง ทั้งด้านกฎหมายรัฐธรรมนูญ กฎหมายสิ่งแวดล้อม นอกเหนือไปจากนั้นครับผมทราบว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมท่านคงฟังอยู่ ผมอยากจะ สะท้อนปัญหาว่าเฉพาะกระทรวงของท่านนี่นะครับ อันที่จริงแล้วท่านรัฐมนตรีเป็นผู้มีความรู้ ความสามารถและเข้าใจอย่างลึกซึ้งในเรื่องการบริหารจัดการป่าไม้ที่อยู่ในเขตป่า แล้วก็ การบริหารจัดการลุ่มน้ําต่าง ๆ ผมยังชื่นชมท่าน แต่ว่าปัญหาและอุปสรรคในข้อบังคับแล้วก็ กฎหมายต่าง ๆ เนื่องจากว่าถือคนละฉบับ ผมยกตัวอย่างอย่างเช่นกรมทรัพยากรน้ํา ที่อยู่ในกรมในความรับผิดชอบกํากับดูแลของท่าน มีแผนในการที่จะบูรณาการเรื่องแหล่งน้ํา อย่างยั่งยืน อย่างมั่นคงประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ โครงการในพื้นที่ที่ท่านรับผิดชอบ แต่ถามว่า งบประมาณกรมทรัพยากรน้ําได้แค่เพียงประมาณปีละ ๑,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ไม่เพียงพอ ต่อการบริหารจัดการตามแผนงาน ถามว่าแผนที่ท่านเสนอมาต่อคณะกรรมาธิการแก้ไข ปัญหาน้ําท่วมของสภาผู้แทนราษฎรมีแผนกี่ปีครับ เกือบ ๒๐ ปีท่านประธานครับ เกือบ ๒๐ ปี ตั้งแต่ปี ๒๕๕๕ ถึงปี ๒๕๗๕ ผมว่าเราอาจจะตายไปก่อนที่แผนของท่าน จะบรรลุผล เป็นไปได้ไหมครับที่ท่านจะมาบูรณาการแล้วก็ดึงส่วนต่าง ๆ มาบูรณาการ อย่างแท้จริงนะครับ ดึงเอาความหลากหลายเข้ามารวมกันเพื่อที่จะเดินหน้าเข้าไปสู่ การตัดสินใจที่เป็นวาระแห่งชาติร่วมกัน แม้ขณะกรมทรัพยากรน้ําที่อยู่ในความรับผิดชอบ ของท่านเวลาจะสร้างแหล่งน้ํา ไม่ว่าจะเป็นขนาดเล็ก ขนาดกลาง หรือขนาดใหญ่ ยังไม่สามารถที่จะขออนุญาตใช้พื้นที่จากกรมป่าไม้ที่กํากับดูแลเขตป่าสงวน ยังไม่สามารถ ที่จะขออนุญาตใช้พื้นที่จากกรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืชที่อยู่ในกํากับดูแล ของท่านรัฐมนตรีที่อยู่ในสังกัดกระทรวงเดียวกัน อันนี้เฉพาะในกระทรวง มาพูดถึงภาพใหญ่ ท่านประธานครับ หน่วยงานที่บริหารจัดการทรัพยากรน้ํากระจัดกระจายกันอยู่มาก ผมว่ามากเกินไปด้วย เช่น กรมชลประทานก็ไปอยู่ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมทรัพยากรน้ําก็ไปอยู่ ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมพัฒนาที่ดินก็ไปอยู่ที่กระทรวงอื่น ๆ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้คือการขาดบูรณาการในการบริหารจัดการตั้งแต่ต้นน้ํา กลางน้ํา แล้วก็ ปลายน้ําอย่างเป็นระบบและมียุทธศาสตร์ แม้กระทั่งหน่วยงานอื่นที่ฟังดูแล้วไม่เกี่ยวข้อง กับเรื่องน้ําเลย แต่เป็นเรื่องที่เป็นหัวใจเป็นต้นหลัก