สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๑ · ๒๑ กันยายน ๒๕๕๔

สถาพร มณีรัตน์ พูดเรื่องการปราบปรามยาเสพติด และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการที่จะป้องกันและปราบปรามยาเสพติด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสนับสนุนงบประมาณในการสนับสนุนปัจจัยการกีฬาและการออกกำลังกายเพื่อให้เด็กเยาวชนห่างไกลจากยาเสพติด

นายสถาพร มณีรัตน์ ลําพูน

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน ต่อญัตติเรื่องของการปราบปรามยา เสพติดที่ท่าน ส.ส. ไพจิตและคณะได้เสนอต่อสภาแห่งนี้ ท่านประธานครับ ยาเสพติดนั้นถือ ว่าเป็นพืชพันธุ์ที่เป็นอันตรายต่อชีวิตจิตใจ ใครไม่เคยเห็นคนติดยา ใครไม่โดนด้วยตัวเอง จะไม่รู้ สังคมแตกแยกกันอย่างรุนแรง ท่านประธานครับ มียุคหนึ่งสมัยหนึ่งพี่น้องของผม นี่ข้าว ๑ ห่อ ยาม้า ๓ เม็ด แล้วก็เดินเข้าป่าไปเก็บของป่าขาย เสร็จแล้วก็เอามาเสพยาบ้าหมด สุดท้ายครอบครัวก็ล่มสลาย นอกจากนั้นยุคหนึ่งสมัยหนึ่งยาเสพติดระบาดเข้าไปในโรงเรียน ระบาดเข้าไปในสถานที่ศึกษา ตามสํานักโพลล์ (Poll) ต่าง ๆ ถึงกับออกมาว่าเด็กไทยที่เสพยา อายุน้อยที่สุดแค่ ๑๑ ขวบ ติดยาบ้าแล้ว เพราะฉะนั้นปัญหายาเสพติดจึงเป็นปัญหา ระดับชาติ ขอชื่นชมรัฐบาลที่ยกปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาระดับชาติ และมียุทธศาสตร์ มีแผนงาน มีแผนเงิน แผนคน เรียบร้อย ซึ่งขณะนี้การขับเคลื่อนการปราบยาเสพติดช่วงที่ ผ่านมาประมาณ ๑ เดือนก็สร้างความอบอุ่น สร้างความหวังให้กับพี่น้องประชาชน ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐบาลครับ วันนี้ยาเสพติดได้มีการปรับปรุงสูตรใหม่ ๆ ยากแก่ การติดตาม สิ่งที่น่าตกใจก็คือปรากฏว่าคุกครับ ที่คุมขังกลายเป็นแหล่งสั่งยาอันดับ ๑ ของประเทศ ผมแปลกใจมากที่ไปสัมผัสญาติพี่น้องของคนติดคุกยาเสพติด ปรากฏว่าคนที่ติดคุกในคดียา เสพติดมีเงินส่งมาทางบ้าน เลี้ยงดูทางบ้านเดือนละเป็นแสนครับ คนติดคุกครับ คนติดคุก ปรากฏว่ามีปัญญาส่งเสียทางบ้านเดือนละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท เป็นสิ่งที่น่าตกใจมากครับ แหล่งที่คุมขังคนชั่ว คนเลว กลายเป็นแหล่งที่มีการค้าขายยาเสพติดอย่างง่ายครับ มีเทคนิค สารพัดครับ ส่งทางเครื่องบิน ส่งทางมือถือ ส่งทางกับข้าวกับปลา เพราะฉะนั้นก็ต้องให้ กําลังใจทางรัฐบาลว่าการปราบปรามยาเสพติดนั้นจะต้องใช้องคาพยพทั้งหมด ทั้งพลัง ทางสังคม พลังทางอํานาจ และพลังทางจิตใจครับ ยาเสพติดวันนี้นั้นถือว่าสร้างความวิตกกังวล ให้กับพ่อแม่ผู้ปกครองอย่างมากมายมหาศาล วันนี้เราไม่รู้หรอกครับว่า เด็กเยาวชนที่ติดยานั้น ที่แฝงเร้นนั้นมีเท่าไร ผมเองก็ต้องชื่นชมนะครับ ๑ เดือนที่ผ่านมานั้น ยุทธศาสตร์ในการทุบ หม้อข้าวยาเสพติด ที่นําโดยท่านรองนายกรัฐมนตรี ดอกเตอร์เฉลิม อยู่บํารุง ได้สร้างความ สะพรั่นพรั่นพรึงให้กับกลุ่มผู้ค้ายารายย่อย ที่ผมพูดอย่างนี้เพราะว่าชุมชนในเขตเลือกตั้งของผม