เผดิมชัย สะสมทรัพย์ หารือเรื่องการให้เกียรติและความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาล ผู้ประกอบการ และผู้ใช้แรงงาน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการให้เกียรติและการทำงานร่วมกันเพื่อประโยชน์ของประชาชน และเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการเพื่อปรับปรุงค่าครองชีพและค่าจ้างให้สูงขึ้น
ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ บังเอิญเพื่อนสมาชิกพูดเร็วไปหน่อย ผมไม่ได้พาดพิง แต่ผมพูดความเป็นจริง เพราะผมได้ยินอย่างนั้นจริง ๆ ชีวิตเป็นผู้แทนของผม ผมไม่ได้โทษ ละครับว่าใครทําได้ ทําไม่ได้ แต่ผมไม่ได้เล่นลิ้นครับ ผมกําลังจะกล่าวว่าผมได้ยิน แต่ความเข้าใจผมเชื่อครับ ท่านมาเป็นรัฐบาลท่านก็ทําทันที แต่คําว่าทําทันที ในความหมายว่า เราเริ่มทํางานให้กับประเทศชาติ เพราะเราเริ่มกินเงินเดือนทันที เราต้องการให้ประโยชน์ ของประชาชนรับใช้ ยกตัวอย่างที่เมื่อกี้ท่านพูด บอกท่านนายกรัฐมนตรีหรือ ท่านรองนายกรัฐมนตรีได้พูดอย่างทําอย่าง ท่านรองนายกรัฐมนตรีทําไม่ได้แล้ว เพราะว่า จะไปขอคุกเข่ากับผู้ที่ประกอบการว่าให้ช่วยเถอะ อย่าว่าแต่คุกเข่าเลยครับ เขาเป็นนายจ้าง เขาเป็นผู้ประกอบการ เขาเป็นผู้ลงทุน อย่างที่ผมพูดตั้งแต่แรกในคําถามของท่านนั่นแหละ ถ้าท่านฟังดี ๆ ว่าความเป็นธรรมต้องเกิดขึ้น ๓ ฝ่าย เราจะทําอะไรโดยฝ่ายเดียวฝ่ายหนึ่งไม่ได้ครับ การให้เกียรติซึ่งกันและกันนั้นเป็นเรื่องสําคัญ การให้เกียรติมันอยู่ได้ทุกหนทุกแห่งไม่ว่าในสภาหรือนอกสภา เพราะฉะนั้นการให้เกียรติ ผู้ประกอบการว่าวันนี้เรากําลังจะขอให้เขาเห็นใจเพื่อนของเราที่ใช้แรงงาน ควรจะให้มีระดับ ของค่าครองชีพที่ดีขึ้นได้ไหม รัฐบาลก็ไปทําทันทีว่าจะไปคุกเข่า อย่าว่าแต่คุกเข่าเลย ให้ผม ไปกราบผมก็ทํา ถ้าหากว่าผู้ประกอบการทั้งหมดยินดีที่จะร่วมมือร่วมใจกับรัฐบาล นั่นเป็นหมายถึงว่าความสําเร็จของประชาชน เราทําได้ครับ ผู้แทนราษฎรทุกวันก็ไปกราบไหว้ ชาวบ้านกันอยู่แล้วที่จะขอทําอะไรให้เป็นประโยชน์แก่เขา วันนี้ผู้ประกอบการต้องเป็นคนที่ จะต้องเข้าใจว่าพวกผมพยายามจะทําอะไรเพื่อให้เพื่อนมนุษย์ร่วมประเทศของเรานั้น ได้อานิสงส์ตรงนี้ เพราะฉะนั้นเรื่องการกราบหรือการคุกเข่าของรองนายกรัฐมนตรีผมว่าเป็น เรื่องที่น่าสรรเสริญเสียด้วยซ้ําไป เพราะนายกรัฐมนตรีพูดหรือรองนายกรัฐมนตรีของผมนั้น พยายามทําทุกอย่างเพื่อให้เกิดตรงนี้ขึ้นมาให้เป็นรูปธรรมแล้วก็นิ่มนวลทุกฝ่าย