ก็คือสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้ดูแผนตั้งแต่แผนที่ ๑ มาจนถึงแผนที่ ๑๐ แล้วก็ กําลังดําเนินการร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แผนที่ ๑๑ แผนที่ ๔ คือแผน ที่ให้ความสําคัญกับแหล่งน้ํามากที่สุด โดยเฉพาะการไฟฟ้าฝ่ายผลิตในขณะนั้นได้สร้าง อ่างเก็บน้ําขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นคุณูปการต่อประเทศ ต่อบ้านเมืองเป็นอย่างยิ่ง เช่น เขื่อนภูมิพล ที่จังหวัดตาก เขื่อนสิริกิติ์ที่จังหวัดอุตรดิตถ์ เขื่อนอื่น ๆ ในหลายเขื่อนใหญ่ของประเทศ นับว่าเป็นจุดที่สามารถบริหารจัดการน้ําได้ในระดับหนึ่ง เพราะสามารถที่จะหน่วงน้ําในกรณี ที่เกิดฝนในแต่ละพื้นที่ไม่พร้อมกัน แล้วก็หน่วงน้ําในแต่ละจุดเพื่อที่จะไม่ให้น้ําไหลมา พร้อม ๆ กัน ก็ถือว่าเป็นคุณูปการอันหนึ่ง แต่การขาดบูรณาการ การขาดองค์รวมในการ บริหารจัดการอย่างเป็นระบบ แล้วก็ขาดแผนวาระแห่งชาติตั้งแต่สภาพัฒน์ รวมไปถึงรัฐบาล ในแต่ละยุคแต่ละสมัยก่อให้เกิดปัญหาก็คือความเดือดร้อนที่ประชาชนได้รับเช่นทุกวันนี้ครับ ผมเลยบอกว่าผมไม่มั่นใจ พอดีท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ฟังด้วย ผมไม่มั่นใจนะครับท่านประธานว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ท่านจะมีความสามารถ เพียงพอที่จะบริหารจัดการน้ํา และเป็นที่ไว้วางใจของประชาชนทั้งประเทศอีกต่อไป ได้หรือไม่ เพราะฉะนั้นความเห็นของผมและท่านกรรมาธิการหลายส่วนที่อยากจะสะท้อน กราบเรียนท่านประธานว่า ถึงเวลาหรือยังครับที่จะหยิบเรื่องนี้ขึ้นมาเป็นวาระแห่งชาติ อย่างจริงจัง และให้หน่วยงานทุกหน่วยที่รับผิดชอบ ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ กรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ํา กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กรมทรัพยากรน้ําบาดาล หรือว่าหน่วยงานอื่น ๆ ทั้งระบบ และนําเข้ามาสู่ศูนย์รวมในการ บริหารจัดการอย่างเป็นองค์รวม มีการตัดสินใจที่สอดคล้องต้องกันให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วม ให้หน่วยงานในราชการเข้ามามีส่วนร่วม และบูรณาการไปพร้อมกันตั้งแต่ต้นน้ํา กลางน้ํา แล้วก็ปลายน้ํา แต่ในช่วงที่ผ่านมา ท่านประธานครับ เราเน้นเฉพาะการพัฒนาที่กลางน้ําแล้วก็ปลายน้ํา แต่ขาดการบริหาร จัดการในแหล่งต้นน้ําโดยเฉพาะเริ่มต้นตั้งแต่ภาคเหนือ แล้วก็ภาคอีสาน เพราะฉะนั้น ไม่แปลกใจเลยถ้าเหนือหลากมาไม่มีอ่าง ไม่มีที่เก็บกัก ไม่มีการบริหารจัดการตั้งแต่ต้นน้ํา