ชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว หารือเรื่องยาเสพติด และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการแก้ไขปัญหานี้
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ สําหรับญัตติด่วน ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาแนวทางและมาตรการแก้ไขปัญหายาเสพติดได้ให้รัฐบาล รับไปพิจารณาดําเนินการ เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องสําคัญครับ บรรดาเพื่อนสมาชิกแต่ละคน ก็ให้ความสําคัญ ผมเชื่อว่าสมาชิกในสภาแห่งนี้มีเป้าหมายเดียวกัน นั่นก็คือให้ยาเสพติด หมดไปจากโลกนี้หรือแม้กระทั่งหมดไปในประเทศไทยถ้าพูดให้แคบลงนะครับ ท่านประธานครับ รัฐบาลแต่ละรัฐบาลก็ล้วนแล้วแต่ที่จะมีนโยบายแต่ละรัฐบาลในการที่จะขจัดปราบปราม เรื่องยาเสพติด ถ้าเราลองย้อนอดีตไปเมื่อปี ๒๕๑๙ ไม่ว่าจะเป็นสมัยของรัฐบาลธานินทร์ กรัยวิเชียร หรือแม้กระทั่งปี ๒๕๒๐ รัฐบาล พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ มาถึงรัฐบาล พลเอก เปรม รัฐบาลท่านชวน หรือรัฐบาลที่ผ่านมา ก็ล้วนที่จะไม่ให้มียาเสพติดในประเทศ เพราะรู้ครับว่ายาเสพติดเป็นภัยอย่างร้ายแรงต่อประเทศ เป็นภัยร้ายแรงต่อสังคม และที่สําคัญ แต่ละปีรัฐบาลจะเสียงบประมาณกับเรื่องยาเสพติดมากครับ ยาเสพติดมาจากไหน ถ้าเรามองไปให้ไกลประเทศเพื่อนบ้านหรือในภูมิภาค หรือแม้กระทั่งถ้าเราได้ติดตามข่าว แต่ละประเทศก็กังวลเรื่องยาเสพติด เราจะได้ยินข่าว ประเทศโน้นมีปัญหาเรื่องยาเสพติด ประเทศนั้นมีปัญหายาเสพติด ฆ่ากัน ยิงกัน ในเรื่องของยาเสพติด ถามว่ายาเสพติดมันมีสิ่งจูงใจอย่างไรให้คนได้ค้าให้คนได้ขาย และมันมีผล อย่างไรสําหรับแนวทางการดําเนินชีวิต โดยเฉพาะพี่น้องคนไทยทั้งประเทศ เมื่อวานนะครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีที่ได้ดูแลเรื่องนี้ได้ออกมาพูดนะครับ ได้ออกมาตอบคําถาม ต่อเพื่อนสมาชิกในสภา หลายประเด็นก็เป็นประโยชน์นะครับ และหลายประเด็นก็น่าเป็นห่วงครับ ท่านออกมาพูด โดยเฉพาะในประเด็นที่ท่านบอกว่าท่านเองเป็นตํารวจ ถูกสั่งสอน มาให้พูดจา พูดง่าย ๆ พูดจาแบบดุดันหรือแรง ๆ ครับ อยู่ในบันทึกเมื่อวานครับ ผมถามว่า ประชาชนที่ไม่มียศ ที่ไม่มีตําแหน่ง เขากลัวไหมครับคําพูดแบบนี้ โดยปกติมนุษย์กลัวอยู่แล้วครับ กับเจ้าหน้าที่ตํารวจ กลัวครับ ยิ่งใช้คําพูดแบบนั้นเสียอีกครับเมื่อวาน แล้วมันยิ่งกลัวกันใหญ่ครับ ถามว่าประชาชนทั้งประเทศเขาจะคิดอย่างไรเมื่อฟังแบบนี้ อันนี้ก็เป็นเหตุผลหนึ่ง ที่เป็นคําพูดของผู้นําประเทศ เป็นคําพูดของรองนายกรัฐมนตรีที่พูดในสภาแห่งนี้ แล้วผม ก็มีความวิตกกังวล เมื่อวานหลายคนครับได้โทรศัพท์ได้ประสานมาว่า เอ๊ะ ถ้าพูด แบบนี้ประชาชนคนธรรมดาโดยปกติทั่วไปเขาสอนมาต้องพูดดี ต้องพูดสุภาพ ต้องไม่พูดแรง ๆ เพราะเราเป็นคนไทยพูดกันได้ครับ อันนี้ก็เป็นปัญหาหนึ่งที่อยากให้ ท่านประธานได้พิจารณาตรงนี้ ก็ฝากฝังไว้นะครับ ดังนั้นผมเชื่อครับว่าสิ่งที่รัฐบาล โดยเฉพาะรัฐบาลชุดนี้ โดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์นะครับ ผมเชื่อในแนวทาง ของผมครับ ท่านนายกรัฐมนตรีออกมาพูดเลยว่าจะกลับไปใช้นโยบายสมัยของท่าน นายกรัฐมนตรีทักษิณ นั่นหมายความว่าอย่างไรครับ หลายคนกังวล หรือแม้แต่กระทั่ง เพื่อนสมาชิกหลายคนก็อภิปรายในสภาก็จะกลับไปใช้นโยบายเหล่านั้น นโยบายอย่างนั้น มีผลอย่างไรครับ เราต้องแยกให้ออกระหว่างคนบริสุทธิ์กับผู้ค้า ผู้บริสุทธิ์เขาไม่รู้เรื่องนะครับ ผู้บริสุทธิ์เขาไม่เกี่ยวข้องนะครับ เมื่อพูดเรื่องนี้ขึ้นมา ผมจําเป็นต้องย้อนประวัติศาสตร์ครับ ประวัติศาสตร์นั้นก็คือเรื่องที่เขาพูดกันว่าฆ่าตัดตอน จําเป็นต้องพูดครับ ๒,๕๐๐ ศพ จําเป็นต้องพูดครับ ไม่มีใครมาลบประวัติศาสตร์ตรงนี้ได้ครับ เพราะเกิดนโยบายสมัยนั้นครับ เกิดจากนโยบายสมัยท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร และเราจะลบประวัติศาสตร์ ได้อย่างไร เมื่อรัฐบาลชุดนี้จะเข้าไปสานต่อนโยบายอย่างที่ว่า ผมยกตัวอย่างให้ฟังครับที่ผมว่า ประวัติศาสตร์มันมีจริง ๆ นั้นคือผู้บริสุทธิ์จริง ๆ ที่ตายไปจากนโยบายนี้ ที่จังหวัดสงขลาครับ ถ้าถามว่าสุภาพสตรีท่านใดมีลูกครับ อุ้มลูกตัวน้อย ๆ อายุ ๒ ขวบครับ ผมถามว่าเด็กอายุ ๒ ขวบ เริ่มจะหัดพูดคําว่าพ่อ คําว่าแม่ คนเป็นแม่ คนเป็นพ่อ ได้ยินลูกพูดแบบนี้แล้วรู้สึกอย่างไรครับ สบายใจไหมครับ สบายใจครับ แต่ว่าแนวทางในขณะนั้นที่ท่านได้ใช้มาตรการทําให้เด็ก ที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่เลยครับ เด็กคนนั้นอาจจะไปเป็นสมาชิกของพรรคท่านก็ได้ครับ ในอนาคต เราไม่รู้ด้วยซ้ํา แต่เด็กคนนั้นได้จากโลกไปแล้วครับ จากไปไม่มีวันกลับ ด้วยนโยบายที่ท่านได้ใช้ในยุคของท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ครับ คุณแม่ถูกยิงตาย คุณแม่อุ้มลูก กระสุนไปถูกลูกด้วยครับ เจ็บปวดไหมครับ เด็กที่ไม่รู้ อีโหน่อีเหน่ครับ แล้วถามว่าประวัติศาสตร์ตรงนี้จะลบได้อย่างไรครับ นี่ก็เป็นเหตุผลหนึ่ง ที่ผมมาพูดตรงนี้เพื่อต้องการบอกว่าการใช้แนวทางในการแก้ไขปัญหายาเสพติด มีหลายแนวทางครับ กฎหมายเป็นเรื่องสําคัญ กฎหมายมีไว้สําหรับให้ผู้กระทําความผิด เข้าไปรับผิด ดังนั้นกระบวนการยุติธรรมก็ถือเป็นเรื่องสําคัญ วันนี้ท่านรัฐมนตรีมานั่งฟัง ก็คิดว่าน่าจะใช้แนวทางระบบความยุติธรรมไปใช้ได้ ต้นเหตุแหล่งผลิต เมื่อท่านรู้ว่าอยู่ตรงไหน มีตรงไหนก็รีบไปแก้ไข แหล่งค้าขายรายย่อย ผมคิดว่าเพื่อนสมาชิกหลายคนพูดไปแล้ว ถ้าเราไม่เอาจริงเอาจัง ไม่เข้มงวดโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ที่มีความรับผิดชอบ เจ้าหน้าที่เรา มีหลายส่วน ภาคประชาชนเราก็มี กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน เราเอามาใช้ให้เป็นประโยชน์ สมาชิก อบต. ผู้นําโดยธรรมชาติ กระทรวงมหาดไทยหรือแม้กระทั่งทหารนะครับ หรือแม้กระทั่งการกีฬาก็สามารถที่จะมารวมเป็นบูรณาการเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดได้ กลัวครับ ชาวบ้านบ้านผมเขากลัวกันหลายเรื่องครับ กลัวว่าผู้บริสุทธิ์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับ เรื่องยาเสพติดจะโดนไปอีกครับ ถ้าใช้นโยบายภาพรวมแบบนี้ ดังนั้นจึงอยากจะฝาก ท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ หรือท่านผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่าง ๆ ว่า การที่จะใช้นโยบายประเภทนี้ที่ท่านกําลังจะนํามาใช้ ลองคิดไตร่ตรองให้ดีนะครับ หลักสิทธิมนุษยชน หลักสิทธิเสรีภาพ หลักกฎหมายมีก็ต้องนํามาใช้ให้เป็นประโยชน์ ผมเองก็ขอขอบพระคุณท่านประธานที่รับฟัง ท่านรัฐมนตรีที่นั่งรับฟังอยู่นะครับ สุดท้ายก็ขอให้เพื่อนสมาชิกทุกคนที่มีความตั้งใจที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องยาเสพติดก็จงร่วมมือ ร่วมใจกันนะครับ ขอขอบพระคุณครับ