ซึ่งเป็นชุมชนชาวเขา ชาวกะเหรี่ยง ชาวปกากะญอ มีการค้าขาย การเสพยาเสพติดมากมาย แต่ช่วง ๒-๓ อาทิตย์ที่ผ่านมานั้นผมลงพื้นที่ ปรากฏว่าผู้ค้าขายรายย่อยนั้นหนีออกจาก หมู่บ้าน หนีออกจากชุมชน และมีเสียงกระซิบกระซาบว่าเลิกแล้วครับ กลัวแล้วครับ ไม่เอา แล้วครับ นี่ก็ชี้ให้เห็นว่าถ้ารัฐเข้มแข็ง รัฐบาลเข้มแข็ง สินค้ายาเสพติดก็จะลดลงตาม ธรรมชาติครับ แต่ถ้ารัฐอ่อนแอ รัฐบาลอ่อนแอ จะเห็นว่าการค้าขายยาเสพติดมีเป็นจํานวน มากครับ และกลายเป็นแฟชั่นครับ สิ่งที่น่ากลัวที่สุดก็คือการปรุงสูตรยาเสพติด เขาเรียกว่า ยารสสตรอเบอรี่ครับ เป็นรสที่หอมครับ เม็ดเล็ก เด็กนึกว่าขนมก็เอาไปอม เอาไปกินกันครับ ปรากฏว่าเป็นยาเสพติดครับ ท่านประธานผ่านไปท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ เป็นรสสตรอเบอรรี่ ซึ่งกําลังระบาดอยู่ในเด็ก ๆ ตัวเล็ก ๆ ครับ เพราะฉะนั้นผมอยากวิงวอนให้ทางรัฐบาลว่า นอกจากเราจะปราบกันอย่างเข้มข้น โดยการนําของท่านเฉลิม อยู่บํารุง แล้ว เราควรจะมี งบประมาณส่งเสริมสนับสนุนเป็นปัจจัยแวดล้อมครับ งบประมาณที่เราจะต้องทุ่มเท ด้านการกีฬาเพื่อที่จะให้เด็กเยาวชนเข้าถึงแหล่งในการที่จะออกกําลัง แหล่งในการที่จะ ตัดตอนในการมั่วสุมนั้น เราต้องอาศัยปัจจัยงบประมาณเท่านั้นนะครับ เพราะฉะนั้นการที่จะ ให้ลูกให้หลาน เยาวชนของเรานั้น นอกจากเราจะป้องกันตามแนวชายแดนไม่ให้มีการขนยา มาแล้ว ในประเทศเราในสังคมเราก็มีความสําคัญครับ เพราะวันนี้เด็กเยาวชนเรานั้น ค่อนข้างที่จะเข้าหาแหล่งทุน หรือแหล่งกิจกรรมยากเหลือเกิน เราต้องการเห็นเด็กเยาวชน ห่างไกลยาเสพติด เราก็ต้องทุ่มเทงบประมาณในการสนับสนุนปัจจัยเรื่องของการกีฬา ปัจจัย เรื่องของการออกกําลัง ปัจจัยเรื่องของความพร้อมที่จะสนับสนุนเขาเหล่านั้น เพราะฉะนั้น สิ่งที่เราต้องการเห็นก็คือว่า ยาเสพติดหมดไปจากสังคมไทย ผู้คนได้ประโยชน์ทั้งนั้นละครับ เป็นอานิสงส์ครับ การปราบปรามย่อมมีบ้างครับ ที่มีการล้มหายตายจาก ย่อมมีบ้างครับ ถ้าเราคิดว่าการปราบปรามยาเสพติดจะต้องนั่งพับเพียบเรียบร้อย แล้วไปขอร้องเขา วันนี้เราคงไม่รู้จักคนอย่างภาพ ๗๐ ไร่ คงไม่รู้จักเหว่ยเซียะกัง คงไม่รู้จักนายเล่าฮู ซึ่งวันนี้ กลายเป็นเศรษฐีอันดับ ๑ ตามแนวชายแดน เพราะฉะนั้นชอบแล้วที่รัฐบาลชุดนี้ ได้ดําเนินการปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจังและเด็ดขาดครับ อย่าตกพยางค์คําว่าเด็ดขาด เลยครับ นี่ก็คือยาตัวหนึ่งที่สามารถทําให้ผู้ค้าผู้ขายนั้นหวาดกลัวครับ คําว่าเด็ดขาด ผู้เสพคือ ผู้ป่วย ผมเห็นวันนี้เด็ก ๆ ไปที่ศูนย์บําบัดกันเยอะขึ้นครับ เริ่มเดินเข้าหาผู้ใหญ่แล้วบอกว่า อา พ่อ แม่ ช่วยเอาผมไปบําบัดยาเสพติดทีเถอะครับ เพราะฉะนั้นผมเองถือว่าญัตตินี้นั้น นอกจากจะมีประโยชน์แล้วผมเองก็ถือโอกาสส่งเสริมโอกาสให้กําลังใจรัฐบาลที่ต้องการเห็น ยาเสพติดได้สูญหายไปจากสังคมไทยภายใน ๑๒ เดือน ผมขอชื่นชมยินดีครับ กราบขอบคุณครับ