สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๓ · ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๕๕

จุติ ไกรฤกษ์ หารือเรื่องบประมาณแผ่นดิน โดยถามว่างบประมาณที่ใช้นั้นได้ประโยชน์อะไรต่อประชาชนหรือไม่ และยังพูดถึงปัญหาค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น ค่าไฟ ค่าเช่าห้อง ค่าขนส่ง และการลดรายได้ของเกษตรกร

นายจุติ ไกรฤกษ์ พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดพิษณุโลก วันนี้ก็ขอขอบพระคุณ ท่านประธานที่อนุญาตให้ผมได้มีส่วนร่วมอภิปรายให้ความเห็นในเรื่องของบประมาณแผ่นดิน ซึ่งเป็นกฎหมายที่สําคัญที่สุดฉบับหนึ่งของประเทศไทย เพราะว่าจะเป็นกฎหมายที่อนุญาต ให้ฝ่ายบริหารนั้นนํางบประมาณที่ฝ่ายนิติบัญญัติได้พิจารณา ๒,๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท นําไปใช้ ต้องถามบอกว่างบประมาณที่จะเอาไปใช้นั้นเพื่ออะไร ประชาชนได้อะไร ได้ไป เปลื้องทุกข์ บําบัดทุกข์ อํานวยความสุขของเขาเพิ่มขึ้นหรือไม่ ท่านประธานครับ ผมอยากจะ กราบเรียนท่านประธานว่าทบทวนความจําสักนิดหนึ่ง เมื่อคณะรัฐมนตรีชุดนี้แถลงนโยบาย ต่อสภาผู้แทนราษฎรเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ในนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลที่ทําภายใน ๑ ปี

