สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๔ · ๒๙ กันยายน ๒๕๕๔

วิชาญ มีนชัยนันท์ พูดถึงปัญหาการวางระเบิดที่จังหวัดสุไหงโก-ลก และเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการตรวจสอบและแก้ไขปัญหา

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ในญัตติด่วนที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์การวางระเบิดที่อําเภอสุไหงโก-ลก ที่เกิดขึ้น และก่อให้เกิดปัญหากับนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะมีผู้ที่เสียชีวิตในขณะนี้ ๗ คน แล้วก็ยังมีผู้บาดเจ็บอีก ๙๘ คน ซึ่งจริง ๆ แล้วนะครับ ถ้าจะพูดไปแล้วถ้าเราบอกว่าเป็นเหตุการณ์รุนแรงไหม ทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์นี่รุนแรงมา โดยตลอดครับ จะบอกว่าเป็นเหตุการณ์ใหม่ไหม ก็ไม่ใหม่ครับ เพราะว่าเป็นเหตุการณ์ที่ พี่น้องประชาชนรวมถึงคนทั่วโลกเขาทราบ จะบอกว่าเหตุการณ์ตรงนี้สมควรที่จะนํามา พูดคุยในสภาแห่งนี้ไหม ก็สมควรครับ เพราะทุกครั้งเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารประเทศ ก็จะเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง หรือจะเป็นรัฐบาล ที่มาจากการปฏิวัติรัฐประหาร ช่วงรอยต่ออย่างนี้นะครับระหว่างที่รัฐบาลเองกําลังมาทํา หน้าที่ สาเหตุอันหนึ่งก็อาจจะเป็นเพราะว่าพอรัฐบาลเข้ามารัฐบาลก็จะดูภาพรวมของ ประเทศ จะไปดูว่าในระบบนั้นมีอะไรที่จะต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลง ถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลง เขาก็ไม่ได้เรียกว่าการบริหารราชการแผ่นดิน ก็ต้องใส่คนที่เหมาะสม ใส่นโยบายที่ดี จะไป บอกว่านโยบายดี ดีเหมือนกันหมดก็คงไม่ใช่ แต่นโยบายที่จะทําแต่ละรัฐบาลต้องมีการ เปลี่ยนแปลง เมื่อจะเปลี่ยนแปลงใด ๆ ที่เกิดขึ้นก็จะมีเหตุการณ์ที่ส่งสัญญาณบอกว่า ตรงนี้ มันเป็นเรื่องของปัญหานะ อย่าลืมนะ ตรงนี้จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงแล้วนะ จะต้องมี การโยกย้ายข้าราชการแล้วนะ เหมือนบัตรสนเท่ห์แหละครับ แต่อันนี้เป็นระเบิดสนเท่ห์ ท่านประธานครับ วันนี้ต้องยอมรับว่า ๓ จังหวัดภาคใต้มันไม่ได้เกิดขึ้นมาก่อนรัฐบาลนี้ หรือรัฐบาลสมัยอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ แต่มันเกิดขึ้นมาตั้งแต่โบราณแล้ว ถ้าบอกว่า ไปเทียบเคียงประวัติศาสตร์ตั้งแต่สมัยที่มีการล่าอาณานิคม มีการขยายอาณาเขต มีการเปลี่ยนแปลงเพราะสัญชาติ เชื้อชาติต่าง ๆ ของคนแต่ละเผ่าพันธุ์ของแต่ละภูมิศาสตร์ ภูมิประเทศมันเป็นตัวแปรที่ทําให้ความรู้สึกต่าง ๆ เหล่านี้มันติดยึดกับคนที่อยู่ท้องถิ่น ซึ่งยากต่อการที่จะไปบอกกล่าวว่ามันผ่านพ้นมานานแล้ว ความรู้สึกตรงนั้นละครับ ท่านประธาน ผมเคยอภิปรายหลายครั้งที่นี่ และเคยโดนส่งตัวไปครับ ในสมัยอดีตรัฐบาล นายกรัฐมนตรีทักษิณ เป็น ๒๕ ส.