ฝนตกหนัก ๆ สภาพที่เป็นอยู่ก็เป็นแบบนี้อย่างไรครับ คือความทุกข์ร้อนของพี่น้องคนไทย เกือบทั้งประเทศหลายล้านคน ท่านประธานที่เคารพครับ เพราะฉะนั้นผมจึงเห็นด้วย ที่ควรที่จะมีการบูรณาการและนําเรื่องนี้เป็นวาระแห่งชาติจริง ๆ และไม่ควรที่จะเลือกปฏิบัติ ใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะน้ําไม่เคยเลือกปฏิบัติกับพวกเรา ไม่ได้เลือกว่าพื้นที่นี้ หรือจังหวัดนี้ เลือกพรรคนี้แล้วน้ําไม่ท่วม พื้นที่นี้ จังหวัดนี้ เลือกพรรคนี้แล้วน้ําจะท่วม น้ําจะไม่เลือกปฏิบัติ เพราะฉะนั้นขอให้เป็นวาระแห่งชาติและบูรณาการอย่างจริงจัง
ท่านประธานที่เคารพครับ อีกประเด็นหนึ่งที่ผมขออนุญาตฝาก ก็คือ ผมได้ทราบข่าว อันนี้ต้องฝากท่านประธานผ่านไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าข้อเท็จจริง เป็นอย่างไร อยากจะให้ตรวจสอบ ตรวจสอบอย่างไรครับ ตรวจสอบว่าองค์กรเอ็นจีโอ บางองค์กรและบางคนที่เป็นผู้นําเอ็นจีโอค้านอย่างเดียวครับ ปฏิเสธการพัฒนาทุกรูปแบบ และต้องการที่จะให้เป็นเชิงอนุรักษ์นิยมอย่างเดียว ไม่สนใจการพัฒนา ใครจะสร้าง อ่างตรงไหน ค้านไว้ก่อน ใครจะพัฒนาเขื่อนตรงไหน ค้านไว้ก่อน ผมทราบมาอย่างนี้ว่าบางหน่วยงาน บางคนที่เป็นผู้นําองค์กรรับสินบาทคาดสินบนมาจาก ประเทศอื่น ๆ ประเทศรอบภูมิภาคของเราบางประเทศ เพื่อเป็นทุนในการขัดขวางการพัฒนา เพื่อไม่ให้บ้านของเราเจริญทัดเทียมกับประเทศอื่น ๆ ประเทศต่าง ๆ ที่เขาต้องการพัฒนา และรุดหน้าไป อยากจะกราบเรียนเรื่องนี้ต่อท่านประธานเพื่อให้หน่วยงานของรัฐ แล้วก็ภาคเอกชนตรวจสอบเรื่องนี้
เรื่องสุดท้ายครับท่านประธาน เรื่องสุดท้ายที่ผมอยากจะฝากก็คือการบริหาร จัดการเรื่องทรัพยากรน้ําเป็นเรื่องที่สําคัญระดับประเทศ แต่ว่ามีข้อครหามากเหลือเกิน เกี่ยวกับการทุจริตและคอร์รัปชัน ผมไม่แปลกใจเลยที่การสํารวจขององค์กรการตรวจสอบ การทุจริตในภูมิภาคและในระดับสากล ยกตัวอย่างเช่นเพิร์ก (PERC) ได้ตรวจสอบว่า การทุจริตในประเทศไทยมากที่สุดประเทศหนึ่ง คะแนนเต็ม ๑๐ เราได้ประมาณ ๓.๗ จากประเทศในภูมิภาคใกล้เคียงที่เขาเจริญแล้วเช่นสิงคโปร์เขาได้ ๙.๘ ๙.๒ ท่านประธานที่เคารพครับ ทําอย่างไรที่จะให้ลดการทุจริต การคอร์รัปชัน การสมรู้กัน ระหว่างผู้รับเหมากับเจ้าหน้าที่ของรัฐบางคน บางกรม บางหน่วย หรือว่าภาคการเมือง ให้หยุดยั้งการทุจริตคอร์รัปชันงบประมาณในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําให้ได้ แล้วประเทศไทยจะเจริญ ประโยชน์สุขจะเกิดขึ้นกับประเทศ กราบขอบพระคุณครับ