สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๕ · ๕ ตุลาคม ๒๕๕๔

จิรายุ ห่วงทรัพย์ หารือเรื่องการเตรียมตัวรับมือภัยธรรมชาติ โดยเสนอให้รัฐบาลดำเนินการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเสนอแนวคิดในการใช้น้ำให้เป็นประโยชน์ เช่น การสร้างป่าชุมชน การขุดลึกแม่น้ำ และการสร้างเขื่อนแบบเปิดปิดได้ เพื่อป้องกันน้ำท่วมในกรุงเทพมหานคร

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๘ คลองสามวา เขตผมแน่นอนครับเตรียมตัวรับมือไว้ในช่วงวันสองวันนี้แล้วนะครับ เมื่อสักครู่นี้ออกไป นอกสภาฝนตกหนักนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้ยินพี่ ๆ สมาชิกหลาย ๆ ท่านได้พูดถึง การแก้ไขปัญหาน้ําท่วมไปแล้ว ผมจะขออนุญาตไม่พูดถึงแล้วนะครับ กระบวนการต่าง ๆ รัฐบาล ก็คงดําเนินการอย่างขมีขมันอยู่ในขณะนี้ครับ ก็คงต้องให้กําลังใจนะครับ แต่กําลังจะพูดถึง การแก้ไขปัญหาน้ํา เมื่อสักครู่น้ําท่วมนะครับท่านประธาน ที่พูดอย่างนี้ก็เพราะว่าผมทํานาย ทายทักได้เลยท่านประธานครับ เดือนตุลาคมเดือนนี้ พอเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนธันวาคม ท่านเตรียมไว้เลยครับ ภัยกําลังจะมาครับ ภัยหนาวครับ พอเดือนมกราคมเดือนกุมภาพันธ์ เดือนมีนาคม เดือนเมษายน เตรียมตัวไว้อีกละครับ ภัยแล้งครับท่านประธาน แล้วพอเดือนพฤษภาคม เดือนมิถุนายน เดือนกรกฎาคม แบบนี้แหละครับ ก็เจอภัยน้ําแบบนี้แหละครับ น่าเบื่อ ท่านประธานครับ