ส. ที่ลงไปปฏิบัติหน้าที่ ไปดูว่ามีเหตุการณ์อะไร ผมไปอยู่ที่ อําเภอบันนังสตา แล้วก็ไปตรวจเช็ก (Check) ครับ เหตุการณ์ตอนนั้นกําลังเริ่ม แล้วก็มีการ ยิงและทําลายบุคคล ประชาชน โดยเฉพาะตัวผมเองลงไปพบปะกับใคร คนนั้นซวยครับ ท่านประธาน ก็จะถูกเล่นงาน ถูกทําร้ายร่างกาย บางคนถึงกับทุพพลภาพแต่ไม่ถึงตาย แม้กระทั่งนายอําเภอที่บันนังสตาเป็นนายอําเภอดีเด่นที่สุไหงโก-ลก ก็ยังถูกดําเนินการ ในเรื่องของการลอบยิง ทีนี้ท่านประธานครับว่าเหตุการณ์ต่าง ๆ เหล่านี้เมื่อมันมีการเกิด เหตุการณ์ความรุนแรงขึ้น ความรับผิดชอบไม่พ้นรัฐบาล และไม่พ้นเจ้าหน้าที่ละครับ เพราะเจ้าหน้าที่คงจะต้องทําหน้าที่ในการตรวจสอบวางแผนวางกําลัง ตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ ผมเรียน ท่านประธานครับ มีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มีทั้งคนที่เสียชีวิตเป็นตํารวจ เป็นทหาร อย่างปี ๒๕๔๗ นี่ครับ ๕๙ รายตํารวจเสียชีวิต ทหารเสียชีวิต ๒๓ ราย พลเรือน ๒๙๑ ราย รวมเบ็ดเสร็จแล้วจํานวนที่เสียชีวิตตกเข้าไป ๓๗๓ ราย บาดเจ็บอีก ๕๐๗ ราย นี่คือสถิติ ปี ๒๕๔๗ ปี ๒๕๔๘ ก็เหมือนกันครับ มีความรุนแรงสูงขึ้นมาโดยตลอด ปี ๒๕๔๙ ยุค คมช. สูงหนักเลยครับ ๗๔๖ รายที่ตาย บาดเจ็บ ๑,๒๐๐ ราย จริง ๆ แล้วทหารเบ็ดเสร็จในการปกครองประเทศมันน่าจะใช้วิธีการต่าง ๆ ได้ดีกว่ารัฐบาล ที่มาจากการเลือกตั้ง เพราะเวลาจะไปทําอะไรหน่อย นักสิทธิมนุษยชนก็จะมาบอกว่า ตรงนี้ ไม่ถูก ตรงนั้นไม่ควร แต่สาเหตุจริง ๆ นี่ไม่ใช่สาเหตุเฉพาะในเรื่องของที่เขาบอกว่าเกิดขึ้น เพราะว่าคน บุคคล หรือในกลุ่มคนที่มีเชื้อชาติ เชื้อสายต่างกัน แต่ต่างกันตรงที่ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้นะครับไม่พ้นเรื่องยาเสพติด ยาเสพติดเป็นขบวนการทางใต้ที่รุนแรงมาก ที่สุดโดยสถิติแล้วนี่ท่านประธานไปตรวจเช็กสิครับของ ป.ป.ส. สถิติออกมาสูงตลอด ไม่มีคําว่า ลดลง แต่เป็นแหล่งที่จะเคลื่อนย้ายยาเสพติดที่ดีที่สุด เพราะเป็นพื้นที่ที่เป็นพื้นที่สีแดง เป็นพื้นที่ระวังความปลอดภัยในชีวิตของคนและทรัพย์สินได้ยากที่สุด และมิหนําซ้ําเขตแดน ที่ติดต่อกับชายแดนต่างประเทศนั้นก็เป็นเขตแดนที่สามารถเดินทางกันได้โดยสะดวก นอกจากนั้นยังมีของเถื่อน ของหนีภาษีทุกอย่าง ผมเรียนว่าเป็นช่องทางอันหนึ่งที่รัฐบาล ชุดนี้เองนะครับจะต้องลงไปเอกซเรย์ตรวจสอบให้ชัดเจนมากว่านี้ แต่สิ่งหนึ่งเมื่อเกิด เหตุการณ์ขึ้นมานี่ต้องตอบสังคมได้ครับว่า ท่านกําลังตรวจสอบ ท่านกําลังเตรียมการอะไร ผมได้ทราบข่าวมานะครับว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์ขึ้นมาได้มีการตรวจสอบนะครับ แล้วมี การดําเนินการโดยการออกหมายจับ ในวันที่เกิดเหตุท่านประธานครับ ในเหตุการณ์นี่มันเกิด ระเบิดขึ้นมา ๓ ครั้ง แต่จริง ๆ ๔ ครั้งครับท่านประธาน ๒ ครั้งแรกนี้เป็นมอเตอร์ไซค์ ในช่วงเวลา ๑๘.๔๐ น. ครั้งที่ ๒ ๑๘.๔๓ น. แล้วมาระเบิดที่ตัวรถยนต์ ๑๘.๕๒ น. ถามว่า ๓ ครั้งนี้อยู่ในช่วงเวลาที่ไล่เลี่ยกัน ระเบิด ๒ ครั้งเป็นระเบิดที่อยู่ในรถมอเตอร์ไซค์ ระเบิดครั้งสุดท้ายนี้เป็นระเบิดที่อยู่ในรถยนต์ ซึ่งเอารถยนต์กระบะปิกอัพสตราดามาจอด เสร็จแล้วก็เคลื่อนย้ายรถออกครับ เอารถมิตซูบิชิเข้ามาจอดแทน แล้วกดรีโมท ระเบิดขึ้น สิ่งที่เห็นก็คือว่าคนที่อยู่ในภาพถ่ายที่เป็นคนลงจากรถแล้วเกิดระเบิด เขาออกหมายจับ และหมายเรียกตัว ออกมาแล้วครับ ผมคงขออนุญาตครับหมายจับนี่ออกมา บุคคลคนนี้คือ นายสุไฮดี กูบารู อายุ ๒๖ ปี เห็นไหมครับ อยู่ตําบลปะลุรูครับ อําเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส เป็นหมายจับที่ออกมาเพื่อที่จะดําเนินการในเรื่องดังกล่าว แสดงว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเหตุการณ์ที่ประสงค์ที่จะทําให้เกิดความวุ่นวายและความรุนแรง ในรัฐบาลที่ผมบอกว่าถ้ามีการเปลี่ยนแปลง เพราะนี่ยังอยู่ไม่ถึงเดือนเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ ธรรมดาครับเพื่อนสมาชิกที่อยู่ในเขตเลือกตั้งดังกล่าว ท่านสุรเชษฐ์เองผมเข้าใจครับ เพราะถ้าเป็นพื้นที่ผม ผมก็ต้องเอาเรื่องนี้เข้า แต่ในขณะนี้รัฐบาลเองก็ได้เตรียมการวิธีการ ต่าง ๆ และโดยเฉพาะคนที่ตายนั้นเป็นนักท่องเที่ยวก็ยิ่งต้องดูแลครับ แล้วไม่ใช่บอกว่าตรงนี้ เป็นโรงแรมนะครับที่อยู่ใกล้กับถนนเจริญเขตต์ โรงแรมเมอร์ลิน โรงแรมเมอร์ลินนี้ก็เคยถูกระเบิดครับ ท่านประธาน แสดงว่าย่านการท่องเที่ยวดังกล่าวนี้เป็นย่านการท่องเที่ยวที่ผู้ก่อการร้าย หรือผู้ไม่หวังดีเขารู้อยู่แล้วครับว่าเป็นจุดที่มีเหตุการณ์ถ้าจะดําเนินการต่าง ๆ เหล่านี้สามารถ ดําเนินการตรงนี้ได้เพราะมีคนพลุกพล่าน ทีนี้ท่านประธานครับ ผมมองต่อไปครับว่ารัฐบาล เองคงจะต้องเร่งดําเนินการตามคดีตามหลักฐานและเอกสาร แต่การที่จะทําให้เหตุการณ์ ต่าง ๆ เหล่านี้เพราะมีผลกระทบ รัฐบาลต้องพยายามออกข่าวประชาสัมพันธ์ในสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นพร้อมทั้งสิ่งที่เปิดเผยได้นี่ต้องเปิดเผย แต่ส่วนที่ไม่จําเป็นต้องเปิดเผยเป็นในทางลับ ก็ต้องปิดครับ เพราะเนื่องจากว่าผมเองนี่เรียนท่านประธานนะครับเป็น ๑ ใน ๒๕ คนที่ลงไป เขารู้เบาะแสหมดครับว่าลงไปตรงไหน จนกระทั่งที่ผมลงไปในขณะนั้นผมต้องปิดครับ จะไปอย่างนี้วันอาทิตย์อย่างนี้ไปแต่เช้าครับ แล้วก็ไปหารถวิ่งเข้าไปในตัวเมืองเอง แม้กระทั่ง ตอนที่ไปเป็นรัฐมนตรีนี่จะไปเกิดเหตุการณ์ทุกครั้ง ผมลงไปทั้งหมด ๑๘ ครั้ง ตอนเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ลงไปทางใต้ ไปดูเหตุการณ์ ไปดูความเคลื่อนไหว ไปดูความรุนแรง ไปให้กําลังใจกับข้าราชการ ผมเรียนว่า สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ถ้าใครเป็นรัฐบาลจะบอกว่าแก้ไขภายในกี่วันสําเร็จ ไม่สําเร็จ ผมไม่วิพากษ์วิจารณ์ แต่เอาเป็นว่ารัฐบาลชุดนี้ที่มาจากการเลือกตั้งเหมือนกัน เป็นห่วงเป็นใยและวิตกกังวลคล้ายกัน และโดยเฉพาะตัวผมเองเป็นสมาชิกในส่วนของภาค ปีกรัฐบาลเองก็คงไม่ปล่อยปละละเลยละครับที่จะไม่ให้รัฐบาลนั้นให้ความสนใจกระตือรือร้น กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งจะต้องรีบวางแนวทางนโยบายที่เขาเตรียมแล้วในการ ปราบปรามยาเสพติด ในการปราบปรามสิ่งที่ผิดกฎหมายและดูแลเฝ้าระวังความปลอดภัย ของพี่น้องประชาชนให้มากกว่าปกติ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ครับผมคิดว่าเป็นสิ่งที่ต้องทํา และเป็นสิ่งที่พวกเราในฐานะสมาชิกสภาแห่งนี้ก็คงจะมีความคิดในเรื่องดังกล่าวคล้ายกัน แต่ขออย่างเดียวครับว่าประเด็นนี้อย่างที่ท่านผู้เสนอญัตติว่าไม่ประสงค์ให้เกี่ยวข้องกับเรื่อง ประเด็นทางการเมือง ผมเห็นด้วยครับท่านประธานครับ และขอให้รัฐบาลได้นําสิ่งต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์จากข้อแนะนํา ข้อเสนอจากพวกเราไปสู่การปฏิบัติด้วยครับ ขอบพระคุณครับ