ผู้ประกอบการก็มีความสุข ผู้ใช้แรงงานก็มีความสุข ทุกคนก็มีความสุข ทําไมเราไม่คิดกัน ในรูปนั้นครับ เรากําลังจะมาคิดในรูปที่เรียกว่าทําทันทีหรือไม่ทําทันทีวันนี้เอาตรงนั้นมาเป็น วลีสําคัญ แล้วก็หาข้อจุดผิดซึ่งกันและกัน ผมว่าผมเองก็มีความตั้งใจดีครับ ไม่ว่าผมจะอยู่ ตรงไหนนะครับ ผมพยายามที่จะทําให้งานที่ผมรับมอบหมายมาประสบความสําเร็จ เมื่อเราประสบความสําเร็จ ปัญหาเราอยู่ตรงไหนเราแก้กันตรงไหน ผมก็บอกแล้วว่าทําไมเรา ประกาศถึง ๒ ครั้ง ว่าลดภาษีครั้งแรก ๗ เปอร์เซ็นต์ ลดภาษีต่อไปอีก ๓ เปอร์เซ็นต์ เรามียุทธศาสตร์อยู่แล้วครับ แล้วเราก็บอกตอบคําถามท่านที่ท่านเข้าใจว่าประชาชนทั่วไป เข้าใจว่า ๗ จังหวัดผมก็ตอบบอกแล้วไม่ใช่ ๗ จังหวัด จังหวัดต่ําสุดก็จะขึ้นมาจาก ๑๕๐ บาท ได้ขึ้นมาถึง ๒๐๐ กว่าบาทเท่ากันครับ แล้วเราใช้จังหวะที่ ๒ ว่าเราจะขึ้นโดยเร็ว อย่างไร ดูปัญหาของผู้ประกอบการด้วย เพื่อนร่วมอาชีพที่เขาจะต้องมาร่วมแชร์ (Share) ความรู้สึกกับผู้ใช้แรงงาน ส่วนในของผมภาคของเราซึ่งเป็นผู้แทนราษฎร ดูแลกระทรวงแรงงาน หน้าที่ของเราคือถ้าท่านดูจริง ๆ ผมต้องการพัฒนา กรมพัฒนาฝีมือแรงงานนั้นในงบประมาณปีต่อไปนั้นผมขอร้องให้ใช้เงินงบประมาณเพิ่มขึ้นไป เพื่ออะไรครับ เพื่อให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงานนั้นยกระดับคุณภาพฝีมือแรงงานของเรามาให้ได้ ให้จงได้ ให้ความหมายของซีไอ (CI) ว่าการทํางานนั้น มาตรฐานนั้นจะต้องเพิ่มขึ้น ไม่ใช่ไม่มีวินัย ไม่มีระเบียบ เช้าชามเย็นชาม เราต้องการให้รู้ว่านายจ้างนั้นมีความสุขว่าเพิ่ม โพรดัคทิวิตี้ (Productivity) หรือผลผลิตให้มากขึ้นจากจํานวนคนเดิม เพราะฉะนั้นวันนี้ ในทิศทางต่าง ๆ นี่ทําทันทีไปแล้วครับ ผมได้ขอตัวเลขทั้ง ๗๗ จังหวัดจริง ๆ ครับ ให้อนุกรรมการการจ้างนั้นช่วยกันประชุมแล้วก็หาข้อมูลขอข้อมูลจากท่านรองนายกรัฐมนตรี จากกระทรวงพาณิชย์ว่าบริษัทไหน ห้างร้านไหนให้รีบเข้าไปแต่ละจังหวัด แม้กระทั่งเรามี โครงการ อีเซอร์วิส (e-Service) นะครับ ซึ่งเป็นคอมพิวเตอร์สามารถทําได้ทันทีว่าตรงไหน ส่งบัญชีมา ส่งข้อมูลมาว่าผิดอย่างไร ทุกวันผมอยู่กระทรวงมีพี่น้องไม่ว่าสภาอุตสาหกรรม ไม่ว่าสภาหอการค้าได้ไปพบปะพูดคุยกันเรื่องนี้ประจํา อันนี้คิดว่าปัญหาที่เราทั้ง ๒ ซีกนั้น ที่เข้าใจรวมกันนั้น ประเด็นสําคัญก็คือพี่น้องทั้งประเทศ แน่นอนครับผมยืนอยู่ตรงนี้ ๓๐๐ บาทได้แน่นอนนะครับ ได้แน่นอน แล้วก็ยืนยันพูดอีกครั้งได้แน่นอน ๓๐๐ บาท ขอบคุณครับ