ประเด็นต่อมาก็คือว่า ทั้ง ๓ อย่างนี้เราแก้ไขได้ไหม เอาละมนุษย์ไม่สามารถ ปิดแอร์ทั้งโลก ปิดแอร์ทั้งประเทศได้ครับในภัยหนาว แต่ท่านประธานครับ ถ้าเกิดเราจัดการ น้ําได้อย่างเป็นระบบ เมื่อน้ําไม่ท่วมมันก็ไม่แล้งครับ แน่นอนครับเวลาหน้าแล้งเราก็มีน้ํา จากหน้าฝนที่เรากักเก็บไว้ได้แล้วก็ใช้ครับ พอถึงหน้าหนาวครับ คนไทยนาน ๆ จะหนาวที ท่านประธานครับ ซื้อผ้าห่มได้ถ้ามีสตางค์ เพราะไม่ต้องเดือดร้อนจากอุทกภัย ไม่ต้องเดือดร้อนจากภัยแล้ง แน่นอนครับก็มีสตางค์ซื้อเสื้อหนาว ไม่เกิดภัยหนาวครับ การที่ผมเสนออย่างนี้ท่านประธานครับ เพราะว่าอะไรรู้ไหมครับ เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ปีนี้ครับ ในสมัยรัฐบาลชุดที่แล้ว ผมตกใจมากท่านประธานครับ บ้านอยู่กรุงเทพมหานคร ได้ใส่เสื้อหนาวปลายเดือนมีนาคมต่อเนื่องเดือนเมษายน ผมไม่แน่ใจสมาชิกที่อยู่ ในกรุงเทพมหานครจําได้ไหมครับ มันผิดปกติมาตั้งแต่ต้นปีท่านประธานครับ ไม่ว่าจะเป็น ภาวะอะไรก็แล้วแต่ โลกจะร้อนหรือโลกจะเย็นอะไรก็แล้วแต่นี่นะครับ ประเทศไทยไม่มี การเฝ้าระวังหรืออย่างไรครับ ถ้ารัฐบาลชุดที่แล้ว ขออภัยนะครับที่ต้องพูดถึง ถ้าท่านรู้สึกว่า มันน่าจะแปลก การพยากรณ์ทั้งหลายแหล่ครับ ไม่ว่าจะเป็นพยากรณ์อากาศหรือว่า พยากรณ์ทางธรณีอะไรก็แล้วแต่ท่านประธานครับ พูดชัดเจนครับ บอกว่าปีนี้น้ําจะมามากครับ เสียดายท่านยุบสภา และการส่งมอบต่อปัญหาที่ต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคม เดือนกุมภาพันธ์ เดือนมีนาคม ท่านประธานครับ ถ้าเราได้เตรียมตัวจัดการบริหารน้ํา อย่างเป็นระบบแล้วก็รองรับภัย ไม่ต้องรอหลังเลือกตั้ง ๓ กรกฎาคม จนกระทั่ง กว่าจะแถลงนโยบาย ผมพูดในที่ประชุมพรรคตลอดครับ เราน่าจะแถลงนโยบายให้เร็วหน่อย ได้ไหม เพราะรอไม่ได้ครับ ช่วงที่รัฐบาลคุณยิ่งลักษณ์แถลงนโยบาย ท่านประธานครับ น้ําท่วมแล้ว กว่าจะอนุมัติ กว่าจะแถลงนโยบาย กว่าท่านรัฐมนตรีจะได้ขึ้นไปนั่งบนนั้น ใช้เวลาตั้งนานท่านประธานครับ สุดท้ายปลายทางแล้วพี่น้องพื้นที่ทั้งภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคใต้ ก็ท่วมครับ ผมเสนออย่างนี้ท่านประธานครับ เมื่อเราสามารถควบคุม ภัยแล้งและภัยน้ําได้นี่นะครับ น่าจะเป็นประเด็นที่น่าสนใจคือการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนครับ ประเทศไทยแม่น้ําหลัก ๆ ครับ ปิง วัง ยม น่าน ท่านประธานครับ มารวมกันที่ปากน้ําโพ เจ้าพระยา ไหลลงมา ก็มีเขื่อนแบ่งกันไปตามแต่ละแม่น้ําครับ แต่ปัญหาที่ผ่านมาเราได้ทําการต่อเนื่องไหม พอรัฐบาลทักษิณกําลังจะทําเชื่อมลุ่มแม่น้ํา อ้าว ปฏิวัติรัฐประหารเสียอย่างนั้น แล้วทําอย่างไรล่ะครับ คราวนี้ก็เชื่อมไม่ได้ครับ พอน้ําเหนือมาจากพม่า ท่านประธานครับ แม่น้ําเมยปกติเขาไหลขึ้นนะครับ หลัง ๆ นี่ชักไม่แน่ใจ เดี๋ยวไหลลงทางใต้บ้าง ไหลขึ้นเหนือบ้าง เพราะระดับน้ําเริ่มหนุนไม่เท่ากัน ผมเสนอ ให้รัฐบาลท่านช่วยเร่งแผนระยะยาว ระยะสั้น ระยะกลางท่านว่าไปครับ ทันในรัฐบาลชุดนี้ ไม่เป็นอะไร อนาคตใครจะมาเป็นรัฐบาลไม่ว่ากันครับ ท่านใช้นโยบายดังต่อไปนี้นี่นะครับ ขุดเชื่อมเสียทีเถอะครับ ท่านเชื่อมปิงไปวัง วังไปยม ยมไปน่าน ได้ไหมครับ ถึงเวลาน้ํามา เหนือมากครับท่านก็ผันจากปิงไปวัง วังไปยม ยมไปน่าน ผันกันไปผันกันมาอยู่อย่างนี้ละครับ อย่างนี้บริหารจัดการได้ ปากน้ําโพ บึงบอระเพ็ดก็ไม่ต้องท่วม ไอ้เข้ก็ไม่ต้องออกมา ท่านประธานครับ แล้วก็ปล่อยผ่านแม่น้ําเจ้าพระยา ผ่านเขื่อนเจ้าพระยาซึ่งจะพังแหล่ มิพังแหล่อยู่แล้วนี่นะครับ เพราะว่านานนมเหลือเกินตั้งแต่ผมเด็ก ๆ มาผมก็เห็นเขื่อนนี่แล้ว นี่นะครับ เพราะฉะนั้น

ประเด็นที่ ๑ ท่านประธานครับ ท่านเชื่อมหน่อยได้ไหมครับ ปิง วัง ยม น่าน ทําเป็นวาระแห่งชาติเลย ๔ ปีไม่ทันไม่เป็นอะไรลูกหลานจะได้ไม่ต้องมาผจญภัยกับน้ําท่วมอีก

ประเด็นต่อมาท่านประธานครับ เรื่องของการสร้างแก้มลิง ท่านรัฐมนตรี วิทยาท่านพูดแล้วนะครับว่า ก็พยายามทําอยู่ แต่ทําอย่างไรได้ล่ะน้ํามันมามากเหลือเกิน ก็ต้องทําเพิ่มครับ ค่อย ๆ ทําไปรัฐบาลชุดนี้ปีที่ ๑ ทํา ๔-๕ จุด เริ่มจากปิง เริ่มวัง เริ่มยม ไหลเข้ามาที่เจ้าพระยา แม่น้ําป่าสัก แม่น้ําลพบุรีก็ว่ากันไปท่านประธานครับ

และประเด็นต่อมาที่น่าสนใจ เมื่อมีแก้มลิงเรามองหรือไม่ครับว่ามันลึก พอไหมที่จะรับปริมาณน้ําแบบปีนี้ได้ น้ํามันมามันไม่บอกกล่าวเหมือนสึนามิครับ แต่ถ้าสึมามิ บอกกล่าวเราก็ยังพอป้องกันได้อพยพคนได้ แต่บางทีมันมาปริมาณคุยกับเทวดาไม่รู้เรื่อง ท่านประธานครับ บางปีท่านอยากจะปล่อยลงมาเยอะก็ปล่อยลงมา เพราะฉะนั้นประเด็นนี้ แก้มลิงท่านต้องไปดูครับว่า ขนาดนี่มันลึกไหม ถ้ามันตื้นขุดลงไปให้ลึกได้อีกกว่านี้ไหม แทนที่จะรับน้ําได้สมมุติว่า ๑,๐๐๐,๐๐๐ ลิตร ท่านขยับเพิ่มเป็น ๑,๕๐๐,๐๐๐ ลิตรได้ไหม แก้มลิงก็เท่าเดิมละครับเพียงแต่ขุดให้มันลึกเหมือนอ่างกระทะมากขึ้น อย่างนี้ก็เป็น แนวทางหนึ่งที่ควรจะทํานะครับท่านประธานครับ

นอกจากนี้ครับ การสร้างป่าชุมชนไม่ว่าจะเป็นหญ้าแฝกกันดินหรืออะไร ก็แล้วแต่นะครับ รัฐบาลยุคนี้ผมทราบว่าอยู่ในนโยบายครับแล้วก็เป็นการเร่งส่งเสริม ท่านกรุณาทําให้เยอะครับ เมื่อมีพื้นที่ชุ่มน้ํามากเท่าไรท่านประธานครับ แน่นอนครับ เวลาน้ําไหลมามันก็ชุ่มน้ําพอจะทําเนาไม่ให้ไหลลงมาทางภาคใต้ ทางกรุงเทพมหานคร หรือว่าทางจังหวัดอื่น ๆ ลงไปได้อีกครับ