ข้อ ๑.๗ รัฐบาลจะแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนและผู้ประกอบการ เนื่องจากภาวะเงินเฟ้อและราคาน้ํามันเชื้อเพลิง แล้วรัฐบาลก็บอกอีกว่ารัฐบาลนั้นจะชะลอ การเก็บเงินเข้ากองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงบางประเภทชั่วคราว แล้วก็จะแก้ไขปัญหาค่าครองชีพ โดยการดูแลราคาสินค้า และการมีรายได้เพิ่มเพื่อกําลังซื้อสุทธิของประชาชนโดยการป้องกัน แก้ไขผูกขาดทั้งทางอ้อมและทางตรง และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนโดยเพิ่มกําลังซื้อ นอกจากนั้นแล้วรัฐบาลจะปรับโครงสร้างราคาพลังงานทั้งระบบให้สะท้อนราคาต้นทุนพลังงาน ดูแลราคาสินค้าอุปโภคบริโภค และราคาพลังงานอยู่ในระดับที่เหมาะสม ท่านประธานครับ ถ้าตั้งโจทย์อย่างนี้ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ๙ เดือนที่ผ่านมา รัฐบาลสอบตกทุกวิชา ที่พูดมานั้นต้องบอกว่าทําไม่ได้อย่างที่พูดเลย ถามว่าวันนี้สิ่งที่พี่น้องประชาชนอยากให้ ผมมาบอกรัฐบาลว่า ๙ เดือนสาหัสสําหรับคนยากคนจนมาก สินค้าแพง ค่าแรงถูก พืชผล ที่ปลูกไม่ได้ราคา นี่คือสิ่งที่พี่น้องประชาชนนั้นฝากบอกรัฐบาลมาว่าทนไม่ไหวแล้ว รีบทําอะไรสักอย่างหนึ่งเถอะ นอกจากนั้นแล้วสิ่งที่ประชาชนได้เรียนรู้ความรู้ใหม่ ๆ จากรัฐบาลชุดนี้เป็นทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ บัญญัติขึ้นมาใหม่ว่าวันนี้สินค้าราคาแพง รัฐบาลนั้นได้ชี้แจงให้กับพี่น้องประชาชนว่าสินค้า ราคาแพงนั้นเป็นเพราะว่าน้ําท่วม เป็นเพราะว่าอากาศมันร้อน แล้วก็สําคัญคือประชาชน คิดไปเอง ผมเชื่อมั่นครับว่าวันนี้ประชาชนนั้นไม่คิดไปเอง ท่านประธานไปดูนะครับว่า วันนี้ถ้าดูความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนคนยากคนจนซึ่งเป็นเกษตรกรค่อนประเทศ วันนี้มันสําปะหลังกิโลกรัมละ ๑.๘๐ บาท เจ๊งครับ คนปลูกเจ๊งครับ ข้าวโพดก็เจ๊งครับ ท่าน ส.ส. ยุพราชเล่าไปแล้ว หอม กระเทียมภาคเหนือเจ๊งครับ ท่านสมบัติ ยะสินธุ์ พูดไปแล้ว ข้าวเปลือกก็ไม่ได้ราคาตามที่ได้พูดไว้ว่า ๑๕,๐๐๐ บาทต่อเกวียน เจ๊งอีกเหมือนกันครับ ไม่เว้นแม้กระทั่งน้ํามันปาล์ม ราคาน้ํายางพารา เงาะ สับปะรด เกษตรกรเจ๊งหมด นี่คือ ๙ เดือนที่ผ่านมา ที่ผมยืนยันว่ารัฐบาลนั้นสอบตกในสิ่งที่ได้ให้สัญญาไว้กับประชาชน แต่สิ่งที่ มันเจ็บปวดก็คือว่ารัฐบาลนั้นกําลังบอกประชาชนว่าสิ่งต่าง ๆ นั้นคิดไปเอง การจะขึ้นค่าไฟ คณะรัฐมนตรีต้องเป็นคนอนุมัติให้ขึ้นค่าไฟนะครับ เงินไปช่วยเหลือค่าไฟคนยากคนจน คณะรัฐมนตรีต้องเป็นคนอนุมัตินะครับ แม้กระทั่งค่าขนส่ง ถามเกษตรกรสิครับ ผมถามคนที่ ทํามันสําปะหลัง คนที่ปลูกพืชผลเกษตรกร ท่านรัฐมนตรีก็เป็นเกษตรกรอยู่ในเขตพื้นที่ ที่ทําการเกษตรเยอะแยะ ท่านทราบใช่ไหมครับว่าวันนี้ปุ๋ยกระสอบละ ๕๐ กิโลกรัม ขึ้นจาก ๗๕๐ บาท เป็นกระสอบละ ๑,๐๐๐ บาทแล้ว แล้ววันนี้กระทรวงพาณิชย์มาบอกกับคน ทั้งประเทศว่าอัตราเงินเฟ้อลดต่ําลงแค่ ๒ เปอร์เซ็นต์กว่า ๆ ถ้าท่านดูนะครับ ๗๕๐ บาท ไปเป็น๑,๐๐๐ บาทนั้น มันขึ้นไป ๓๓ เปอร์เซ็นต์ครับ ๓๓ เปอร์เซ็นต์ นอกจากนั้นแล้ว ยาฆ่าหญ้า ยาปราบศัตรูพืชขึ้นไปประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วสิ่งหนึ่งซึ่งผมคิดว่ารัฐบาลนี้ กําลังไม่บอกความจริงกับพี่น้องประชาชนทั้งหมด คือบอกความจริงเพียงแค่ครึ่งเดียว ซึ่งผมดูว่าการบอกความจริงเพียงแค่ครึ่งเดียวนั้นคือการบอกความเท็จ พูดความจริงไม่หมด คือโกหกครับ ถามว่าอะไร วันนี้กระทรวงพาณิชย์บอกว่าตรึงราคาสินค้าแล้ว ถามว่าจริงไหม หลาย ๆ อย่างจริงครับ แต่วันนี้ท่านประธานผงซักฟอกไม่ขึ้นราคานะครับ แต่ลดปริมาณลง คนเคยซื้อถุง ๒,๐๐๐ กรัม วันนี้ลดเหลือ ๑,๘๐๐ กรัม มันหายไป ๑๐ เปอร์เซ็นต์ครับ นั่นก็หมายความว่าสินค้านั้นแพงขึ้นไป ๑๐ เปอร์เซ็นต์ครับ ไม่เว้นแม้กระทั่งน้ํายาปรับผ้านุ่ม ลดปริมาณลงมาเหมือนกัน ลดลงมาประมาณ ๗ เปอร์เซ็นต์ก็หมายความว่าวันนี้พี่น้อง ซื้อของราคาเดิมแต่ได้ของน้อยกว่าเดิม ๗ เปอร์เซ็นต์ในปริมาณครับ ของมันเพิ่มราคาครับ ฉะนั้นกรุณาไปบอกกระทรวงพาณิชย์ด้วยว่าวันนี้พี่น้องประชาชนไม่มีใครเขาโง่ครับ เขาแจ้งผมมาว่าช่วยมาบอกด้วยว่าราคาไม่ขึ้นก็จริง แต่ของมันได้น้อยลง นอกจากนั้นแล้ว สิ่งที่อยากจะบอกคือว่าชีวิตตั้งแต่ตื่นมาสําหรับคนยากคนจน ส่งลูกหลานมาเรียนในต่างจังหวัด เรียนในเมือง เรียนในกรุงเทพมหานคร ตื่นเช้าขึ้นมาเปิดไฟค่าไฟก็ขึ้นแล้วครับ ค่าเช่าห้อง อย่างน้อยประกาศแล้วครับขึ้นเดือนละ ๓๐๐ บาท สําหรับคนอยู่ห้องเล็ก ๆ เป็นอย่างน้อย ๕๐๐ บาท เป็นมาตรฐาน จ่ายเพิ่มแล้วครับ ค่ารถเมล์ ถ้าไม่รอรถเมล์ฟรีซึ่งเบียดเสียดกันมาก ค่ารถเมล์ก็ขึ้นครับ ค่าข้าวแกงก็ขึ้นครับ ขึ้นหมดเลย แต่ขณะที่รายรับนั้นลดลง พ่อแม่ที่ทํา มันสําปะหลังมีที่เพียงแค่ ๑๐ ไร่ เคยส่งให้ลูกเรียนได้เดือนละ ๑,๐๐๐ บาท ที่เหลือเอาเงิน กู้ยืมจากกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา วันนี้บอกส่งลูกไม่ไหวแล้วครับท่านประธาน หมดแรงแล้ว ลูกถ้าหาเงินอื่นไม่ได้ต้องลาออก เรียนต่อไม่ได้ นี่คือสิ่งที่กําลังเกิดขึ้น สิ่งที่ผมกําลังจะบอก ท่านประธานว่าเรื่องนี้ประชาชนไม่ได้คิดไปเองครับ ปวดแสบ ปวดร้อน ปวดหัวใจในเวลา เปิดเทอมอยู่ทุกวันนี้ สิ่งที่อยากจะบอกกับพี่น้องประชาชนก็ตามว่า