ประเด็นต่อมาท่านประธานครับ ท่านทราบใช่ไหมครับว่าอีกวันสองวันนี้ กรุงเทพมหานครน้ําจะท่วม เพื่อนสมาชิกจากพรรคฝ่ายค้านท่านพูดดีครับบอกว่า ท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครท่านเตรียมความพร้อม ผมจะรอดูครับ เพราะปีนี้ น้ํามันมามากเหลือกําลังครับ ปีที่แล้วตอนสมัยท่านรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ขออภัย ที่เอ่ยนามท่านนะครับ ผมจําได้ครับกรุงเทพมหานครก็ท่วม เกาะเกร็ด นนทบุรีนี่แทบจมเลย ท่านประธานครับ คนไปมาหาสู่กันก็ลําบาก นี่เป็นปัญหาระดับชาติครับ ไม่ต้องบอกครับว่า ใครถกกางเกงลุยน้ําได้ดีกว่ากัน ฝ่ายค้านจะไปถึงที่หมายก่อน จะไปแจกถุงยังชีพ อันนั้น มันเป็นการสร้างภาพหรือไม่ ผมไม่ทราบนะครับ แต่ประเด็นที่ผ่านมาก็คือว่า ทําอย่างไร มันจะเกิดการทําอย่างถาวรและเป็นระบบครับ ตอนนี้พี่น้องภาคกลางเดือดร้อนนะครับ นครสวรรค์บอกเขื่อนจะแตกอย่างนั้นอย่างนี้ พระนครศรีอยุธยา บางปะหันย่ําแย่แล้ว มันมาปทุมธานีแล้ว ท่านประธานครับ แล้วมันจะค่อย ๆ มาถึงนนทบุรี แล้วก็ กรุงเทพมหานครครับ แล้วก็ไหลออกอ่าวไทยครับ พรรคเพื่อไทยเคยเสนอนโยบายนี้ ท่านประธานน่าสนใจนะครับก็คือ การสร้างเขื่อนครับ พอสร้างเขื่อนก็มีเหน็บมีแนมกันตลอด โอ๊ย จะถมทะเล จะทําอย่างนั้นอย่างนี้มันเป็นการคิดอย่างบูรณาการท่านประธานครับ เวลาน้ําเหนือไหลมานี่นะครับ ผ่านปทุมธานี ผ่านนนทบุรี นี้ไม่มีปัญหาครับน้ํามันก็ไหล ออกไปครับ แต่ประเด็นปัญหาพอชักน้ําทะเลหนุนเนื่องจากแกนโลกฝั่งโน้นเอียงกลับมา น้ําดันเข้ามาครับ เกิดอะไรขึ้นล่ะครับ ก็ท่วมกรุงเทพมหานครสิครับ เพราะฉะนั้นผมขอเสนอ อย่างนี้ท่านประธานครับ เขื่อนและประตูกั้นน้ําหนุนของกรุงเทพมหานครทําแบบฝรั่งมังค่า เขาได้ไหมครับ นอร์เวย์เขาก็ทําครับ หลายประเทศในตะวันตกเขาก็ทําครับ ในเอเชีย อย่างญี่ปุ่นก็มีปัญหาแบบนี้ เขาก็ทําครับ แต่ไทยพอจะทําอะไรที โอ้โห เดี๋ยวจะมีทุจริต คอร์รัปชันไหม จะกลัวอย่างนั้น จะกลัวอย่างนี้ เอาให้มันทําก่อนเถอะครับ ถ้าทําแล้วมันมี ทุจริตคอร์รัปชัน ป.ป.ช. มีครับ สตง. มีครับ ก็เหมือนการตรวจสอบกล้องแหกตาอะไรนี่ครับ เดี๋ยว ป.ป.ช. เขาก็ไปตรวจสอบ สตง. เขาก็ตรวจสอบ เพราะฉะนั้นผมขอเรียนไปยัง รัฐบาลนะครับ ท่านรัฐมนตรีหลายท่านนั่งอยู่ครับ ท่านคิดไว้เถอะครับ ระยะสั้นไม่ว่ากัน อ้าว ไม่โทษรัฐบาลชุดที่แล้วท่านไม่บอกนี่น้ํามันจะมาเยอะ ก็เพิ่งมาเป็นรัฐบาลได้ ๒ เดือน จะให้ทําอย่างไร ไม่ว่ากันครับ แต่ระยะยาวนี่ฝ่ายค้าน พรรคร่วมรัฐบาล วิปฝ่ายค้านจับมือกันไหม ตั้งเป็นวาระแห่งชาติ แล้วแก้กันอย่างเป็นระบบครับ เขื่อนนี้ ๔ ปีไม่เสร็จหรอกท่านประธานกั้นแม่น้ําเจ้าพระยา ที่ปากอ่าวไทยนี่ครับ มันยาวนะครับ แต่ถ้าเริ่มทําวันนี้อีก ๘ ปีข้างหน้ารัฐบาลชุดไหนก็ไม่รู้ แต่ที่แน่ ๆ กรุงเทพมหานครน้ําไม่ท่วม หลายจังหวัดน้ําไม่ท่วมถ้าทําอย่างเป็นระบบ แล้วก็เขียนเป็นวาระแห่งชาติสิครับ

สุดท้ายท่านประธานที่เคารพครับ ผมเป็นห่วงกรุงเทพมหานคร เหมือนเพื่อนสมาชิกที่ว่าครับ เพราะผมเป็น ส.ส. กรุงเทพมหานครพื้นที่บ้านผม เขตคลองสามวาครับถนนรามอินทราวิ่งไปถึงหนองจอก มีนบุรี ท่วมแล้วครับ คลองแสนแสบครับ น้ําไหลมาจากฝั่งตะวันออกเนื่องจากพื้นที่ลุ่มครับ อย่างที่ท่านวัชระ เพชรทอง ท่านพูดครับ ขออภัยที่เอ่ยนามท่านครับ ท่านบอกรามคําแหงท่วมครับ บ้านผมอยู่กิโลเมตรที่ ๘ รามอินทราตั้งแต่เด็ก ๆ ผมก็เจอปัญหาเดียวกับท่านนี่แหละครับ เข้าใจครับพื้นที่ตะวันออก พอไหลมาปุ๊บก็เจอบางกะปิ เข้ารามคําแหง กว่าจะออกอ่าวไทย มีปัญหาครับ เพราะฉะนั้น แนวคิดแบบนี้จะอุ้มกรุงเทพมหานครได้อย่างไรครับ การสร้างเขื่อนรอบ ๆ ทําได้ไหม แต่ไม่ใช่สร้างเขื่อนแล้วคนปทุมธานีเดือดร้อน คนนนทบุรีเดือดร้อน ก็ไม่ได้ครับ ต้องทํา อย่างเป็นระบบไล่ตั้งแต่เชียงรายเลยครับ แม่สายโน่นเลย มาจนกระทั่งถึงกรุงเทพมหานคร คิดอย่างเป็นระบบ แล้วไม่ต้องโทษกันครับว่ารัฐบาลชุดนั้น รัฐบาลชุดนี้ เอาเป็นว่า ๔ หลัก ๆ นี่ท่านประธานครับ เป็นนโยบายของพรรคเพื่อไทยเคยพูดไว้ตอนหาเสียงนะครับ สรุปก็คือว่าเชื่อมแม่น้ําครับ ใช้น้ําให้เป็นประโยชน์ ภัยหนาวไม่ต้องพูดถึงครับ ๒. แก้มลิงครับ มันตื้นไหม ถ้ามันตื้นขุดลึกหน่อยได้ไหม ๓. สร้างป่าชุมชนได้ไหม ให้ประชาชนรู้จักรักป่า สร้างหญ้าแฝกอะไรต่าง ๆ ให้มันคลุมดิน อย่างนี้ทําได้ไหม และ ๔. กรุณาสร้างเขื่อนหน่อย ได้ไหมครับ เปิดปิดแบบฝรั่งเขาละครับ เรือใหญ่ ๆ จะออกปื๊ดก็เปิดอย่างนี้ครับ ปิดอย่างนี้ แล้วถึงเวลาลูกผมโตขึ้นมาจะได้ไม่ต้องซื้อเรือแทนรถครับ ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